Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
เด็กหญิงขี้อาย


        เช้าวันหยุด ดวงใจ เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง นั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างชั้นบนของบ้าน เธอไม่กล้าออกไปไหน ได้แต่นั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกเก่าๆตัวหนึ่ง แม้ว่าเธอเองจะอยู่ชั้น ป.5 แล้ว แต่เธอก็ยังเป็นคนขี้อาย เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านทั้งวัน วันนี้เป็นวันอาทิตย์ และก็เป็นอีกวันที่เธอไม่กล้าออกไปไหนเลย ส่วนพ่อกับแม่ของเธอออกไปขายผักในตลาด หลายครั้งที่พ่อกับแม่ของเธอชวนเธอไปด้วย เธอมักจะไม่ยอมไปเสียทุกครั้ง ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน และในห้องคนเดียวเงียบๆ บางที เธอก็ชอบทำอะไรอยู่คนเดียวเพียงลำพัง เช่น เขียนหนังสือ วาดรูป วาดการ์ตูน เขียนกลอน จนมีผลงานอยู่เต็มห้องไปหมด

        ดวงใจนั่งแอบอยู่ริมผนัง ไม่กล้าโผล่หน้าออกนอกหน้าต่าง หรือแม้แต่จะให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายล้ำอออกไปบริเวณหน้าต่าง เพราะกลัวคนจะเห็น

        หลายปีมาแล้ว ที่เธอยังเป็นคนที่ขี้อาย พ่อแม่ของเธอทำแต่งาน แทบจะไม่ค่อยมีเวลาให้เธอ และไม่เคยพาเธอออกไปเที่ยวพบปะผู้คน หรือออกงานสังคมอะไรเลย แถมพ่อยังชอบพูดจาให้เธอได้รู้สึกอับอายต่อหน้าเพื่อนบ้านบ่อยๆ ประกอบกับที่เธอชอบทำอะไรเปิ่นๆ ซุ่มซ่าม ต่อหน้าเพื่อนๆ ในโรงเรียนเป็นประจำ ทำให้เธอโดนล้อเลียน และถูกหัวเราะเยาะอยู่เสมอ ยิ่งทำให้เธอกลายเป็นคนขี้อายมากยิ่งขึ้นไปอีก จนเรียกได้ว่า แทบจะเข้าขั้นเป็นโรคกลัวสังคมไปเลยทีเดียว
        คนที่เป็นโรคกลัวสังคม มักจะแยกตัวออกจากสังคม และชอบอยู่ลำพังเพียงคนเดียว เวลาที่จะต้องเข้าสังคม คนเหล่านี้จะรู้สึกไม่สบายใจ วิตกกังวล บางที สังคมเองอาจจะโหดร้ายเกินไปสำหรับเขา หรือเขาอาจจะอ่อนแอเกินกว่าที่จะอยู่ร่วมในสังคมที่หลากหลายได้ จริงๆแล้ว ดวงใจเองก็อยากมีเพื่อน อยากมีสังคมกับเขาบ้างเหมือนกัน เพราะเธอเองก็รู้สึกเหงาในบางครั้ง

        ตุ้บ ตั้บ!

        ลูกฟุตบอลลูกหนึ่งกระเด็นเข้ามายังหน้าต่างที่ดวงใจนั่งแอบอยู่ ดวงใจสะดุ้งโหยง เธอเป็นโรคกลัวลูกฟุตบอลมากๆ ครั้งหนึ่ง เคยมีงานกีฬาสีที่โรงเรียน มีคนใช้ให้เธอเก็บลูกฟุตบอล แต่เธอกลับถือลูกฟุตบอลไว้ในมือไม่กล้าปล่อย จนคนในสนามหัวเราะเยาะ ทำให้เธอรู้สึกอับอายมาก และฝังใจ กลัวลูกบอลมาตั้งแต่บัดนั้น ดวงใจมองลูกฟุตบอลที่อยู่บนพื้น ด้วยสีหน้าวิตก

        “เฮ้ ยัยดวง โยนลูกบอลมาให้หน่อย”

        เสียงเด็กผู้ชายประมาณ 3-4 คน ตะโกนเรียกดวงใจให้โยนลูกบอลลงไปให้ เด็กผู้ชายเหล่านั้นเป็นเด็กที่เรียนห้องเดียวกับดวงใจ รู้จักดวงใจเป็นอย่างดี หนึ่งในนั้นคือ มานะ หัวโจกในกลุ่มซึ่งเป็นเด็กตัวแสบที่ชอบล้อและแกล้งเธอบ่อยๆ มานะและกลุ่มเพื่อนๆ ชอบมาเล่นฟุตบอลที่ข้างบ้านของดวงใจ อยู่เป็นประจำ เพราะเป็นลานกว้าง บางครั้งเวลาเล่นฟุตบอล ลูกฟุตบอลมักจะกระเด็นข้ามรั้วสังกะสี เข้ามายังบ้านของดวงใจเสมอ แต่เด็กพวกนั้นก็แอบมุดลอดช่องสังกะสีที่มีรอยเปิดโหว่ เข้ามาเก็บลูกบอลกลับไปเองได้อย่างไม่มีปัญหา แต่มาคราวนี้ พ่อของดวงใจ ได้ตีปิดช่องโหว่นั้นไว้ ทำให้เด็กพวกนั้นไม่สามารถเข้ามาเก็บลูกบอลได้เองอย่างเช่นเคย และบังเอิญวันนี้ ลูกบอลดันกระเด็นเข้ามาในห้องของดวงใจ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ดวงใจ ต้องเก็บลูกบอลให้เด็กพวกนั้นเป็นครั้งแรก
        ดวงใจค่อยๆ ผละตัวจากเก้าอี้ ก้มลงไปเก็บลูกบอลที่พื้น โดยพยายามไม่ให้ศรีษะโผล่พ้นขอบหน้าต่าง
        “เร็วๆหน่อย ทำอะไรอยู่”
        เสียงเด็กที่ร้องตะโกนอยู่ข้างล่าง ดังโหวกเหวก ทำให้ดวงใจรู้สึกประหม่า มือที่จับลูกฟุตบอลอยู่ทั้งสองมือมีอาการสั่นเท่า เธอตัดสินใจโยนลูกฟุตบอลออกไป แต่ไม่แรงพอ ลูกบอลลอยไปไม่ถึงฝั่งที่เด็กเล่นอยู่ แต่ตกลงในเขตบ้านของเธอ เด็กผู้ชายที่อยู่ฝั่งนั้นร้องเอะอะโวยวาย เพราะไม่สามารถข้ามมาเอาลูกฟุตบอลได้ จะเข้าทางหน้าบ้านของดวงใจก็ไม่ได้ เพราะปิดล็อคอยู่

        “เฮ้ ยัยดวงใจ ลูกบอลมันมาไม่ถึง เราเข้าไปเอาไม่ได้ ช่วยลงมาเก็บให้อีกทีสิ”

        มานะร้องตะโกนโวยวายเร่งเร้ากดดันเรื่อยๆ ดวงใจลังเล ไม่กล้าลุกออกไปไหน ได้แต่นั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ หลบอยู่ที่ริมหน้าต่างนั้นจนผล็อยหลับไป จนกระทั่งตอนเย็น เด็กเหล่านั้นถึงได้เข้ามาขอลูกบอลคืนจากพ่อกับแม่ของเธอ

        วันต่อมา ที่โรงเรียนของดวงใจ ระหว่างที่เข้าแถวเคารพธงชาติ ดวงใจเห็นพวกกลุ่มของเด็กชายมานะ ที่เข้าแถวอยู่ข้างๆ มองเธออย่างไม่วางตา ด้วยสายตาที่ดูโกรธเคืองไม่พอใจ แต่ดวงใจก็พยายามไม่สนใจ และไม่หันกลับไปมองอีก

        หลังจากเคารพธงชาติเสร็จ และเข้ามานั่งภายในห้องเรียน นักเรียนทุกคนต่างหยิบหนังสือขึ้นมาเตรียมที่จะเรียนวิชาแรก ดวงใจซึ่งนั่งอยู่โต๊ะหน้าสุดใกล้ประตูทางเข้าด้านหน้า กำลังจะหยิบหนังสือขึ้นมาเช่นกัน กลุ่มของเด็กชายซึ่งนั่งอยู่แถวโต๊ะกลางๆ ร้องตะโกนใส่ดวงใจด้วยความไม่พอใจ

        “ยัยดวงจู๋ เมื่อวานนี้ อดเล่นบอลเพราะเธอแท้ๆ บอกให้โยนบอลมา ก็โยนมาไม่ถึง แถมไม่ยอมมาเก็บให้ด้วย”

        มานะ คู่ปรับคนสำคัญของดวงใจ ซึ่งนั่งอยู่ในกลุ่มนั้นร้องตะโกนใส่ดวงใจ กลุ่มเด็กผู้ชายที่นั่งข้างๆ พากันร้องตะโกนสมทบ มานะหยิบลูกฟุตบอลขึ้นมาเหนือหัว แล้วขว้างลูกฟุตบอลไปใส่ดวงใจ โดยที่ดวงใจไม่ทันตั้งตัว แต่บังเอิญ อาจารย์สมหมาย อาจารย์ที่กำลังจะเข้ามาสอน เดินเข้ามาพอดี ลูกบอลเลยกระเด็นไปโดนที่บริเวณหน้าอกของอาจารย์ เฉียดๆ ใบหน้าไปนิดเดียว อาจารย์สมหมายซึ่งเพิ่งอารมณ์เสียจากเมื่อคืน ที่ลูกชายตัวเองถูกจับเพราะไปตั้งแก็งค์ซิ่งรถกับเพื่อน พอมาโดนลูกบอลกระเด็นใส่ ก็รู้สึกโกรธมาก ใช้มือทุบโต๊ะดังลั่น หันไปตวาดใส่เด็กนักเรียนในห้อง

        “ใครเป็นคนขว้างลูกบอลลูกนี้มาใส่ครู”
        ทุกคนในห้องเงียบกริบ มานะซึ่งเป็นคนขว้างลูกบอลไปใส่ครู ลุกขึ้นยืน พร้อมกับค่อยๆ ยกมือขึ้นด้วยความสั่นกลัว
        “ผมเป็นคนขว้างเองครับ”
        “ออกมานี่...เดี๋ยวนี้”
        มานะเดินออกไปหน้าชั้น อาจารย์สมหมายดุและตวาดเด็กชายต่างๆนานา โดยไม่ยอมถามเหตุผล พลางตบหัวแรงๆ ทันใดนั้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง อาจารย์สมหมายจับหัวเด็กชายมานะโขกกับกระดานไป 2-3 ที จนมานะร้องไห้ แล้วเดินมานั่งที่โต๊ะ ทุกคนในห้องนิ่งเงียบ เพราะต่างรู้สึกช็อค ที่ไม่เคยเห็นอาจารย์สมหมายบันดาลโทสะทำอะไรรุนแรงอย่างนี้มาก่อน
        วันต่อมาผู้ปกครองของมานะ ออกมาโวยวายที่โรงเรียนหลังจากทราบเรื่องที่เกิดขึ้น และมีนักข่าวมาทำข่าวมากมาย ทำให้ข่าวอาจารย์สมหมายทำร้ายนักเรียนถูกเผยแพร่ไปทั่ว ทั้งครูและผู้อำนวยการต้องออกมาแถลงข่าวขอโทษกันให้วุ่น อาจารย์สมหมายจำเป็นต้องลาออกเพราะทำให้โรงเรียนต้องอับอายและเสียชื่อเสียง

        บังเอิญวันที่นักข่าวมาทำข่าว มีผู้หญิงคนหนึ่งออกมาร้องเรียนกับนักข่าวว่าตัวเองท้องกับอาจารย์สมหมายซึ่งอาจารย์สมหมายเองก็มีภรรยาและลูกอยู่ก่อนแล้ว ทำให้เธอต้องเปลี่ยนสถานะกลายเป็นเมียน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะไม่รู้มาก่อนว่าอาจารย์สมหมายมีครอบครัวอยู่แล้ว พร้อมขอให้อาจารย์สมหมายรับผิดชอบเด็กในท้อง ทำให้อาจารย์สมหมายปัดความรับผิดชอบไปที่ผู้อำนวยการ บอกว่าผู้หญิงคนนั้นท้องกับผู้อำนวยการ เพราะเคยไปเที่ยวด้วยกัน ต่างคนต่างโยนกันไปโยนกันมาวุ่นวายไปหมด

        ดวงใจเฝ้ามองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ในเมื่อตัวเองไม่ได้ทำเรื่องน่าอายอะไร หรือทำอะไรเสียหายเดือดร้อนให้ใคร ทำไมเธอถึงต้องรู้สึกอาย ต้องมานั่งจมอยู่กับความอายที่ไม่มีเหตุผลแบบนี้ ดวงใจตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้มีความกล้ามากขึ้น กล้าที่จะทำในสิ่งที่ดีๆ โดยไม่ต้องอายใคร เธอส่งผลงานวาดเขียน และเรียงความของเธอ ที่เธอเคยแอบขีดๆเขียนๆไว้เล่นๆ เมื่อครั้งที่เธอเคยเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ออกไปลองประกวดดู จนได้ได้รับรางวัลมากมายทั้งระดับอำเภอระดับจังหวัดและระดับประเทศ ไปจนถึงระดับโลก นำชื่อเสียงของโรงเรียนกลับคืนมา แต่ที่แปลกไปกว่านั้น เพื่อนๆในห้องที่เคยล้อเธอมองเธอแปลกๆ กลับมาสนใจเธอมากขึ้น รวมถึงพ่อกับแม่ของเธอซึ่งปกติจะไม่ค่อยมีเวลาให้เธอ กลับมาสนใจเธอมากขึ้นด้วย ดวงใจยิ้มให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ

        เช้าวันหนึ่ง....เป็นเช้าวันอาทิตย์ ที่ริมหน้าต่างชั้นบนของบ้านหลังหนึ่ง ไม่มีใครอยู่
        แต่ที่อีกฝั่งหนึ่งของบ้าน มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเตะบอลอยู่กับเด็กผู้ชายอย่างสนุกสนาน




Create Date : 21 มกราคม 2554
Last Update : 21 มกราคม 2554 12:19:15 น. 4 comments
Counter : 385 Pageviews.

 
เรื่องนี้ เคยส่งไปขายหัวเราะมหาสนุก แต่ไม่ผ่าน ก็เลยเอามาลงให้อ่านกันที่นี่ครับ


โดย: freepark วันที่: 21 มกราคม 2554 เวลา:12:22:06 น.  

 
ตามมาอ่านในนี้หลังจากไปเจอ ในBanlue Group Forum
คิดว่าจะเข้ามาอ่านเรื่องอื่นใน blog อีกนะ........ถ้ามีเวลา




โดย: พี่จ๊ะจ๋า IP: 124.122.6.227 วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:10:54:36 น.  

 
จริงๆแล้ว ยอมรับว่าโอเว่อร์ไปหน่อย ในชีวิตจริงไม่มีใครเปลี่ยนตัวเองได้ง่ายๆในทันทีทันใดเหมือนเด็กหญิงในเรื่องนี้ แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงเขาได้ เป็นสิ่งที่สำคัญและดีที่สุดคือ ครอบครัว ความรักความเข้าใจจากพ่อแม่และคนรอบข้าง เป็นพลังสำคัญที่จะเปลี่ยนเขา ใครมีพี่น้อง หรือลูกหลานที่คล้ายๆแบบนี้ ที่นิสัยขี้อาย ต้องรีบแก้ตั้งแต่เด็กนะครับ

การพูดคุยกับลูกคือสิ่งสำคัญ พูดกับลูก เป็นการสื่อสารกับลูก เปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็น เมื่อลูกสามารถที่จะพูดคุยสื่อสารกับคนในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว(การพูดคือการแสดงออกอย่างหนึ่ง) ก็จะสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างมั่นใจ ทำให้เขาอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างเป็นปรกติสุข

เพราะฉะนั้น พูดง่ายๆก็คือ พูดเก่ง ก็เข้ากับคนอื่นได้ เข้าสังคมได้ พูดคุยกับลูกมากๆนะครับ


ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ







โดย: freepark วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:21:37 น.  

 


โดย: radakorn วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:20:52:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

freepark
Location :
บ้าน Antarctica

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวนนี้ ปลูกเรื่องราวต่างๆ
Friends' blogs
[Add freepark's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.