ดาวน์โหลดโปรแกรม ดูละครย้อนหลัง อ่านเรื่องราวของความรู้รอบตัว วิทยาศาสตร์ ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร รถยนต์ต่างๆ ไม่ทิ้งเรื่องราวความบันเทิงและเรื่องส่วนตัวอีกด้วย
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
31 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
แอปเปิล...ผลไม้ที่ดูดี มีชาติตระกูล...ใครได้กิน..แสนเท่ห์

ตำนานแอปเปิล



คัมภีร์ไบเบิลกล่าวถึงแอปเปิลว่า เป็นผลไม้ต้องห้าม ที่ Eve เชื้อชวนให้ Adam กิน และผลที่เกิดตามมาจากการเชื้อเชิญครั้งนั้น คือ มนุษย์เริ่มรู้จักทำบาป และนี่ก็คือ เหตุผลที่แอปเปิลในภาษาละตินตรงกับคำว่า malus ซึ่งแปลว่า ชั่วร้าย ถึงกระนั้น ภาษาอังกฤษก็มีสำนวนว่า the apple of your eye ซึ่งหมายถึง สิ่งนั้นมีค่ามากในสายตาคุณ

เทพนิยายกรีกโบราณก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแอปเปิลว่า กษัตริย์ Eurystheus ทรงมีบัญชาให้ Hercules นำผลแอปเปิลทองคำที่อยู่ในสวนของ Hesperides มาถวายพระองค์ และหลังจากที่ได้เดินทางรอนแรมหลายเดือน Hercules ก็มาถึงสวนแต่ก่อนจะเข้าสวนได้ เขาต้องฆ่ามังกรเฝ้าสวนก่อน และก็ทำได้สำเร็จ จึงหยิบแอปเปิลนำไปถวาย Eurystheus แล้วพระองค์ก็ ทรงมอบต่อให้มเหสีเพื่อนำไปคืนกลับให้ Hesperides อีก

ส่วน Eris ผู้เป็นเทพธิดาแห่งความขัดแย้ง เมื่อได้รับเชิญไปงานมงคลอภิเษกสมรสระหว่าง Peleus กับ Thetis นางจึงนำแอปเปิลทองคำที่มีคำจารึกว่า สำหรับคนที่สวยที่สุด ไปในงาน เหตุการณ์นี้ทำให้เทพธิดา Hera, Athena และ Aphrodite ซึ่งต่างก็อ้างว่าตนสวย ต้องให้เจ้าชาย Paris แห่ง Troy ตัดสิน และเทพธิดาทั้งสามต่างก็ให้สินบนแก่ Paris เพื่อให้ตนได้เป็นผู้ชนะ และสินบนจาก Aphrodite คือ Helen แห่งกรุง Sparta เป็นแปะเจี๊ยะที่ถูกใจ Paris ที่สุด Paris จึงให้แอปเปิลทองคำแก่ Aphrodite แล้วสงครามแห่ง Troy จึงเกิดตามมา

Atalanta เป็นเทพธิดาพระองค์หนึ่งที่ไม่ชอบแต่งงานกับชายใด นางจึงใช้วิธีวิ่งแข่งขัน โดยตั้งเงื่อนไขว่า ถ้าชายคนนั้นวิ่งชนะกายนาง เขาก็จะชนะใจนางด้วย Hippomenes จึงใช้อุบายโยนแอปเปิลทองคำล่อ Atalanta ทำให้นางชะงักวิ่ง โดยก้มลงเก็บผลแอปเปิล Hippomenes จึงได้นางเป็นภรรยา

ตำนานสวิสก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแอปเปิลเช่นกันว่า William Tell ใช้ธนูยิงผลแอปเปิลที่วางอยู่บนศีรษะลูกชายได้อย่างแม่นยำ เพื่อเอาชนะเจ้าผู้ครองเมืองที่ทารุณโหดร้าย และเมื่อเขาทำได้สำเร็จ ชาวเมืองก็ happily ever after

คนเดนมาร์กโบราณเชื่อว่า เวลาแอปเปิลอยู่ใกล้คนที่นอกใจคนรัก แอปเปิลจะเหี่ยว

ส่วนคนอังกฤษถือว่า วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันแอปเปิล เพราะครูอังกฤษส่วนใหญ่ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 - 18 มีรายได้ต่ำ ดังนั้น บิดามารดาของนักเรียนที่ครูคนนั้นสอน จึงมักนำผลแอปเปิลจัดลงในตะกร้า เพื่อนำไปให้ครูเป็นของขวัญ แต่ในเวลาต่อมา เมื่อเงินเดือนครูสูงขึ้น นักเรียนจะนำแอปเปิลผลเดียวไปให้ครูเพื่อแสดงความขอบคุณ

คนกรีกในสมัยโบราณเชื่อว่า เวลาชายใดโยนแอปเปิลให้หญิง นั่นหมายถึง เขากำลังขอเธอแต่งงาน และถ้าเธอรับได้ นั่นหมายความว่า yes

ในอเมริกาก็มีตำนานเกี่ยวกับแอปเปิลเช่นกัน คือ John Chapman ผู้เป็นนักผจญภัย และนักสอนศาสนาในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ขณะเดินทางผ่านรัฐ Ohio, Indiana และ Illinois ได้โยนเมล็ดแอปเปิลลงดิน และปลูกต้นแอปเปิลในทุกหนแห่งที่เขาไปเยือน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงมีชื่อเรียกเล่นว่า Johny Appleseed

ในวงการวิทยาศาสตร์เราก็มีตำนานเกี่ยวกับแอปเปิลเช่นกันว่า เมื่อ Isaac Newton เห็นผลแอปเปิลตกจากกิ่งลงสู่พื้น เหตุการณ์นี้ทำให้ Newton พบแรงโน้มถ่วง

ทุกวันนี้เราสามารถพบเห็นต้นแอปเปิลได้แทบทั่วโลก ทั้งในยุโรปและเอเชีย เช่น รัสเซีย ไซบีเรีย จีน เกาหลี อินเดีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมถึงอเมริกาเหนือและใต้ สถิติการปลูกแอปเปิลในปี 2548 แสดงให้เห็นว่าโลกผลิตแอปเปิลได้ 48 ล้านตัน มูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ โดยจีนปลูกมากประมาณ 50% อาร์เจนตินา 15% และอเมริกา 7.5% ประเทศอื่นๆ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี แอฟริกาใต้ และชิลี เป็นต้น โดยคนมักบริโภคแอปเปิลหลายรูปแบบ เช่น ทำแอปเปิลกระป๋อง น้ำแอปเปิล เหล้าแอปเปิล พายแอปเปิล ซอสแอปเปิล เนยแอปเปิล เยลลี่แอปเปิล และในสภาพผลไม้สด เป็นต้น

เพราะแอปเปิลนอกจากจะมีคุณค่าอาหาร เช่น ในแอปเปิล 100 กรัม มีคาร์โบไฮเดรต 13.8 กรัม น้ำตาล 10.4 กรัม เส้นใย 2.4 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม โปรตีน 0.3 กรัม แล้วยังมีแคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และสังกะสีด้วย นักโภชนาการยังพบอีกว่า แอปเปิล สามารถลดโอกาสการเป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด ได้ เพราะมีวิตามิน C และมีตัว antioxidant ที่สามารถทำลายอนุมูลอิสระได้ด้วย นอกจากนี้แอปเปิลยังคุ้มครองสมองให้ปลอดจากโรค Alzheimer และโรค Parkinson ด้วย และในส่วนของโทษก็มี เช่น กรด malic ที่มีในแอปเปิล ถ้าเราบริโภคมากก็จะทำลายเคลือบฟัน หรือเมล็ดแอปเปิลก็มีสาร amygdalin ซึ่งมีพิษเล็กน้อย และตามปกติในการบริโภคแอปเปิล เราควรล้างเปลือกให้สะอาด เพราะเปลือกอาจมียาฆ่าแมลงเคลือบอยู่

แอปเปิลเป็นไม้ยืนต้นที่ผลัดใบ นักชีววิทยาได้จัดให้แอปเปิลอยู่ในชั้น Magnoliopsida อันดับ Rosales วงศ์ Rosaceae สกุล Malus และชนิด M. domestica โดยมีต้นสูงตั้งแต่ 5 - 12 เมตร ใบรี ปลายแหลม ขอบใบหยัก ใบมีความยาวตั้งแต่ 5 - 12 เซนติเมตร และกว้าง 3 - 6 เซนติเมตร ออกดอกในฤดูใบไม้ผลิ ดอกมีสีขาวแกมชมพูเล็กน้อย กลีบดอกมี 5 กลีบ

ในการปลูกแอปเปิล ชาวสวนอาจใช้วิธีตอนกิ่ง หรือปลูกด้วยเมล็ดก็ได้ ต้นแอปเปิลจะออกผลใน 3 - 4 ปี และขึ้นได้ดีในทุกสภาพดินที่น้ำไม่ท่วมขัง และชาวสวนต้องคอยพรวนดินเสมอ อีกทั้งลมต้องไม่พัดแรง

เวลาแอปเปิลออกดอก มันต้องอาศัยผึ้งและแมลงช่วยในการผสมเกสร และถ้าการผสมไม่ดี ผลก็จะไม่ติดหรือลูกอาจมีขนาดเล็ก บิดเบี้ยว หรือสุกช้า และมีเมล็ดน้อย แต่ถ้าการผสมพันธุ์ดี ผลอาจมีเมล็ดตั้งแต่ 7 - 10 เมล็ด ดังนั้น ผึ้งหรือแมลงอาจจะต้องช่วยในการผสมเกสรของดอกแอปเปิลหลายครั้ง จึงจะได้ผลแอปเปิลที่สมบูรณ์

ปริศนาหนึ่งที่ค้างคาใจคนรักแอปเปิล คือ ต้นแอปเปิลต้นแรกของโลกถือกำเนิดที่ใด (ห้ามตอบว่าสวน Eden)

ถึงแม้ประวัติศาสตร์จะได้บันทึกว่า นักประพันธ์กรีกชื่อ Theophrastus กล่าวถึง การปลูกแอปเปิลในกรีซ ตั้งแต่ พ.ศ. 100 แต่นักชีววิทยามีหลักฐานมากมายที่แสดงให้เห็นว่า ถิ่นกำเนิดของแอปเปิลคือแคว้น Tian Shan ในจีน

ในวารสาร American Scientist ฉบับที่ 95 ประจำเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ปีนี้ Barrie E. Juniper แห่งมหาวิทยาลัย Oxford ได้ศึกษาพันธุกรรมของแอปเปิลโดยการวิเคราะห์ mitochondria DNA ของมันจนพบว่า แอปเปิลเป็นพืชที่ชอบผสมพันธุ์ข้ามต้น ดังนั้น ต้นลูกจะมีลักษณะรูปร่างไม่เหมือนต้นพ่อแม่ ด้วยเหตุนี้แอปเปิลปัจจุบันจึงมีกว่า 20,000 สายพันธุ์ จะอย่างไรก็ตาม การศึกษาสายพันธุ์แอปเปิลในที่ต่างๆ ทั่วโลก เขาได้พบว่า แอปเปิล ต้นแรกของโลกต้องอยู่ที่ Tian Shan ในจีน แล้วแพร่พันธุ์สู่หุบเขา Fergana ใน Uzbekistan จากนั้นก็เข้าสู่ Mesopotamia แล้วไป Persia จนทำให้มันมีความสำคัญเทียบเท่ามะเดื่อ อินทผลัม และองุ่น แล้วแอปเปิลก็เข้าสู่ยุโรป และแพร่หลายไปทั่วโลกครับ

ข้อมูล แอปเปิล



แอบเปิลเป็นไม้ผลเมืองหนาวประเภทผลัดใบ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดทางยุโรป แหล่งปลูกที่สำคัญ ๆ ของโลกคือทวีปอเมริกา ยุโรปทางแถบเอเซียก็มี เช่น โซเวียต จีน ญี่ปุ่นรวมทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วย สำหรับประเทศไทยนั้นเพิ่งจะถูกนำเข้ามาปลูกไม่กี่ปีนี้เอง ลักษณะต้นและใบ เป็นไม้เนื้อแข็ง รูปร่างของยอดที่เจริญเต็มวัยจะแตกต่างไปตามชนิดและตามพันธุ์ โดยทั่วไปต้นแอปเปิลมีรูปร่างเกือบเป็นทรงกลม แต่บางพันธุ์ก็มีลักษณะสูงชลูด บางพันธุ์ก็มีลักษณะเป็นพุ่มแจ้ ใบเป็นใบเดี่ยวเขียวสลับกันและขอบเป็นหยัก ผลคล้ายชมพู่มีรอยเป็นปุ๋มทางด้านขั้นและก้นผล แต่ไม่ลึกนักมีสีผิวต่างกันตั้งแต่สีเหลืองคล่ำจนถึงน้ำตาลแดงเข้ม เนื้อมักจะมีสีขาวหรือขาวนวลซึ่งมีลักษณะหยาบ แอปเปิลเป็นพืชในสกุล Rosaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Malus domestica


สภาพดินฟ้าอากาศ
แอปเปิลเป็นไม้ผลเมืองหนาวที่ต้องการอากาศหนาวเย็นอันยาวนานโดยจะทำให้ระยะพักตัวยุติลง โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 60-85 องศาฟาเรนไฮต์ ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาฟาเรนไฮต์ จะเป็นอันตรายต่อระบบรากอย่างรุนแรง สำหรับดินที่เหมาะสมกับการปลูกแอปเปิลควรเป็นดินร่วนปนทรายมีความเป็นกรด-ด่างประมาณ 5.0-6.8 แต่แอปเปิลไม่ชอบดินที่มีน้ำขังบริเวณราก

พันธุ์แอปเปิล
พันธุ์แอปเปิลมีประมาณ 2,000 พันธุ์ แต่ที่ดีและนิยมปลูกมีเพียง 4 พันธุ์ คือ
1. พันธุ์แอนนา เป็นพันธุ์ที่ผสมขึ้นมาในประเทศอิสราเอลเมื่อผลแก่จัดจะมีสีเหลืองสดขนาดใหญ่ปานกลาง รูปผลค่อนข้างยาว
2. พันธุ์ เอน เชเมอ ผลค่อนข้างกลมขนาดเล็กว่า แอนนา เล็กน้อย สีเหนืองจัด ทั้ง 2 พันธุ์นี้ปลูกที่ดอยอ่างขางเริ่มจะให้ผลแล้ว
3. พันธุ์ โรม บิวตี้ เป็นพันธุ์ที่ปล่อยละอองเรณูหลังจากที่ออกช่อดอกเร็วที่จะสามารถรับเชื้อได้ ดังนั้น พันธุ์นี้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะใช้เป็นตัวถ่ายละอองเรณูแก่พันธุ์อื่น ๆ ได้
4. พันธุ์ แกลนด์ อเลกเซนเตอร์

การขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์แอปเปิลทำได้หลายวิธี เช่นการติดตา ตัดกิ่ง วิธีการทำก็เริ่มจากเตรียมต้นตอ ซึ่งอาจจะได้มาจากการตอนหรือปักชำ แต่มีวิธีการเตรียมต้นตอซึ่งจะได้จำนวนมากและระยะเวลารวดเร็วก็คือ ทำโดยปลูกแอปเปิลลงไปก่อน แล้วตัดต้นแอปเปิลให้เหลือแต่ตอ ตอจะแตกกิ่งก้านสาขาออกมามากมาย เราจึงใช้ดินกลบโคนต้น กิ่งเหล่านั้นก็จะแตกรากออกมา เมื่อรากออกดีแล้วก็ทำการขุดย้ายเอาไปปลูกต่อไป ต้นตอที่ใช้ในประเทศไทยคือพันธุ์ เอ็ม เอ็ม 106 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างแคระและสามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้ก็ยังมีไม้ป่าที่ใช้เป็นต้นตอได้ดี เช่น มะขี้หนู กล้วยฤาษี ก่อ เป็นต้น


การปลูกและการปฏิบัติดูแลรักษา
การปลูกแอปเปิลมีระบบการปลูกเป็น 2 แบบ คือ
1. ระบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า
2. ระบบแนวระดับ

ในระบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะปลูกต้นไม้เป็นมุมฉากต่อกันอยู่แต่ละมุมของสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหมาะสำหรับปลูกไม้แซมทำให้พรวนดินได้ 2 ทาง สะดวกในการดูแลรักษา และต้นแอปเปิลจะได้รับแสงแดดมากที่สุด
ส่วนระบบแนวระดับจะปลูกตามแนวระดับทางเดียวและมักจะคดเคี้ยวไปตามระยะทางห่างกันอีกด้านเป็นระยะจำกัด ระบบนี้ช่วยลดการสึกกร่อนของดินเหมาะกับพื้นที่ที่เป็นเนินเขาหรือที่ลาดชัน

การให้ปุ๋ย
จะให้ประมาณ 2 ครั้งต่อปี โดยในช่วงเริ่มออกดอกจะให้สูตร 13-13-21 และในช่วงหลังเก็บเกี่ยวและตัดแต่งจะให้สูตร 15-15-15 ส่วนอัตราที่ใช้ก็แล้วแต่ขนาดและอายุของการเจริญเติบโต วิธีการให้ปุ๋ยก็ทำโดยพรวนดินบริเวณรอบทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงบนบริเวณที่พรวน จากนั้นก็ให้น้ำตามลงไป
สำหรับวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยให้แอปเปิลมีดอกและผลก็มีการศึกษาทดลองกันมากมาย เช่น ในประเทศอินโดนีเซียใช้การโน้มกิ่งและปลิดใบ เพื่อบังคับให้ตาแตก จากวิธีนี้จะทำให้แอปเปิลออกผลได้ 2 ครั้งต่อปี

การตัดแต่งกิ่ง
การตัดแต่งกิ่งจะนิยมทำกันในช่วงที่ต้นแอปเปิลพักตัวคือในฤดูหนาว ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่แอปเปิลทิ้งใบจะสะดวกในการตัดแต่งกิ่งมาก


การปลิดผล
เมื่อแอปเปิลติดผลมากเกินไปก็จะทำให้ได้ขนาดผลที่เล็กและอาจเป็นอันตรายแก่ต้นได้ เพราะใช้อาหารจากต้นมาก ดังนั้น จึงต้องมีการปลิดผลออกบ้าง โดยคำนึงถึงความแข็งแรงของต้น กิ่งและใบ โดยปกติแล้วใบที่จะปรุงอาหารมาเลี้ยงผลไม่ควรต่ำกว่า 40 ใบต่อ 1 ผล

การห่อผล
แอปเปิลที่ปลูกอยู่เราใช้กระดาษห่อผลตั้งแต่เมื่อผลยังมีขนาดเล็กอยู่ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันแมลงที่อาจจะมาเจาะผลทำลายและการห่อผลยังช่วยให้สีผลแอปเปิลสวยสดกว่าด้วย

การปลูกพืชคลุมดิน
ในการทำสวนแอปเปิลมีความจำเป็นต้องทำในที่ที่มีอากาศเย็นหรือสภาพภูเขาสูง สิ่งที่จำเป็นคือพืชคลุมดิน โดยจะช่วยลดการชะล้างหน้าดินและยังช่วยเก็บความชุ่มชื่นของดินให้อยู่ได้นานทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นด้วย พืชที่ใช้ได้ดีบนดอยอ่างขางคือ เดสโมเดียมเป็นพืชตระกูลถั่วสามารถเจริญเติบโตได้ดี


โรคและแมลง
การปลูกแอปเปิลในเมืองไทยขณะนี้มีศัตรูที่สำคัญ คือ นก ซึ่งจะจิกผลแอปเปิลให้เกิดตำหนิเสียหาย ส่วนศัตรูอื่น ๆ เช่นโรคและแมลงก็มีบ้างแต่ยังไม่ทำความเสียหายมากนัก

การเก็บเกี่ยว
แอปเปิลที่ปลูกในประเทศไทยคือที่ดอยอ่างขาง จะเริ่มออกดอกประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ และจะเริ่มเก็บผลได้ประมาณต้นเดือนมิถุนายน การเก็บต้องระมัดระวังให้มีการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด เพื่อป้องกันการชอกช้ำเสียหายอันจะทำให้ราคาต่ำได้ หลังจากเก็บแล้วก็นำบรรจุหีบเพื่อส่งตลาดต่อไป


ประโยชน์
แอปเปิลเป็นไม้ผลที่นิยมรับประทานผลสด ราคาจำหน่ายก็สูงประมาณ 12-15 บาท นอกจากนี้ยังสามารถเอาไปทำ ไซเดอร์ และบางพันธุ์ยังนำไปทำอาหารคาวหวานได้หลายชนิดเช่น ไพน์ แยม เป็นต้น


การเตรียมดิน
ก็เหมือนกับการปลูกไม้ผลทั่วไป โดยขุดหลุมขนาด 1x1x1 เมตร กองดินดินบนไว้กองหนึ่ง และดินชั้นล่างไว้อีกกองหนึ่ง นำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า ๆ เทใส่ลงไปขนาดพอ ๆ กับกองดินบน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นจึงค่อยเอาดินล่างกลบลงไปให้มีระยะสูงกว่าปากหลุมเล็กน้อย นำต้นตกลงปลูกได้แล้วกลบดินบริเวณโคนต้นให้แน่นพอควร


ฤดูกาลที่ปลูก
ควรทำในขณะที่อยู่ในช่วงพักตัว คือช่วงฤดูหนาว ซึ่งในช่วงนี้ต้นพืชจะได้รับการกระทบกระเทือนจากการขุดย้ายน้อยที่สุด



หมายเหตุ (คลิกไปชมกันเองนะครับ)

- ไปชมชาวสวนไปเก็บแอปเปิลเมืองนอก
- ต้นแอปเปิลเก่าแก่
- เก็บแอปเปิลในสวน

ที่่มา
ผู้จัดการออนไลน์
http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=803.0


Create Date : 31 ธันวาคม 2553
Last Update : 31 ธันวาคม 2553 16:00:11 น. 2 comments
Counter : Pageviews.

 
ดีจริงๆ ดีมากมาก ฉันจะติดต่อคุณเพื่อดูรายละเอียด ?


โดย: Namnung IP: unknown, 193.175.73.207 วันที่: 9 มีนาคม 2554 เวลา:16:09:26 น.  

 
ค้นหามะเดื่อ แต่มีแอปเปิ้ลมาด้วยได้ไงเนี้ย


โดย: paweena IP: 171.6.122.106 วันที่: 24 กรกฎาคม 2556 เวลา:11:34:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
scimovie
Location :
อุตรดิตถ์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 43 คน [?]




แหล่งรวบรวมความรู้ โปรแกรม เพลง หนัง เกมส์ วิทยาศาสตร์ ดูละคร เรื่องย่อ ภาพยนตร์ การเงิน และอื่นๆ อีกมากมาย สุดท้ายขอกำลังใจให้มีแรงอัพเดทตลอดๆ ครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกันครับ
สถิติการเข้าชมนับจากปี 2551


Yaimai Kids'shop | สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Friends' blogs
[Add scimovie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.