โปรดทราบ กำลังแก้ไขบล็อกอยู่ค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
1 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 

ทำไมค่าเทอม online program ถึงแพง

ทำไมหลักสูตร online program (University of Liverpool) ถึงแพง (เท่า ๆ กับ นักเรียน On campus เลย)

ตอบแบบสั้น ๆ ก่อนคือ เพราะว่าจ้าง instructor จริง ๆ มาสอน สิคะ คนจริง ๆ อะค่ะ ผู้มีความรู้ มีประสบการณ์จริง ๆ แล้วก็ อจ ที่สอนแต่ละวิชา มีโพรไฟล์โชว์ชัดเจนนะคะ สามารถเอาชื่อ นามสกุลไปเซิร์ชได้เลยอะ อย่างล่าสุด อจ ที่มาแทน อจ คนก่อน (เพราะว่า emergency leave) ก็เป็น Dr. (PhD.) สอนอยู่ที่ Brunel London เราก็ interact กับ อาจารย์และกับคลาส ได้ ในโปรแกรมนั้น ๆ คือ เราถามอะไร เพื่อนทั้งชั้นก็จะเห็นด้วย ถ้าเขาเข้าไปดู ฟอรั่ม ที่เราถาม) แหม ก็มันจ้างคนที่ใช้สมองไงคะ มันไม่ใช่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่คิดค้นออกมารอบเดียวแล้ว ก๊อปปี้ (ลิขสิทธิ์) เป็นพัน ๆ หมื่นๆ รอบ เขาก็จ้าง อจ สอนเหมือนกับนักเรียน ออนแคมปัส นันแหละ และ อจ คือ ก็ต้องมีขอบเขตรับผิดชอบชัดเจนอะ อย่างคลาสเรามี 16 คน เราก็มี adviser นะ ไม่ใช่อยู่คนเดียวตัวโดด ๆ แต่จะติดต่อกันทางโปรแกรม แอดไวเซอร์จะโทรมาบ้าง เคยโทรมาทั้งหมดก็ 4 ครั้งอะ เป็นคน whale คนอังกฤษนั่นแหละ แต่อยู่เนเธอร์แลนด์อะ

แหม ไม่ใช่เรียนออนไลน์ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ตรวจงานนะ มีคนสบประมาทอะ เบื่อจริง พวกสบประมาทเนี่ย แล้วก็ไม่ได้เรียนแบบมั่ว ๆ มีคนถามว่า ส่งงานกันทางอีเมล์เหรอ เปล๊า ๆๆๆๆๆ คือทาง มหาวิทยาลัยก็จะสร้างระบบขึ้นมาอะนะคะ ทุกคนก็มีล็อกอิน ก็เข้าไปคุยกับอาจารย์ เพื่อนร่วมคลาสมีอะไรไม่สงสัยก็ถาม ๆ คุย ๆ แชร์ ๆ กันไป ส่งเปเปอร์ทางระบบ ไม่ใช่ส่งอีเมล์นะ ระบบก็จะตรวต plagiarism แล้วก็แจ้งเปอร์เซ็นต์เห็น ๆ เลย แล้ว อาจารย์ที่ตรวจก็จะเช็ค similarity และก็ตรวจจาก content คือจริง ๆ ระบบจะให้ส่งได้ 2 ครั้ง เป็นดราฟท์ครั้งหนึ่ง เพื่อเช็คว่า ทีเราทำมาเนี่ย มัน มี similarity กี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ส่งอันที่เป็นดราฟท์ไปก่อน ถ้า มัเนยอะ ก็ไปแก้ ๆ จากนั้นถึงจะส่งอันที่เป็น ไฟนอล อีกที เปเปอร์  ไม่รับส่งแบบอื่นนอกเหนือจากนี้ ต้องส่งกับระบบ Turintin เท่านั้น เพราะอะไร เพราะว่า คนตรวจงาน มีหลายคน และการออกเกรดแต่ละครั้ง

คือ จริง ๆ เกรดเนี่ย ออกทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 3 รอบ
 1) รายงานของ discussion question (DQ)
2) รายงานของ Hand in Assignment
3) เกรดจาก class discussion

เช่นว่า มี 300 คะแนน อย่างละร้อยอะ ดังนั้น แต่ละอันจะมั่วไม่ได้เลยเพราะมีผลต่อชะตาชีวิตของเรา 5555 ไม่ใช่ว่า รายงาน กับ discuss คิดเป็น 40-40-20 เปล๊า ทุกอัน ร้อยเต็ม คือ มันเป็น discipline control อะค่ะ เพราะว่า ไหน ๆ ก็เรียนออนไลน์แล้ว discipline สำคัญมาก ๆ ไม่อย่างนั้น เขาจะคอนโทรล นักเรียนได้ไง ไม่ใช่ว่า โยนหนังสือมาให้อ่าน แล้วสอบเก็บคะแนนเป็นเดือน ๆ ซักหน่อย เปล๊า ๆๆๆๆๆๆ คือถ้าเขาไม่กระตุ้น นักเรียนก็อาจจะเพิกเฉย ๆ ไม่สนใจบ้าง เฉือย ๆ ชา ๆ เอ๊ะ นี่เราทำอะไรอยู่ เอ๊ะ เอาไว้ก่อน ก็ได้ เดี๋ยวค่อยทำ มันก็จะ ไม่ effective อะค่ะ ก็เลยต้องกำหนดให้ส่งงานถี่มาก ๆ นี่ก็นอนเที่ยงคืนทุกวันเป็นเวลามาตรฐานนอกจากเหนื่อยจริง ๆ อะ

เรื่องการคุย การส่งงานกับ อาจารย์ก็เหมือนกัน อย่าบอกนะว่า มหาวิทยาลัย ออนแคมปัส เขาไม่ทำอย่างนี้ เดี๋ยวนี้เมืองนอกหลาย ๆ ที่เขาก็ใช้เทคโนโลยี่ทั้งนั้นแหละ นอกจากนั้นก็เป็นค่า ห้องสมุดอะค่ะ คือ การเรียนออนไลน์เนี่ยไม่ใช่ว่า มหาวิทยาลัยส่งหนังสือมาให้ อ่านตามนั้น แล้วไปสอบนะ ของ ยู ลิเวอร์พูลไม่ใช่อะ คือ มันก็เป็นห้องสมุด Electronic ที่ (บังคับ) นศ ให้ไปหา แหล่งข้อมูลมาอ้างอิง เวลาส่งเปเปอร์แต่ละวีค วีคละ 2 ครั้ง รวม discussion with class อีก 3-5 ครั้งเป็นอย่างน้อย การ discussion จะมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ไม่ได้ เพราะว่าเก็บคะแนนเป็นเกรดหมด จะแค่ I think , I agree with you, it is good idea blab la ก็ 0 สิคะ การจะโพสท์ discussion แต่ละครั้งต้อง หา empirical study / research มาอ้างอิงเสมอค่ะ ถ้าจะค้นจาก อินเตอร์เน็ททั่วไป ก็ต้องเป็นแหล่งที่น่าเชื่อถือจริง ๆ เช่น คนเขียนเป็น อจ ของมหาวิทยาลัยที่ดัง ๆ แม้แต่ business consultant ยังไม่ น่าเชื่อถือพอเลย แต่เราก็ใช้นะ 5555

เดี๋ยวนี้ เทคโนโลยี่มันมีบทบาทเยอะอะค่ะ มันไม่ใช่เหมือนสมัยก่อนที่จะต้องไปห้องสมุดแล้ว ไปยืมหนังสือมา 10 เล่ม เพื่อที่จะมาทำวิทยานิพนธ์ (อะ ง่าย ๆ ทำรายงานก็ได้) แม้แต่นักเรียน ออนแคมปัสเอง ก็สามารถ Access library online ได้จากที่บ้าน ใครอยากปรีนท์ เก็บไว้เป็นเล่ม ๆ ก็ทำได้ (ที่เราเคยปรีนท์เป็นเล่มก็ หนังสือพวก ธุรกิจ มี ISBN อะไรทุกอย่าง มันอาจจะไม่ได้ทุกเล่มนะ แต่แบบว่าหนังสือต้อง มีการ ตกลงกันกับผู้เขียน ผู้ถือลิขสิทธิท์ ด้วยว่า จะออกเวอร์ชั่น ออนไลน์ เวลาปรินท์ก็จะมีลิงค์ของแต่ละ chapter ไป แล้วเวลาเราอ้างอิง เราก็ต้องอ้างอิงอยู่แล้วว่ามาจากฉบับออนไลน์

คนเรียน ป โท ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่ว่า การ cite เวลาเราจะเขียนเปเปอร์อะ เขาจะเน้นมาก อจ จะแนะนำให้นักเรียน หาแหล่งอ้างอิง อ่านจากห้องสมุดมากกว่าเพราะว่า จะมี academic journal เยอะ มันเป็นการเรียนรู้ในตัวว่า เขาเขียนกันอะไรยังไง จะได้ซึมซับไปทุกวัน ๆ ไม่ใช่อยากจะเขียน ตามใจตัวเองก็ได้ เพราะว่า การเสนอความเห็นเชิง วิเคราะห์มันก็ต่างกับความคิดเห็นทั่วไปอะเนอะ คงเข้าใจ ยิ่งถ้า cite from WIKIPEDIA นี่ weak สุด ๆ อะ คือ หลักสูตรเมืองนอกเนี่ย (คิดว่าหลักสูตรไทยก็เหมือนกันแหละ) จะเน้นเรื่อง Academic integrity & Plagiarism ใช่เปล่าคะ แบบว่า การที่คน ๆๆ นั้นจะเขียนหนังสือ เขียนบทความซักอัน แล้วได้รับการตีพิมพ์ เขาก็ต้องกลั่นกรองมาจากความคิด ความรู้ การหาข้อมูลของเขา ประมาณนั้น เราก็ต้องให้เกียติกับ เจ้าของความคิดอะ แล้ว วิกิพีเดีย กรณีคุณจะอ้างอิง คุณต้องหาให้ได้ว่า ใครเป็นคนโพสท์ข้อความนั้น ๆ

แล้วหนังสือเนี่ยเรียนมาจากไหน คือว่าก่อนที่เราจะเริ่มเรียนวิชาไหน ๆ อจ ที่ปรึกษาจะส่งรายละเอียดมาให้เราก่อน ซึ่งเราสามารถสั่งซื้อจาก มหาวิทยาลัยก็ได้ แต่ ซื้อจาก อีเบย์ หรือ อาเมซอน จะถูกกว่า ส่วน weekly reading เยอะมากอะค่ะ เยอะสุด ๆ จากหนังสือ ก็ 40-70 หน้าภายในเวลา 3 วันแล้ว (และเอาไปใช้ในการ discuss ด้วย) อย่างคลาสนี้ใช้หนังสือของ Child John (2004), Organization: Contemporary Principle and Practice แล้วก็หนังสือของ Robert (2004) The Modern Firm อะค่ะ ที่หน้าปกสีส้มดำอะค่ะ แล้วก็ มี Journal ประจำวีค อีก ที่พวก อจ สอนบริหารที้งหลาย หรือที่ปรึกษาองค์กรใหญ่ๆ เช่น โรลส์รอยซ์ ไอบีเอ็ม ซึ่งเขามักจะจ้าง อจ สอน บริหารจากมหาวิทยาลัย ที่ดังๆ ไปเป็นที่ปรึกษาองค์กรให้ด้วย เพื่อบริหารคน ธุรกิจ รวมทั้งต้องไปหาอ่าน Academic journal เช่น กำหนดมาเลยว่า วีคนี้ เปเปอร์ 2 ให้ไปอ่านเรื่อง Incentive ที่ Gibbon R. เขียน) แล้วก็เอามาทำการบ้านส่ง ตามโจทย์นี้ มีบังคับให้อ่านทุกอาทิตย์ (เพราะว่าต้องทำการบ้านส่ง สรุปก็อ่านวีคหนึ่งก็จะเป็น 100 หน้ามั้ง เพราะว่าพวก academic journal ก็ 15-20 หน้าไปแล้ว เรื่องที่ดัง ๆ เพราะว่ามาเจอเวลาที่หาข้อมูลเพิ่มเติม อย่างเคส ของ Rolls-Royce ก็ดังมากนะ เรื่อง ERP แล้วก็บทความของ A. Nalder & M. Tushman อะ

แล้ว DQ มันก็ไม่ได้ถามตรง ๆ อะ อย่างวีคล่าสุด อ่านหนังสือของ Child J เรื่อง outsourcing, virtual organization, MNC, Cross-Border organization , Strategic Alliance และเขาจะถามว่า Strategic alliance ถือว่า เป็น Hybrid Organization ได้อย่างไร อะไรคือ significant แล้วก็ให้ยกตัวอย่างจากบริษัทจริง ๆ จะเอาประสบการณ์ตัวเองหรือ บริษัทที่รู้จักกันทั่วไป ก็ได้ เช่นพวก Disney, Apple, Samsung, Roll Royces, Microsoft อะไรทำนองนี้

เขาไม่ถามหรอกว่า อันนี้คืออะไรให้อธิบาย อะ แต่คำถามเขาจะซับซ้อนมาก แล้ว เรากับคลาส (มี 16 คนนะ วิชานี้ ต่อ อจ 1 คน และคนตรวจเปเปอร์ เรียกว่า Grader อีก 3 คน ตามที่เห็นใน ระบบ แต่คนที่เราคุยด้วยบ่อยสุดก็คือ อจ นั่นแหละ) แล้วเราจะไม่รู้เลยว่า เพื่อนร่วมคลาสของเราแต่ละคนจะเขียนอะไรมาส่ง (รายงานที่ส่งประจำวีค จะอยูที่ 500 – 100 word) แต่ เขาบอกเลยว่า เกรด ไม่ใช่อยู่ที่ quantity of word, but it is about quality

แล้วทีนี้ วิชา บริหารมันยากตรงไหน คือ เหมือนว่าเป็นวิชาที่ง่าย ๆ นะ มันไม่ยากเหมือน วิศวะ วิทยาศาสตร์อะไรอย่างนี้ แต่มันอยู่ที่การ generate idea ซึ่งจะใช้สกิลในการเขียนมาก ๆๆๆๆ อะค่ะ มีเพื่อนรวมคลาสคนหนึ่งเป็นคนอังกฤษ แต่อยู่อเมริกานะ โห ทำไมเรารู้สึกว่า งานเขียนของเขาเป๊ะทุกอัน ไม่ใช้ว่าเขียน ถูกแกรมม่าร์นะ เหอ เหอะ อันนั้นเด็ก ๆ ไปเลย คือเป็น A must ที่ต้องเขียนให้ถูกแกรมม่าร์อยู่แล้ว ภาษาเขียนชัดเจนอยู่แล้ว แต่เพื่อนคนนี้ Elaborate ideas ได้ ดีมาก ๆ อะค่ะ คือ เราอ่านของเราที่เราเขียน และของเพื่อนร่วมคลาสคนอื่น ๆ เรารู้เลยว่า คนนี้มีการจัดเรียงระเบียบความคิดแล้วถ่ายทอดออกมาได้ดีมากอะ คนนี้เขาเป็น HR อยู่บริษัท Flexjet ที่ Texas อเมริกานะคะ

คือ สกิลการเขียน กระบวนการเรียบเรียงความคิดแล้วถ่ายทอดออกมาให้ชัดเจนสวยงาม นี่มันต้องใช้เวลานะคะ ในคลาสก็มีหมอ 3 คน มีวิศวกร มีคนทำงานมหาวิทยาลัย คนทำงานโรงพยาบาล แต่กระนั้น คนที่เป็นหมอ ถ่ายทอดไอเดียออกมาไม่ได้เป๊ะ ออกจะหยาบ ๆ แบบ rough ด้วยซ้ำไป (แก อาจจะยุ่ง) ที่สังเกต มียัย นิกกี้ นี่แหละ เรียบเรียงไอเดียได้เจิดสุด อันนี้เรานับเรื่องการเสนอไอเดียนะ ไม่นับแล้วว่า ภาษาเริ่ดไหม ถูกแกรมมาร์รึเปล่า

ปกติ การที่เราเขียนอะไรส่งโดยทั่วไป เราก็ต้องอ่านแล้วอ่านอีก ให้เพื่อนคอมเมนต์แล้วคอมเมนต์อีก แก้แล้วแก้อีก แต่ทีนี้คือ ทุกคนมีเวลาเท่ากันอะ แต่คนที่ทำได้ดีที่สุด ก็คือคนที่มีมีควาสามารถในการจัดเรียงไอดียได้เป็นระเบบนั่นแหละ ซึ่งนักเรียน วิศว ป โท อาจจะทำไม่ได้นะ แบบให้เวลา 3 วันรวมทั้งค้นคว้าข้อมูลอะ เพราะว่าโจทย์มันไม่ได้ให้คำถามมา 10 ข้อแล้วเขียนตอบ แต่มันแบบให้แสดงว่า คุณรู้อะไรบ้าง คุณเข้าใจอะไรบ้าง ในคอนเซปท์ที่เขาต้องการสอนคุณประมาณนี้ บางทีเราว่าเราเขียนครอบคลุมแล้วนะ แต่เจอคนอื่นเขียน เฮ้ย เราตกโน่น นี่นั่นไปตั้งเยอะ

การ discuss ก็ไม่ต้องทำตรงกันค่ะ ไม่ต้องออนไลน์ตรงกัน แต่ทุกคนต้องมี discuss ในเปเปอร์ที่เพื่อน ๆ ร่วมคลาสกันนี่แหละส่งไป ต้องตั้งคำถามต่อแบบ insightful อะ และต้องมีแหล่งอ้างอิง ที่น่าเชื่อถือได้ ซึ่งก็มักจะเป็นหนังสือ หรือ academic journal นั่นแหละ ดังนั้น แม้แต่จะเขียน comment เพื่อ discuss ยังต้องหาข้อมูลเลยอะ แง แง ๆๆๆ

เล่าให้ฟังแค่นี้ก่อน ไปอ่าน เจอร์นอล ต่อแล้วววว




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2555
10 comments
Last Update : 1 พฤษภาคม 2555 19:18:50 น.
Counter : 3526 Pageviews.

 

อย่างนี้นี่เอง

 

โดย: pink.roof 2 พฤษภาคม 2555 2:31:02 น.  

 

ผมก็สนใจอยากเรียน online เหมือนกันครับ อยากทราบว่าค่าเรียนปีละเท่าไหร่ครับ

 

โดย: Art IP: 125.25.21.153 27 พฤษภาคม 2555 3:27:38 น.  

 

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลที่มาแชร์ ค่ะ อยากเรียนบ้างเหมือนกัน ขอทราบค่าเทอมด้วยคนนะคะ

 

โดย: An IP: 182.52.139.205 4 กรกฎาคม 2555 20:50:24 น.  

 

พอทราบคร่าวๆ แล้วเรื่องค่าเทอม :) ย้อนกลับไปอ่าน หัวข้อก่อนหน้านี้มา :) ทีนี้อยากทราบว่า ที่บอกว่า ต้อง discuss กันเรื่อง paper นี่ ต้อง พูดจริงๆ มั้ยค่ะแบบว่า ประชุมคอนเฟอร์เรน ทำนองนั้น หรือว่าแค่ chat กัน
คือ ค่อนข้างมีปัญหากะการฟัง แต่ถ้าอ่านหรือเขียนได้อยู่ ค่ะ รบกวนแนะนำด้วยค่ะ

 

โดย: An IP: 182.52.139.205 4 กรกฎาคม 2555 21:19:22 น.  

 

แหะ ๆๆๆๆๆ โทษทีนะคะ นาน ๆ เพิ่งเข้ามาบล็อก

ที่เราบอกว่า class discussion คือ เราต้องอ่าน เปเปอร์ของเพื่อนค่ะ คลาสจะมีประมาณ 15-16 คน ต่อวิชา เราก็ต้องอ่าน ๆ แล้วเลือก discuss หัวข้ออะไรก็ได้ที่ครอบคลุมอยู่ใน วิชานั้น ๆ ณ อาทิตย์นั้น ต้องโพสท์อย่างต่ำ 3 โพสทค่ะ แล้วไม่ใช่ โพสท์ อะไรก็ได้ คือ สิ่งที่เขียนไปต้อง insightful และ ก็มีแหล่อ้างอิง ที่เชื่อถือได้ ห้ามอ้างจากวิกิพีเดีย เด็ดขาด ไม่นับ

ส่วนใหญ่ก็ต้องหาแหล่งอ้างอิงจาก academic journal ทั้งนั้นแหละ (หาจากห้องสมุดออนไลน์นั่นแหละ เข้าได้ของทั่วโลกอยู่นะ) ไม่ต้องมีการ ออนไลน์แชท หรือต้องว่างตรงกันค่ะ

อย่างบางคน วันเสาร์อาทิตย์เข้าไม่เข้าคลาสเลย (คำว่า เข้าคลาส คือ ล็อกอินหน้าคอมพ์แล้วเข้ามาดู blackboard ว่ามีความเคลื่อนไหวอะไรยังไงบ้าง) แต่ following discussion เนี่ย มีเดดนไลน์คือ ต้องดโพสท์ไม่เกินวันพุธ

แต่ วันพุธ ก็ต้องส่ง เปเปอร์ที่เป็น weekly article อีก ซึ่งต้องอ่านเป็น 20-30 หน้า แล้ววิเคราะห์ ดังนั้น เราก็จะรีบอ่าน เปเปอร์เพื่อน แล้วรีบชิ่ง ตั้งประเด็นก่อน เพื่อให้มันครบ 5 โพสท์ 5555 (แต่ อจ ก็เน้นนะว่า คะแนน อยู่ที่ quality of content / not Quantity)

 

โดย: Freedom of Life 4 กันยายน 2555 20:50:31 น.  

 

ตลอดหลักสูตร ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คะ

 

โดย: Mukky IP: 2.50.206.134 11 ธันวาคม 2555 18:40:56 น.  

 

เปิดรับสมัครช่วงเดือนไหนเหรอครับ แล้วเปิดเทอมเดือนไหนครับ?

 

โดย: Bear IP: 14.207.191.62 19 สิงหาคม 2556 22:11:59 น.  

 

สนใจการเรียนonlineที่อังกฤษค่ะอยากทราบว่าใช้เวลานานเเค่ไหนสำหรับป.โทเเละค่าใช้จ่ายเท่าไรคะ

 

โดย: applepie IP: 27.55.35.192 21 มีนาคม 2557 15:38:31 น.  

 

สนใจการเรียนonlineที่อังกฤษค่ะอยากทราบว่าใช้เวลานานเเค่ไหนสำหรับป.โทเเละค่าใช้จ่ายเท่าไรคะ

 

โดย: applepie IP: 27.55.35.192 21 มีนาคม 2557 15:38:32 น.  

 

อยากทราบว่าค่าเรียนปีละเท่าไหร่ครับ ผมสนใจเรียนครับ

 

โดย: sittha IP: 192.99.14.34 29 พฤษภาคม 2558 11:57:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Freedom of Life
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์เรื่องราวและภาพถ่ายที่ปรากฏทั้งหมดในบล็อกนี้ ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของบล็อก โปรดให้เครดิตกับเจ้าของบล็อกหากต้องการให้เพื่อน ๆ ของท่านรับทราบเรื่องราวหรือรูปภาพทั้งหมดที่ปรากฏในบล็อคนี้
free counters table {background-color: transparent;border-style: none;border-spacing: none;}TD {border: none;border-color: none;background: none;}
Friends' blogs
[Add Freedom of Life's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.