gappaman

gappaman
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]







Add to Technorati Favorites
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
6 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add gappaman's blog to your web]
Links
 

 
ของรักของใคร .... ใครก็ทะนุถนอม

Onepiece เป็น 1 ในการ์ตูนที่ผมชอบอ่าน…..

ใครรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้บ้างครับ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้ชื่อว่า "เออิจิโร่ โอดะ" ครับ ลายเส้นของเขาวาดได้มีชีวิตชีวามาก ดูสนุกสนานเฮฮา เหมาะกับธีมของเรื่องที่เป็นยุคสมัยของโจรสลัดดี เป็นการผจญภัยของพระเอกผู้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นจ้าวแห่งโจรสลัด ชื่อว่า ลูฟี่ ครับ เขาล่องเรือออกทะเลไปโดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ onepiece ซึ่งเป็นขุมทรัพย์มหาศาลของ โกลด์ โรเจอร์ อดีตจ้าวแห่งโจรสลัดที่โดนทางการประหารไป มีเรื่องเล่ากันมาว่า onepiece ถูกซ่อนไว้ที่เขตทะเลที่อันตรายที่สุดในโลก นั่นคือ แกรนไลน์ โดยระหว่างทางลูฟี่ก็ได้เพื่อนพ้องร่วมทางไปด้วยมากขึ้นเรื่อยๆตามสูตรการ์ตูนประเภทนี้ การต่อสู้ในเรื่องจะเป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มโจรสลัดด้วยกัน , พวกทหารเรือที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับโจรสลัด และใครก็ตามที่ทำให้สมาชิกในกลุ่มได้รับอันตราย เดือดร้อน หรือเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ซึ่งฉากการต่อสู้ทำได้สนุกดีครับ ไม่ใช่แนวเบ่งพลังน่าเบื่อ + พ่นปรัชญา (ใครสามารถปากดีมากกว่าก็จะมีสิทธิ์เบ่งพลังได้เหนือกว่าอีกฝ่าย หรือไม่ก็พ่นปรัชญาโต้ตอบกันไปมา ใครสามารถทำให้อีกฝ่ายเถียงไม่ขึ้นได้ จะสามารถเบ่งพลังได้มากกว่าและเป็นฝ่ายชนะไป ไอ้พวกนี้ถ้าอยากเอาชนะจริงๆต้องตัดลิ้นพวกมันครับ ไม่ให้พูดอะไรออกมาได้ เดี๋ยวหมดแรงตายกันไปเอง 555++) บางครั้งก็ยังใช้ IQ ในการเอาชนะศัตรูบ้าง แม้สัดส่วนในการใช้ EQ แบบเบ่งพลังเอาชนะมีมากกว่าเล็กน้อยก็ตามที...

ทีนี้เรื่องก็มาถึงตอนนึงของเล่มที่ 44 กลุ่มของลูฟี่ได้พากันไปช่วยสมาชิกในกลุ่มที่ชื่อว่า "นิโคโรบิน" จากพวกทหารเรือที่นำตัวเธอไปพิพากษาความผิดของเธอที่ผ่านๆมาก่อนจะมาเจอกับลูฟี่ (การ์ตูนเรื่องนี้ ตัวละครเกือบทุกตัวจะมีความหลัง ชีวประวัติยาวเหยียด บางครั้งกินที่กันเป็นเล่มๆ ก็เข้าใจว่าอยากทำให้ตัวละครมีมิติ มีที่มาที่ไป แต่ก็ทำให้ดำเนินเรื่องได้ช้ามาก) ซึ่งระหว่างทางที่นำตัวไปจะต้องผ่านเกาะที่เรียกว่า เอนิเอส ลอบบี้ เป็นทางผ่านไปสู่กองบัญชาการใหญ่ของพวกทหารเรือ จุดปะทะกันก็อยู่ที่นั่นล่ะครับ ซึ่งก็ต้องช่วยนิโคโรบินออกมาได้อยู่แล้ว .... ตามสูตรการ์ตูนเด็กดี แต่ว่าในขณะกำลังถอยทัพกลับ พวกทหารเรือก็ได้ทำลายเรือที่จะใช้หลบหนีไปเสียก่อน ขณะที่พวกลูฟี่กำลังล่กเพราะหมดทางหนี จู่ๆเรือโกอิ้ง แมรี่ เรือที่พวกลูฟี่ใช้ผจญภัยตั้งแต่เล่มแรกๆ (จำไม่ได้ว่าตั้งแต่เล่มอะไร แต่อายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 20 เล่มแน่นอน และพวกลูฟี่ได้ตัดสินใจทิ้งไว้ที่อู่ต่อเรือก่อนมาบู๊ที่เอนิเอส ลอบบี้ เนื่องจากสภาพบักโกรกจนซ่อมไม่ไหวแล้ว) ก็โผล่มารับ กลางฝูงกองเรือรบของพวกทหารเรือเลยซะงั้น (บอกแล้วว่านี่มันการ์ตูนเด็กดี .... 555++ มาได้ไงวะ?) และด้วยความเป็นการ์ตูนเด็กดีจึงทำให้หนีรอดจากวงล้อมได้สำเร็จแบบไม่น่าเชื่อ (พอดีกว่า ... ใช้คำว่า"เด็กดี"บ่อยเกินไปแล้ว)

แต่ว่าพอหนีออกมาได้สักพักคราวนี้เรือโกอิ้ง แมรี่ก็ต้องพังลงจริงๆ ประมาณว่าที่โผล่มารับพวกลูฟี่ได้ถือว่าเป็นแรงเฮือกสุดท้ายของเรือลำนี้แล้ว .... ก็ยังดีนะที่อุตส่าห์นึกถึงความเป็นจริงได้อยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าเรือกลับมาฟิตปั๋งดังเดิม อย่างนั้นผมเลิกอ่านแน่

.... จะขี้โม้เกินไปหน่อยแล้ว

แต่ประเด็นที่อยากสื่อก็คือตอนนี้แหละครับ เรือของพวกลูฟี่ลำนี้ถือว่าใช้งานอย่างคุ้มค่า เวลาเกิดอะไรขึ้นกับเรือ พวกเขาจะทำการซ่อมแซมและทะนุถนอมอย่างดีพร้อมๆไปกับการใช้งานอย่างสมบุกสมบันไปด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความผูกพันขึ้นมาครับ .... เทียบกับโลกความเป็นจริงของเราตอนนี้ที่ทุกอย่างเน้นความรวดเร็ว สะดวกสบาย ข้าวของเครื่องใช้บิ่นนิด มีรอยหน่อย ไม่เสียเวลาซ่อมหรือดูแลกันหรอกครับ ซื้อใหม่สิ !! มีเงินซะอย่าง ใช่ครับ .... ไม่ผิดหรอกที่จะคิดแบบนี้ แต่ว่าลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่อยากจะให้มันอยู่กับเรานานๆดูสิครับ แล้วจะพบกับ"ความสุขของการได้ดูแล" และทำให้เราผูกพันกับของชิ้นนั้นมากขึ้นด้วย ก็คงพล่ามอะไรไม่ได้มากกว่านี้อีกเพราะไม่ใช่พวกพรรณาเก่ง สำหรับผมแล้วก็มีสิ่งที่คล้ายโกอิ้ง แมรี่ในชีวิตจริงเหมือนกัน นั่นคือ .... หมอนใบนี้ครับ



ใบนี้ใช้ติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ แม่เคยเล่าให้ฟังว่าถ้าไม่มีหมอนใบนี้ในมือก็ไม่ยอมนอนกันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ก็ใช้มาจนถึงตอนนี้ น่าจะ 20 ปีได้แล้ว แม้จะไม่ได้ติดหมอนเท่าตอนเด็กๆ แต่เวลาใช้หมอนใบนี้ก็ยังรู้สึกสบายใจมากกว่าหมอนใบอื่นๆ ตอนนี้สภาพมันโทรมมากแล้วล่ะครับ แต่ยังไม่คิดจะทิ้ง สังเกตดีๆมีร่องรอยที่ผมเคยซ่อมมันจารึกเอาไว้ด้วยเห็นไหม .... รอยเย็บห่วยๆนั่นแหละครับ ตอนนั้นเย็บผ้าก็ยังไม่เป็นแต่ก็ยังอุตส่าห์เย็บ ได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ช่วยยืดอายุมันมาได้จนถึงเดี๋ยวนี้ ..... ที่การซ่อม การเย็บใดๆก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ก็ดูสภาพสิ !! ไม่รู้ว่าวันสุดท้ายของมันจะมาถึงเมื่อไหร่ (ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน) คงใจหายพิลึก ไอ้หมอนน่ะมันหามาแทนกันได้ แต่เรื่องของความรู้สึกผูกพันมันคงแทนกันไม่ได้

เห็นด้วยกับผมไหมครับ .....

ไหนๆ ก็เขียนเกี่ยวกับ Onepiece แล้วก็แถมภาพบรรยากาศของตอนที่ผมว่าให้ชมกันไปด้วยเลย .... ให้มันเป็นรูปธรรมขึ้นมาหน่อย

นี่เป็นตอนที่เรือกำลังจะพัง...





พระเอกของเราตกใจใหญ่เลย





ช่างซ่อมเรือเขาก็บอกให้ทำใจซะ .... ลูฟี่ก็ยอมเข้าใจ





เอ้า .... เผาก็เผาวะ





ปากดี .... บอกว่าไม่มีน้ำตาสักหยด เดี๋ยวเรามาดูกัน ...





บทซึ้งมาถึงแล้ว ความทรงจำต่างๆเกี่ยวกับเรือเริ่มพรั่งพรู








ก่อนเรือจมลงก็เพิ่มความซึ้งเข้าไปอีกขั้น .... โดยการทำให้เรือพูดได้





ทีนี้ล่ะครับ .... เขื่อนแตกทำนบทลาย .....
ใครที่ยังไม่ได้อ่านเล่ม 44 มาถึงตรงนี้ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ โดนผม spoil ไปเรียบร้อย ลืมเตือนไว้ก่อน หวังว่าคงไม่โกรธกันนะ







Create Date : 06 กรกฎาคม 2550
Last Update : 6 กรกฎาคม 2550 23:27:55 น. 1 comments
Counter : 487 Pageviews.

 
ชอบเหมือนกันครับ ผมดูอนิแมชั่น ตอนนี้แล้ว ถึงกับ

ร้องเฮือกเลยคับ น้ำตามันจะไหลออกมาให้ได้คับ

เห็นจุดจบของแมรี่แล้วอยากจะร้องไห้ เป็นแค่การ์ตูน

แต่มันทำให้เรามีความผูกผันอะไรได้เช่นนี้ การ์ตูนเรื่องนี้

มีจิตวิญญาณจิงๆ


โดย: คนบ้าOnepiece IP: 124.121.45.57 วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:3:14:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.