นั่งรถไฟไปอยู่กับลมหายใจ..ริมแคว

..






เสียงรถไฟสายมรณะ
เลาะเลียบริมหน้าผาอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำแคว
ผ่านไปขบวนแล้วขบวนเล่าตลอดระยะเวลาในช่วงบ่าย
ที่ฉันนั่งนิ่งๆอยู่กับลมหายใจบนแพไม้ไผ่ริมแคว
หากแม่น้ำสายนี้บอกเล่าเรื่องราวในอดีตได้
คงมีเรื่องเล่าถึงความสูญเสียเมื่อครั้งสงครามโลกไม่รู้จบ
แต่สายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ
ทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป

ฉันเข้าใจ..แต่ความคิดของฉันกลับทำงานอยู่ตลอดเวลา
คงมีเพียงลมหายใจเท่านั้น
ที่พอจะทำให้ฉันกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้บ้าง
ห้าวันที่บ้านริมแพ แควริมน้ำจึงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
ที่ฉันมีโอกาสได้กลับไปฝึกปฏิบัติเจริญสติอยู่กับลมหายใจ
และฟังธรรมจากพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก อีกครั้ง







อากาศริมแม่น้ำแควกลางหุบเขายามเช้า สะอาดและสดชื่น
ฉันจะตื่นตอนตี 3 ครึ่งเดินจากแพริมน้ำ
ขึ้นมาทำสมาธิภาวนา สวดมนต์ทำวัตรเช้า
และเดินเท้าเปล่าลุยน้ำค้างไปออกกำลังกายไทชิกลางสนามหญ้า
วันแรกๆฉันมีอาการเหนื่อยและหัวใจเต้นเร็วไม่สม่ำเสมอ
จนรู้สึกไม่ค่อยดีต้องหยุดพักบ่อยๆ
แต่พอเดินขึ้นลงไปมาสักพักอาการเหนื่อยก็เริ่มหายไป
อากาศดีๆ และธรรมะดีๆช่างอ่อนโยนกับหัวใจของฉันจริงๆ

ช่วงเช้า..ฉันจะเข้าฟังธรรมจากพระอาจารย์มิตซูโอะ
จนกระทั่งถึงเวลารับประทานอาหารกลางวัน
ช่วงบ่าย..เวลาทุกคนเข้าฟังบรรยายจากวิทยากรคนอื่นๆ
ฉันจะปลีกตัวไปทำสมาธิภาวนาบนแพริมน้ำเงียบๆคนเดียว
และกลับมาสวดมนต์ทำวัตรเย็นและฟังธรรม
จากพระอาจารย์มิตซูโอะอีกครั้งในตอนเย็น
จนกระทั่งถึงเวลาแยกย้ายไปพักผ่อนตอนสามทุ่ม

เวลาเวียนผ่านไปเรื่อยๆช้าๆตลอด 5 วันที่ฉันเพียรที่จะตื่นรู้
อากาศริมแม่น้ำแคว แพริมน้ำ ทางรถไฟสายมรณะและธรรมะดีๆ
ทำให้ฉันมีโอกาสได้พักนิ่งๆ
และเจริญสติอยู่กับลมหายใจได้ดีขึ้นจริงๆ















สายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ
แม่น้ำแควยังคงไหลไปเรื่อยๆ
ฉันยังคงมีลมหายใจ
ยังคงหายใจเข้า หายใจออก
และมีความเพียรที่อยู่กับปัจจุบันให้ได้ต่อไปเรื่อยๆช้าๆ
จนกว่าจะหมดลมหายใจสุดท้าย








Thanks
- รถไฟสายน้ำตก และสายธนบุรี-ประจวบคีรีขันธ์
- บ้านริมแพ แควริมน้ำ 1-5 พ.ย 53
- อากาศสดชื่นริมแม่น้ำแคว
- แพริมน้ำที่ฉันพัก
- ทางรถไฟสายมรณะและรถไฟที่ฉันชอบมอง
- ดอกปีบ กาแฟ และหอยทากทุกตัว
- ชาวบ้านใจดีที่บังเอิญเจอกันบนรถไฟ
พอลงรถพร้อมกันและรู้ว่าฉันจะไปเมืองกาญจน์คนเดียว
ก็รีบให้ลูกสาวที่ขับ MC มารับแม่ไปส่งฉันที่ท่ารถเมืองกาญจน์
ด้วยเหตุผลน่ารักมากๆ "จะได้ไม่ต้องนั่งเมล์เครื่อง"
(ใจดีจนฉันอึ้งพูดอะไรไม่ออกอีกแล้ว)

- ลุงนง ป้านา พี่ต้อยและพี่พัช กัลยาณมิตรทางธรรม
ที่บังเอิญกินข้าวมื้อเที่ยงโต๊ะเดียวกัน
พอรู้ว่าฉันมาคนเดียวก็ช่วยกันหาฉัน
เพื่อพาติดรถมาส่งที่สถานีรถไฟบ้านโป่งในวันเดินทางกลับด้วย

ลุงนงบอกว่าเดินหาจนเหนื่อย..เลยพูดออกมาว่า
ถ้ามันมีบุญจะได้กลับด้วยกัน (หมายถึงฉัน) ก็คงหามันเจอ
พูดยังไม่ทันขาดคำฉันก็โผล่มาตรงโต๊ะที่ทุกคนนั่งอยู่ทันที
(เหมือนมีสัญชาติญาน...อิอิอิ)









เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
อยู่ๆทุกคนก็หยิบยื่นน้ำใจมาให้
ถึงจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ
แต่มันยิ่งใหญ่สำหรับฉันเหลือเกิน

ขอบคุณที่ทำให้ฉันเชื่อมั่นในความดี
มีเรื่องให้ยิ้มน้อยๆในใจ
และเพียรที่จะปฏิบัติธรรมต่อไปอีกเรื่อยๆ..สาธุ












Create Date : 11 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2553 16:25:42 น. 0 comments
Counter : 948 Pageviews.

ระเบียงดอกไม้
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




; text-decoration: none} a:visited { color:THISTLE; text-decoration: none} a:active { color: THISTLE; text-decoration: underline} a:hover { color:THISTLE; text-decoration: underline} -->
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
11 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ระเบียงดอกไม้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.