ღ บินไปตามใจฝัน ღ
Daisypath Anniversary Years Ticker

Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
21 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 

ก้าวแรกในสวีเดน

สมัยที่มาสวีเดนใหม่ๆ ความรู้ภาษาสวีเดนเป็น ศูนย์ แถมตัวเบ้อเริ่มเฮิ่มเลย
พูดได้แค่คำว่า สวัสดี - Hej กับลาก่อน - Hejdå

ตอนคบกันใหม่ๆ ไม่เคยสนใจอยากเรียนภาษา เพราะคิดว่าสื่อสารกันรู้เรื่องแล้ว
พอย้ายมาอยู่นี่แบบถาวร ภาษาเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเรียน
เพราะถ้าไม่ได้ภาษาก็อย่าหวังว่าจะมีงานทำ ถ้าไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นจริงๆ
(ยกเว้นงานทำความสะอาดที่อาจจะพออนุโลมได้บ้างในบางที่ แต่ก็จำเป็นต้องรู้ภาษาอยู่ดี เพื่อการสื่อสารกับผู้ร่วมงาน ว่ามะ)

การเริ่มต้นจริงๆ ต้องย้อนเวลาไปหาอดีตเมื่อสองปีกว่าๆ
จำได้วันที่ 8 เมษา 2550...
อาทิตย์แรกที่มาถึง ตาเฉื่อยก็พาไปลงทะเบียนราษฎรที่สำนักงานสรรพากร (Skatteverket) เพื่อขอหมายเลขประจำตัวประชาชน หรือที่คนไทยชอบเรียกกันว่า เลขสี่ตัว
เพราะถ้าไม่นับวันเดือนปีเกิดที่พ่วงมา มันก็มีแค่สี่ตัวจริงๆ
ไม่เหมือนบ้านเราที่มีสิบสามหลัก เยอะเนาะ อิอิ

หลังจากยื่นความจำนงค์เสร็จ ก็รอประมาณหนึ่งหรือสองอาทิตย์หว่า...ชักลืม
เขาก็จะส่งจดหมายพร้อมหมายเลขประจำตัวไปให้ที่บ้าน
ได้หมายเลขแล้วก็ไปติดต่อขอทำบัตรประชาชน และเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งที่ตาเฉื่อยเป็นลูกค้าอยู่

สมัยนั้นการทำบัตรยังไม่ยุ่งยาก มีหลายหน่วยงานรับทำ เช่น ไปรษณีย์ และธนาคารต่างๆ
หลังๆ มา คนต่างด้าวทำบัตรได้ยากมากถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส เพราะมันมีการสวมรอยเยอะ ทำให้เกิดการร้องเรียนกันอยู่เนืองๆ แต่ก็ยังทำได้อยู่ในบางกรณี
แต่ตอนนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย 2552 ได้มีการเปิดให้ทำบัตรได้แล้ว ที่สำนักงานสรรพากร
ใครที่ยังไม่ได้ทำก็ไปซะเด้อ

รายละเอียดภาษาไทย ตามไปดูได้ที่นี่http://www.skatteverket.se/download/18.6f9866931215a607a4f80008659/Thail%C3%A4ndska.pdf

เมื่อจัดการเรื่องต่างๆ เรียบร้อย ก็ไปสมัครเรียนภาษาที่โรงเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ (Komvux)
ปรากฏว่า กินแห้ว เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าที่นั่งเต็ม ให้รอเปิดเทอมใหม่ตอนสิงหานู่นนน
ก็จำเป็นต้องรอ ทำอะไรไม่ได้แล้วนิ
ระหว่างที่รอเราก็ทำตัวเป็นมือปืนรับจ้างไปพลางๆ โดยการคุ้มกันตาเฉื่อยไปทำงานตามหัวเมืองต่างๆ

เนื่องด้วยว่าตาเฉื่อยเป็นพ่อค้า ก็ต้องเร่ร่อนออกทำงานไปเรื่อยๆ
ใครโทรมาซื้อของ เราก็เอาไปส่ง ขึ้นรถ ลงเรือ เมากันหัวทิ่มหัวตำ
ทั้งแบกทั้งหาม งานหนัก แต่คุ้ม ได้เงินแถมได้เที่ยว
ช่วงนั้นก็ลืมเรื่องโรงเรียนไปเลย เที่ยวหนุกกว่า อิอิ
แต่ก็มีบ้างเป็นบางวันที่นึกขยัน ตอนเย็นเอาสมุด ปากกา ไปนั่งดูโทรทัศน์ด้วย

โทรทัศน์บ้านนี้ฉายหนังฝรั่งเป็นส่วนมาก และไม่มีพากย์เสียงเหมือนบ้านเรา
แต่มี ซับไตเติ้ล เป็นภาษาสวีเดนให้อ่านแทน
ก็ดูไป จดไป จดๆๆ คำที่เห็นบ่อย คำที่เวียนมาซ้ำๆ ลงในสมุด
จากนั้นก็เปิดหาความหมายในพจนานุกรม
ก็พอกล้อมแกล้มไปได้บ้าง

อันนี้เป็นพจนานุกรมรุ่นแรกที่ผู้ปกครองทุ่มทุนซื้อให้



ขอบอกว่าเล่มสีชมพูแพงมากกก สวีเดน-ไทย
ตอนที่ออกใหม่ๆ ราคาเกือบเจ็ดร้อยโครน
ถึงตอนนี้ก็ยังแพงอยู่ แต่ราคาลดลงมานิ๊ดดดนึงแล้วล่ะ
ส่วนอีกเล่มเป็น สวีเดน-อังกฤษ ราคาถูกมากกว่าครึ่งหนึ่งของเล่มชมพู

นอกจากพจนานุกรมแล้ว อาเสี่ยใจดียังซื้อหนังสือหลักไวยากรณ์ให้ด้วย
ใจป้ำสุดๆ เลยอาเสี่ยเรา



เล่มนี้ก็ราคาพอใช้ได้ เป็นหนังสือที่ดีสำหรับคนที่กำลังไขว่คว้าหาทางไป ในการเรียนภาษาที่ไม่คุ้นเคย
แต่...ขอบอกตามความสัตย์จริง จากใจของตัวเองในฐานะของคนที่ภาษาไม่ค่อยแข็งแรงว่า... อ่านไป งงไปค่ะ
หนังสือใช้ศัพท์สูงเกินกว่าที่คนสอบภาษาไทยได้เกรดสองอย่างอิฉันจะทำความเข้าใจได้ลึกซึ้งเพียงพอ
บางคำต้องเปิดพจนานุกรมไทยเป็นไทยอีกที ง่า...

ตอนที่ยังไม่ได้ไปโรงเรียนก็เปิดมันเกือบทุกวัน เพราะไม่มีตัวเลือก
แต่พอไปโรงเรียนแล้ว ไปเจอคำอธิบายที่ง่ายกว่าจากครู อิฉันกะบ่ได้จับมันอีกเลย ขอโทษน๊า..

หนังสือนิยายภาพสวยๆ ของเด็กๆ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีมากในการเรียนภาษา
ภาพสวยๆ สีสดใส พร้อมด้วยภาษาง่ายๆ เป็นตัวล่อที่ดีให้เด็กนักเรียนโข่งอย่างเราสนใจหนังสือได้ ฮิฮิ

นิทานเรื่อง ลูกเป็ดขี้เหร่



ให้ตาเฉื่อยอ่านให้ฟังก่อนนอน อิอิ
อ่านไป พี่แกก็จะอธิบายศัพท์ไป ก็เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง
แต่อาศัยว่าเคยอ่านเนื้อเรื่องเป็นภาษาไทยมาก่อนแล้ว ก็เลยพอจะตามทัน

วันไหนหยุดงาน ตาเฉื่อยจะทำตัวเป็นครูสอนภาษาที่น่ารักมาก
บางวันพี่แกให้เราอ่านหนังสือพิมพ์ แล้วให้จดศัพท์ อย่างน้อยสิบคำ ลงสมุด
แล้วก็ให้เปิดพจนานุกรมหาความหมาย จากนั้นพี่แกก็จะอธิบายเพิ่มอีกที
โหย...คิดถึงอดีตแล้วปลาบปลื้ม ช่างถ้อยทีถ้อยอาศัยอะไรเช่นนั้นเรา
ตอนนี้น่ะเหรอ ถามเรื่องเรียนทีไร มีวางมวย
อย่างว่าล่ะเนาะ รักกันใหม่ๆ น้ำต้มผักก็ยังว่าหวาน อิอิ

นอกจากจะช่วยสอน ช่ายกวาดซื้อหนังสือที่ใครๆ ว่าดีให้แล้ว
พี่แกยังช่วยโหลดโปรแกรมเรียนภาษาต่างๆ ให้ด้วย
ตอนกลางวัน ออกไปคุ้มกันหนุ่มทำงาน
ตกเย็นมา นั่งเฝ้าจอโทรทัศน์มั่ง คอมมั่ง เพื่อเรียนภาษา ในระหว่างที่พี่แกนั่งเล่นไพ่ออนไลน์..

เหนื่อยแต่ก็ดี เพราะมันทำให้เราพอจะเข้าใจบ้างเวลาชาวบ้านเขาคุยกัน เวลาที่ออกไปพบลูกค้าก็พอจะโต้ตอบได้บ้าง เวลาเขาถาม
ไม่ใช่ไปยืนๆ นั่งๆ เป็นนังหูหนวก ตลอดวัน

ถึงแม้จะพอพูดคำง่ายๆ ได้แล้ว แต่อิฉันก็พูดเฉพาะกับคนแปลกหน้าเด้อค่ะ
ที่บ้านนี่ไม่พูดเลย แม่ถามเป็นสวีเดน อิฉันตอบอังกฤษ
ทีนี้แม่ไม่ค่อยเข้าใจอังกฤษ ก็ใช้ตาเฉื่อยเป็นล่ามแทน เอิ๊ก...

เวลาออกไปกินไปดื่มกับเพื่อนฝูงตาเฉื่อย อิฉันนั่งฟังเก็บข้อมูลเฉยๆ
จนใครๆ ก็นึกว่าอิฉันไม่เข้าใจเวลาที่โดนนินทา
ถึงแม้จะพอพูดอังกฤษได้บ้าง แต่ก็ไม่กล้าพูด เพราะอาย
อันนี้เป็นข้อเสียอันดับหนึ่ง ความกล้าแสดงออกไม่ว่าในที่ไหนๆ ต่ำกว่าศูนย์ แง้..

แต่ไม่พูด ไม่ได้แปลว่าโง่นะ
แค่อาย ก็เท่านั้นเอง

หลังจากตะลอนๆ ตามก้นตาเฉื่อยไปทำงานหลายเดือน
หลังจากถูๆ ไถๆ ลูบๆ คลำๆ หนังสือเรียนได้ที่
เดือนสิงหาคมปีนั้น ก็ถึงเวลาไปโรงเรียนจริงๆ ของนักเรียนโข่งซะที

ภาคหน้า ไปดูกันเด้อว่า นักเรียนต่างด้าวที่นั่นมีฤทธิ์มากแค่ไหน
แต่ละคน ขอบอกว่าไม่ธรรมดา
ไม่ธรรมดา ฮื้อ.. ไม่ธรรมดา





 

Create Date : 21 มิถุนายน 2552
3 comments
Last Update : 21 มิถุนายน 2552 21:19:54 น.
Counter : 1178 Pageviews.

 

แวะมาอ่านค่ะ

ตอนนี้กำลังเรียนภาษา Dutch อยู่เหมือนกันค่ะ เพราะจะต้องสอบภายในปีนี้ จะได้ทำเรื่องไปอยู่นู่นตอนสิ้นปีค่ะ

ขี้เกียจเรียนจังเลยค่ะ เพราะทำงานวันธรรมดาก็เหนื่อยแล้ว กลับถึงบ้านก็หลังทุ่มครึ่ง สองทุ่ม อยากนอนเลยค่ะ ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น

 

โดย: อารีรัตน์ 21 มิถุนายน 2552 21:40:39 น.  

 

Just dropping by to say hello ka.

 

โดย: CrackyDong 22 มิถุนายน 2552 0:09:50 น.  

 

มาเนาะนำเว็บท่องเที่ยวแหล่งใหม่ครับเป็นของผมเองพอดีว่างๆไม่มีไรทำติอชมผมได้นะครับท่องเที่ยวdigg.thupphotos
th th th
th th



 

โดย: prempcc 10 กรกฎาคม 2552 16:56:03 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


สวยสุดซอย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]






free counters

Friends' blogs
[Add สวยสุดซอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.