ช่างซ่อมเปียโน




  • ผมลองถอดเจ้า MS OFFICE โปรแกรมชุดสุดแสนจะมหัศจรรย์ที่ต้องบอกว่าถ้าไม่มีอยู่ในเครื่องล่ะก็ชีวิตคงแย่น่าดู โดยเฉพาะ Excel กับ Word ที่ต้องถอดก็คงเพราะเครื่องผมเก่ามากแล้วก็เริ่มช้ามากขึ้นเรื่อยๆจนรู้สึกได้ ถึงจะถอดออกแต่โลกเราก็ยังไม่สิ้นหวังซะทีเดียว เรายังมี โปรแกรม OFFICE ฝั่งใช้งานได้ฟรีๆอยู่ นั่นก็คือ Open Office ของค่าย SUN ทีแรกที่ผมเห็นยี่ห้อ SUN ก็เริ่มจะเสียวสันหลัง ผลิตภัณฑ์อันสุดแสนจะโดดเด่นของค่ายนี้ก็คือ JAVA ภาษาโปรแกรมที่เขียนคอมไพล์และรันได้ช้าที่สุดในโลก


  • เท่าที่ลองใช้ดูคงต้องบอกว่าหน้าตาคงสวยสู้ฝั่ง MS ไม่ได้ รวมๆผมคิดว่าพื้นฐานคงเหมือนๆกันหมด อีกอย่างก็คือ Open Office สามารถเปิดไฟล์ของฝั่ง MS ได้ ช่วงนี้เวลามีคนส่งไฟล์ MS ผมเองก็ยังเอ๋อๆอยู่ไม่รู้จะใช้ตัวไหนเปิด ถึงจะยังมือใหม่กับเจ้านี่อยู่แต่อย่างน้อยเครื่องผมก็เบาลงไปเยอะ


  • ช่วงนี้คงเป็นมหกรรมของพังส่งท้ายปี เริ่มจากกล้อง ตามมาด้วยโมเด็ม ล่าสุดก็คือ เปียโน ! จริงๆรองเท้ากับมือถือเองก็เยินเต็มทนแล้วเหมือนกัน จริงๆเปียโนเริ่มแรกเกิดจากความเรื่องมากส่วนตัวของผมเองที่รู้สึกว่าเจ้า Yamaha U1 ที่ใช้อยู่นี่ไม่ตามมือเอาซะเลย ผมรู้สึกมาแต่ไหนแต่ไรเพียงแต่ผมไม่เคยเล่นเปียโนดีๆ เลยไม่รู้ว่านี่คือเรื่องปกติหรือผิดปกติกันแน่ อาจารย์ก็ตกลงว่าจะมาซ่อมให้แล้วก็จะจูนเสียงให้ด้วย แต่พอมาจริงๆดันเจอของดีคือเชือกคล้องสปริงหัวค้อนขาดเกือบหมดทุกคีย์ จากเรื่องง่ายๆกลายเป็นเรื่องยากๆที่ผู้ชายไม่รู้ไปซะแล้ว จากค่าซ่อมและจูนพันกว่าบาทกลายเป็นหลักหมื่นในฉับพลัน !!!! แต่โชคดีในโชคโคตรร้ายยังพอมีบ้างนั่นคือ อาจารย์ตัดสินใจให้ผมเป็นคนซ่อมเองจะได้ไม่ต้องจ่ายตามด้วยถ่ายทอดวิชาซ่อมในทันใด บอกตรงๆว่าผมไม่ชอบงานช่างทุกชนิดๆ เพราะมันงี่เง่าพอๆกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผมไม่ถูกโฉลกด้วย


  • เปียโนประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็กๆเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านชิ้น (น่าจะมั่ว) กลไกเป็นแบบโบราณอารมณ์คงประมาณเดียวกันกับนาฬิกาของสวิสเซอร์แลนด์ยังไงยังงั้นล่ะมั้ง ขอเพียงมีอะไรผิดปกติไปเพียงชิ้นเดียวโครงสร้างทั้งหมดก็พังทลาย (อันนี้เวอร์ไปหน่อยสำหรับเปียโน) ณ เวลานี้ ผมกำลังจะทำกลไกหัวค้อนเปียโนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานให้ดีเหมือนเดิม โอ้วววววววววววววววววววววววววววว มันยอดมากกกกก


  • เปียโนมีคีย์ 88 คีย์ ขั้นตอนการซ่อมไม่ซับซ้อนแต่กินเวลามากต่อหนึ่งคีย์ อาจารย์กำชับไว้ว่าถ้าอารมณ์เสียต้องหยุดทันที ไม่งั้นพัง ผมเองเห็นด้วยมากๆ ผมคิดถึงผู้หญิงที่นั่งถักไหมพรมขึ้นมายังไงยังงั้น ผมทำอยู่ประมาณสามวันทำสายดึงค้อนเกือบขาดไปตัวนึง คิดว่าน่าจะเสียตังค์ตัวนี้แน่เลย 555+ ผมมีความสามารถพิเศษอย่างนึง ก็คือเรื่องเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า เรื่องกลไก เรื่องการไปซื้อแผ่น CD (เกมส์หรือโปรแกรม) ที่ร้านคอมมาลงที่เครื่อง เปอร์เซ็นต์ที่ต้องเจอกับความล้มเหลว พัง แผ่นอ่านไม่ได้ โปรแกรมลงไม่ได้ เครื่องลงไม่ได้ จะสูงถึง 90 % และเช่นกัน เมื่อผมประกอบกับเข้าไปเหมือน ก็เจอปัญหาอย่างที่คิดเอาไว้ ทั้งระดับค้อนไม่เสมอ ค้อนตีไม่ตรงสาย สรุปว่ามันห่วยกว่าเดิมซะงั้น คีย์เอ๋อไปประมาณเกือบครึ่งนึง เสียงบอดมั่ง แป๊กมั่ง Damper ค้างมั่ง แต่รวมๆก็ขี้เหร่น้อยกว่าที่คิดไว้ พลางคิดในใจว่า กลไก มันห่วยว่ะ ตอนนี้เปียโนผมจากที่ยังไม่เจ๊งบัดนี้ก็เจ๊งเป็นที่เรียบร้อยด้วยฝีมือผมเอง คงต้องให้อาจารย์มาสานต่อสิ่งที่ผมทำไว้ซะแล้ว


  • การนั่งซ่อมของพวกนี้ ทำให้ผมได้ใช้ กรรไกร แล้วก็คัตเตอร์สำหรับคนมือซ้ายแบบจริงๆจังๆเป็นครั้งแรก ทำให้ผมนึกถึงหนังสือหัวใจเปียโน (The Piano shop on the left bank) ที่เคยดังอยู่ซักเมื่อปีสองปีที่แล้วเนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการบรรยายชีวิตคนอเมริกันในฝรั่งเศสไปเรื่อยๆ ผ่านตัวละครหลักๆสองคน คือพระเอก กับช่างเปียโน พูดถึงหนังสือ ตอนนี้ผมก็เริ่มสนใจอยากเขียนหนังสือขึ้นมาซะเฉยๆ ผมว่านักดนตรี นักแต่งเพลง นักเขียน นักเขียนบทหนัง คนกำกับหนัง หรือแม้แต่นักเขียนการ์ตูน งานพวกนี้เหมือนจะเป็นงานในลักษณะเดียวกันหมด คือถ่ายทอดให้ถึงผู้ชมผู้ฟังผู้อ่านให้ได้ ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนุกดีที่ได้ทำอะไรแบบนี้ สิ่งเหล่านั้นเหมือนเป็นตัวแทนจากผู้แต่งถ่ายทอดผ่านตัวอักษร ภาพ หรือเสียง มันเหมือนเป็นอีกโลกนึงที่เราสร้างขึ้นมาเอง และมันจะยิ่งดีกว่านั้นอีกถ้ามีคนชอบผลงานของเรา พูดถึงเรื่องนี้ก็พาลคิดถึงเรื่องสีน้ำขึ้นมาติดๆวาดรูปนั้นเป็นสิ่งเดียวทางฝั่งศิลปะที่ผมชอบเป็นสิ่งแรก แต่ไม่วายกลับกลายเป็นสิ่งเดียวเช่นกันที่ผมทำไม่เคยสำเร็จเลย


  • ผมยังไม่ได้โครงเรื่องหรืออะไรซักอย่างเลยเกี่ยวกับหนังสือที่จะแต่งเลย ที่สำคัญก็คือจะมีสำนักพิมพ์ไหนที่จะเอางานห่วยๆแบบนี้ไปตีพิมพ์ฟระเนี่ย ผมว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอยู่เหมือนกันที่เดินไปร้านหนังสือแล้วมีหนังสือตัวเองวางขายอยู่ เอ่อ … บางทีผมอาจจะฝันไกลไปหน่อย แต่ก็มีคนบอกผมไว้ว่าคนเราก็มีชีวิตอยู่ด้วยความหวังและความฝันนี่แหละนะ


ลากันด้วย way back into love เพลงที่ผมเคยไม่ชอบเอาซะเลย เพราะดั๊นเอาไปเป็นเพลงโฆษณาอะไรซักอย่างนี่แหละ แต่ด้วยเสียงแทยอนแล้วทำให้ผมต้องหยุดฟังเพลงนี้








Create Date : 20 ธันวาคม 2552
Last Update : 20 ธันวาคม 2552 20:50:16 น.
Counter : 364 Pageviews.

4 comments
  
ซ่อมจนพัง..โอ้วพระเจ้าจ๊อดมันยอดมาก

ปล.หันไปทำกับข้าวเหมียนเดิมส์เถอะอ้วนเอ๊ยยยย
โดย: layaaclub IP: 199.230.163.22 วันที่: 21 ธันวาคม 2552 เวลา:7:50:58 น.
  
เห็นแผ่นหนังโป้ที่บ้านเมิงเต็มเลย ดูได้แค่ 10% เองหรอวะ

แล้วก้อแทยอน เสียงดีมาก มากกว่าที่คิดไว้เยอะเลยแฮะ แต่ก็ยังชอบยูริ ยุนอา ทิฟานี มากกว่า
โดย: Man over 1 hundred IP: 124.121.6.112 วันที่: 21 ธันวาคม 2552 เวลา:21:37:29 น.
  
เขียนหนังสือ???
วางขายบนแผงหนังสือเมื่อไหร่ชั้นจะอุดหนุนซื้อให้แล้วกัน ทุ่มสุดตัว 1 เล่มขาดตัว
โดย: NooKNicK IP: 125.24.74.187 วันที่: 21 ธันวาคม 2552 เวลา:22:00:08 น.
  
อย่าได้แคร์...แค่เปียโนพัง เหอะๆๆๆ ไว้เจ๊มีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้วก้อรวยร้อยล้านก่อนนะ จาถอยให้ซะเครื่องนึง...
โดย: ป้าอ้วน.. IP: 125.25.96.85 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:14:40:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

FlowerSong
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ธันวาคม 2552

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
20 ธันวาคม 2552