บันทึกใจ...ตามรอยธรรม




วันที่หนึ่ง
ฝนตกเป็นละอองฝอยโปรายปรายขับรถเลียบทะเลไป "วัดอ่าวน้อย"
วัดเล็กๆริมทะเลนอกตัวเมืองคนเดียวเงียบๆ

ตัววัดตั้งอยู่ริมเขาขนาบด้วยทะเลสองด้าน
รอบๆวัดสงบเงียบเย็นสบาย
ฉันสะดุดตาโบสถ์ไม้หลังใหญ่จนต้องหันไปมองซ้ำ

ที่พักของฉันเป็นเรือนไทย
เปิดหน้าต่างออกไปเห็นต้นมะเฟืองกำลังออกดอกบานสะพรั่ง
ใต้ต้นมะเฟืองเป็นซุ้มเล็กๆติดสระบัว...ร่มรื่นจัง


กลางคืนนอนในมุ้งกระโจมผ้าโปร่งสีขาว
ตกดึกฝนตกหนักสะดุ้งตื่นกลางดึก
รู้สึกกลัวจนอยากบอกใครสักคน




วันที่สอง
ตื่นเช้าหมอกลงแทบจะมองไม่เห็นทะเลและภูเขา
แอบเรียกเรือนไทยหลังใหญ่ในสายหมอกว่า " เรือนมยุรา"
เริ่มฝึกเดินและนั่งสมาธินานมากขึ้น
ปวดขามากมายแต่ก็ทนจนผ่านมาได้

พักเที่ยง : นั่งมองผีเสื้อสีขาวบินตามชายเขาเป็นฝูงๆ
ไก่แจ้คุ้ยๆหาอะไรก็ไม่รู้

พักเย็น : ออกไปเดินเล่นริมทะเล
ทักทายกับหมาและดอกหญ้าริมทะเล

ตกดึก : เห็นดาวเต็มท้องฟ้า



















วันที่สาม
ตื่นขึ้นมากลางดึกตามเสียงไก่แจ้ตัวดีที่ขันตอนตีสองกว่า
อยากไปห้องน้ำแต่ "ไม่กล้า"

ตื่นเช้าขึ้นมา..แดดจ้าฟ้าใสแมงปอบินว่อนเป็นฝูงๆ
ฉันเริ่มหลงใหลความเงียบใต้ซุ้มดอกเล็บมือนาง
และเริ่มสังเกตเห็นกระรอกตัวโต 2-3 ตัว
ไต่ลงมาจากต้นไม้ใหญ่ตอนใกล้ๆจะสีโมงเย็น




วันที่สี่
วิทยากรแสดงความยินดีกับทุกๆคนที่ผ่านสามวัน
แห่งการภาวนาเงียบๆมาได้..แต่ฉันกลับไม่รู้สึกแปลกอะไร
ก็ในเมื่อฉันชอบอยู่กับความเงียบ
และอยู่กับความเงียบมาอย่างเงียบๆนานแล้วนี่นา
เพียงแต่ครั้งนี้มีการกำหนดจิตในอริยบทเข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้นเอง















วันที่ห้า
นั่งฟังพระเทศน์เรื่องการกำหนดจิต
หลายๆอย่างในใจเริ่มกระจ่าง

ฉันยังเดินออกไปเดินเล่นริมหาดทุกๆเย็น
และเฝ้ารอดอกแคตตัสในเรือนเพาะชำค่อยๆบานในทุกวัน
ใจเริ่มไปอยู่ที่ปลายเท้าในขณะเดินนานมากขึ้น
อาการปวดขาหายไป

คุณยายคนหนึ่งเข้ามาอนุโมทนาบุญ
บอกกับฉันว่าคราวหน้ายายอาจจะไม่มีโอกาสได้มาอีก
วูบหนึ่ง....ฉันนึกถึงเรื่องความไม่แน่นอนบนโลกใบนี้


วันที่หก
นั่งนิ่งๆใต้ซุ้มดอกเล็บมือนาง
เงาของแดดส่องลอดใบไม้..นุ่มนวลอ่อนโยน
กระแตตัวน้อยวิ่งผ่านเท้าไปช้าๆ
เหมือนกระแตกับฉันเรามองไม่เห็นกัน

ตอนบ่าย...ไปปีนถ้ำพระนอนบนเขา
คุณยายที่เข้าร่วมอบรมแอบกระซิบให้ใส่หมวกไปด้วย
ระวังแดดจะร้อน

ระหว่างเดินมองลงมาเห็นทะเลมุมกว้าง
อากาศในถ้ำเย็นสบาย

ขากลับเงยหน้าขึ้นไปที่ทางลงมาในถ้ำ
ฉันเห็นทางเข้าถ้ำเป็นรูปหัวใจดวงโตๆ
..

..









วันที่เจ็ด
ทุกคนออกไปแนะนำตัวเองกับกลุ่ม
ฉันเล่าเรื่องจุดที่ทำให้หันมาสนใจหนังสือธรรมะและการปฎิบัติธรรม
เนื่องจากทำใจไม่ได้กับคนไข้คนหนึ่ง
ที่พยายามต่อสู้ยื้อลมหายใจกลับมา

ฉันรู้สึกว่าเขาทรมาน
และฉันก็ทรมานที่ต้องเห็นคนไข้ของฉันต้องเป็นแบบนี้
.......
......

หลายคนรวมทั้งวิทยากรถามไถ่พูดคุย
และรู้จักฉันมากขึ้น

ตอนบ่ายน้องชายคนหนึ่งที่ไม่เคยคุยกันเลย
เดินเข้ามาบอกว่ามีดอกบัวสีเหลืองกำลังบาน..สวยมาก
พี่ถ่ายรูปไว้หรือยังฮะ^^


แอบยิ้มในใจ
ฉันคงนั่งมองและรอดอกไม้บานทุกวัน
จนใครต่อใครสังเกตเห็นจนได้














วันที่แปด
เมื่อคืนวิทยากรขออาสาสมัคร 5 คน
ขึ้นไปพูดเรื่องสภาวะธรรมที่ทุกคนพบ
มีคนขึ้นไปพูดจนครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว

แต่อาจารย์ขอร้องให้ฉันขึ้นไปพูดเพิ่มอีกคนหนึ่ง
ฉันไม่มีสภาวะธรรม ไม่เคยเห็นหรือพบอะไร
นอกจากใจที่นิ่งและฟุ้งกระจายสลับกันไปในหลายๆเวลา

ฉันบอกทุกๆคนว่า..ถึงฉันจะไม่ได้พบกับสภาวะธรรมใดๆ
แต่ก็คิดว่าสิ่งที่ฉันเลือกทำในวันนี้
เป็นการเริ่มต้นก้าวแรกที่มีค่าที่สุดในชีวิต
รองจากการตัดสินใจใส่หมวกสีขาว

อาจารย์และคณะวิทยากรขอให้ฉันเดินต่อไปเพื่อ
ด้วยความเพียร ด้วยศรัทธาและปัญญาที่มีอยู่ต่อไป
.....
.....






บทส่งท้าย

วันที่แปดฝนตกหนักตั้งแต่เช้า
ฉันขับรถฝ่าสายฝนกลับบ้านช้าๆ
ถ้าหากถามว่าได้อะไรจากการลาไปปฏิบัติธรรมนานๆครั้งนี้
ฉันคงตอบอะไรไม่ได้

แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันมั่นใจและตอบได้คือ
ธรรมะเป็นเรื่องของใจล้วนๆ
และเป็นความลับสุดยอดที่ไม่อาจแพร่งพรายให้ใครรู้ได้


คนที่สัมผัสใจของฉันได้กระมัง
ถึงจะรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับฉันบ้าง













Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2552 8:32:07 น. 0 comments
Counter : 495 Pageviews.

ระเบียงดอกไม้
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




; text-decoration: none} a:visited { color:THISTLE; text-decoration: none} a:active { color: THISTLE; text-decoration: underline} a:hover { color:THISTLE; text-decoration: underline} -->
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
13 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ระเบียงดอกไม้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.