Uploaded with ImageShack.us
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
26 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว





พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว
โดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร

(** อาจจะยาวหน่อยนะคะ แต่เมื่ออ่านจบเราจะรักพระองค์ท่านมากขึ้น...
เรื่องนี้หลาย ๆ คนอาจเคยอ่านกันมาแล้ว...แต่บางคนก็อาจจะยังไม่เคยได้อ่าน...เลยอยากนำมาแบ่งปันให้อ่านกันค่ะ)


ด้วยพระเมตตาแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อพสกนิกรชาวไทย พระองค์ประดุจพระผู้สร้างแผ่นดิน ทรงเป็นดั่งผู้มอบชีวิต มอบความรุ่งเรือง มอบความเจริญงอกงามภายในหัวใจคนไทยทั้งชาติ ทรงเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นแรงบันดาลใจจุดประกายพลังแผ่นดิน

หากเราได้มีโอกาสศึกษา พระบรมราโชวาทแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวภูมิพลอดุลยเดช เราจะเข้าใจได้อย่างแจ่มชัดด้วยคำสอนที่พระองค์ทรงพระราชทานให้แต่ละข้อแต่ ละอย่างนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการที่พระองค์ทรงไตร่ตรองพิเคราะห์ถึงปัญหานั้นอย่างถ่องแท้ แล้วว่า จะเป็นหนทางแห่งการแก้ปัญหาการดับทุกข์ได้ด้วยสมาธิ

ธรรมดา สภาวะจิตอันเป็นสมาธินั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นจากการบังคับควบคุม เกิดขึ้นจากความผ่อนคลาย หรือเกิดขึ้นจากภาวะคับขันต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า จะทำให้ต้องเร่งรวบรวมสติให้มั่น ไม่ว่าสมาธิจะเกิดขึ้นอย่างไร สมาธิเป็นของดี เป็นของที่เกิดขึ้นได้จากการฝึกฝน เป็นของที่มีอยู่ในกายและในจิตอันพร้อมเป็นของเข้าใจได้ เป็นของเข้าใจง่าย และใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัย และความเข้าใจอันแจ่มชัดที่แสดงให้เห็นว่า สมาธิเองก็มิใช่ของที่เกิดขึ้นโดยลำพังหรือใช้โดยลำพัง

แต่สมาธิที่ ดีจะยังประโยชน์แก่ผู้อื่นได้มาก หากผู้ใช้สมาธิรู้จักการปฏิบัติอันถูกต้อง ถูกต้องทั้งแก่ตนแลถูกต้องทั้งแก่ผู้อื่น ดังที่ได้ศึกษาจากรอยพระจริยวัตรแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิ พลอดุลยเดช อันได้แสดงไว้ถึงเรื่องราวของ “พระสมาธิ”

ผู้ที่เคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในงานหรือพิธีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต้องประทับอยู่เป็นเวลานานๆ เช่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร คงจะได้เห็นด้วยความพิศวงกันทุกคนว่า พระเจ้าอยู่หัวนั้นเมื่อทรงนั่งลงแล้ว จะประทับอยู่ในพระอิริยาบถนั้นตั้งแต่เริ่มพิธีไปจนกระทั่งจบ ไม่ทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถเลย นอกจากนั้น ยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างกระฉับกระเฉงต่อเนื่อง ไม่มีพระอาการที่แสดงว่าทรงเหนื่อย หรือทรงเบื่อเลย

ผมเคยเฝ้าทูล ละอองธุลีพระบาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ มหานคร พิธีนั้นยาวถึงประมาณ ๔ ชั่วโมง และมีบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาเฝ้าฯ รับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นจำนวนหลายพันคน ได้เห็นเหตุการณ์เช่นว่านั้น แต่ผมได้เห็นมากกว่านั้นคือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับไปถึงพระตำหนักจิตรลดารโหฐานในตอนค่ำวันนั้น พระเจ้าอยู่หัวยังทรงออกพระกำลังบริหารพระวรกายด้วยการวิ่งในศาลาดุสิตาลัย อีก

ในการประกอบพระราชกรณียกิจอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติด้วยพระอาการที่แสดงว่าเอาพระทัยจดจ่ออยู่กับพระ ราชกรณียกิจนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ทรงเหนื่อยหรือเบื่อหน่าย เช่น ในการทรงดนตรี (ที่ใครๆ มักจะนึกว่าเป็นการหย่อนพระราชหฤทัย) เป็นต้น ผมเคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวประทับทรงดนตรีตั้งแต่หัวค่ำจนสว่าง โดยทรงนั่งไม่ลุกเลยแม้แต่จะเพื่อเสด็จฯ ไปห้องสรง ในขณะที่นักดนตรีอื่นๆ ลงกราบแล้วถอยหลังลุกไปเข้าห้องน้ำกันเป็นครั้งคราวทุกคน ในการทรงเรือใบก็เช่นเดียวกัน ทรงจดจ่ออยู่กับการบังคับเรืออย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งจบ ครั้งหนึ่งเสด็จฯ ออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นเรือใบเข้าฝั่ง ตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯ อยู่ ด้วยความฉงนว่า เสด็จฯ กลับเข้าฝั่งเพราะเรือใบพระที่นั่งแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวล์ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเห็น

แสดงว่าการทรงดนตรีก็ดี ทรงเรือใบก็ดี สำหรับพระเจ้าอยู่หัวเป็นงานอีกชนิดหนึ่ง ที่จะต้องทำด้วยความจดจ่อและต่อเนื่องไปจนกว่าจะเสร็จเหมือนกัน พระราชกรณียกิจอื่นๆ ทั้งน้อยและใหญ่ ทรงปฏิบัติแบบเดียวกัน คือด้วยการเอาพระราชหฤทัยจดจ่อไม่ทรงยอมให้ขาดจังหวะจนกว่าจะเสร็จ และไม่ทรงทิ้งขว้างแบบทำๆ หยุดๆ เพราะฉะนั้นจึงจะเห็นว่าพระราชกรณียกิจทั้งหลายนั้นสำเร็จลุล่วงไปเป็นส่วน ใหญ่

ผมไปรู้เอาหลังจากที่เข้ารับราชการในตำแหน่งนายตำรวจ ราชสำนักประจำอยู่ได้ไม่นานว่า ที่ทรงสามารถจดจ่ออยู่กับพระราชกรณียกิจทุกชนิดได้เช่นนั้นก็เพราะพระสมาธิ

ผม ไม่ทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มฝึกสมาธิตั้งแต่เมื่อใด แต่สันนิษฐานว่าคงจะเริ่มในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ เมื่อทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) หลังจากทรงผนวชแล้ว ประทับจำพรรษาอยู่ที่พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงอยู่ในสมณเพศเป็นเวลา ๑๕ วัน ครั้งนั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งทรงเป็นพระอุปัชฌาย์จารย์ ทรงเลือก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เมื่อครั้งยังเป็นพระโสภณคณาภรณ์) ให้เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ของพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ทราบกันดีว่า แม้จะทรงมีเวลาน้อยแต่พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัย อย่างเคร่งครัด และคงจะได้ทรงฝึกเจริญพระกรรมฐานในโอกาสนั้นด้วย

เมื่อ ผมเข้าไปเป็นนายตำรวจราชสำนักประจำในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ นั้น ปรากฏว่า การศึกษาและปฏิบัติสมาธิหรือกรรมฐานในราชสำนักกำลังดำเนินอยู่แล้ว พระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติเป็นประจำ และข้าราชสำนัก ข้าราชบริพารหลายคน ทั้งฝ่ายพลเรือนและทหารก็กำลังเจริญรอยพระยุคลบาทอยู่ด้วยการฝึกสมาธิอย่าง ขะมักเขม้น

ผมไม่ได้ตั้งใจจะหัดสมาธิ แม้จะเคยศึกษามาก่อนโดยเฉพาะจากหนังสือของท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ แต่ระหว่างการตามเสด็จฯ โดยรถไฟ จากกรุงเทพมหานครไปอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ การเดินทางไกลกว่าที่ผมคาดคิด หนังสือเล่มเดียวที่เตรียมไปอ่านฆ่าเวลาบนรถไฟ ก็อ่านจบเล่มเสียตั้งแต่กลางทาง ขณะนั้นผมเห็นนายทหารราชองครักษ์ประจำที่ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยร่วม กันสองนาย ใช้เวลาว่างนั่งหลับตาทำสมาธิ ผมจึงลองทำดูบ้างโดยใช้อานาปานสติ (คือกำหนดรู้แต่เพียงว่ากำลังหายใจเข้าและหายใจออก) อันเป็นวิธีที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ และท่านอาจารย์พุทธทาสแนะนำ ปรากฏว่าจิตสงบเร็วกว่าที่ผมคาด แลเห็นนิมิตเป็นภาพสีสวยๆ งามๆ มากมาย และเป็นเวลาค่อนข้างนานด้วย ตั้งแต่นั้นมาผมก็ติดสมาธิและกลายเป็นอีกผู้หนึ่งที่ปฏิบัติสมาธิเป็นประจำ มาจนทุกวันนี้

เมื่อความทราบถึงพระกรรณ ว่าผมเริ่มปฏิบัติสมาธิ พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงกรุณาพระราชทานหนังสือ และแถบบันทึกเสียงคำสอนของครูบาอาจารย์ต่างๆ ลงมา และบางครั้งก็ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำรัสแนะนำด้วยพระองค์เอง ผมจึงได้รู้ว่า พระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัวนั้นก้าวหน้าไปแล้วเป็นอันมาก รับสั่งเล่าเองว่าแม้จะทรงใช้อานาปานสติเป็นอุบายในการทำสมาธิ แต่พระเจ้าอยู่หัวก็ไม่ทรงสามารถที่จะกำหนดพระอัสสาสะ (ลมหายใจเข้า) และพระปัสสาสะ (ลมหายใจออก) ได้แต่ลำพัง ต้องทรงนับกำกับ

วิธีนับของพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงทำดังนี้ หายใจเข้าครั้งที่หนึ่ง นับหนึ่ง หายใจเข้าครั้งที่สอง นับสอง หายใจเข้าครั้งที่สาม นับสาม หายใจเข้าครั้งที่สี่ นับสี่ หายใจเข้าครั้งที่ห้า นับห้า หายใจออกครั้งที่หนึ่ง นับหนึ่ง หายใจออกครั้งที่สอง นับสอง หายใจออกครั้งที่สาม นับสาม หายใจออกครั้งที่สี่ นับสี่ หายใจออกครั้งที่ห้า นับห้า

เมื่อถึงห้า แล้ว หากจิตยังไม่สงบ ก็นับถอยหลังจากห้าลงมาหาหนึ่ง แล้วนับจากหนึ่งขึ้นไปหาห้าใหม่ กลับไปกลับมาเช่นนั้นจนกว่าจิตจะสงบ รับสั่งว่า ที่เห็นพระองค์ประทับอยู่นิ่งๆ นั้น พระจิตทรงอยู่กับหนึ่งเข้าหนึ่งออกตลอดเวลา

พระเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาเรื่องสมาธิ ด้วยการรวบรวมและประมวลคำสอนของครูบาอาจารย์ทุกท่านแล้ว ก็ทรงพระกรุณาพระราชทานประมวลคำสอนนั้นแก่ผู้ที่ทรงทราบว่ากำลังปฏิบัติ สมาธิอยู่ ครั้งหนึ่งทรงพระกรุณาพระราชทานแถบบันทึกเสียงของ สมเด็จพระญาณสังวรฯ ให้ผม รับสั่งว่า เป็นบันทึกเสียงการแสดงธรรมเรื่องฉฉักกสูตร (คือพระสูตรว่าด้วยธรรมะ หมวด ๖ รวม ๖ ข้อ ซึ่งอธิบายความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความไม่มีตัวมีตนของสิ่งต่างๆ มีอายตนะภายนอก อายตนะภายใน วิญญาณ ผัสสะ เวทนา และตัณหา พระสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน) และทรงแนะนำให้ผมฟังธรรมบทนั้น

พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
ทรง ประทับหน้าใบเสมาพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร
เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙

ผมรับพระราชทานแถบบันทึกเสียงม้วน นั้นมาแล้ว ก็เอาไปใส่เครื่องบันทึกเสียงและเปิดฟัง ฟังไปได้ไม่ทันหมดม้วนก็ปิด แล้วก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ฟังอีก หลังจากนั้นไม่นานนัก ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งถามว่า ฟังเทปของสมเด็จฯ แล้วหรือยัง เป็นอย่างไร ผมไม่อาจจะกราบบังคมทูลความอันเป็นเท็จได้ ต้องกราบบังคมทูลตรงๆ ว่าฟังได้ไม่ทันจบม้วนก็ได้หยุดฟังเสียงแล้ว

ตรัส ถามต่อไปถึงเหตุผลที่ผมไม่ฟังให้จบ และผมก็จำเป็นต้องกราบบังคมทูลตรงๆ ว่า สมเด็จฯ ท่านเทศน์ฟังไม่สนุก พูดขาดเป็นวรรคๆ เป็นห้วงๆ เนื่องจากสมเด็จฯ พิถีพิถันในการใช้ถ้อยคำและประโยคเทศน์ของท่านนั้น ถ้าเอามาพิมพ์ก็จะอ่านได้สบายกว่าฟัง

พระเจ้าอยู่หัวตรัสถามว่า ที่ฟังสมเด็จฯ เทศน์ไม่รู้เรื่องนั้นก็เพราะคิดไปก่อนหรือไม่ว่า สมเด็จฯ ท่านจะพูดว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ครั้นท่านพูดช้ากว่าที่คิด หรือพูดออกมาแล้วไม่ตรงกับที่คาดหมายจึงเบื่อ เมื่อผมนิ่งไม่กราบบังคมทูลตอบ ก็ทรงแนะนำว่าให้กลับไปฟังใหม่ คราวนี้อย่าคิดไปก่อนว่าสมเด็จฯ จะพูดว่าอย่างไร สมเด็จฯ หยุดก็ให้หยุดด้วย

ผมกลับมาทำตามพระราชกระแสรับสั่ง เปิดเครื่องบันทึกเสียงฟังเทศน์ของสมเด็จฯ จากแถบบันทึกเสียงม้วนนั้นใหม่ตั้งแต่ต้น ฟังด้วยสมาธิ สมเด็จฯ หยุดตรงไหน ผมก็หยุดตรงนั้น และไม่คิดๆ ไปก่อนว่า สมเด็จฯ จะพูดว่าอย่างไร คราวนี้ผมฟังได้จนจบและเห็นว่าจริงดังพระราชดำรัส แถบบันทึกเสียงม้วนนั้นเป็นม้วนที่ดีที่สุดม้วนหนึ่ง

ครั้งหนึ่ง หลังจากที่นั่งสมาธิแล้ว ผมได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและกราบบังคมทูลประสบการณ์ที่ได้ขณะทำ สมาธิ ผมกราบบังคมทูลว่า ขณะที่นั่งสมาธิครั้งนั้น รู้สึกว่าตัวเองลอยขึ้นจากพื้นสูงประมาณศอกหนึ่ง ทีแรกก็ยังไม่รู้สึกอะไรแต่ครั้นหัวเริ่มคล้อยลงไปข้างหน้า ทำท่าเหมือนจะตีลังกา ผมก็ตกใจและต้องเลิกทำสมาธิ

พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชวิจารณ์ว่า ถ้าหากสติยังอยู่ ยังรู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่ควรจะเลิก แต่ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามสภาพนั้น

สมเด็จ พระสังฆราชเจ้าฯ-พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ณ พระตำหนักบัญจบเบญจมา เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙

อีก ครั้งหนึ่ง หลังจากทำสมาธิแล้ว ผมกราบบังคมทูลว่า พอจิตสงบผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเลื่อนต่ำลงไปในท่อขนาดใหญ่ และที่ปลายท่อข้างล่างผมแลเห็นแสงสว่างเป็นจุดเล็กๆ แสดงว่าท่อยาวมาก กลัวจะหลุดออกจากท่อไป ผมก็เลยเลิกทำสมาธิ

รับสั่งเช่นเดียวกันว่า หากยังรู้ตัว (มีสติ) อยู่ ก็ไม่ควรเลิก ถึงหากจะหลุดออกนอกท่อไปก็ไม่เป็นไร ตราบเท่าที่สติยังอยู่และรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตน ต่อมาภายหลังจากการศึกษาคำสอนของครูบาอาจารย์ทุกท่าน และโดยเฉพาะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสสอนให้ “ดำรงสติให้มั่น” ในเวลาทำสมาธิ

ใน ส่วนที่เกี่ยวกับพระสมาธิของพระเจ้าอยู่หัว เคยตรัสเล่าให้ผมฟังว่า ครั้งหนึ่ง ขณะที่กำลังทรงทำสมาธิอยู่ พระจิตสงบและเกิดนิมิต ในนิมิตนั้นพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรเห็นพระกร (แขนท่อนล่าง) ลอกออกทีละชั้นๆ ตั้งแต่จากพระตจะ (หนัง) ลงไปจนถึงพระอัฐิ (กระดูก)

พระ เจ้าอยู่หัวทรงประยุกต์พระสมาธิในการประกอบพระราชกรณียกิจทุกอย่างทั้งน้อย และใหญ่ จึงทรงสามารถเผชิญกับพระราชภาระอันหนักในตำแหน่งพระมหากษัตริย์ได้โดยไม่ทรง สะทกสะท้านหรือหวั่นไหว ไม่ทรงคาดการณ์ล่วงหน้าไปไกลๆ อย่างเลื่อนลอยและเปล่าประโยชน์ ไม่ทรงอาลัยอดีตหรืออนาคต ไม่ทรงเสียเวลาหวั่นไหวไปกับความสำเร็จหรือความล้มเหลว อันเป็นเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ทรงจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ทรงสนพระราชหฤทัยอยู่แต่กับพระราชกรณียกิจเฉพาะพระพักตร์เท่านั้น

ใน ฐานะที่เกิดมาเป็นพลเมืองของประเทศที่มีพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้เป็นพระ ประมุข และในฐานะที่ทุกคนมีหน้าที่ในการทำนุบำรุงเมืองไทยนี้ให้เป็นที่ร่มเย็นของ เรา และของลูกหลานของเรา จึงสมควรที่เรา จะเจริญรอยประพฤติตามพระยุคลบาทด้วยการศึกษาและปฏิบัติสมาธิกันอย่างจริงจัง และนำสมาธิมาประยุกต์ในการดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวของเรา

พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
ประทับ ในพระตำหนักปั้นหยา เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๙

...............................................................................





Create Date : 26 พฤษภาคม 2553
Last Update : 26 พฤษภาคม 2553 20:07:43 น. 29 comments
Counter : 204 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 26 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:37:56 น.  

 
ขอบคุณค่า...

ขอให้อิ่ม...อร่อย เช่นกันนะคะ



โดย: i am_giddy วันที่: 26 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:43:53 น.  

 
สมาธิของในหลวงเข้าถึงขั้นบรมโพธิสมภารแล้วค่ะ แค่อานาปานสติเท่านั้นค่ะ


โดย: Chulapinan วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:23:12 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:5:31:38 น.  

 
สวัสดีคร๊าบ!

เจ้าชายน้อยเราจะโตเป็นหนุ่มแล้วนะเนี่ย...^^


โดย: i am_giddy วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:30:01 น.  

 
ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ
ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี

มีความสุขในการดำเนินชีวิตพร้อมสิ่งที่ดีเพื่อตนเองและคนรอบข้าง ตลอดไป..นะคะ



สวัสดีจ้ะ นู๋กิ่ง...

ป้านำบุญใหญ่มาฝาก...นะคะ

คิดถึงเสมอ..ค่ะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 3 มิถุนายน 2553 เวลา:9:59:42 น.  

 
ขอความสุข ความสำเร็จในทุกสิ่งที่ปรารถนา
จงเป็นของนู๋กิ่ง ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:2:04:07 น.  

 
ทุกสิ่งในชีวิตจะสำเร็จได้ ด้วยความตั้งใจจริง

ขอพลังแห่งความตั้งใจมั่น จงบังเกิดมีแด่เพื่อนบล็อกทุกท่าน
เพื่อความสำเร็จ สมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนา ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:11:42:11 น.  

 
เสยโย อมิตโต เมธาวี
มีศัตรูเป็นบัณฑิต ดีกว่ามีมิตรเป็นคนพาล

ขอให้พบแต่มิตรที่ดี อันจะนำพาชีวิตให้มีความสุข ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:11:13:03 น.  

 
ปญฺญาชีวี ชีวิตมาหุ เสฎฺฐํ
ชีวิตที่อยู่ด้วยปัญญา ประเสริฐที่สุด

ขอให้มีความสุขกับชีวิตที่อุดมด้วยปัญญา ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:10:20:33 น.  

 


โดย: พรหมญาณี วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:9:40:09 น.  

 


โดย: พรหมญาณี วันที่: 11 มิถุนายน 2553 เวลา:8:27:15 น.  

 
ขอกุศลผลบุญที่ปอป้าได้กระทำสำเร็จแล้ว
จงดลบันดาลให้เพื่อนบล๊อกทุกท่านมีความสุขกาย สุขใจ
มีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย..ร่ำรวย ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 14 มิถุนายน 2553 เวลา:11:58:18 น.  

 
ปฏิกจฺ เจว กยิรา ยํ ชญฺญา หิตะ มตฺตะโน
รู้ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ ก็ควรรีบทำสิ่งนั้น

ขอให้สมหวัง ได้ทำในสิ่งที่ดี ที่ตัวเองรักและปรารถนา ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:10:04:21 น.  

 
เมื่อวานนี้ ปอป้าไปร่วมทำพิธีลงฐาน สร้างสถานปฏิบัติธรรม
ซึ่งปอป้าและเพื่อนกัลยาณมิตร ร่วมมือ-ร่วมแรง-ร่วมใจกันก่อสร้าง
เพื่อเป็นที่พักพิงทางใจแก่เพื่อนมนุษย์ ตามแนวปฏิบัติแห่งองค์พระศาสดา
จึงขอน้อมนำบุญในการนี้ ส่งมอบให้เพื่อนบล็อกทุกท่าน

ขอให้มีความสุขกาย สุขใจ ปราศจากทุกข์ โศก โรคภัย
ทำการใดที่ถูกที่ควร ให้สำเร็จดังใจปรารถนาทุกประการ
มั่งมีศรีสุข ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:12:26:50 น.  

 
ขออนุโมทนาสาูธุค่ะ


โดย: i am_giddy วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:14:24:09 น.  

 
ยอมไม่เป็น ก็เย็นไม่ได้...ถ้ายอมเป็น ก็เย็นสบาย

ขอความเย็นใจ อันกอปรด้วยบรมสุข จงสถิตอยู่กับนู๋กิ่ง ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 21 มิถุนายน 2553 เวลา:15:17:26 น.  

 
นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา
ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายแห่งคนดี

มีความสุขกับการคิดดี ทำดี มีความกตัญญูเป็นเครื่องส่งเสริม ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 24 มิถุนายน 2553 เวลา:13:28:49 น.  

 
มีสติและปัญญา แต่ใช้ไม่เป็น ใช้ในทางที่ผิด ชีวิตจะเป็นสุขได้อย่างไร

ขอให้มีความสุขในการดำเนินชีวิตด้วยสติปัญญาอย่างถูกต้อง ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:1:42:09 น.  

 
ร้อนกาย ดับได้ด้วยความเย็น...ร้อนใจ ดับได้ด้วยธรรมะ

ขอพระธรรม คุ้มครองให้มีความสุข ตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:12:32:53 น.  

 
สุกรํ สาธุนา สาธุ สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ
ความดี อันคนดีทำง่าย ความดี อันคนชั่วทำยาก

คิดดี ทำดี เชียร์บอลอย่างมีความสุข...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:13:28:43 น.  

 
สามคฺคี วุฑฒิ สาธิกา
ความสามัคคี มีแต่ความเจริญ

มีความสุขกับความสามัคคีในการเชียร์บอลอย่างปลอดการพนัน...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 2 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:44:07 น.  

 
อุชุฌตฺติพลา พาลา
ขุมกำลังของบัณฑิต คือการไตร่ตรองโดยพินิจ

มีความสุขในการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:12:27:40 น.  

 
นินฺทนฺติ ตุณฺหิมาสินํ ......... คนนั่งนิ่ง เขาก็นินทา
นินฺทนฺติ พหุภาสินํ ........... คนพูดมาก เขาก็นินทา
มิตภาณิมฺปิ นินฺทนฺติ ......... แม้แต่คนพูดพอประมาณ เขาก็นินทา
นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต ........ คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก

มีความสุขในชีวิตพร้อมการปล่อยวางสิ่งไร้สาระได้ ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:27:10 น.  

 
น ปเรสํ วิโลมานิ น ปเรสํ กตากตํ อตฺตโน ว อเวกฺขเยยฺ กตานิ อกตานิ จ
ไม่ควรใส่ใจคำแสลงหูของผู้อื่น ไม่ควรแส่มองธุระที่เขาทำและยังไม่ทำ
ควรตั้งใจตรวจตราหน้าที่ของตนนี่แหละ ทั้งที่ทำแล้ว และยังไม่ทำ

มีความสุขกับการเป็นไบ้ หูหนวก ตาบอด ในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:55:41 น.  

 
ละความโกรธได้ ชีวิตมีแต่สุข

สุขกาย เย็นใจ ด้วยความสามารถในการควบคุมโทสะได้ ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 16 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:26:58 น.  

 
ผู้ใดดำรงพรหมวิหารสี่ไว้ได้ ผู้นั้นย่อมพบแต่ความสุขกาย

ขอให้มีความสุขด้วยพรหมวิหารสี่ประจำใจ ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 22 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:35:40 น.  

 
สจฺเจนาลิกวาทินํ
พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง

มีความสุขในการดำเนินชีวิตด้วยคติแห่งการคิดดี-พูดดี-ทำดี ตลอดไป...นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 30 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:20:57 น.  

 
อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ กตปุญโญฺ อุภยตฺถ นนฺทติ
ปุญฺญํ เม กตนุติ นนฺทติ ภิยฺโย นนฺทุติ สุคตึ คโต

ผู้ทำบุญแล้วย่อมยินดีในโลกนี้ ตายแล้วย่อมยินดีชื่อว่ายินดีในโลกทั้งสอง
เขาย่อมยินดีว่าเราทำบุญไว้แล้ว ไปสู่สุคติย่อมยินดียิ่งขึ้น

มีความสุขกับการสะสมบุญในช่วงเข้าพรรษานี้ และตลอดไป..นะคะ




โดย: พรหมญาณี วันที่: 9 สิงหาคม 2553 เวลา:13:49:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

i am_giddy
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add i am_giddy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.