Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
28 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
เชียงราอะอะอะอาย : เชียงราย → ดอยแม่สลอง

นานจังไม่ได้อัพเดทบลอค (ทริปที่แล้วเขียนไม่จบด้วย Smiley) ก็โซเชียลเน็ตเวิร์คมันมากมาย
การจะกระจายตัวเองให้ทั่วถึงจึงทำได้ยากเย็น Smiley facebook บ้างอะไรบ้างกันไป
ทริปนี้จะพยายามเขียนให้จบ แต่ยาวหน่อยนะ มันหลายวัน

วันแรก - เชียงราย → แม่สลอง

ท่องเที่ยวเชียงรายครั้งนี้จองโปร 0 บาทไว้เมื่อชาติก่อน นานมากกกกกกกก
คราวนี้เราชุลมุนเรื่องรถกันนิดหน่อย เพราะทีแรกเราเช่ารถเจ้าเดิมที่เคยเช่าเที่ยวเชียงใหม่เมื่อปีที่แล้วไว้
ตกลงกันดิบดีให้มารับที่เชียงราย และเหมาเที่ยวรอบเชียงราย 4 วัน
แต่พอถึงเย็นวันเดินทาง ทางนู้นโทรแจ้งว่ารถเสีย หารถอื่นมารับพวกเราไม่ได้ Smiley
มันกระทันหันมาก ตั้งตัวไม่ทัน ทำใจไม่ได้ ทำไมมาทิ้งเรา รถอื่นๆ ก็ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลย
ก็เลยตกลงกัน (ที่สุวรรณภูมิ) ว่าไปหารถเอาดาบหน้าแล้วกัน

ถึงเชียงรายประมาณเกือบ 5 ทุ่ม ก็จัดแจงมุ่งหน้าหารถไปที่พักกัน
จริงๆ ใครไม่เคยไป ติดต่อแท็กซี่ในสนามบินเลยดีกว่านะคะ มีเคาท์เตอร์อยู่
แต่เราไปกัน 6 คน เกรงว่าจะต้องโดน 2 คัน ข่าวว่าคันละ 300
ด้วยความงก ทางเราซึ่งเป็นแก๊งสาว(ใหญ่)ใจกล้า จึงออกมาหาเองแถวข้างหน้า
พร้อมกระเป๋าผ้าอันหนักอึ้ง FD ให้แบกขึ้นเครื่องได้ 7 โล ตรูเอามา 6 โล 7 ขีด Smiley
และแล้วก็ได้รถตู้มา 1 คันเข้าเมืองในราคา 300 บาท Smiley

คืนนี้นอนที่นี่ค่ะ บ้านรับอรุณ



เราได้ห้องดอกบัว กับจำปีซึ่งอยู่ชั้นล่างของบ้าน
เพื่อนทุกคนชอบกันมาก เพราะในบ้านน่ารักดี มุมถ่ายรูปเยอะแยะ ดูเป็นบ้านพักอาศัย
แต่ที่นี่ห้องน้ำน้อย ชั้นบน 1 ห้อง ล่าง 1 ห้อง ถึงจะมีเสริมอยู่ด้านนอกตัวบ้านด้วย
ก็ไม่เพียงพอกับจำนวนคนในวันที่ห้องพักเต็มแน่นอน Smiley
และห้องไม่ค่อยเก็บเสียงเท่าไหร่ จะได้ยินเสียงคนเดินข้างนอกและข้างบนด้วย
เพราะเป็นพื้นไม้ทั้งชั้นบนและล่างมันเอี๊ยดๆ ตลอดเลย
แถมห้องข้างบนหัวเรา ตื่นมาทำกิจกรรมเข้าจังหวะตอนดึกๆ ด้วย
บังเอิญหูดี เชี่ยวชาญดนตรีเป็นพิเศษ Smiley

คืนแรกก็ไม่มีอะไร ออกไปท่องราตรีกันSmiley(ในที่นี้คือเดินไปหาข้าวกินแล้วเดินกลับ)



ตัวเมืองเชียงราย ณ เวลาประมาณเที่ยงคืน เงียบสงัดวังเวงมากกกก
แต่เราก็ยังออกหากินกันด้วยความหิว Smiley
จากบ้านรับอรุณสามารถเดินไปถึงหอนาฬิกาได้แบบไม่ทันเหนื่อยเท่าไหร่(ในเวลากลางคืนที่ไม่มีแดด)
กินข้าวต้มร้านนึงอยู่ตรงข้างวัดมิ่งเมือง ซึ่งคนดูแลที่บ้านรับอรุณแนะนำมา
รสชาดคนอื่นๆ บอกว่าโอเคนะคะ แต่เราไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะเลี่ยนไป พอดีติดเค็ม Smiley

เช้าวันต่อมา 15/01/11



อาหารเช้านี้รวมอยู่ในค่าห้องพักแล้วค่ะ บางวันอาจจะเป็นข้าวต้ม
แต่วันนี้หลังจากดูแปลนหน้าพวกเราแล้ว คุณเจ้าของบ้านเลยจัดแพนเค้กมาให้ Smiley อร่อยดี
และพอรู้ว่าทางเรายังไม่มีรถท่องเที่ยว พี่เค้าก็จัดหารถสองแถวให้มาคุยตกลงราคากับเราด้วย
ตกลงกันได้ที่ 2000/วัน รวมน้ำมันและคนขับ ซึ่งพวกเราทุกคนก็โอเคกับราคานี้
เพราะสืบราคารถตู้มาอย่างต่ำ 1800/วัน ไม่รวมน้ำมัน และบวกค่าขึ้นดอย 500 ด้วย (เราึขึ้นดอยทุกวัน)
ทางไหนที่ถูกที่สุดเราก็ย่อมเลือกทางนั้น Smiley

ราชรถมาเกยหน้าบ้านกันเลยทีเดียว



ออกเดินทางอำลาบ้านรับอรุณไปด้วยความอาลัย Smiley รู้สึกว่าใช้เวลาที่นี่น้อยไปหน่อย
ถ้ามีโอกาสจะำกลับไปอีกนะคะ Smiley

โปรแกรมวันแรกนี้ ไหว้พระซัก 3 วัดในเมือง - บ้านดำนางแล - ม.แม่ฟ้าหลวง - ดอยแม่สลอง

เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและผู้อื่น เราก็ไปไหว้พระกันก่อน
อันนี้พี่โชเฟอร์จัดให้ วัดงำเมือง อยู่ไม่ไกลจากบ้านรับอรุณ นั่งรถเบาะยังไม่ทันร้อน ถึงซะแล้ว!!!



ไหว้พระ และสักการะพ่อขุนฯ ได้พร้อมกันในวัดเดียว ^^

ไปต่อที่วัดพระแก้ว



เพื่อนที่ไปด้วยกันคนนึงเป็นคนเชียงราย มันว่าวัดนี้คือวัดจริงๆ ของพระแก้วมรกต
ฟังที่มันบอกแล้วเราก็งุนงงยิ่งนัก เพราะมันก็ไม่รู้อะไรนอกจากนี้มาช่วยเสริมสร้างความเข้าใจให้ตรูเลยSmiley

กลับมาเลยต้องสืบค้นเอง ได้ความว่า

"ตามตำนานพระแก้วมรกต ครั้งแรกประดิษฐานอยู่ในเจดีย์วัดป่าญะ (ปัจจุบันคือวัดพระแก้วแห่งนี้)
เดิมเป็นพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทอง แต่เมื่อพระสงฆ์อัญเชิญออกจากพระเจดีย์ จู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมา ทำให้ปูนบริเวณพระนาสิกเกิดกระเทาะออก เห็นเป็นเนื้อมรกต จึงกระเทาะปูนออกทั้งหมด และพบว่าเป็นเนื้อหยกสีมรกตทั้งองค์ หลังจากนั้นได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองต่างๆ คือ ลำปาง เชียงใหม่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ กรุงธนบุรี และกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ"

credit: วิกิ

มีสาระเนอะ Smiley

ต่อด้วยวัดพระสิงห์ ที่วัดนี้เราจุดเทียนสะเดาะเคราะห์ปีชงกันด้วย



เสร็จเรื่องวัดเราก็เริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวอย่างจริงจังกันซะที Smiley
จุดจอดต่อไป บ้านดำนางแล พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี
ออกจากเชียงรายมุ่งหน้าไปทางแม่สายค่ะ ประมาณ 20 นาทีได้



บ้านดำนางแล เป็นบ้านส่วนบุคคล ตัวบ้านจะมีทั้งหมด 32 หลัง ในพื้นที่ 39 ไร่
สิ่งปลูกสร้างอะไรๆ ก็เป็นสีดำอย่างที่เห็น พวกเราเดินกันไม่ทั่วเพราะขณะนั้นใกล้จะเที่ยงเต็มที
แดดก็แรง สังขารก็ร่วงโรย ข้าวก็ยังไม่ตกถึงท้อง โซและโทรมมากๆ เลยพากันออกมา
อยู่ไปก็ไม่ช่วยให้เข้าใจในศิลปะเพิ่มมากขึ้น Smiley ข้อมูลเพิ่มเติมและวิธีเดินทางไปบ้านดำนางแล

กลับถึงรถเรารีบแจ้งพี่โชเฟอร์ว่า หิวข้าววว พาไปกินข้าวหน่อย แต่โชเฟอร์ไม่อนุญาต บอกต้องไป ม.แม่ฟ้าหลวงก่อน เสร็จแล้วเดี๋ยวพาไปกินที่แม่จัน Smiley เราก็ต้องหิ้วท้องแล้วไปกันต่อที่ ศูนย์จีนฯ ม.แม่ฟ้าหลวง



ไม่ว่าท้องจะหิวเพียงใด แต่เมื่อกล้องหันมา ทุกคนก็ต้องทำหน้าร่าเริงที่สุดในชีวิต
ที่ศูนย์จีนนี้ไม่กว้างเท่าไหร่ เสียค่าเข้าชมคนละ 10 บาท เราก็รีบๆ ชม รีบๆ ถ่ายรูปกัน
ใช้เวลาไปเพียงชั่วโมงครึ่งเอง Smiley พี่โชเฟอร์คงงงว่าขนาดมันหิวกันนะ ยังให้กรูรอนานขนาดนี้

หาอะไรกินกันเรียบร้อย เราก็เดินทางต่อไปดอยแม่สลอง เข้าที่พักเก็บของที่ ลิตเติ้ลโฮมเกสท์เฮ้าส์
แล้วรีบไปท่องเที่ยวแบบรวบรัดกันต่อ เพราะพี่โชเฟอร์ต้องกลัีบเข้าเมือง
จุดแรก ณ ดอยแม่สลอง ไร่ชา 101



ไม่ได้ชิมชา ไม่ได้ซื้อของ ถ่ายรูปล้วนๆ Smiley
เพราะเพื่อนร่วมทริปรักการ(ถูก)ถ่ายรูป จุดต่อไปจึงเป็น ดอยหมอกดอกไม้



รีสอร์ทเค้าสวยกว่านี้นะ มีสระว่ายน้ำอะไรๆ อยากจะพักอยู่เหมือนกัน
แต่ทริปนี้(และทุกทริป) เน้นประหยัด Smiley จริงๆ รถลงไปจอดในที่จอดรถของรีสอร์ทเค้าได้นะ
แต่พี่โชเฟอร์ปล่อยเราเดินลง สงสัยเคืองที่พวกมันชักช้าถ่ายรูปกันอยู่ได้ กรูจะรีบกลับบ้าน
ตอนเดินลงไม่เท่าไหร่ ตอนเิดินขึ้นนี่หอบแฮ่กกันทีเดียว

จุดสุดท้าย ณ ดอยแม่สลองของวันนี้ เราให้พี่โชเฟอร์ส่งที่ตลาดหน้าโรงเรียน(อะไรซักอย่าง) แถวๆ ร้านคุ้มนายพล แล้วส่งพี่โชเฟอร์กลับบ้าน เดี๋ยวจะมืดซะก่อน พวกเราแมนอยู่แล้วเดี๋ยวหาทางกลับที่พักเอง Smiley
ตลาดตรงนี้จะมีชาวบ้านมาขายผัก นั่นนี่โน่น ส่วนใหญ่จะเป็นของที่ระลึก(ที่เหมือนกันทุกร้าน) และร้านขายชา แต่พวกเราลองชิมร้านนี้กัน



คือก็ไม่ได้ชิมอะไรหลายอย่าง ลองชิมหมั่นโถว กระดูกหมูตุ๋นรากบัว และไข่ยัดไส้ยูนนาน
อร่อยมากกกกกกกกก ร้านอยู่ติดธนาคารทหารไทย สีแดงเด่นชัด ลองไปชิมดูนะคะ แนะนำๆๆๆ

หลังจากชิมกันเรียบร้อยเราก็ไปถามไถ่พี่พ่อครัว หารถสองแถวกลับที่พัก ได้ความว่าสองแถวมีนะ แต่นานๆ มาที ไม่รู้เมื่อไหร่จะมาอีก ป่านนี้อาจจะหมดแล้ว Smiley (ขณะนั้น 17.40 น.)
พี่แกจึงแนะนำให้เดินกลับเอาเหอะ แค่นี้เองประมาณโลนึง (แต่มันมีขึ้นเขาลงเนินด้วยนะเพ่ - -")
พวกเราอับจนสิ้นหนทาง เลยพากันเดินเล่นหนุกๆ (เหรอออ)



เอาเข้าจริงก็ไม่ไกลเท่าไหร่ เดินไป ชมวิวไป ถ่ายรูปไป ถึงแบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
ก่อนถึงที่พักมีขนมขาย ข้าวปุ๊กยูนาน ลองซื้อกินดูก็อร่อยแบบแปลกๆ ดี เป็นข้าวเหนียวแดงย่าง

ถึงแล้วววววว ที่พักเรา ลิตเติ้ลโฮม เกสท์เฮ้าส์ & บังกาโล



ด้านหน้าของลิตเติ้ลโฮมจะเป็นเรือนไม้คล้ายโรงเตี๊ยม ชั้นล่างเป็นร้านอาหาร มีห้องนั่งเล่น
มีคอมให้ใช้เน็ตฟรี 1 เครื่อง ถ่ายรูปมานะแต่มันติดมนุษย์(ที่ไปกับเรา) ดูไม่เจริญตาเท่าไหร่ อย่าลงเลย
ชั้นบนทำเป็นเกสท์เฮ้าส์ แต่มีแขกพักเต็มเลยเข้าชมห้องไม่ได้ จริงๆ แล้วอยากนอนแบบเกสท์เฮ้าส์
ได้บรรยากาศดี แต่ตอนที่จองมาเมื่อสองเดือนก่อนห้องไม่มีว่าง เราเลยจองแบบบังกะโลแทน

ห้องพักแบบเกสท์เฮ้าส์
รูปจากเว็บท่องเที่ยวแ่ห่งหนึ่ง จำไม่ได้จริงๆ ว่าเก็บมาจากไหน - -"



ห้องพักแบบบังกะโล เราจองไป 2 หลัง ราคา ณ วันนั้น 1000/คืน/3 คน ค่ะ



รูปข้างบน ถ่ายตอนเช้าของอีกวันแล้วค่ะ บังกะโลจะอยู่ด้านหลังของเรือนไม้อีกที ขึ้นเนินหน่อยนึง Smiley


คืนนั้นหนาวมากจริงๆ ช่างไปได้จังหวะ อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา
ในภาพสองนางนั้นกำลังทำการไปเช็คน้ำร้อนอยู่ เครื่องทำน้ำร้อนเป็นแก๊ส น้ำร้อนตัวพองกันเลยทีเดียว ส่วนที่เห็นดำๆ ตรงด้านล่างชักโครกอันนั้นเป็นยาแนวค่ะ ไม่ได้สกปรก ^^
มีตู้เย็น แต่เอาน้ำตั้งไว้ข้างบน ในตู้ไม่มีอะไรเลย เพราะน้ำอยู่ข้างนอกก็เย็นพอแล้วSmiley
ในห้องเป็นพื้นกระเบื้อง คุณลุงเจ้าของบ้านอนุญาตให้เราใส่รองเท้าเดินในห้องเลย
เพราะพื้นเย็นมากกลัวเราจะหนาว teen คิดว่าต่อไปทางลิตเติ้ลโฮมคงเตรียมรองเท้าแตะอุ่นๆ ไว้ให้ลูกค้าอย่างแน่นอน


ประทับใจการต้อนรับและการบริการของลิตเติ้ลโฮมๆ มากเลยค่ะ ทั้งสองท่านเอาใจใส่ลูกค้ามาก
ตอนเราไปถึงรถจอดยังไม่ทันดับเครื่องเลย ทั้งสองคนก็เดินมารับถึงรถถามว่า น้อง.... ใช่มั้ย
แถมช่วยเรายกกระเป๋า(หนักๆ) หลายๆ ใบ ขึ้นห้องพักให้
คือเราไม่ค่อยชินกับค่าห้องราคาแค่นี้กับบริการระดับนี้ Smiley
ในห้องมีการเสริมเตียงไว้ให้พร้อมทั้งสองห้องที่เราจองและแจ้งจำนวนคนไว้
พร้อมหมดทุกอย่างไม่มีอะไรบกพร่องจริงๆ สำหรับเรา
เข้าใจแล้วว่าทำไม ใครก็แนะนำลิตเติ้ลโฮม Smiley

คืนนั้นเรากินข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารของลิตเติ้ลโฮม ซึ่งเยอะมากกกกินไม่หมด
นัดกันไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่พระธาตุในตอนเช้า แล้วพากันเข้านอนพร้อมอากาศหนาววววววววววววววว Smiley




Create Date : 28 มกราคม 2554
Last Update : 28 มกราคม 2554 16:18:08 น. 7 comments
Counter : Pageviews.

 
แวะมาทักทายและมาตามไปเที่ยวเชียงรายด้วยคนครับ


โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 28 มกราคม 2554 เวลา:22:31:48 น.  

 
น่าอิจฉาจังค้า...เราก็เคยไปมาแล้ว สี่ปีที่ผ่านมานานเหมือนกันสวยมากดอยแม่สลอง ดอกไม้งาม อากาศดีๆน่าอิจฉาคนแถวนั้นนะ ทางขึ้นน่ากลัวหลายโค้งมาก พอลงรถเพื่อนข้างๆอ้วกกันเต็มเลยเมาแบบไม่ต้องอาศัยแอลกอฮฮล์ ดอยหมอกดอกไม้ ไร่ชา101 ยังสวยเหมือนเดิมนะแต่เราไม่ได้ไปแวะวัดที่คุณไป ว่าแต่หากไม่เป็นการรบกวนขอเบอร์คนขับรถขึ้นเขาหน่อยซิค่ะ สภาพรสดีไหมหากอยากใช้บริการรบกวนตอบกลับที่เมล์ฉันนะคะ


โดย: ปุ๊ลิ (สายลมกับความคิดถึง ) วันที่: 30 มกราคม 2554 เวลา:18:49:01 น.  

 
โอ้...โห้
นึกว่ากองประกวดส่งสาวงามไปเก็บตัวที่เชียงราย
เกาะไปเที่ยวด้วยคนนะ


โดย: *SUPRA* วันที่: 31 มกราคม 2554 เวลา:9:18:34 น.  

 
โอ้...โห....
มีคนมาแซว คงงามมากอะค่ะ ไปทางไหนผู้คนแตกกระเจิงกันหมด

คุณปุ๊ลิ รถเก่าๆ แล้วค่ะ แต่ยังขึ้นดอยไหว ไปมาหลายดอยเลย เดี๋ยวหลังไมค์ไปให้นะคะ


โดย: ฟินนี่ วันที่: 31 มกราคม 2554 เวลา:15:09:23 น.  

 
รออ่านต่อนะ...


โดย: superrichwoman วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:22:28 น.  

 
ซุปเปอร์ริช - ไปมาด้วยกันจะอยากอ่านทำไมอะ ระลึกชาติเอาเองดิ


โดย: ฟินนี่ วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:47:32 น.  

 
ก้ออ่านมันได้อีกอารมณ์งี้ อีกอย่างแก่แระความจำไม่ค่อยดีระลึกชาติไม่ค่อยออก


โดย: superrichwoman วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:52:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ฟินนี่
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ฟินนี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.