ดาวน์โหลดโปรแกรม ดูละครย้อนหลัง อ่านเรื่องราวของความรู้รอบตัว วิทยาศาสตร์ ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร รถยนต์ต่างๆ ไม่ทิ้งเรื่องราวความบันเทิงและเรื่องส่วนตัวอีกด้วย
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
4 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
โพลชี้ ชายไทยเกือบ 90% เห็นด้วยสามีช่วยทำงานบ้าน

ความยุติธรรมระหว่างเพศปรากฎชัดขึ้นอีกเมื่อผู้ชายก็เห็นด้วยที่จะให้สามีช่วยทำงานบ้านแทนภรรยา..เรื่องนี้ ผมไม่ว่าอะไร เพราะปัจจุบันก๋ทำแทนแทบจะทุกอย่างอยู่แล้ว...เศร้า

โพลมูลนิธิเพื่อนหญิงพบชายไทยร้อยละ 91 เชื่อคนดีต้องเป็นทั้งผู้นำและผู้ตามของเพศหญิง ไม่เกี่ยงกับบทบาทความเท่าเทียมของการ ช่วยภรรยาทำงานบ้าน ผอ.มูลนิธิฯ ชี้ทัศนติดังกล่าวสร้างความเท่าเทียม ลดปัญหาการใช้ความรุนแรง

วันนี้ (4 พ .ย.) ที่ลานวิกตอรีพอยต์ มูลนิธิเพื่อนหญิงร่วมกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานเสวนาหัวข้อ “แค่เลิกคิดว่าชายเป็นใหญ่ สิ่งดีๆ ก็เกิดขึ้นได้....จริงหรือ? ” เพื่อเป็นการรณรงค์ให้สังคมลดการใช้ความรุนแรงต่อเด็กและสตรี



โดย นายจะเด็จ เชาวิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า เนื่องจากแต่เดิมสังคมไทยส่วนใหญ่มักมองว่าเพศชายเป็นเพศที่ยิ่งใหญ่และมีภาวะผู้นำในครอบครัว ขณะที่เพศหญิงมักถูกมองว่าเป็นผู้ตามและต้องเชื่อในความคิดและคำสั่งของเพศชายเสมอ หรือเรียกว่าวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ซึ่งบางครั้งแนวคิดดังกล่าวนำไปสู่พฤติกรรมการเอาเปรียบเพศหญิง และการใช้ความรุนแรงในครอบครัวได้ ดังนั้น เพื่อให้สังคมเกิดความเท่าเทียม คนในสังคมต้องเปลี่ยนแปลงแนวคิดไปจากที่เป็นอยู่ให้ได้ ทั้งนี้ในเบื้องต้นทางมูลนิธิฯ ได้สำรวจทัศนคติของเพศชายในหัวข้อ “แค่เลิกคิดว่าชายเป็นใหญ่ สิ่งดีๆก็เกิดขึ้นได้” ในระหว่างวันที่ 17-23 ต.ค. 2553 จากการสอบถามความคิดเห็นจากเพศชายอายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป โดยเจาะกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,139 คน จากพื้นที่ 9 จังหวัด คือ กทม. สุรินทร์ อำนาจเจริญ ชุมพร สมุทรสาคร นครปฐม สมุทรปราการ เชียงใหม่และลำพูน พบว่ามุมมองความคิดเกี่ยวกับความเสมอภาคของหญิงและชายนั้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอีกทั้งมองว่าการให้เกียรติผู้หญิงเป็นสิ่งดีก็มีท่าทีที่สูงขึ้น โดยผลการสำรวจพบว่า ผู้ชายในกลุ่มตัวอย่างมองว่าชายเป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี ยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นไม่ยึดติดกับความคิดของตนเองว่าเป็นใหญ่ฝ่ายเดียว มีถึงร้อยละ 91.90, มองว่าการแสดงออกทางความรักครอบครัวด้วยการมีความรับผิดชอบนั้นดีกว่าพฤติกรรมการกินเหล้ามีร้อยละ 89.60

นายจะเด็จ กล่าวว่า ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับการแสดงความเท่าเทียมด้วยการปฏิบัติหน้าที่ภายในครัวเรือน เช่น การช่วยผู้หญิงทำงานบ้าน เพื่อแบ่งเบาภาระมีอยู่ร้อยละ 89.80, ประเด็นเรื่องของการมีรักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์กับภรรยาเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง พบว่าเพศชายร้อยละ 86.90 เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเรื่องนี้ และที่ประเด็นที่สำคัญคือ ทัศนคติของการใช้ความรุนแรง โดยถามในหัวข้อ “ภรรยาไม่ใช่สมบัติของสามี จึงต้องให้เกียรติไม่ทุบตี ไม่ดุด่า บังคับหลับนอน” ปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่งกับเรื่องนี้มีอยู่ถึงร้อยละ 82.90 ขณะที่ยังคงมีผู้ไม่เห็นด้วยกับประเด็นดังกล่าวอยู่ร้อยละ 0.7 ซึ่งทางมูลนิธิฯจำเป็นต้องเดินหน้ารณรงค์ในเรื่องของการยุติการใช้ความรุนแรงและลดวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ต่อไปเรื่อยๆ โดยปี 2553 เน้นที่ประเด็นของ “สองเราเท่าเทียม”เพื่อสะท้อนให้คนในสังคมเห็นว่า ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน ใครจะเป็นใหญ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้

“การรณรงค์ดังกล่าวทางมูลนิธิฯจะมีการขับเคลื่อนแนวคิดโดยเร่งประสานงานร่วมกับภาครัฐ หลักๆ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ โดยการเสนอให้มีการเร่งให้เผยแพร่ความรู้เรื่องความเท่าเทียมในสังคม กระทรวงวัฒนธรรมเน้นเรื่องการ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เน้นเรื่องของปราบปรามและลดการใช้ความรุนแรงแก่เด็กและสตรี ” นายจะเด็จกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.วิเชียร สุวพิศสารวัตรประจำสถานีตำรวจภูธรสลุย จ.ชุมพร ในฐานะตัวแทนของมูลนิธิฯ ที่ร่วมรณรงค์เรื่องของความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงกับชาย กล่าวว่า ชายไทยส่วนใหญ่มองว่าตนเองเป็นใหญ่ในสังคมจึงมักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสตรีโดยเฉพาะภรรยา เนื่องจากลายคนอาจจะอับอายที่จะยอมเป็นผู้ตามในครอบครัว แต่สำหรับตนนั้นมองว่าการช่วยเหลืองานบ้านแก่ภรรยา คือหน้าที่ของสามี และเป็นหนทางแห่งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และที่สำคัญสามีและภรรยา ต้องดูแลครอบครัวให้ดีในฐานะหัวหน้า ไม่ใช่โยนภาระให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เนื่องจากสังคมปัจจุบันเปลี่ยนไป เพศหญิงก็มีงานนอกบ้านที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นจะให้รับภาระงานในบ้านเพียงลำพังก็เป็นสิ่งไม่เหมาะสม

“ผมกับภรรยาเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยกัน เราต้องช่วยกันเลี้ยงลูกให้ดี และทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ พยายามเปิดใจรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกันเสมอ ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าภาระอันยิ่งใหญ่ คือ ลูก ดังนั้น ทุกอย่างที่เราทำก็ต้องคำนึงถึงลูกเสมอ ไม่ใช่คิดแค่เราสองคน” พ.ต.ท.วิเชียรกล่าว

ที่มา
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000155875


Create Date : 04 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2553 17:40:01 น. 1 comments
Counter : 359 Pageviews.

 
แวะมาทักทายครับ ..........


โดย: MaFiaVza วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:04:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

scimovie
Location :
อุตรดิตถ์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 91 คน [?]




แหล่งรวบรวมความรู้ โปรแกรม เพลง หนัง เกมส์ วิทยาศาสตร์ ดูละคร เรื่องย่อ ภาพยนตร์ การเงิน และอื่นๆ อีกมากมาย สุดท้ายขอกำลังใจให้มีแรงอัพเดทตลอดๆ ครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกันครับ
สถิติการเข้าชมนับจากปี 2551


Yaimai Kids'shop | สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Friends' blogs
[Add scimovie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.