ดาวน์โหลดโปรแกรม ดูละครย้อนหลัง อ่านเรื่องราวของความรู้รอบตัว วิทยาศาสตร์ ท่องเที่ยว สุขภาพ อาหาร รถยนต์ต่างๆ ไม่ทิ้งเรื่องราวความบันเทิงและเรื่องส่วนตัวอีกด้วย
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
ปราสาทพระวิหาร...กระแสร้อนแรงในขณะนี้


ภาพจาก http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/88/23088/images/106.jpg

ไม่ได้สร้างกระแสหรือเกาะกระแสอะไรหรอก แต่มันก็ทนไม่ได้ที่เขาพระวิหารที่เราเคยได้ยินได้ทราบว่าเป็นของคนไทยนั้น กำลังจะถูกต่างชาติยึดคืนไป หน้านี้ไม่ได้รวบรวมทั้งหมดไว้ แต่หยิบยกมาเพียงส่วนน้อยนิดส่วนรายละเอียดในแต่ละส่วนก็ได้ลิงค์ไปให้แล้ว สามารถคลิกไปอ่านเพิ่มเติมกันได้เลย

ประวัติความเป็นมาของเขาพระวิหาร(จากวิกิพีเดีย)
ปราสาทพระวิหาร (​เขมร: ប្រាសាទ​ព្រះវិហារ; ปราสาทเปรี๊ยะวิเฮียร์ - สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์; อังกฤษ: Temple of Preah Vihear) หรืออาจเรียกว่า ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นปราสาทหินที่อยู่บริเวณเทือกเขาพนมดงรัก หรือเทือกเขาพนมดงเร็กในภาษาเขมร (ซึ่งแปลว่า ภูเขาไม้คาน) ที่ตั้งของศาสนสถานแห่งนี้รู้จักกันในนาม พนมพระวิหาร อันหมายถึง บรรพตแห่งศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างอำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ของกัมพูชา และอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 เขาพระวิหารได้ผ่านการคัดเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของประเทศกัมพูชา โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ

ชื่อ
เมื่อ พ.ศ. 2442 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ได้เสด็จไปยังปราสาทแห่งนี้ และทรงขนานนามว่า "ปราสาทพรหมวิหาร" ซึ่งต่อมาเรียกกันทั่วไปว่า "ปราสาทพระวิหาร" นับเป็นปราสาทขอมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์การก่อสร้างเทวสถานของฮินดู ประวัติศาสตร์การเรียกร้องเขาพระวิหาร และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งของไทยและกัมพูชา

นามของปราสาทพระวิหารตามที่ปรากฏในศิลาจารึกคือ "ศีรศิขเรศวร" แปลว่า ภูเขาแห่งพระอิศวร ซึ่งเกิดจากการสมาสกันของคำว่า "ศิขร" (ภูเขา) และ "อิศวร"

ในบางครั้ง ชาวกัมพูชาเรียกปราสาทดังกล่าวว่า "พนมพระวิหาร" (ភ្នំព្រះវិហារ) ซึ่งชาวไทยมักเรียกว่า "เขาพระวิหาร" ในภาษาไทย ราว พ.ศ. 2551 คำว่า "เขา" ได้ถูกละไว้ในชื่อเพื่อแสดงถึงความแตกต่างระหว่างตัวปราสาทและเนินเขาซึ่งปราสาทสร้างขึ้น

ประวัติการก่อสร้าง
ปราสาทพระวิหารประกอบด้วยหมู่เทวาลัยและปราสาทหินจำนวนมาก เทวาลัยหรือปราสาทหินแห่งแรกสร้างขึ้นเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 ซากปรักหักพังของเทวาลัยที่เหลืออยู่ มีอายุตั้งแต่สมัยเกาะแกร์ ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 ครั้นเมื่อนครหลวงของอาณาจักรขอมอยู่ใกล้ คือ ที่นครวัด นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบบางประการในรูปแบบศิลปะของปราสาทบันทายศรี ตามหลักจารึกที่ค้บพบ 3 หลักคือ จารึกศิวะศักติ จารึกหมายเลข K380 และ K381 เชื่อว่าเริ่มก่อสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1432-1443) ในฐานะ "ภวาลัย" ที่ทรงมอบแก่เจ้าเมืองที่ครองพื้นที่ในแถบนั้น ซึ่งอยู่ในตระกูล "พระนางกัมพูชาลักษมี" พระมเหสีของพระองค์ และเป็นรูปร่างเมื่อในสมัยพระเจ้ายโศวรมัน ซึ่งสถาปนาศรีศิขเรศวร ในปี พ.ศ. 1436 แต่โครงสร้างส่วนใหญ่ของปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (มีพระนามจารึกที่กรอบประตูโคปุระชั้นที่ 2 ว่า "สูรยวรรมเทวะ" และปีที่สร้างแล้วเสร็จในสมัยของพระองค์ตามจารึกคือ พ.ศ. 1581) และพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 11 และคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตามลำดับ ตามจารึกกล่าวไว้ว่าพระองค์ส่ง "ทิวากรบัณฑิต" มาบวงสรวงพระศิวะทุกปี นอกจากนี้ยังมีชุมชนโดยรอบที่กษัตย์อุทิศไว้ให้รับใช้เทวสถาน ชุมชนที่มีชื่อในจารึกอย่างเช่น กุรุเกษตร, พะนุรทะนง เป็นต้น

ในปัจจุบันนี้ปราสาทหลงเหลือแต่เพียงซากปรักหักพัง แต่ทว่ายังมีอาคารปราสาทเหลืออยู่อีกหลายแห่ง

ที่ตั้ง

ที่ตั้งของปราสาทพระวิหารเมื่อเทียบกับประเทศไทยและประเทศกัมพูชาปราสาทพระวิหารตั้งอยู่บนผาเป้ยตาดีของเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ตั้งอยู่ที่ละติจูดที่ 104 องศาตะวันออก 41 ลิปดา ในอดีตอยู่ในเขตหมู่บ้านภูมิซร็อล (แปลว่า บ้านต้นสน) ตำบลเสาธงชัย (ในอดีคคือ ตำบลบึงมะลู) อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย ห่างจากอำเภอเมืองศรีสะเกษ 110 กิโลเมตร คำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ในปี พ.ศ. 2505 มีผลทำให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในบ้านสวายจรุม ตำบลก็อนตวต อำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ปราสาทตั้งอยู่ห่างจากปราสาทนครวัดในเมืองพระนคร 280 กิโลเมตร และห่างจากกรุงพนมเปญ 296 กิโลมตร แต่แม้ในปัจจุบัน ศาลโลกก็ยังไม่ชี้ขาดว่าแผ่นดินที่ตั้งเขาพระวิหารเป็นของประเทศใด





เพราะรูปนี้คือตำนาน รูปนี้เป็นอุบัติเหตุรถทัศนาจรของโรงเรียนหนึ่งนำคณะครูนักเรียนไปเขาพระวิหาร ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ มีครูผู้หญิงท่านหนึ่งกระโดดออกจากตัวรถขณะที่รถกำลังเอียงจึงถูกรถทับเสียชีวิต ส่วนคนอื่นๆในรถไม่มีใครเป็นอะไรเลย ครูท่านนั้นชื่อว่า "แดง" สถานที่แห่งนั้นจึงตั้งชื่อว่า "ผามออีแดง"
ภาพและข้อมูลจาก http://www.baanmaha.com/community/thread24246.html

“สุวิทย์” เผยคณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารไปเป็นวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะตรงกับไทยประมาณ 2 ทุ่มของวันนี้ โดยทางกัมพูชาได้กล่อมให้ไทยสนับสนุน แต่ทางเรายืนยันว่าจะค้านให้ถึงที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ (ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์วันที่ 29 กค 53)

วันนี้ ( 29 ก.ค.) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์มาจากบราซิล ผ่านทางรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ออกอากาศทางช่อง 3 ว่าคณะกรรมการมรดกโลกได้เลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารไปเป็นวันพรุ่งนี้ ซึ่งตรงกับเวลาไทยประมาณ 2 ทุ่มของวันนี้

นายสุวิทย์ กล่าวว่าในการหารือนอกรอบกับทางกัมพูชาได้มีการพยายามโน้มน้าวให้ไทยยอมรับ เเละสนับสนุนเเผนการจัดการพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารไปก่อน เเต่เนื่องจากเอกสารที่ทางกัมพูชานำเสนอให้ที่ประชุมนั้น มีเป็นจำนวนมาก เเละเพิ่งมีการเเจกจ่ายในที่ประชุมเมื่อวาน ทำให้ไม่สามารถดูเอกสารได้ทัน อีกทั้งกัมพูชาได้ระบุว่า ในเอกสารดังกล่าวไม่มีในเรื่องของเขตเเดน ซึ่งตนมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญจึงทำให้ไม่สามารถที่จะยอมรับ ได้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลกระทบในเรื่องของเขตเเดนเเละอำนาจอธิปไตยของทั้ง 2 ประเทศ ตนจึงขอให้เลื่อนออกไปก่อน เเต่อย่างไรก็ตาม ทางกัมพูชายังยืนยันที่จะผลักดันในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกต่อไป ซึ่งตนก็จะเดินหน้าคัดค้านอย่างเต็มที่เช่นกัน

นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า ซึ่งก็จะต้องขึ้นอยู่กับการลงมติของสมาชิก 21 ประเทศแล้ว ยอมรับว่าหนักใจ แต่จะทำให้ดีที่สุด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยให้ถึงที่สุด เราเองพยายามทำความเข้าใจมาตลอด และหวังว่าทางคณะกรรมการมรดกโลกจะเข้าใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากทำการผ่านแผนไป

โดยก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการมรดกโลกต้องการให้ไทยกับกัมพูชามีการพูดจากันก่อน โดยตัวแทนของกัมพูชาได้เสนอขอคุยนอกรอบกับฝ่ายไทย โดยนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรี กัมพูชา ขอพูดคุยกับนายสุวิทย์ โดยใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 45 นาที

(ภาพจาก http://travel.sanook.com)





อ่านกรณีดูชัดๆ ไทยยกแผ่นดินพระวิหารให้เขมร!!เมื่อปี 2551



ผามออีแดง ที่อยู่ใกล้กับที่ตั้งปราสาทเขาพระวิหาร ขวามือ คือเขตอาณาจักรกัมพูชา รวมเพลงลูกทุ่งทวงเขาพระวิหาร
หมายเหตุ ภาพโดยคุณเสลา จาก http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=6737.msg54207



ขณะที่กรณีปราสาทเขาพระวิหารโบราณสถานระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชายังหาข้อสรุปไม่ได้ และสร้างความสั่นคลอนให้รัฐบาลชุดนี้ โดยมีประชาชนคนไทยผู้รักแผ่นดิน ร่วมกันตรวจสอบการกระทำของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและพรรคพวกอย่างเข้มข้น

ในอดีตวงการลูกทุ่งนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2505 เป็นต้นมา มีบทเพลงลูกทุ่งที่บันทึกเรื่องราวดังกล่าวไว้หลายเพลงด้วยกัน แต่ละเพลงก็มีเนื้อหาแตกต่างกันไปทีมข่าวลูกทุ่ง คม ชัด ลึก ขอรวบรวมเพลงเหล่านั้นมาเตือนความจำกันอีกครั้งว่าคนในยุคนั้นรักชาติและแผ่นดินกันมากขนาดไหน

เริ่มด้วยเพลงของคีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน แต่งเพลงเขาพระวิหารให้ คำรณ สัมบุญณานนท์ ร้องถึง 2 เพลงคือ เขาพระวิหารเป็นของไทย และ เขาพระวิหารแห่งความหลัง สองเพลงแต่งเมื่อปี 2505 อยู่ในช่วงเกิดข้อพิพาท เพลงแรกนั้นมีเนื้อเพลงเป็นการร้องแบบลำตัด เล่าถึงประวัติการสร้างเขาพระวิหาร มีท่อนหนึ่งว่า "ขี้ตู่กลางนาขี้ตาตุ๊กแกของไทยแท้ๆ ยังมาแย่งเอาไป"

มาที่เพลง เขาพระวิหาร แต่งและร้องโดย สุรพล สมบัติเจริญ เพลงนี้ค่อนข้างมีเนื้อหาแรงกว่า 2 เพลงก่อนหน้านี้ ครูสุรพลร้องในแบบลิเก และมีอีก 1 เพลง คือเพลง เขาพระวิหาร ร้องโดย โกมินทร์ นิลวงศ์ เพลงนี้จะออกมาในแนวปลุกใจนิดๆ เพลงนี้ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก แต่ก็เป็นอีกเพลงที่แสดงความรักและหวงแหนผืนแผ่นดินไทย ที่สมควรได้รับการจารึกอีกเพลงหนึ่ง

ส่วนเพลง เขาพระวิหารที่รัก เสียงร้องของศิลปินแห่งชาติ ชาย เมืองสิงห์ ร้องคู่กับ ชัย อนุชิต โฆษกและนักร้องแห่ง วงดนตรี จุฬารัตน์ เพลงนี้แต่งโดย พล พรภักดี นักร้อง นักแต่งเพลงซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว

ชาย เมืองสิงห์ เล่าถึงเพลงแห่งความทรงจำดังกล่าวว่า "เพลงนี้ผมร้องคนละวรรคกับ ชัย อนุชิต พอศาลตัดสินเราก็เอาเพลงนี้มาอัดในช่วงปลายปี 2505 มาออกช่วงปี 2506 เพลงใช้ทำนองไทยเดิม เหมือนเพลง ยายฉิมเก็บเห็ด เนื้อหาไม่แรง ประมาณคนไทยรักชาติรักแผ่นดิน เพลงนี้ดังอยู่พักหนึ่ง มีเพลงอื่นๆ ดังมาด้วยเช่น เพลง พ่อลูกอ่อน ชมสวน มาลัยดอกรัก สื่อวิทยุก็เอาไปเปิดกันเยอะ ไม่รู้ว่าเวลานี้ เพลงนี้จะมาเข้ากับเหตุการณ์นี้อีก"

ในเวลาไล่เลี่ยกันมีอีกเพลงหนึ่งที่ถูกนำมาเปิดบ่อยๆ ตามหน้าปัดวิทยุ คือเพลง เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย ร้องโดย ก้าน แก้วสุพรรณ แต่งรวมกับ ป.ชื่นประโยชน์ เพลงนี้ ครูก้าน แก้วสุพรรณ บอกว่า "ผมร้องในสำเนียงเหน่อๆ แบบสุพรรณ เป็นเพลงลูกทุ่ง แต่งขึ้นเมื่อปี 2503 ตอนนั้นเพลงดังพอประมาณ ผมร้องคนแรก ตอนนี้คนถามเรื่องนี้เยอะมาก สื่อมวลชนก็ถาม เวลาไปงานเราก็ไม่ได้ร้องเพลงนี้เลย เราไม่นึกว่าจะกลับมาถูกพูดถึง ป.ชื่นประโยนช์เขาถามว่ามันน่าจะเป็นของใคร ผมบอกว่าเป็นของเรา ปลูกบ้านบันไดจะขึ้นในที่เราหรือที่คนอื่น ก็นำมาใส่เนื้อ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ไปร้องเพลงนั้นผมมอบให้แก่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ท่านเป็นทนายความ"


* เขาพระวิหาร ทางขึ้นต้องผ่าน ด่านศรีสะเกษ

ศรีสะฝรั่งเรียกว่าเฮด ศรีสะเกษติดกับเขมร

คนไทยหรือคนเขมร ต่างก็มองเห็น ตั้งอยู่บนหน้าผา

ปราสาทเขาพระวิหาร ยิ่งใหญ่โอฬาร ตั้งอยู่บนหน้าผา

ปราสาทหินมหึมา มรดกล้ำค่าของบรรพชน


ดนตรี : .......................................................


นกกาบินมาบินไป ได้พักอาศัยร่มไม้ชายคา

แขกไปไทยมา ได้เห็นคุณค่าของความงดงาม

ปราสาทเขาเขาพระวิหาร เยี่ยมเฆมตระง่านค้ำฟ้าสีคราม

ใครเห็นใครก็ไถ่ถาม ชื่นชมความงามอยากรู้ความเป็นมา

ซอนซานสมเด็จสีหนุ สาธุ สาธุ อย่ายิงปืนมา


เขียวสัมพันธ์ถึงท่านฮุนเซ็น ได้โปรดยกเว้น อย่ายิงปืนมา

มรดกทางประวัติศาสตร์ มนุษย์ทุกชาติต้องช่วยกันรักษา

ลูกหลานได้รู้ความเป็นมา มรดกล้ำค่า ของบรรพชน


................................( ซ้ำ * )...................................

ดนตรี :....................................................................


ซอนซาน ลูสะเด็กสีหนุ สาธุ สาธุ กะไมแบ็ง กำหรือโม

เขียวสมพร น่องท่านฮุนเซ็น ซมพองเนอ กะไมแบ็ง กาหรือโม

มรดกน็องประวัติเจียด มนึทุกเชีนด ร่วมขะเมียดรักษา

โกนกะเม็ก เด็กเรืองเกิดโม ระเบาะเมียนราคา แมะเอามองปะโอน

.....................................( ซ้ำ * )..............................................


เนื้อเพลง : เขาพระวิหาร
ขับร้อง : โกมินทร์ นิลวงศ์

กัมพูชาเพื่อนเอ่ย ไม่น่าเลยดุดันกันยกใหญ่

คราวก่อน จับคนไทยไปขังไว้

ตอนนี้เอาใหม่ ฟ้องเมืองไทยต่อศาลโลก

พี่น้องชาวไทยทั่วหน้า ฟังผมว่าท่านอย่าวิตก

ไทยก็รักกัมพูชาอยู่เต็มอก อันมรดกเขาพระวิหาร

ไทยนี้ได้เข้าครอบครอง เป็นเจ้าของกันมาช้านาน

จะมาเชือดจะมาเฉือน อย่างไรท่าน

ขวานโบราณ ขวานก็บิ่นลอยไป

ศรีโสภนเสียมราษฎร์พระตะบอง ริมขวานทองทั้งจำปาสักเคยเป็นของไทย

เขมรเองก็รู้อยู่แก่ใจ ไทยคืนให้ไปเพราะมีใจเมตตา

ไม่หวังรุกรานรบสู้ผู้ใด ด้วยว่าชาติไทยนี้รักสงบนานมา

แต่ถ้าใครข่มเหงมาเบ่งศักดา รู้ไว้เถิดว่าไทยไม่ถอยสักก้าวเดียว

หากคิดไปถึงครั้งก่อน ไทยเราเดือดร้อนรบสู้ศัตรูตัวเป็นเกลียว

กัมพูชายกทัพมากราดเกรี้ยว ลดเลี้ยวเกี่ยวต้อนขวาชนชาติไทย

สร้างทุกข์ให้ไทยมากแท้ น่าจะแก้กลับตัวล้างชั่วที่ทำไว้

นี่ยังมาซ้ำ สร้างกรรมให้ไทยขึ้นใหม่

คนไทยเราเสียใจแต่กัมพูชานั่นไซร้ จะเสียใจยิ่งกว่าเรา


เนื้อเพลง : เขาพระวิหาร
ขับร้อง : สุรพล สมบัติเจริญ

เขาพระวิหาร โบราณวัตถุของไทย

เคยครองอธิปไตย เพราะเป็นของไทยมาตั้งนมนาน

ถึงใครโกงไป คงครองไว้ได้ไม่นาน

วิญญาณเขาพระวิหาร ของเราโบราณคงอยู่กับไทย

(ลิเก) มันน่าเจ็บใจร้าวราน เขาพระวิหารของเรา

ด้วยเป็นของไทยครั้งเก่า ถูกโจรปล้นเอาไปได้

ลูกเด็กเล็กแดงก็รู้ เป็นเขาคู่เมืองไทยมา

บันไดขึ้นเขาก็หันหน้า ตั้งทางขึ้นมาทางไทย

ถูกเจ้าคนโกงขี้ตู่ ร้องกู่ว่าเป็นของเขา

ใช้เหลี่ยมเล่ห์กลโกงเรา มันเจ็บเข้าในหัวใจ

ถ้าหากว่าเป็นของเจ้า จะต้องขึ้นเขาทางหน้าผา

เจ้าไม่อายชาวประชา ดูหรือไม่น่าเป็นไปได้

ใช้อุปเท่ห์เล่ห์กล เป็นโจรเบอร์หนึ่งของโลก

มีนโยบายสกปรก ฟ้องกล่าวศาลโลกแก้ไข

ชาวไทยเราแสนจะช้ำ ศาลโลกอธรรมไม่เที่ยง

พิจารณาไม่ลำเอียง ไม่ฟังเสียงข้างคนไทย

เรายอมแพ้เพราะถือเป็นพระ หลีกทางชนะให้มัน

ไม่ช้าหรอกคำจะผลาญ ไม่นานหรอกเจ้าจะบรรลัย

เจ้าอย่าโอ้อวดผยอง ลำพองว่าเจ้าชนะ

สักวันหนึ่งเถิดธรรมะ ย่อมต้องชนะอธรรมได้

เราเก็บความช้ำเคยอยู่ ไม่อยากร้องกู่ต่อกลอน

ถึงเลือดภายในเราจะร้อน สู้เอาธรรมผ่อนข่มใจ

อย่าอวดสำแดงแผลงฤทธิ์ แรงน้อยเพียงนิดอย่ายวน

เจ้าเป็นผู้นำเรรวน ชักชวนเขมรแตกไทย

เมืองไทยเป็นเมืองแห่งขุน ควรนึกคุณสังวรณ์

เมื่อคราวที่เจ้าเดือดร้อน เคยมาพักผ่อนหนีภัย

เจ้าลืมบุญคุณคุ้มครอง ลืมเมืองพี่น้องที่ใจดี

กลับคิดจะมาย่ำยี ไหงเป็นเช่นนี้ไปได้

เจ้าสร้างแผลใจให้เรา ยังเฝ้าก่อกวนกล่าวหา

วันนี้เราหลั่งน้ำตา วันหน้าเถิดเจ้าจะร้องไห้

เราไม่ลุกแต่เตรียมรับ ถ้าใครขยับถึงตาย


เนื้อเพลง : เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย
คำร้อง/ทำนอง : ป.ชื่นประโยชน์
ขับร้อง : ก้าน แก้วสุพรรณ


(พูด) เขาพระวิหารต้องเป็นของไทย

เขาพระวิหาร โบราณวัตถุของไทย

อ่านข่าวแล้วแสนเจ๊บใจ เรื่องเขตแดนไทยเขาพระวิหาร

สองครั้งแล้วซิ ที่ก่อเหตุทำรุกราน

ผมเลือดสุพรรณ จะร่วมใจท่านอาสา

พวกเราคนไทย ได้รู้กันทั่วทั้งหมด

ขุ่นเคืองสุดแสนรันทด เมื่อถูกคนคดเกเรหนักหนา

ร้องเอาดื้อๆ ของใครก็ไม่นำพา

จะเอาของข้า ข้ามศ้พข้าก่อนเถิดเหวย

ประวัติศาสตร์ไทย ทำไมไม่พลิกอ่านดู

ของไทยใครๆ ก็รู้ อยู่ๆจะเอาเฉยๆ

ทำมาขี้ตู่ ดูๆ เป็นเด็กนักเหวย

เป็นอันธพาลเสียเคย เขาว่าช่างหน้าไม่อาย

ผมอยู่สุพรรณ เลือดเนื้อผมนั้นเป็นไทย

ถ้าจะเรียกร้องเมื่อใด ผมต้องรับใช้ดังใจมุ่งหมาย

ทุกคนชาวไทย มอบตัวมอบใจยอมตาย

รุกรานเมื่อไร ต้องได้เห็นดีกัน

ผมร้องเพลงนี้ อุทิศพลีเงินรายได้

ร่วมทุนสมทบชาติไทย ได้ปกป้องไว้ดินแดนเขตขันธ์

ขอเทพเทวา ปกปักรักษาป้องกัน

ผืนดินไทยนั้น สุขสันต์นิรันดร


เนื้อเพลง : เขาพระวิหารที่รัก
คำร้อง/ทำนอง : พล พรภักดี
ขับร้อง : ชาย เมืองสิงห์- ชัย อนุชิต


แผ่นดินทองของไทย เราไม่ยอมให้ใครมาย่ำยี

ถ้าใครกำแหงคิดแข่งดี เราพร้อมยอมพลีชีพเพื่อไทย

จะเกริ่นกล่าวสุนทร เป็นกลอนร้อง เรื่องพวกพี่น้องเราชาวไทย

เชิญมาสดับรับฟังเรื่อง ให้ถ้วนทั่วทุกเมืองใกล้และไกล

เรื่องเขาพระวิหารที่ศาลโลก ตัดสินสกปรกใช้ก็ไม่ได้

ไทยเราชาวพุทธนับถือพระ ม่เคยคิดเกะกะระรานใคร

เราไม่เคยก่อกรรมทำใครก่อน เจ้ามาทำเดือดร้อนให้แก่ชาวไทย

เราเป็นสุภาพชนไม่อยากจะค้นคว้า เรื่องเก่าขึ้นมาให้มันแสลงใจ

เรารักสงบไม่ใช่สยบเจ้า ขืนมายุ่งกับเราเจ้าจะบรรลัย

บ้านเมืองของเจ้าเจ้าก็ต้องหวง แผ่นดินของเราเราก็ห่วงใย

เขาพระวิหารเป็นของไทยแท้ เจ้าว่าเป็นของขแมร์เป็นไปไม่ได้

บรรพบุรุษไทยเราสมัยนั้น สละเลือด เนื้อท่านป้องกันไว้

เขาพระวิหารสถานที่เคารพ อยากได้ต้องข้ามศพของเราไป

ทำผยองพองอ้วนเหมือนดังวัวเปลี่ยว ก้อนดินก้อนเดียวเราก็ไม่ให้

เขาพระวิหาร โบราณสมบัติ ใครอยากได้ก็ต้องฟาดกันให้ขาดใจ

พวกเราชาวไทยใจรักชาติ จะไม่ยอมเป็นทาสชาติอื่นใด

ยอมพลีโลหิตทุกๆหยาด เพื่อรักษาเอกราชของชาติไทย

เจ้าหลงนิยมลัทธิอุบาทว์ ยอมตัวเป็นทาสให้เขาช่วงใช้

เจ้าคิดกำแหงเพราะฝ่ายแดงช่วย ระวังจะถึงคราวซวยหมดที่อาศัย

เจ้าเหมือนลูกเขียดน้อยเกิดในรอยตีนงู ทำให้ยอกออกหรูเหลือใจ

ระวังเจ้าจะเป็นเหมือนเช่นลูกแกะ ไอ้เพื่อนเจ้าจะแคะกินตับไต

เขาพระวิหารสถานถิ่นบูชา เป็นสมบัติล้ำค่าของชาวไทย

แผ่นดินแหลมทองซึงเป็นของเรา จะไม่ยอมให้เจ้าแย่งเอาไป

เจ้าเหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือ จะบีบเจ้าก็สิ้นชื่อสิ้นใจตาย



เนื้อเพลง : เขาพระวิหารเป็นของไทย
แต่งโดย : ไพบูลย์ บุตรขัน
ขับร้อง : คำรณ สัมบุญณานนท์

เขาพระวิหารเป็นของไทย

เขาพระวิหาร โบราณวัตถุแห่งนี้

ขอเชิญน้องพี่ ได้โปรดจงมีความสนใจ

ด้วยเหตุและผล ต้นเรื่องเบื้องหลังอย่างไร

เชิญสดับและรับฟังได้ ผมจะบรรยายให้ฟัง

(ลำตัด)

เอ่อ...เอ้อ...เออ...เอ่ย...เอิง...เอย เขาพระวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ณ ที่ชายแดน

เดิมเป็นเขตแว่นแคว้นติดกับดินแดนฝรั่ง เป็นเขาสูงเสียบฟ้าชะง่อนผาสูงชัน

พระเจ้าสุริยะวรมันขอมโบราณก่อตั้ง สร้างวิหารขึ้นมาเพื่อแผ่ศักดาเกรียงไกร

แต่ผลที่สุดแพ้ไทยเลยมอบให้ฝากฝัง ขแมร์ไม่ใช่ขอมโบราณไฉนทำไมมาพาลเรียกเอา

ขอมเป็นชาติก่อนเก่าขแมร์มาเข้าทีหลัง อาณาเขตชาติไทยเคยกว้างใหญ่ไพศาล

เป็นดินแดนรูปขวานแต่ครั้งโบราณเบื้องหลัง ตลอดแม่น้ำแม่โขงเคยเชื่อมโยงสายใย

เคยเป็นดินแดนของไทยที่อยู่ในแผนผัง พอถึงยุคต่อมาฝรั่งจึงล่าเมืองขึ้น

ไทยเราแทบล้มทั้งยืนเขตแดนถูกกลืนไปบ้าง เขมรลาวชาวญวนถูกตีรวนยอมแพ้

ไทยพลอยติดร่างแหสุดจะแก้กลับหลัง ถูกโกงเอาเขตดินจึงขวานบินร่อยไป

เราต้องน้ำตาตกในสุดแก้ไขยับยั้ง ไทยชอกช้ำจำทนเพราะไทยเราจนอาวุธ

พอเขาเอาปืนมาอุดไทยต้องทรุดตัวนั่ง เสียมราษฎร์พระตะบองเคยเป็นของไทยเรา

จำต้องยกให้เขามันน่าเศร้าเสียจัง พอสิ้นยุคซึมแทรกเขาปลดแอกกันไขว่

ไม่ยักจะคืนเขตไทยที่โกงเอาไปแต่หลัง ไทยเป็นสุภาพบุรุษไม่อยากพูดรื้อฟื้น

ไม่คิดทวงกลับคืนปล่อยเป็นคลื่นกระทบฝั่ง พี่น้องเอย...เอ๋ย...อยู่ๆมาถูกตู่เอาดื้อๆ

หาว่าไทยแย่งยื้อเขาพระวิหารแปลกจัง ทั้งๆที่อยู่เขตไทยมีทางบันไดขึ้นเขา

อยู่ในเขตแดนเราจะเรียกเอาไม่ฟัง ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเออ...เอิง...เอิง...เอย...

ระวังหน่อยคนขี้ตู่เชิญพลิกประวัติศาสตร์ดูว่าไทยเคยสู้ตายรัง เป๊กพ่อ

ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก ของเราแท้ๆ แล้วจะมาแย่งเอาไป

ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก เป็นของขแมร์แล้วให้มาขึ้นทางไทย




"เพลงเขาพระวิหาร"
เพลงต้องห้ามในยุค 2505
แต่งและร้องโดย คำรณ สัมบุญณานนท์
ถูกรัฐบาล สั่งห้ามเปิดออกอากาศ
ณ ช่วงเวลานั้น







ที่มา
คมชัดลึกนิวส์



Create Date : 29 กรกฎาคม 2553
Last Update : 29 กรกฎาคม 2553 9:09:11 น. 1 comments
Counter : 894 Pageviews.

 
ขอให้นำกลับมาเป็นของไทยโดยเร็วพลัน...
จะได้ไปเที่ยวเล่น...


โดย: pkpanuwat วันที่: 29 กรกฎาคม 2553 เวลา:12:24:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

scimovie
Location :
อุตรดิตถ์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 93 คน [?]




แหล่งรวบรวมความรู้ โปรแกรม เพลง หนัง เกมส์ วิทยาศาสตร์ ดูละคร เรื่องย่อ ภาพยนตร์ การเงิน และอื่นๆ อีกมากมาย สุดท้ายขอกำลังใจให้มีแรงอัพเดทตลอดๆ ครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกันครับ
สถิติการเข้าชมนับจากปี 2551


Yaimai Kids'shop | สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Friends' blogs
[Add scimovie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.