ความผิดหวังที่น่ายินดี ...

บางครั้งความผิดหวังในบางเรื่อง ก็นำมาซึ่งคำตอบของชีวิตอันนำมาซึ่งความน่ายินดีในชีวิตได้เช่นกัน …

ข้าพเจ้าเดินทางมาประเทศเยอรมนีเพื่อสอบเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาเอก ในเดือนตุลาคม ปี 2008 และต้องใช้เวลาประมาณกว่าครึ่งปีในการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ จนกระทั่งได้รับสถานะนักเรียนด๊อกเตอร์ในเดือนเมษายน ปี 2009 ซึ่งเมื่อหลายๆ สิ่งลงตัวแล้ว ก็เป็นอันที่แน่นอนใจว่าจุดหมายปลายทางต่อไปของข้าพเจ้าคือ การดำเนินชีวิตให้ได้ในประเทศเยอรมนี และหนึ่งในก้าวต่อไปที่ข้าพเจ้าแน่ใจ คือ การแต่งงานกับสามีของข้าพเจ้า ซึ่งในเวลานั้นอยู่ในฐานะคู่หมั้นซึ่งเราต่างคนต่างก็ยังอยู่ในหอพักของตนเองในช่วงเวลานี้

สามีและข้าพเจ้ารู้จักกันตั้งแต่ปี 2006 และติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีความมั่นใจว่าเราคือคนที่ใช่ของกันและกัน ทั้งนี้ความมั่นใจเหล่านี้ก็เกิดจากประสบการณ์หลายอย่างที่เราอธิษฐานร่วมกัน และเห็นพระเจ้าอวยพรและสนับสนุนเรา รวมถึงการได้โอกาสมาทำงานวิจัยระดับปริญญาเอกที่ประเทศเยอรมนี โดยเฉพาะในเมืองสตุ๊ทการ์ทด้วย เพราะในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

งานแต่งงานของเราได้มีขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2009 ซึ่งในเวลานั้น ข้าพเจ้าอยู่ในช่วงการเขียนวิทยานิพนธ์บทที่หนึ่ง เราวางแผนกันไว้ก่อนแล้วว่า หากเราแต่งงานกัน เราจะมีลูกทันที ซึ่งเราก็อธิษฐานกับพระเจ้าร่วมกัน พระเจ้าฟังคำอธิษฐานของเราเพราะปลายเดือนตุลาคม เราก็รู้ทันทีว่าเรากำลังจะมีลูกคนแรกด้วยกันอย่าง แน่นอน ข้าพเจ้าดีใจมาก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ก็มีจดหมายจากองค์กรทางการเมือง Friedrich Naumann Stiftung เขียนมาเชิญให้ข้าพเจ้าไปสัมภาษณ์เพื่อรับทุนทำวิจัยในระดับปริญญาเอก ทางองค์กรบอกว่า เนื่องจากเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นคนมีความสามารถ หรือที่เรียกในภาษาเยอรมันว่า Begabt (adj.) ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า gifted หรือ talented นั่นเอง ข้าพเจ้าก็ดีใจมาก โดยขั้นตอนแรกข้าพเจ้าควรจะส่งเอกสารแนะนำตัว รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวกับการเรียนและวิทยานิพนธ์บทแรกของข้าพเจ้าไปให้คณะกรรมการขององค์กรดังกล่าวได้พิจารณาเสียก่อน ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวนี้ใช้เวลานานเช่นกัน คือ ประมาณสามเดือนและหลังจากนั้น จึงค่อยเรียกไปดูตัวเพื่อสัมภาษณ์ปากปล่าวต่อไป

ข้าพเจ้าก็ดำเนินการตามขั้นตอนแรกอย่างดีทุกประการด้วยความคาดหวังว่า ข้าพเจ้าจะได้รับทุนวิจัยดังกล่าว เนื่องจากโอกาสที่จะได้รับก็มีมากเลยทีเดียว เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นเหมือนศิษย์เก่าขององค์กรทางการเมืองนี้ที่ได้ร่วมสัมมนาด้วยในหลายครั้งทั้งในประเทศไทยและเยอรมนี รวมถึงคุณสมบัติต่างๆ และหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยในประเทศไทยโดยตรงก็เป็นที่น่าสนใจอย่างมากต่อองค์กรดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลานี้ ลูกสาวคนแรกของข้าพเจ้าซึ่งในเวลานั้นยังนอนอยู่ในครรภ์ของข้าพเจ้าก็เติบโตขึ้นอย่างดี จนกระทั่งเมื่อข้าพเจ้าตั้งครรภ์ได้ในเดือนที่หก ทางองค์กรก็เรียกข้าพเจ้าไปสัมภาษณ์ซึ่งสามีของข้าพเจ้าก็สนับสนุนเป็นอย่างดีด้วยการขับรถพาข้าพเจ้าจากสตุ๊ทการ์ทไปยังโคโลญจน์ตามนัดหมายขององค์กร เพื่อนๆ คงจินตนาการภาพออกว่า ว่าที่คุณแม่ที่มีอายุการตั้งครรภ์ที่หกเดือนกับการใส่สูทสีดำเพื่อไปสัมภาษณ์ทางวิชาการน่าจะเป็นอย่างไร พอนึกถึงภาพนี้ทีไร ข้าพเจ้าก็อดขำตัวเองไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะตื่นแต้นและกระตือรือร้นในงานสำคัญครั้งนี้เพียงไร ข้าพเจ้าก็เดินคล้ายๆ เกือบจะเหมือนเพนกวินเข้าไปทุกที

อย่างไรก็ดี The show must go on อีกครั้ง เมื่อไปถึงอาคารใหญ่ขององค์กรดังกล่าว ข้าพเจ้าก็รอเจ้าหน้าที่เรียกตัวเพื่อไปสอบสัมภาษณ์กับคนใหญ่คนโตขององค์กรนี้ ข้าพเจ้าจำภาพได้ว่า ข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงกลางของห้องขนาดกลาง โดยมีศาสตราจารย์และนักการเมืองขององค์กร FNF มาต้อนรับและสัมภาษณ์ข้าพเจ้าในหลายๆ คำถามที่เกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ ประเทศไทย และเป้าหมายในอนาคตของข้าพเจ้า ผลก็คือ ข้าพเจ้าก็สามารถตอบคำถามได้ดีและชัดเจน บรรยากาศการสัมภาษณ์เป็นไปอย่างดีและราบรื่น ข้าพเจ้ามีความสุขมากและคิดว่าข้าพเจ้าน่าจะได้รับทุนดังกล่าว

ข้าพเจ้าเล่าประสบการณ์ในห้องสัมภาษณ์ให้สามีฟัง สามีก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย และให้กำลังใจข้าพเจ้าอย่างดี หลังจากวันที่ไปสัมภาษณ์กับองค์กร FNF ประมาณสองอาทิตย์ ข้าพเจ้าก็ทราบผล ผลปรากฎว่าข้าพเจ้าไม่ได้รับทุนดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ว่า ทางองค์กรอยากให้ข้าพเจ้าสมัครไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะแม้ว่าคุณสมบัติของข้าพเจ้าเป็นที่น่าสนใจและเป็นบุคคลที่องค์กรต้องการเนื่องจากจัดอยู่ในกลุ่มของคนที่มีความสามารถ แต่องค์กรต้องการคนที่สามารถเดินทางไปสัมมนาทั่วประเทศเยอรมนีได้ตลอดทั้งปี ซึ่งในกรณีของข้าพเจ้าดูเหมือนว่าข้าพเจ้าน่าจะยังไม่สะดวกที่จะร่วมกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ได้ในเวลานั้น

ข้าพเจ้าจำได้ว่า ข้าพเจ้าเสียใจมาก ยิ่งข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นมากเท่าไรที่จะประสบความสำเร็จ หรือทำทุกอย่างอย่างดีเลิศ ก็ยิ่งเป็นตัวบ่งบอกว่า ข้าพเจ้าเสียใจมากเท่านั้น ข้าพเจ้าร้องไห้ ร้องแบบผิดหวังจริงๆ เมื่อสามีของข้าพเจ้ากลับมาจากการทำงานก็ตกใจว่าทำไมข้าพเจ้าร้องไห้หนักขนาดนั้น เมื่อข้าพเจ้าเศร้า สามีก็ร็สึกเศร้าด้วย

อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าใช้เวลาหนึ่งคืนในการอธิษฐานและคิดใคร่ครวญว่า เพราะอะไรพระเจ้าจึงอนุญาตให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทั้งที่ข้าพเจ้าคิดว่า ข้าพเจ้าควรจะได้ทุนวิจัยนี้ คิดไปคิดมาก็พบคำตอบว่า ดีแล้วที่ข้าพเจ้าไม่ได้รับทุนนี้ มิฉะนั้นข้าพเจ้าก็อาจจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากจนเกินไป และไม่อยากที่จะพึ่งพาคนอื่นๆ โดยเฉพาะสามี รวมถึงหากข้าพเจ้าได้รับทุนนี้ บางทีข้าพเจ้าอาจจะไม่เห็นคุณค่าของการเป็นแม่และลูกสาวคนแรกที่กำลังจะเกิดมาอีกสามเดือนข้างหน้าในเวลานั้นก็ได้ เพราะคนที่ได้ทุนนี้จะต้องเดินทางตลอดปีเพื่อร่วมสัมมนาตามที่ต่างๆ ตามที่องค์กรนี้กำหนดซึ่งข้าพเจ้าก็ชอบเสียด้วยที่จะทำเช่นนั้น

สิ่งที่น่ารักและประทับใจในความรักของสามีก็คือ สามีของข้าพเจ้าปลอบใจข้าพเจ้าและบอกข้าพเจ้าว่า เขาจะเป็นทุนส่วนตัวของข้าพเจ้าตลอดชีวิต เพียงแค่นี้ก็ซาบซึ้งมากแล้ว และเมื่อ อันนา ลูกสาวของข้าพเจ้าเกิดมาดูโลกในปลายเดือนมิถุนายน ปี 2010 ก็ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับแผนการณ์อันดีเลิศในชีวิตของข้าพเจ้ามากยิ่งขึ้นว่า ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ สมหวัง ผิดหวัง พระเจ้าก็อยู่ด้วยและพระองค์มักจะซ่อนบางอย่างที่พิเศษไว้ภายหลังความผิดหวังเสียใจเสมอ

จนถึงทุกวันนี้ ข้าพเจ้าดีใจที่ได้เป็นทั้งนักเรียนด๊อกเตอร์และคุณแม่เต็มเวลา โดยมีทุนส่วนตัวจากสามีอันเป็นที่รักสนับสนุนอย่างดีเสมอมา ความผิดหวังก็กลายเป็นความน่ายินดี และรู้ว่าบางครั้งสถานการณ์บางอย่างเราคงต้องเลือก เพราะหากบางอย่างผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะได้กลับคืนมา

ขอบคุณพระเจ้าที่ข้าพเจ้าเลือกที่จะสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์มากกว่าการทำตนเองให้สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม การผจญภัยในโลกวิชาการกับสถานะนักเรียกด๊อกเตอร์ยังคงดำเนินต่อไป ควบคู่กับการเป็นคุณแม่ลูกสองในขณะนี้ :)



Create Date : 13 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2555 5:40:54 น.
Counter : 1064 Pageviews.

4 comments
  
ขอแสดงความยินดีกับผลงานที่ทำด้วยค่ะ ทั้งประสบการณ์ชีวิตส่วนตัวและการงาน ยังมีโอกาสได้ทำสิ่งดีๆให้แก่ชาติและบ้านเมือง ได้ทำในสิ่งที่รักและชอบ ถือว่าเกิดมาโชคดีมากค่ะ
โดย: adventurer IP: 118.173.54.39 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:8:47:54 น.
  
ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ อ่านแล้ว เห็นด้วย จริงๆค่ะ บางทีบางเหตุการณ์ ที่เราคาดหวัง ถ้าไม่เป็นอย่างหวัง ตอนแรกเราอาจจะรู้สึกเสียใจและเสียดาย แต่พอวันเวลาผ่านไป เราจะรู้เองว่า ทุกอย่าง ถูกกำหนดมาเรียบร้อยแล้ว และจะรู้สึกขอบคุณประสบการณ์เหล่านั้น เพราะมันทำให้ทุกวันนี้เรามีความสุขมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
โดย: keng_toshi IP: 101.51.80.32 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:22:37 น.
  
กรี๊ดเพิ่งทราบว่าพี่เป็นคริสเตียน พระเจ้าอวยพรค่ะ
โดย: มีมี่ IP: 171.97.31.42 วันที่: 28 มิถุนายน 2556 เวลา:0:45:51 น.
  
กรี๊ดเพิ่งทราบว่าพี่เป็นคริสเตียน พระเจ้าอวยพรค่ะ
โดย: มีมี่ IP: 171.97.31.42 วันที่: 28 มิถุนายน 2556 เวลา:0:45:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

onceuponatime
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



ชีวิตของผู้หญิงไทยในต่างแดนคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งคุณแม่ลูกสามที่มีดีกรีด๊อกเตอร์จากประเทศเยอรมนี เปิดบันทึกเพื่อเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ผจญภัยที่แสนจะตื่นเต้นของเธอในต่างแดน ไม่ว่าจะเป็น การสอบเข้าและเรียนปริญญาเอกที่สุดหิน ความรักข้ามขอบฟ้าที่แสนโรแมนติก การสร้างครอบครัวที่อบอุ่น แถมพ่วงด้วยลูกเล็กอีกสามที่มีพรสวรรค์ด้านดนตรีอย่างเหลือเชื่อ พร้อมทั้งแบ่งปันเคล็ดลับและแรงดลบันดาลใจที่นำไปสู่ความสำเร็จแบบ
"นกอินทรีต้องบินสูง" ของเธอ
พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
10
11
14
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog