ริมหาด พรายทราย ฟองคลื่น จิบกาแฟ ริมหน้าต่างข้างๆ สวน
...สตูดิโอริมหาด...
Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
17 กันยายน 2555
 
All Blogs
 

จากฟากฟ้าสุราลัย...สู่แดนดิน บทที่ 20 "อุปริยา"











จากฟากฟ้าสุราลัย....สู่แดนดิน "อุปริยา"



....ฉันจะตามไปทั่วฟ้า ทั่วจักรวาลผ่านพื้นผิวแห่งทุกดวงดาว
สุดฟ้าสุราลัย สุดขอบแห่งห้วงมหรรณพ
ขอเพียงแต่ให้เธอรอฉันอยู่ เพื่อพบพาน.......

************************************************


บทที่ 20



อธิปยังคงค่อนข้างมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นที่สุด ชั่วชีวิตของการดำน้ำ ตั้งแต่เรียน ฝึก และท่องล่องไปตามกระแสของน้ำทะเล แม้ว่าเขาอาจจะไม่คุ้นเคยกับการดำน้ำในมหาสมุทรใหญ่ๆ มาก่อน แต่การดำน้ำในทะเลเปิดใหญ่ๆ เขาก็ผ่านมาหมดแล้ว แต่ครั้งนี้เล่นเอาเอาเขาแทบช็อคอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

มันเหมือนตัวเองอยู่ในเครื่องปั่นขนาดใหญ่ กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว แล้วม้วนตัววนไปมา เหมือนมีกระแสะลมดูดอันรุนแรง สิ่งที่เขาจำได้คือโพรงน้ำขนาดใหญ่ที่ดูดลากตัวเขาเข้าไป เขาพยายามมองหาคนอื่นๆ แม้แต่ชนิกรรดาที่ว่ายมาข้างๆ เขาก็แทบมองไม่เห็น มีเพียงพรายน้ำ เศษทราย เศษพืชใต้น้ำกระจัดกระจายจากน้ำที่เคยใสๆ กลายเป็นน้ำขุ่นคลั่ก

เขามารู้สึกตัวอีกที ก็ถูกลากซัดเข้ามาเกยอยู่บนเนินทราย ภายใต้โพรงถ้ำหินที่กว้างพอสมควร สิ่งแรกที่เขามองหาด้วยสัญชาตญาณคือชนิกรรดา และเพื่อนร่วมทีม มากกว่าการสำรวจตรวจพื้นที่รอบบริเวณ

“โอเคนะคุณอธิป”

เขาเห็นสัญญาณมือของเปเรส ที่ยืนอยู่ก่อนหน้าบนเนินทรายไม่ห่างจากจุดที่เขายืนสักเท่าไร ไม่ถึงชั่วอึดใจชนิกรรดาก็ถูกซัดตามเข้ามา อธิปตรงเข้าช่วยประคองให้ชนิกรรดาลุกขึ้นมาจากน้ำ ทั้งสามคนถอดหน้ากากออกแทบจะพร้อมๆ กัน

“ไม่น่าเชื่อว่าผมจะเจอเข้ากับตัวเอง ได้ยินแต่คนเคยพูดกัน”

เปเรสรำพึง ขณะพยายามมองกลับไปที่ห้วงน้ำอีกครั้ง

“มันคืออะไรกันแน่ครับ น้ำวนหรือ”

อธิปถามพร้อมกับช่วยชนิกรรดาถอดอุปกรณ์เครื่องหลังออก ในขณะที่เปเรสช่วยถอดของอธิป และอธิปขยับมาช่วยเปเรสอีกครั้งหนึ่ง ทั้งหมดถอดตีนกบออกเกือบพร้อมๆ กัน

“จะเรียกว่าน้ำวนก็ได้นะ แต่ส่วนใหญ่เท่าที่เคยได้ยิน หากเป็นภูเขาไฟใต้น้ำ หรือเป็นโพรงถ้ำใต้น้ำ มักมีจังหวะของอากาศเข้าไปแทนที่น้ำ มันเลยกลายเป็นเหมือนเครื่องดูดอากาศขนาดใหญ่ ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนกะทันหัน หรือไม่ก็อาจมีอาฟเตอร์ช็อคใต้น้ำ...”

“มิสเตอร์วาสโกดาล่ะ...นี่เราหลุดมาแค่สามคนหรือคะ”

ชนิกรรดาเอ่ยปากถาม ขณะพิงถังออกซิเจนไว้ข้างๆ ผนังถ้ำ พร้อมกับถอดชุดดำน้ำออก ให้เห็นชุดว่ายน้ำแบบเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้น

“น่าจะเป็นอย่างนั้นนะผมว่า จังหวะผลักของน้ำคงซัดตีวาสโกดาออกไป ไม่ได้อยู่ในศูนย์กลางของน้ำวนเหมือนพวกเรา”

“เราจะกลับไปทางเก่ามั้ย”

อธิปเอ่ยปากถาม เมื่อเห็นเปเรสเดินกลับมาจากบริเวณที่เป็นน้ำ พร้อมกับถอดชุดดำน้ำออกบ้าง

“ผมว่าอาจยากนะ ดูจากลักษณะของน้ำที่หยุดสำลักตั้งแต่ซัดคุณ และมิสชนิกรรดาเข้ามาแล้วก็กลายหยุดเงียบ เป็นน้ำนิ่งๆ แต่ยังขุ่นคลั่ก คงลำบาก ตรงนี้น่าจะเป็นเหมือนตาน้ำในถ้ำมากกว่า”

“งั้นเราคงต้องเดินหน้าต่อไป”

อธิปพยายามพูดเพื่อกำลังใจที่ดีขึ้นขณะที่ตัวเองถอดชุดสีดำตามคนอื่นๆ เปเรสยืนท้าวเอวและมองไปรอบๆ
ชนิกรรดาเงยหน้าขึ้นข้างบนที่แลดูไกลลิบ แสงสว่างลอดช่องลงมาจากโพรงเล็กมากกว่าเป็นปากถ้ำ อากาศรอบบริเวณไหลเวียน อธิปพยายามตั้งคำถามในใจ เขารู้ดีว่าชนิกรรดาย่อมรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่คงเป็นพิรุธและตั้งคำถามมากมายให้กับเปเรส

ชนิกรรดาหยิบเข็มทิศออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พยายามทำทุกสิ่งให้เหมือนปกติ และเหมือนเป็นการตอบคำถามของอธิปที่กำลังกังวลใจอยู่

“หากเราหาทางเข้าไปด้านใน หรือขึ้นไปถึงด้านบนได้ เราคงพบคนอื่นๆ หรือหาทางติดต่อกับพวกเขาได้นะคะ เพราะจากแผนที่ที่จำได้ เราน่าจะเข้ามาอยู่ด้านในของภูเขา...ภาวนาให้มีทางออกแล้วกันค่ะ ไม่ใช่แค่ปล่องซอกโพรงถ้ำ”

เปเรสพยักหน้า เปิดกระเป๋าเอนกประสงค์ แล้วหยิบรองเท้ายางแบนๆ ออกมาสวม พร้อมเอ่ยถึงส่วนงานใต้ดำของเขาในองค์กรร่วมของอาจารย์ภาณุอย่างชื่นชม

“ผมชอบกระเป๋าวิเศษพวกนี้จริงๆ มีทุกอย่างพร้อม อย่างน้อยก็มีอาหารแคปซูลอีกต่างหาก...ผมรักนารัน”

ของทันสมัยหลายอย่างถูกบรรจุในกระเป๋าอเนกประสงค์ ครั้งแรกที่อธิปเห็นยังอดคิดไม่ได้ว่าอย่างกับกระเป๋าของหน่วยปฏิบัติทางทหารบวกกับกระเป๋าขององค์การนาซ่า จนเหมือนกระเป๋าวิเศษของโดเรมอนจริงๆ แต่สิ่งที่อธิปชอบมากกว่าคือ สายรัดข้อมือที่บ่งบอกถึงความมีชีวิตของทุกๆ คนยังทำงานดีอยู่ เขาเชื่อว่ากลุ่มคนอื่นๆ คงจะจับสัญญาณที่ตั้งการเคลื่อนไหวของเขาพวกได้ และนั่นหมายความว่า ทีมด้านบนคงต้องหาทางมาพบกับพวกเขาในไม่ช้านี้ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นอักโขทีเดียว

“ผมเชื่อว่าเราคงต้องพบกับพวกเขาที่เส้นทางเข้าสู่อนินตระปุราอย่างแน่นอน”

เปเรสก้าวเดินนำหน้า พร้อมด้วยความเชื่อมั่นของทุกๆ คน ที่ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นผู้พลัดหลงหรือสูญหายออกจากทีมแต่อย่างใด



วิษุวัตใช้เวลาช่วงดึกกับการวางโครงเสก็ตด้วยมือ แม้ว่าโปรแกรมวาดรูปคอมพิวเตอร์จะช่วยให้งานร่างภาพเมืองโบราณ และสถาปัตยกรรมเก่าๆ จะช่วยซ้อนภาพให้ง่ายขึ้นก็ตาม อาจเป็นเพราะความที่ชอบวาดรูปเป็นทุนอยู่แล้วนั่นเอง

เขาตั้งใจร่างภาพประตูผาหินของอนินตระปุราคร่าวๆ แม้มันจะยังต่างจากสภาพเดิมที่ยังไม่มีใครรู้และยังไม่มีหลักฐานมากพอให้ระบุวาดออกมาได้ แต่เขาก็อยากทำอะไรเล่นทดแทนความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น ในขณะที่หลายคนในทีมกำลังนอนหลับ เขายังคงเฝ้ามองเครื่องส่งสัญญาณเล็กๆ ตรงหน้า ที่แสดงถึงจุดสัญญาณชีพของทุกคนยังชัดเจนดีอยู่

และแล้วแนวเส้นดินสอเริ่มไล้ไปบนแผ่นกระดานก็เปลี่ยนไป ราวกับว่าดินสอมีจิตใจของตัวเอง และภาพนั้นก็เป็นดวงหน้าของชนิกรรดา วิษุวัตถอนหายใจ ความผูกพันของเธอช่างเริ่มมีอยู่มากมายในความรู้สึก เธอจะรู้สึกอย่างที่เขารู้สึกบ้างไหม เขาอยากให้เธอรับรู้ถึงความรู้สึกห่วงใยที่เขามีต่อเธออย่างเหลือเกิน



บางความรู้สึกของอธิปบอกกับตัวเองว่า ท่าทีตื่นเต้นของชนิกรรดาเปลี่ยนไปมากๆ ยิ่งตั้งแต่ลงน้ำ บางความคิดอาจเป็นได้ว่า เธอต้องห่างจากวิษุวัต แต่ความรู้สึกส่วนใหญ่เป็นเพราะอนินตระปุรา

บางครั้งก็เหมือนเธอกระตือรือร้นที่จะทำงาน แต่บางครั้งเธอก็แสดงอาการเหนือยๆ เหมือนลังเลไม่อยากจะทำเหมือนเช่นในขณะนี้ เขารู้สึกเหมือนชนิกรรดาเดินอย่างเซ็งๆ มากกว่า การเดินด้วยรองเท้ายางที่มันทำให้เท้าข้างในของเขาลื่น ๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก็ดีกว่าการย่ำเท้าเปล่าไปตามแง่งหิน

เป็นไปได้มั้ยว่า เธอกำลังกลัวว่าภารกิจเหล่านี้จะสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว อธิปเชื่อมั่นว่าเทวีองค์เก่งอย่างชนิกรรดา คงไม่ได้กลัวการเผชิญหน้ากับความยากลำบากของภารกิจ และคงไม่ใช่การต้องต่อสู้กับพวกเหล่ามาร แต่สำหรับเธอน่าจะเป็นการสิ้นสุดของภารกิจมากกว่า

เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ มันก็ทำให้เขาอดใจหายไม่ได้เช่นกัน...

แต่นั่นแหละมันยังไม่ได้เริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ อธิปพยายามแอบคิดเงียบๆ ไปในระหว่างที่เดินไปตามช่องหิน ความเย็นเฉียบของบรรยากาศรอบตัวทำให้รู้สึกโหวงเหวงอยู่ไม่น้อย แต่บางความรู้สึกก็ช่างเป็นความอบอุ่นที่ยากจะอธิบายจริงๆ มันช่างแก้ยากเสียเหลือเกินสำหรับนิสัยช่างคิดของเขา กับหลายหลากสิ่งที่เขายังต้องคิดมากมาย

ชนิกรรดาส่ายหน้า ย่นหน้าใส่อธิป ก่อนจะสาวเท้าให้เดินเร็วขึ้นไปประกบกับเปเรส อย่างน้อยในคราวนี้เขาก็ไม่โดนเธอเอ็ด ความคิดของเขาจึงไหลเลื่อนไปต่ออย่างช่วยไม่ได้เสียจริงๆ

เป็นไปได้อีกหรือไม่ว่า เหตุการณ์เมื่อครู่เป็นผลจากการกระทำของฝ่ายมาร ที่จะขัดขวางภารกิจในครั้งนี้ หรือจงใจแยกชนิกรรดาให้ห่างจากวิษุวัต หรือเป็นการกระทำของฝ่ายเทพที่จะรั้งเวลาออกไปให้พอดีกับเหตุการณ์เบื้องหน้าตามกำหนดเวลาของเทวสภา

อธิปคิดไปก็ไม่มีคำตอบ เขาส่ายหน้ากับความช่างคิดของตัวเอง ก่อนสาวท้าวเดินไปให้อยู่ในจังหวะเดียวกัน คิดมากไปตอนนี้ก็ปวดหัวดีแท้ๆ



หลังจากที่ปีนป่ายเพียงนิดเดียว ก็มาถึงหน้าโพรงหินที่มีแสงสว่างลางๆ เข้ามา ทางเดินข้างหน้าเหมือนการไต่ขึ้นภูเขา แต่กลับเป็นทางชันเดินทางขึ้นที่สูง น่าแปลกที่มันเป็นการเดินสบายๆ โดยไม่ต้องปีนเขา เพียงแต่เป็นการเดินในโพรงช่องภูเขาแคบๆ แต่ในบางช่วงต้องก้มตัวต่ำ ๆ แต่ดีหน่อยที่ยังไม่ต้องถึงกับการคลานลอดตัวให้ลำบาก แต่ก็ยังเป็นทางเดินคดวนเวียนภายในถ้ำ

บางช่วงก็มืดมีแสงรำไรแต่ก็ไม่สว่างจ้า หรือมืดทึบจนมองสิ่งรอบตัวไม่เห็น มีเสียงน้ำหยดเป็นระยะให้ได้ยินก้องเป็นเพื่อนตลอดเส้นทาง แทบไม่น่าเชื่อว่ากลุ่มของเขาจะเดินอยู่ในภูเขา เขาอดมองความงดงามตามธรรมชาติภายในถ้ำที่มีหินงอก หินย้อย เป็นแท่งประกายราวกับเพชรและอัญมณีที่แวววาว

ยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ เกือบครึ่งชั่วโมง กระแสลมอ่อนเริ่มพัดวนเวียนเข้ามาให้รู้สึกได้ ทำให้อากาศไม่อับชื้นจนเกินไป

“เราผ่านช่วงนี้ แล้วตามแสงออกไป น่าจะไปถึงสักที่ที่บรรจบกับทางทีมข้างบนนะผมว่า”

เปเรสเอ่ยด้วยเสียงดังพอสมควร มันก้องดังสลับไปสลับมา ก่อนหันมากระซิบถามชนิกรรดาด้วยความเอื้ออาทร

“อยากพักมั้ยมิส”

“ไม่เป็นไรค่ะ ยังเดินไปได้อีกไกล รอหาที่เหมาะๆ พักดีกว่าค่ะ”


อธิปรู้สึกประหลาดใจทางเดินในภูเขาเริ่มวกวน ย้อนกลับไปกลับมาในบางช่วง แต่ก็ยังมีทิศทางและแสงให้เดินต่อไปได้เรื่อยๆ เช่นเดียวกับเข็มทิศก็ยังคงบอกทิศทางที่บ่ายหน้าตรงไปทางทิศเหนืออย่างปกติ แม้จะมีเฉียงไปบ้าง เหมือนเป็นทางเดิน บางช่วงก็เป็นพื้นเลียบ ราวกับเคยเป็นทางเดินของน้ำ มีร่องรอยความชื้นของน้ำไปตลอดเส้นทาง ผนังหินมีตะไคร่น้ำจับอยู่โดยรอบ เสียงน้ำที่แว่วให้ได้ยินในตอนแรกเริ่มดังชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

นาฬิกาที่ข้อมือของทุกคนบอกเวลาใกล้จะหกโมง แสงสว่างที่ส่องเข้ามาเริ่มหายไปทุกขณะ จนเปเรสต้องเร่งแสงจากไฟฉายที่คาดอยู่บนศีรษะ

“หากมืดมากกว่านี้เราคงต้องหยุดพัก”

เปเรสเป็นหัวหน้าทีมไปโดยปริยาย อธิปและชนิกรรดาพยักหน้า ทั้งสามคนยังคนเดินหน้าต่อไป ทางเดินเริ่มชันและแคบมากขึ้น หลายครั้งที่ต้องใช้ผนังถ้ำเป็นเครื่องเกาะยึดเพื่อจะเหวี่ยงตัวขึ้นมา เสียงน้ำดังขึ้นจนอธิปเริ่มรู้สึกว่าน่าจะเป็นน้ำตก

และเป็นจริงอย่างที่อธิปคาดคะเน ช่องหลืบโตรกเบื้องหน้าเป็นสายน้ำตกขนาดย่อมๆ ทั้งหมดค่อยๆ เลื่อนตัวเองออกมาจากโพรงหิน โพรงด้านบนเป็นปล่องที่เหมือนไกลสุดสายตา แนวหินแทบไม่ต้องคิดถึงการไต่ขึ้นหรือลงด้วยตัวเปล่า เบื้องล่างเป็นแนวทรายละเอียดและก้อนหิน ตรงกลางเหมือนสระน้ำขนาดปานกลาง มีท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ แสงสว่างเริ่มจางหายไป อากาศเย็นเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว

“เราคงต้องพักกันที่นี้ หาอะไรทาน เสียดายที่จุดไฟกองใหญ่ไม่ได้ แต่ไฟจากกระป๋องเล็กรวมๆ กัน เราคงอยู่ได้จนเช้า”

ชนิกรรดาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ อธิป หญิงสาวไม่มีอาการอ่อนเพลียหรืออ่อนล้าแม้แต่น้อย เปเรสรู้สึกทึ่งและออกปากชม ในขณะที่ขาของเขาเริ่มตึง การเดินในช่องหินนั้นไม่น้อยไปกว่าสามหรือสี่ชั่วโมง อธิปเองก็เช่นกันที่ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นทรายเริ่มเหยียดขา แน่ละเขาไม่มีพลังแฝงแบบชนิกรรดานี่นา อย่างน้อยเปเรสก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก แม้จะออกปากชมก็ตาม

“มิสเหมาะกับการเป็นนักสำรวจ นักเดินทาง มากกว่านักข่าวนะนี่ แข็งแรง อดทน และมีสติที่ดีมากๆ ทีเดียว”
อธิปรื้อกระเป๋ามหัศจรรย์ของตัวเอง หอบเอาไฟกระป๋องเล็กๆ ที่มีอยู่สามใบ ออกมากองรวมกับของทุกๆ คน เปเรสจุดไฟหยิบอาหารซองมาอุ่นด้วยความชำนาญ และแจกจ่ายให้ทั้งสองคน อธิปไม่อยากรู้ว่ามันเป็นอะไร เพราะรู้ดีว่าอาหารพวกนี้มันช่างมีรสชาติกินกันตายเสียจริงๆ แต่อย่างน้อยมันก็มีรสชาติดีพอที่จะไม่แหวะ หรือทำให้กินไม่ลง

อธิปพยายามไม่คลาดสายตาจากชนิกรรดา เขาไม่รู้ว่าอยู่เบื้องหน้าเปเรส ชนิกรรดาจะหลับ หรือมีอะไรแปลกๆ อีกหรือไม่ อย่างน้อยหากเขาไม่หลับได้คงจะเป็นการดี

“สองคนนอนก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวจะอยู่ช่วงแรกให้เอง ไม่ถนัดนอนหัวค่ำ และก็ยังไม่เพลียเลยค่ะ”

ชนิกรรดาอาสาที่จะอยู่เวรคนแรก แต่อธิปก็ไม่ค่อยไว้วางใจสักเท่าใด เปเรสเองก็รู้สึกไม่เหมาะ ในที่สุด ผู้ชายสองคนก็เลือกจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนเธอ

ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงความอ่อนล้า แสงไฟริบหรี่และอาหารเริ่มทำให้อ่อนล้าและสัปหงกไปหลายหน เปเรสตัดสินใจเอนตัวลงนอน และกล่าวราตรีสวัสดิ์โดยไม่มีความกังวลใดๆ

“งั้นขอนอนพักผ่อนเอาแรงไว้พรุ่งนี้ต่อ ไม่รู้ว่าเราจะต้องเดินผ่านโตรกหิน หรือต้องปีนขึ้นไปอีกหรือเปล่า ราตรีสวัสดิ์นะครับมิส และคุณอธิป”


เวลาผ่านไปอีกหลายชั่วโมง จนแน่ใจว่าเปเรสหลับไปด้วยเสียงกรนที่เบาๆ แต่สม่ำเสมอ ชนิกรรดาก็เอ่ยปากขึ้นอีกครั้งเมื่อความเงียบก่อนหน้านี้ทำให้อธิปเริ่มหาวไปหลายครั้ง

“นอนเถอะอธิป เดี๋ยวเราปลุกเอง...คืนนี้รับรองไม่มีสิ่งใดต้องให้กังวล พรุ่งนี้ก็จะถึงกำหนดที่ทุกคนรอคอยสักที...อนินตระปุรา... ห่างแค่หินกั้นชั้นนี้เท่านั้นเอง”




**โปรดติดตามอ่านบทต่อไป**





 

Create Date : 17 กันยายน 2555
21 comments
Last Update : 17 กันยายน 2555 10:12:19 น.
Counter : 1929 Pageviews.

 

จริงๆ ไม่ได้ลืมนะคะ แต่แทบไม่มีเวลาขยับตัวทำอะไรเลย งานแน่นไปหมด
วันเวลาก็ช่างเดินทางเร็วเสียจริงๆ

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ขอบคุณทุกๆ ท่านไว้ล่วงหน้าค่ะ

 

โดย: พรายทราย 17 กันยายน 2555 10:13:34 น.  

 

อยากรู้จังจะมีอะไรน่าตื่นเต้น ในอนินตระปุรา

 

โดย: Thanya IP: 49.49.122.197 30 กันยายน 2555 16:37:30 น.  

 

อยากรู้จังจะมีอะไรน่าตื่นเต้น ในอนินตระปุรา

 

โดย: Thanya IP: 49.49.122.197 30 กันยายน 2555 16:39:02 น.  

 

หายไปเลย ไม่เขียนต่อแล้วเหรอคะ

 

โดย: Thanya IP: 223.204.39.113 11 พฤศจิกายน 2555 14:06:48 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณ Thanya

ต้องขอโทษด้วยค่ะช่วงที่ผ่านมา และช่วงนี้ติดงานเร่งอยู่ ไม่มีเวลาเขียนเลย
รบกวนรออีกนิดนะคะ จะพยายามแบ่งเวลารีบเขียน ยังไงก็ยังเขียนต่อแน่นอนค่ะ


ขอบคุณนะคะที่ติดตามอ่าน

 

โดย: พรายทราย 16 พฤศจิกายน 2555 22:29:08 น.  

 

สนุกค่ะ halo4 bundle

 

โดย: owajung (owajung ) 23 พฤศจิกายน 2555 0:52:20 น.  

 

จะรอนะคะ

 

โดย: Thanya IP: 223.205.245.2 12 ธันวาคม 2555 22:12:04 น.  

 

ขอบคุณทุกๆ คนที่แวะมาอ่าน ชอบ และรอ


โดยเฉพาะ คุณ Thanya คุณ owajung ต้องขอโทษที่ให้รอนานๆๆๆ กำลังพยายามสุดขีวิตนะคะ เคลียร์งานเหมือนบ้าปลายปีเลย


แต่ไม่หนีหายแน่นอนค่ะ ยังไงแวะมาเรื่อยๆ นะคะ

 

โดย: พรายทราย 26 ธันวาคม 2555 13:29:29 น.  

 

แวะเข้ามาทักทายค่ะ สวัสดีปีใหม่ 2556 นะคะ มีความสุขมากๆ นะคะ ยังรอติดตามผลงานอยู่ค่ะ

 

โดย: Thanya IP: 171.4.119.3 8 มกราคม 2556 23:02:33 น.  

 

ท่าทางงานจะยุ่งมากๆ จริงๆ อย่าลืมแฟนๆ ตรงนี้นะคะ :)

 

โดย: Thanya IP: 49.48.217.21 8 เมษายน 2556 16:08:04 น.  

 

คุณ หายไปเลย เป็นห่วงนะคะ

 

โดย: Thanya IP: 223.204.33.65 13 กรกฎาคม 2556 21:13:11 น.  

 

โอ้ สวัสดีค่ะคุณ Thanya

ขอโทษนะคะ ไม่ลืมค่ะ ไม่ลืม
ช่วงวุ่นวายผ่านไปแล้ว เคลียร์ภารกิจไปได้เยอะแล้ว

ขอบคุณมากๆ นะคะ ที่ยังเป็นแฟนและติดตามกันอยู่
อดใจอีกนิดค่ะ นิดเดียวจริงๆ นะ
ได้ฤกษ์เขียนจากฟากฟ้าฯ ต่อล่ะ

 

โดย: พรายทราย 15 กรกฎาคม 2556 15:16:58 น.  

 

ขอบคุณนะคะคุณ Thanya ที่เป็นห่วง
รู้สึกมีไฟอยากทำให้เสร็จไวๆ จังเลย

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ที่ยังแวะมาอยู่เรื่อยๆ
คนเขียนรู้สึกละอายจังเลย ทิ้งบล็อกไม่ได้ตอบมาเนิ่นนาน
ขอโทษจริงๆ ค่ะ

ได้เวลาทำความสะอาดสตูดิโอฯ ซักที

 

โดย: พรายทราย 15 กรกฎาคม 2556 15:22:39 น.  

 

ผ่านไปอีกสองเดือน....

แคว๊กกกกกับตัวเอง เฮ้ออออ

 

โดย: พรายทราย 20 กันยายน 2556 12:23:30 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ เมื่อไหร่จะได้อ่านตอนต่อไปซะทีเนอะ :)

 

โดย: Thanya IP: 171.5.251.31 3 พฤศจิกายน 2556 17:10:23 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ เมื่อไหร่จะได้อ่านตอนต่อไปซะทีเนอะ :)

 

โดย: Thanya IP: 171.5.251.31 3 พฤศจิกายน 2556 17:10:54 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณ Thanya

กรี้ดดดดดดดด กำลังพยายามอยู่จัดระบบตัวเองอยู่ค่ะ
เอาเล่มอื่นของพรายทรายไปอ่านก่อนได้ไหมคะ แหะ แหะ

รู้สึกผิดอย่างรุนแรง หือ หือ เมื่อไรจะจัดเวลาชีวิตลงตัว แอร๊กกกก

 

โดย: พรายทราย 7 พฤศจิกายน 2556 19:15:14 น.  

 

คุณ Thanya คะ

อ้ออยากส่งหนังสือเป็นของขวัญแทนคำขอโทษที่ให้เข้ามาเก้อ และคอยจากฟ้ากฟ้าฯ อย่างยาวนาน มีทางใดเราจะติดต่อกันได้ไหมคะ

อยากให้ทิ้งที่อยู่ไว้หลังใหม่ เห็นแต่ ip ไม่แน่ใจว่าเป็นสมาชิกบล็อกหรือเปล่า

ยังไงรบกวนในระหว่างที่อ้อยังไม่ได้เขียนอะไร ส่งอิเมล หรือที่อยู่ไว้ให้อ้อเพื่อจัดส่งหนังสือด้วยนะคะ

tethysrhea@hotmail.com

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

 

โดย: พรายทราย 10 พฤศจิกายน 2556 9:31:14 น.  

 

ขอบคุณค่ะ ดีใจจังที่ ติดตามผลงานอยู่ค่ะ รออ่านตรงนี้ก็ได้นะคะ ช่วงที่ผ่านมาหลังปีใหม่ชีวิตเจอมรสุมเหมือนกัน เลยไม่ได้แวะเข้ามาเลย แต่ถ้าจะติดต่อกัน ใช้ Thanya9234@hotmail.co.th ค่ะ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Facebook ค่ะ
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: Thanya IP: 171.5.251.38 16 พฤษภาคม 2557 22:59:14 น.  

 

โอ้ ตั้งแต่พค
จริงๆ เข้ามาบ่อยๆ ค่ะ แต่เพิ่งเห็นข้อความ

เดี๋ยวอ้อจะตามหาใน facebook นะคะ
คนอ่านน่ารักๆ ต้องรักษาไว้สุดชีวิตค่ะ

 

โดย: พรายทราย ไม่ได้ล็อก IP: 110.77.161.113 2 สิงหาคม 2557 8:33:29 น.  

 

ว้าาาา หายากจริงๆ เฟซบุ้คเดี๋ยวนี้

https://www.facebook.com/AngsanaS

เผื่อตามมาเห็น รบกวนแอดหน่อยนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ แล้วเจอกันบนเฟซบุ้คค่ะ

 

โดย: พรายทราย ไม่ได้ล็อก IP: 110.77.161.113 2 สิงหาคม 2557 8:36:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


พรายทราย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








** ภาพสวยๆ เล็กตรงนี้ Tuscan Terrace ผลงานของ Sung Kim

เคยมั้ยนั่งอยู่ในสวนสวย พร้อมกับจิบกาแฟนั่งมองเกลียวคลื่นซึมซับเข้าหาทราย มันเป็นมุมพักผ่อนที่แสนจะเป็นสุขของเรา...

ขอยืมภาพวาดสวยๆ มาใช้ประดับบ้านเฉพาะกิจก่อน
เก็บไว้นานแล้ว ของใครบ้างหนอ...



**สำหรับคนชอบลอก แอบโกปี้ และตัดปะ**

คิดเอง เขียนเองเถอะค่ะ ...

ความสนุกของการเป็นนักเขียนเรื่องสั้น นิยาย มันอยู่ตรงนี้
แม้มันจะเหนื่อย ล้า เปลี้ย หมดพลัง แค่ไหนเราก็ยังพอใจ ที่ได้สนุกสนาน ได้ร่วมโลดลิ่ว..

ได้รัก ได้เกลียด ได้กินข้าว ได้เต้นระบำ ได้ตบตี ได้เจ็บช้ำ ไม่สบาย ร้องไห้ หัวเราะ ได้ร่วมไปในทุกๆ อารมณ์ กับตัวละคร

ที่พวกชอบลอกนี่จะไม่มีวันได้รู้แน่ๆ ว่าอารมณ์อย่างนั้นมันเป็นอย่างไร...

**และคุณก็ไม่มีวันเป็นคนเขียน เป็นนักเขียนได้เลย


******************************


Friends' Blogs

ลายปากกา

นิตยสารออนไลน์รายสัปดาห์ อ่านสนุก


Branica Web Counters
Friends' blogs
[Add พรายทราย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.