Webblog : Futbol Review ท่องไปในดินแดนมหัศจรรย์ที่เรียกว่า...ฟุตบอล
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
9 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

ราโชมอนบนความวุ่นวายที่บางมด

8 พ.ย.52 สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด
สมุทรปราการ 1-2 ราชประชา


ห่างหายจากสนามฟุตบอลลีกเมืองไทยไป 3 สัปดาห์ วันนี้ผมหวลคืนสู่สังเวียนอีกครั้ง

ความจริงไม่ได้กะหยุดพักตัวเองจากการตระเวณดูบอลไทย (หลังจากไทยพรีเมียร์ลีกจบ) หรอกนะครับ แต่ที่ผ่าน ๆ มาล้วนติดงานและ/หรืออาจจะติดขี้เกียจด้วยก็เป็นได้ ^^!

แต่ผมก็เก็บตกเกมที่ถ่ายทอดสดมาตลอดนะ ไม่ว่าจะเป็นเกมนัดชิงเอฟ.เอ.คัพ (ที่ดูช่อง 11 จนหมดเวลาปรกติก็ต้องกดรีโมทไปดูช่วงต่อเวลาไปจนถึงดวลจุดโทษที่ช่อง T-Sport ต่อ), เกมดิวิชัน 2 ระหว่างนราธิวาส-ราชประชานนทบุรีผ่านการถ่ายทอดสดที่เยี่ยมยุทธ์ของช่อง 11 ชนิดดูจบ ทีวีเปียกโชกเลย...ก็พี่คนพากย์แกเล่นเชลียร์ “ท่าน” เกือบตลอดเกมซะขนาดนั้น, แล้วก็มาดูเกมรีแม็ทช์คู่นี้ต่อทางช่องสยามกีฬาทีวี (ผ่าน T-Sport) ในสัปดาห์ต่อมา

วันนี้งานเคลียร์ ๆ แล้ว จึงได้ฤกษ์ไปดูของจริงที่สนามซะหน่อย...แล้วสังเวียนแข้งในวันนี้ก็ดันเป็นสนามที่ (น่าจะ) ใกล้บ้านผมที่สุดแล้วมั้ง...สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด

สมุทรปราการเจอกะราชประชาฯในสถานการณ์ที่อมบ๊วยคู่กันจากการมีทีมละ 5 แต้ม

แม้ผมจะมี “ทีมเชียร์” ทีมเดียว แต่ “ทีมชอบ” (ถ้าใช้กับความสัมพันธ์ชาย-หญิง ก็ต้องเรียกว่า “กิ๊ก”) ผมมีเยอะแยะเต็มกระตั๊กไปหมด...ผมหมายถึงทั้ง 2 ทีมนี้ด้วยนะ




กองเชียร์ปราการมากันแน่นสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด

ส่วนกองเชียร์ของราชประชาฯก็ยกทัพมาจากนนทบุรีไม่น้อย


หนึ่งคือทีมเก่าแก่ที่ชวนให้ได้หวลรำลึกถึงวันเก่า ๆ...ราชประชา แม้ในวันนี้จะต้องพ่วง “นนทบุรี” ต่อท้ายแล้วก็เหอะ

ปีนี้มีโอกาสไปดูทีมตราชฎา 2 ครั้ง

ครั้งแรกเกมดิวิชัน 2 เปิดบ้านเจอราชวิถี ผลปรากฏว่า “เลื่อนแข่ง” ก็เลยได้เสื้อทีมมาตัวหนึ่งแทน สนนราคา...จำไม่ได้ จำได้แค่ว่าถูกมาก ผมแอบโชว์ความเก๋า (ที่จริงคือ “แก่”) กับคนขายด้วย

“ทำไมเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแล้วล่ะ สมัยก่อนราชประชาต้องเสื้อขาว กางเกงแดงนะ?”

“อ๋อ...หรอคะ” คนขายเสื้อรับรู้ ก่อนจะต่อว่า “หนูไม่ทราบค่ะ”

ครั้งที่ 2 ก็เกมเอฟ.เอ.คัพ รอบคัดเลือกที่ดวลจุดโทษแพ้สุรินทร์นั่นแหละ

คราวนั้นผมเขียนรายงานผลด้วยการใช้เพลงของวงฟรุ๊ตตี้เป็นธีม (อืม! บอกอายุจริง ๆ) ก่อนจะตบท้ายว่าเพลงสำหรับราชประชาฯในยุคนี้น่าจะตรงกับเพลง “นิยายรักขาดตอน” มากที่สุด




การรณรงค์ของกองเชียร์สมุทรปราการ "ไม่สูบ ไม่ขว้าง ไม่หยาบ"

กองเชียร์ปราการวิ่งธงซะรอบสนาม


ส่วนสมุทรปราการนั้น ผมประทับใจที่เสื้อแข่ง (ซึ่งสีคล้ายทีมชาติอาร์เจนตินา...ทีมชาติสุดโปรดของผม), ความเป็นดรามาของทีมในฤดูกาลนี้, ไปจนถึงความเป็นทีมเล็ก ๆ ที่ไม่มีดารา (เอ้อ...มีนะ พี่บ่าววีคนนั้นนั่นไง...ฮา) แต่อาศัยความเป็นทีมฝ่าฟันคู่ต่อสู้มาจนถึงทุกวันนี้

ทีม “นักสู้ป้อมปราการ” มาได้ใจผมเต็ม ๆ ก็ตอนที่ย้ายสนามเหย้ามาแข่งที่สนามฟุตบอลใกล้บ้านผมนี่แหละ

จำได้ว่าหลังจากไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้เปิดฉากไปประมาณนึงแล้ว ผมก็ยังไม่ “จี๊ด” ทีมไหนเป็นชิ้นเป็นอัน พอที่จะตกร่องปล่องชิ้นขอเป็น “แฟน” ด้วยได้ (แฮ่ม! ตอนนั้น แช่งจุฬา ยูไนเต็ดให้ตกชั้นด้วยซ้ำ) ผมก็เลยคิดว่า

“ถ้าทีมไหนมาใช้สนามบางมดเป็นทีมเหย้า ผมจะเชียร์ทีมนั้น”

กลายเป็นสมุทรปราการทีมนี้นี่เองที่มาใช้ตอนเริ่มเลกสอง...ผมแฮปปี้...แต่ควรจะแฮปปี้มากกว่านั้น ถ้าผมไม่ตกร่องปล่องชิ้นเลือกจุฬา ยูไนเต็ดเป็นทีมเชียร์ไปก่อนหน้านั้นไม่ถึงเดือน ด้วยประโยคสั้น ๆ ของเพื่อนคนนึง

“มึงไม่อยากมาเชียร์กับพวกกูจริง ๆ เหรอวะ”

คนเรามีแฟนไปแล้ว ผู้หญิง...เอ้ย! ทีมที่มาทีหลังก็ต้องเป็น “กิ๊ก” เท่านั้นแหละ

แต่ผมก็รักกิ๊กของผมไม่น้อยนะ (หมายถึงทีมฟุตบอล...ไม่ใช่ผู้หญิง เดี๋ยว “แม่คุณเอ๋ย” มาอ่านเข้า แล้วจะโดนไล่เบี้ย แฮ่ม!)

วันนี้เล่าไปเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ยังไงไม่รู้

ทีแรกวาง “ธีมเรื่อง” ตอนนี้ไว้ซะโรแมนติกเลย แต่พอดูบอลจบ สิ่งต่าง ๆ ที่เห็นและได้ยินในสนามมันชวนให้โรแมนติกไม่ไหว เลยต้องรื้อโครงเรื่องในใจทิ้งไป เขียนไปเขียนมาจึงดูเหมือนว่าจะไม่มีแกนเรื่องอย่างที่เห็นนี่แหละ




ซุ้มขายของที่ระลึกของทีมฟ้า-ขาว


กองเชียร์สมุทรปราการเชียร์กันอย่างสนุกสนาน


ทีมเจ้าบ้าน สมุทรปราการวันนี้วางสามประสานในแนวรุกเพื่อเป็นทีเด็ดในการเก็บ 3 แต้มในวันนี้โดยเฉพาะ มีจามฟี อาดู สตาร์กานาขับเคลื่อนเกมอยู่ข้างหลังวุฒิชัย ถิ่นทวีและปราโมท บุตะโรด โดยมีจีมา อัควาซีกับวรสร ตะเคียนทองคุมเกมในแดนกลาง

วิงแบ๊กขวา-ซ้ายเป็นชาริติ ทวาเรศและสรพล พรบริบูรณ์ ส่วนปราการหลังมีประพัฒน์ ยากัณฐะสวมปลอกแขนกัปตันทีมประสานงานร่วมกับศราวุฒิ ศรีสุขพร้อมและวีเลิศ เกลี้ยงแก้ว โดยใช้คริส เอนนินเฝ้าเสา

ส่วนทีมเยือนมาในระบบ 3-5-2 เหมือนกัน ใช้ริชาร์ส เอมิลเป็นผู้รักษาประตู เซ็นเตอร์ 3 คนมีสุริยา จุพะลัง, วูลัมปาห์ ดาวาดาและกัปตันทีมจอมเก๋า คเณ จันทร์อิ่ม ในขณะที่วิงแบ็กเป็นสัมปทานของนิรันดร์ พันทองทางขวาและชูศักดิ์ สุวรรณาทางซ้าย

แดนกลางมีมาร์ซิโอ ดาวเตะบราซิลยืนเบรกเกมก่อนถึงแผงหลัง ใช้โชคดี อินทรลักษณ์และกรพรหม จรูญพงศ์ทำเกม

แนวรุกไม่มีตามิซี หะยียูโซะ ศูนย์หน้ารูปหล่อชาวปัตตานีและ “ยักษ์ทมิฬ” โกเน ฟรานซิสที่ติดโทษแบนทั้งคู่ จึงต้องส่งณัฐพล พูลทวีจับคู่ล่าประตูกับนราภรณ์ วิเศษธนกาล

เกมนี้เป็นเกมที่มีครบทุกอย่าง ทั้งประตู, การเข้าประทะหนักหน่วง, ลูกตุกติก, จังหวะปัญหา, การถกเถียง, การบาดเจ็บ, มารยานักเตะ, ใบเหลือง ฯลฯ

จะขาดไปก็แค่ใบแดงเท่านั้นเอง

ทั้ง ๆ ที่ดูจากบรรยากาศของเกม, รูปเกม, คุณภาพ (ระดับ “พระเอกรุ่นเก๋าขอเอาหัวมาวางบนไหล่” ง่าย ๆ ก็ “บัดซบ” นั่นแหละ) ของผู้ตัดสิน นัดนี้ควรจะมีใบแดงจริง ๆ




นักเตะทั้งสองทีมเดินลงสนาม ท่ากลางท้องฟ้าแปรปรวนเดี๋ยวครึ้ม เดี๋ยวแดด

กัปตันทั้งสองทีม ประพัฒน์และคเณจับมือกันก่อนเริ่มเกม

11 นักเตะชุดแรกของทีมฟ้า-ขาว

ทีมชุดแรกของราชประชาฯที่ต้องขาดศูนย์หน้าตัวเก่ง ตามิซีไป


แค่ 2 นาทีแรกทีมตราชฎาผู้มาเยือนก็ได้ทักทายเจ้าบ้านก่อนแล้ว แต่ณัฐพลยิงไม่เต็มเท้า

อีก 7 นาทีต่อมา เจ้าบ้านก็ขึ้นนำได้สำเร็จจากการโต้กลับ อาดูไปถึงบอลก่อนผู้รักษาประตูชาวแอฟริกันของราชประชาฯที่พรวดพราดออกมา ก่อนจะยิงเข้าไป แม้แผงหลังของทีมเยือนจะพยายามเคลียร์แต่ก็ไม่บังเกิดผล สมุทรปราการ 1-0 ราชประชาฯ

มาร์ซิโอ ดาวเตะบราซิลจอมยียวนของราชประชาค่อย ๆ เติมความเดือดลงไปในเกม เมื่อทำฮึดฮัดใส่นักเตะเจ้าบ้านในจังหวะที่เขาทำฟาวล์

การเข้าบอลของมิดฟิลด์ฮาร์ดแมนคนนี้ค่อนข้างหนักหน่วงไม่น้อยทำให้เกมที่เปี่ยมไปด้วยความหมายนัดนี้เริ่มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์

ชนวนเดือดแรกมาถูกจุดตอนที่มาร์ซิโอชักศอกใส่ผู้เล่นสมุทรปราการแต่กลับไม่ได้อะไรเลย

“เบอร์ 4 น่ะ ‘จารย์เห็นยัง” เจ้าหน้าที่ทีมร่างใหญ่ของทีมป้อมปราการเดินมาฟ้องคุณเกรียงศักดิ์ เกียรติสงคราม ผู้ตัดสินที่ 4 พลางทำท่าทาง “ชักศอก” ประกอบการอุทธรณ์ด้วย

“ผมมองว่าเค้าเล่นสไตล์ฝรั่งนะ เข้าบอลหนัก คนไทยพอโดนแบบนี้ก็มองว่าเข้าหนักจัง แต่ถ้าลองไปดูเกมในยุโรป เค้าหนักกว่านี้อีก นี่ถือว่าโอเคนะ มาร์ซิโอก็เล่นในเกม ไม่ได้จงใจจะไปแกล้งอะไร” ธร สรภูมิ โค้ชราชประชาฯให้ความเห็นถึงนักเตะในทีม

เกมปะทะกันตลอดเวลา แต่ใบเหลืองออกทางฝั่งสีฟ้าฝั่งเดียวถึง 3 ใบ ในขณะที่มาร์ซิโอนั้นไม่น่าเชื่อว่าจะได้ใบเหลืองทีหลังเค้า

เกมผ่านครึ่งชั่วโมงไปก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นเป็นครั้งแรก (หลังจากปุด ๆ มาก่อนหน้านั้นแล้ว) เมื่อณัฐพล ศูนย์หน้าทีมตราชฎาโวยวายว่าโดนเตะ จากนั้นทั้งนักเตะ ทั้งเจ้าหน้าที่ทีมก็กรูกันไปถึงจุดเกิดเหตุ

สักพักผมเห็นวันชัย แหยมสลัม โค้ชสมุทรปราการเรียกนักเตะออกมา

“สงสัยจะวอล์คเอาท์” ผมคิด

ผิดคาด! เพราะโค้ชแหยมเรียกนักเตะมารวมใจกันต่างหากล่ะ

คุณวีระชัย กองพุฒิ ผู้ตัดสินเคลียร์เหตุการณ์เรียบร้อยก็ทำตามหลักการพื้นฐานของผู้ตัดสินด้วยการแจกใบเหลืองให้ทั้งวรสร (สมุทรปราการ) คนเตะและณัฐพล (คนถูกเตะ แต่ดันฮึดฮัด) เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม

แต่ประธานสโมสรสมุทรปราการ คุณพีรพัฒน์ ถานิตย์ดูเหมือนจะไม่เห็นด้วย

“ของผม 3 เหลืองไปแล้วนะ”

ช่วงท้ายครึ่งแรก ณัฐพล ศูนย์หน้าทีมเยือนพุ่งล้มแต่กลับได้ฟาวล์ ทำเอาโค้ชแหยมถึงกับเดือดลงไปโวยผู้ตัดสินถึงในสนาม

ส่วนบนอัฒจันทร์ก็มีการขว้างขวดน้ำลงมา

“ไล่มันออกไปเลย ไม่ต้องมาดูต่อ” ทีมงานสมุทรปราการตะโกนบอกมาตรการจัดการเศษสวะของวงการฟุตบอลในคราบแฟนบอล

แน่นอนว่าทันทีที่เสียงนกหวีดยาวจากผู้ตัดสินดังขึ้น เสียงสวดชยัญโตจากกองเชียร์เจ้าถิ่นก็ดังขึ้นตามมาจนกลุ่มคนเสื้อเหลืองเดินเข้าห้องพักไปแล้วนั่นแหละ วินาทีนั้นถ้าจะมีใครอยู่เคียงข้างทีมงานผู้ตัดสินก็คงจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งของฝั่งทีมเยือนที่เดินมากระซิบ

“ไม่ต้องไปกลัว ไม่ต้องกดดัน เป่าไปตามที่เห็นนี่แหละ”




ปราโมทกับลีลาการบังบอล

จีมาวิ่งไปรับบอลที่เพื่อนทุ่มมาให้เพื่อทำเกม

โชคดีเปิดฟรีคิกโดยมีวรสรบังทางอยู่

นักเตะป้อมปราการเฮฮากับประตูขึ้นนำ 1-0 ของอาดู

วุฒิชัย ศูนย์หน้าตัวเก่งทีมเจ้าบ้านพยายามพาบอลหนีมาร์ซิโอ

อาดูบังบอลโดยมีดาวาดาประกบติด

โชคดีพยายามพาบอลหนีวุฒิชัย

เก่งนัก อาดูก็ต้องโดนแบบนี้บ้าง

วุฒิชัยกับดาวาดาเหมือนจะเล่นมวยปล้ำกันมากกว่าฟุตบอลนะ

จังหวะปัญหา 1 ในหลาย ๆ ครั้งของเกมนี้

วรสรลากบอลเข้าหาประตูราชประชาฯ

ปราโมทแย่งบอลกับกรพรหม


ครึ่งหลัง ราชประชาฯส่งประกิต ดีพร้อม มิดฟิลด์ตัวเก่งลงมาแก้เกมแทนโชคดี อินทรลักษณ์

เกมผ่านไป 3 นาที เจ้าบ้านก็ต้องส่ง “วิเอรา ปราการ” เดียมานกา อุสมาน มิดฟิลด์ก้านยาวลงมาแทนจีมาที่มีใบเหลืองติดตัวไปแล้ว

รูปเกมไม่ค่อยปะติดปะต่อนักเพราะมีการปะทะและการถกเถียงกันตลอดเวลา รวมทั้งใบเหลืองที่ถูกควักออกมา น่าแปลกใจที่หวยไปออกกับฝั่งสีฟ้ามากกว่าฝั่งสีดำ

เพราะผู้เล่นเริ่มสะสมใบเหลืองมากขึ้น โค้ชแหยมจึงต้องส่งธงชัย มาลัยทองลงไปแทนศราวุฒิที่เพิ่งได้ใบเหลืองไปในนาทีที่ 57

เกมยังดูสูสีแม้ราชประชาฯจะเหมือนบุกได้มากกว่า แต่จังหวะโต้กลับนั้นสมุทรปราการก็ทำได้ดีมาก

ทั้งสองทีมแก้เกมกันอีกครั้ง ทีมฟ้า-ขาวส่งกฤษฎา นาคพันธ์ลงมาแทนปราโมท ขณะที่ทีมยักษ์หลับก็เปลี่ยนกองหน้าเช่นกัน ส่งวุฒิพงษ์ สิทธิธัญกิจลงไปแทนนราภรณ์

นาที 71 เจ้าบ้านทำชิ่งกันสวย แต่จังหวะสุดท้ายอาดูสับไกไปติดบล็อกแผงรับราชประชาฯ

7 นาทีต่อมาศราวุธ สินธุปันถูกส่งลงไปแทนมาร์ซิโอที่เจ็บและต้องเดินออกมาทางเส้นหลัง จังหวะที่มิดฟิลด์แซมบ้าเดินผ่านหน้ากองเชียร์ปากน้ำนั้นเรียกเสียงโห่ได้ดีนักแล

เกมเหมือนไม่มีอะไร 10 นาทีที่เหลือสมุทรปราการน่าจะครองสถานการณ์ไว้ได้พร้อมกับทะยานขึ้นเป็นรองจ่าฝูง แต่แล้วลูกโต้กลับของฝั่งทีมเยือน ณัฐพลวิ่งไปถึงบอลก่อน จึงกระดกบอลข้ามตัวเอนนิน ผู้รักษาประตูปากน้ำเข้าไป 1-1 ซะแล้ว

กองเชียร์สมุทรปราการถึงกับเงียบสนิทในวินาทีนั้น -_-

จากเงียบกลายเป็นช็อกเมื่อเข็มนาฬิกาเดินผ่านไปอีก 3 นาที กรพรหมเดินเกมขึ้นมาทางขวาก่อนจะต่อบอลให้เพื่อนและสุดท้ายไปจบที่ณัฐพลคนเดิมยิงเข้าไป ทีมตราชฎาพลิกกลับมาแซงซะแล้ว!

แผงหลังเจ้าบ้านพยายามประท้วงว่าล้ำหน้าแต่ก็ไม่มีผลอะไร

ช่วง 8 นาทีที่เหลือ ความมันของเกมออกไปในทางดุเดือดซะมากกว่า เช่น จังหวะที่สมุทรปราการได้ฟาวล์ อาดูวิ่งปรี่ไปหยิบบอลมาเล่น แต่ดาวาดา แผงหลังทีมเยือนเก็บบอลได้ก่อนจึงกอดบอลเอาไว้ทำให้อาดูต้องยื้อแย่งสุดชีวิต แต่แล้วจู่ ๆ ดาวาดาก็ล้มลงไปนอนเจ็บแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ตูม ตูม”

ขวดน้ำถูกส่งลงมาจากอัฒจันทร์มอบให้ “คนเจ็บ” ถึง 2 ขวด

เวลาเหลือน้อยลง สมุทรปราการก็ยิ่งร้อนรน ผมหันไปเห็นคุณพีรพัฒน์ ประธานสโมสรวัยหนุ่มของทีมฟ้า-ขาวเริ่มลงมือสวดมนต์อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว

คุณเกรียงศักดิ์ ผู้ตัดสินที่ 4 เดินออกมาชูป้ายทดเวลาเจ็บ

พลันที่เห็นว่าเป็นเลข 4 วันชัย แหยมสลัมถึงกับออกอาการ “แหยมไม่เข้าใจ” เดินไปสอบถามคนชูป้ายทันที ซึ่งมันไม่น่าจะมีอะไรถ้าศราวุฒิ แผงหลังที่ถูกเปลี่ยนตัวออกมาจะไม่เข้าไปแจมด้วย ทำเอาฝ่ายจัดการแข่งขันต้องเรียกบรรดาสห. ลงไปประกบทันทีเหมือนกัน

ช่วงสั้น ๆ ของทดเวลาเจ็บก็ยังมีเรื่องวุ่นวาย สักพักกรพรหมของฝั่งราชประชาฯก็เดินออกมาโวยวายข้างสนามกับสต๊าฟโค้ชของตัวเอง ผมไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร แต่เห็นทำไม้ทำมือชี้ที่คิ้วตัวเอง

มารู้ตอนหลังประมาณว่า “โดนต่อย”




จังหวะลุ้นประตูตั้งแต่ต้นครึ่งหลังของราชประชาฯ

วุฒิชัยพยายามลุ้นประตูจากลูกฟรีคิก

ปราโมทปรบมือให้แฟน ๆ หลังถูกเปลี่ยนตัวออก

มาร์ซิโอถูกเปลี่ยนออกมาพร้อมกับเสียงโห่ระงม

กองเชียร์ตราชฏาจากนนทบุรีเฮฮาหลังได้ประตูตีเสมอ

ณัฐพลยิงประตูชัยให้กับราชประชาฯ

สรพลเบียดแย่งบอลกับณัฐพล ฮีโรของทีมเยือน

ประกิตร้องโอดโอย ในขณะที่ลูกบอลกลิ้งหลุน ๆ

กองเชียร์ปากน้ำลุ้นเกมช่วงท้าย


4 นาทีที่ทดเจ็บสุดท้ายก็จบลง ผมเตรียมเครื่องอัดเสียงที่เพิ่งได้มาใหม่และยังใช้ไม่คล่องเพื่อใช้สัมภาษณ์ แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นความวุ่นวายในสนามอีกครั้ง ผมวิ่งไปทันที

ภาพที่เห็นคือนักเตะราชประชาฯนอนอยู่ 1 คน ล้อมรอบด้วยผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ทีม รวมทั้งบรรดาสห. บ้างก็แยก บ้างก็เดินปรี่กันวุ่นวายไปหมด

“คนน่ะเขาเห็นสิ่งที่เขาอยากเห็นและพูดสิ่งที่เขาอยากได้ยิน”

ผมคิดถึงบทสนทนาหนึ่งในหนังสือ “ราโชมอน” ที่ประพันธ์ขึ้นโดยมรว.คึกฤทธิ์ ปราโมชทันที นี่คือนิยายเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ว่าด้วยการสอบสวนเหตุการณ์ฆาตกรรมเหตุการณ์หนึ่ง

ซึ่งผู้ให้การในคดีนี้ไม่ว่าจะเป็นคนตัดฟืน, ซามูไร, เมียซามูไร ไปจนถึงบุคคลที่ถูกฆาตกรรมซึ่งมาในร่างทรง ฯลฯ ล้วนให้การที่แตกต่างกันไป

เวลาที่ผมฟังเรื่องราวเดียวกัน แต่ไม่เหมือนกัน ผมจึงมักเรียกมันว่า “ราโชมอน”

แล้วเหตุการณ์ “ฆาตกรรม” (ใส่เครื่องหมายคำพูดเพราะต้องการใช้เป็นมุกนะ ไม่ได้ตายจริง ๆ) นักเตะราชประชาฯคนนี้ล่ะ มีคนให้การว่าอะไรบ้าง มันจะเป็น “ราโชมอน” หรือเปล่า?

เริ่มแรกผมได้ยินใครไม่รู้บอกว่า

“มีคนเป็นลม”

ด้วยความเป็นคนกรุงเทพฯมาแต่กำเนิด ผมจึงทำเป็นเฉยชากับคำพูดนี้เพราะอยากเกาะติดสถานการณ์ความวุ่นวายซะก่อน ผมเห็นวรสร ตะเคียนทอง นักเตะหมายเลข 13 ของสมุทรปราการทำท่าฮึดฮัด

“มันมาด่าผมก่อน ถ้าไม่มาขอโทษผมไม่ยอมจริง ๆ ด้วย”

สักพักผมเห็นโค้ชธร สรภูมิเดินมา พยายามขอโทษนักเตะสมุทรปราการ แต่เกียรติศักดิ์ เทือนสันเที๊ยะ นักเตะสำรองของเจ้าบ้านย้อนกลับไปว่า

“พี่เก็บคำขอโทษไว้เหอะ นักเตะทีมพี่เล่นแบบนี้ไม่มีสปิริตเลย”

ความวุ่นวายเริ่มเบาบางลง ผมจึงเดินไปดู “คนเป็นลม” สักหน่อย

น่าแปลกที่ผมไม่เห็นยาดม ยาหม่อง ยาลมในมือของพยาบาลที่กำลังปฐมพยาบาลเลย เห็นแต่สำลีที่โปะลงบนตาของณัฐพล ผู้ทำ 2 ประตูในเกมนี้และผู้เคราะห์ร้าย

พอปฐมพยาบาลเสร็จ ผมจึงสอบถามพยาบาลคนหนึ่ง หน้าตาเธอไม่ได้สวยหรอก แต่มองเผิน ๆ ก็เก๋ ๆ ดีเหมือนกัน

“ขอเบอร์โทรครับ”...เอ้ย! ไม่ใช่ ผมถามแบบนี้ต่างหาก

“เป็นอะไรมากป่าวครับ?”

“อ๋อ แค่บวมแล้วก็ตาช้ำค่ะ” เธอตอบ

เป็นลมยังไงให้ตาบวมแล้วก็ช้ำนะ...ความจริงผมรู้แล้วล่ะว่าไม่ได้เป็นลม เพราะตอนที่มุงดูการปฐมพยาบาลอยู่ โค้ชธรกระซิบบอกผมว่า

“หมายเลข 13 กับหมายเลข 4 สองคนรุมต่อยคนเดียวน่ะ เกมจบไปแล้วด้วย ไม่มีสปิริตเลย”

ข้าง ๆ กันมีตามิซีที่ยืนเป็นห่วงเพื่อนอยู่ด้วย ผมจึงพูดคุยกับศูนย์หน้าอนาคตไกลซะหน่อย

“ปีหน้าเล่นให้ทีมไรนี่ เห็นมีข่าวกับบางกอก ยูไนเต็ด”

“ยังคุยกันอยู่เลยพี่” ศูนย์หน้าชาวใต้ตอบ

“อยู่ราชประชาฯต่อไปน่ะดีแล้ว ได้เล่นตัวจริงทุกแม็ทช์ ไว้แกร่งกว่านี้ค่อยย้ายก็ไม่สายหรอก” ผมให้ความเห็นที่ไม่ได้เกิดจากการไม่อยากให้ “ทีมกิ๊ก” เสียนักเตะดี ๆ ไปหรอก แต่ผมคำนึงถึง “การเติบโต” ของนักเตะหนุ่มคนนึงซะมากกว่า

“ผมก็คิดงั้น” ตามิซีเห็นด้วย ก่อนจะเสริมว่า “ถ้าราชประชาฯขึ้นดิวิชัน 1 ผมอยู่ต่อแน่”




ความวุ่นวายหลังจบเกม

นักเตะสมุทรปราการโต้วาทีกับโค้ชราชประชาฯ

โค้ชแหยมและบ่าววีปลุกใจลูกทีมหลังจบเกม


ความวุ่นวายกลางสนามซาลงไปแล้ว ผมจึงเดินไปฝั่งสมุทรปราการ สบตากับบ่าววีเล็กน้อย เขาเดินมาจับมือกับผม

“เห็นเขาพูดกันว่านักเตะปราการไปต่อยนักเตะราชประชาฯ”

“ผมยังไม่รู้เรื่องเลยครับ” นักร้องลูกทุ่งชื่อดังตอบ ก่อนจะพูดถึงเกมนี้ว่า “เราเล่นดีนะ แต่กรรมการไม่ทันเกมหรือไงไม่รู้ทำให้เกมไม่ต่อเนื่อง ทำให้ผู้เล่นทั้งสองทีมมีอารมณ์ ยอมรับว่าแพ้วันนี้ทำให้โอกาสเหลือน้อยแล้ว แต่เราก็จะสู้ต่อไป นัดหน้าเจอเชียงราย เราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว”

เดินมาอีกนิดโค้ชแหยม วันชัย แหยมสลัมกำลังเปิดใจกับนักบอลอยู่

“วันนี้ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไร กรรมการมันเข้าข้างใครหรือเปล่าก็ไม่รู้หรือเพราะไม่ทันเกม หรือบางทีเป็นเพราะผมเปลี่ยนตัวผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่อีก 2 แม็ทช์ผมขอให้เราทำดีที่สุด ให้มันจบสวย ๆ หน่อย”

“กรรมการมีส่วนมาก แต่เราต้องเข้าใจและเล่นไปตามเกมของเรา สู้ต่อไป ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอย่างที่พี่แหยมบอก มันยังไม่ตายนี่ แม้อาจจะความหวังน้อยลงแล้ว” วีรยุทธิ์ นานช้าหรือบ่าววีตามมาสมทบ

“มันยังไม่หลุดหรอก ยังมีลุ้นอยู่ทุกทีม ส่วนกรรมการนั่นผมก็รู้อยู่แล้ว เอะใจตั้งแต่เปลี่ยนชื่อก่อนแข่งแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ยอมรับอะไรหรอก เกมน่ะดี เราเล่นดีมากเลย และขอให้แต่ละนัดรับผิดชอบกันให้ได้แบบนี้ ช่วยกันไล่บี้ อีก 2 เกมผมว่าเราผ่านไปได้ว่ะ วันนี้ช่างมัน มันเหมือนเกมที่อยุธยาเลย แม่งโกงเราตั้งแต่เปลี่ยนกรรมการ แล้วก็เป่าโกงเราทั้งเกม แต่ก็เป็นเราด้วยที่ทำไม่ขาดเอง ทำผิดพลาดเอง ผลมันเลยเป็นแบบนี้ ฝากอีก 2 เกมให้ใส่ใจกันมากกว่านี้จะได้ไม่พลาดอีก อีก 2 นัดนี่แหละที่คุณจะใช้พิสูจน์ใจ พิสูจน์ความรักที่คุณมีกับสโมสรนี้” ณัฐพล มากมงคล สต๊าฟโค้ชอีกคนเสริม

เรื่องราวที่ผมได้ฟังหลังจากนี้จะพูดว่าเป็นเรื่องราวแบบ “ราโชมอน” ได้ไหม? มันเป็นเรื่องเล่าที่มาจากมุมมองของคนเล่าเอง เพียงแต่ว่าเรื่องราวที่ผมจะเปิดเผยนี้มันยังเป็นการให้การแค่เพียงฝั่งเดียวเท่านั้น

“ทำแบบนี้เล่นให้ตายก็ไม่มีชนะหรอก”

“บอลมันวางหมากมาตั้งแต่อยุธยาแล้ว พอดึงอยุธยาไม่ได้ก็จะเอาทีมใหญ่เข้าอีก”

“ไม่มีที่ไหนหรอกเปลี่ยนตัวกรรมการก่อนแข่ง”

“นี่ยิ่งกว่านัดอยุธยาอีกนะ ที่อยุธยาเปลี่ยนกรรมการ แต่เป่ายังไม่ชัดเท่านี้ ใบเหลืองมันไล่แจกให้กองหลังเราหมดเลย แล้วก็ไล่มากองกลาง กะไม่ให้เรารับเลย คนที่ทดเวลานั่นก็ด้วย ข้างในยังไม่สั่งเลย แม่งกดมาแล้ว ส่วนลูกที่สองแม่งก็ล้ำหน้า”

“วีมอนนั่นแหละตัวดี ฟุตบอลดี ๆ แม่งจัดซะเละเทะเลย”

ชื่อในประโยคสุดท้ายผมไม่รู้ว่าคล้าย ๆ กับ “ราโชมอน” หรือเปล่า? แต่แว่ว ๆ มาว่าถ้าคำให้การของซามูไรฝั่งนี้เป็นจริง “วีมอน” นี่แหละเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมด

ทุกครั้งที่ดูซีเกมส์แล้วเห็นการโกงคะแนนกัน ผมอยากเข้าไปถาม “คนสั่งการ” ว่าเอ็งไม่รู้เหรอว่านักกีฬาเค้าซ้อมมาหนักขนาดไหน? แล้วทำไมถึงไม่ตัดสินชัยชนะกันที่ความเก่งจริง ๆ ล่ะ? ทำไมถึงต้องมาตัดสินกันที่ “การเดินเกมข้างสนาม” ด้วย?

“คำให้การ” ในวันนี้ทำให้ผมหวลคิดไปถึงซีเกมส์ที่มีชื่อเล่นว่า “ซีโกง”

แต่ผมจะไม่วิพากษ์ “คำให้การใด ๆ” ทั้งของคดี “นักเตะเป็นลมกลางสนาม” และคดี “กรรมการเป็นลมก่อนแข่ง (จึงต้องเปลี่ยนตัว)” หรอกนะ ของอย่างนี้อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน

เกมวันนี้มีทุกรสชาติจริง ๆ ขาดไปก็แค่ใบแดง...แล้วถ้ามันควรจะมีล่ะ ใครควรได้ไป? อนุญาตให้ผมเลือกแจกได้ 1 ใบ

2 นักเตะปราการที่รุมต่อยนักเตะราชประชาฯหรอ?

ไม่ว่าคู่แข่งจะด่ายังไง คุณไม่มีสิทธิ์เป็นทำตัวเป็นศาลเตี้ยหรอก...ฉะนั้นคุณสมควรโดนใบแดง

แต่...ว้า! ผมมีสิทธิ์เลือกแจกใบแดงเพียงใบเดียวนี่ เพราะฉะนั้นผมขอยกให้คุณก็แล้วกัน...

ไหน ๆ ตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า “ราโชมอน” แล้ว ทำไมผมจะไม่ให้ “วีมอน” เป็นพระเอกล่ะ?

คุณคือจุดอ่อน บอลไทยไม่พัฒนาก็เพราะคุณนั่นแหละ

เข้าใจไหม...บุคคลที่เคยถามคำถามเสล่อ ๆ ดักทางโค้ชเฮง วิทยา เลาหกุลเมื่อตอนลงชิงชัยในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเมื่อครั้งกระโน้น!




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2552
3 comments
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2552 20:07:58 น.
Counter : 1179 Pageviews.

 

อยากดู การประกวดดาวเดือน bonding 9

 

โดย: jack IP: 202.28.35.2 15 พฤศจิกายน 2552 17:42:21 น.  

 

ทั้งเพลง ทั้งนิยาย ... เกิดไม่ทันจริง ๆ - -"

 

โดย: :D keigo :D 12 ธันวาคม 2552 0:40:50 น.  

 

เขียนได้ยาว แต่ก็อ่านจนจบ มันช่างเป๊ะมากเลยพี่ สุดยอด

 

โดย: ptt IP: 210.1.3.242 19 ตุลาคม 2553 17:12:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


baevi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add baevi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.