เสพภาพยนตร์เป็นจานหลัก พักสายตาฟังเจป๊อบเป็นจานรอง ให้อาหารสมองด้วยโดระมะ แปลเนื้อเพลงญี่ปุ่นเป็นงานอดิเรก
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
สรุปภาพยนตร์(ที่ได้ดู)ในปีนี้

เวลาใกล้ถึงปีใหม่ ก็จะมานั่งนึกย้อนว่าปีที่ผ่านมามีหนังเรื่องไหนได้ผ่านตาเราไปแล้วบ้าง ต้องกล่าวก่อนว่าหนังที่ได้ดูหนังส่วนมากเป็นหนังกระแส แต่ปน ๆ กระแสแบบมั่วไปหมด บางเรื่องก็เป็นกระแสที่ไทย บางเรื่องก็กระแสในประเทศญี่ปุ่น บางเรื่องก็กระแสฮอลลีวู้ด บางเรื่องก็กระแสหนังเทศกาล คือมั่วไปหมด แต่ที่แน่ ๆ ก็คือเป็นหนังกระแสหมด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จำนวนหนังที่ได้ดูก็เรียกว่า ไม่มาก (แต่อาจจะมากกว่าปีที่แล้วนิดนึง) เหมือนกับที่คนดูหนังทั่วไปดูกัน และจะขอแบ่งหมวดหมู่เอาไว้ตามที่จะได้กล่าวต่อไป

หมายเหตุ ทั้งหมดในที่นี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น

10 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี
ต้องเกริ่นนิดนึงว่า หนังที่เขียนว่าเป็นสิบหนังแห่งปี(สำหรับข้าพเจ้า) เป็นหนังที่ได้ดูปีนี้ บางเรื่องก็เป็นหนังปีก่อนหน้า แต่บังเอิญแค่ได้ดูในปีนี้ และที่กล่าวมาก็เป็นเพียงหนังที่เพิ่งนึกออกตอนนี้



1. Confessions aka. 告白 (Kokuhaku) (Japan, 2010)
ไม่ทราบว่านอกเหนือจากเครดิตผู้กำกับและตัวบทประพันธ์ดั้งเดิมแล้ว หนังเรื่องนี้มีจุดขายอะไรมากกว่านั้น โปสเตอร์ก็ดูคล้ายกับโปสเตอร์ที่แปะรกรุงรังตามตรอกซอกซอย แถมจุดขายด้านดาราอย่างมัตจัง, โอคะดะ หรือบรรดานักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ ๆ ในเรื่องก็ดูจะไม่เป็นที่น่าดึงดูดเท่าไหร่ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเถอะว่ามันทำเงินติดอันดับหนึ่งบนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศในญี่ปุ่นอยู่หลายสัปดาห์ และอาจขึ้นทำเนียบหนังทำเงินในปีนี้ก็ว่าได้

ก่อนจะเกริ่นถึงหนังเรื่องนี้ ต้องท้าวความไปถึงความดีความชอบที่ผกก. นาคาชิมะ เท็ตสึยะ ได้เคยฝากไว้กับผลงานเรื่อง Memories of Matsuko เสียก่อน หนังเรื่องดังกล่าวดัดแปลงจากบทประพันธ์แนวโศกนาฏกรรมชีวิตรันทดธรรมดา ๆ (เรียกได้ว่าโอชินแนวชีวิตบัดซบ) ให้เป็นหนังที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของละครเวทีมิวสิคัล สีสันจัดจ้าน การแสดงโอเวอร์แอกติ้ง แถมยังจะออกล้อเลียนการ์ตูนแบบเทพนิยายขายฝันเสียอีก ความบ้าระห่ำที่กล้าใส่ไข่ลงในบทประพันธ์ดังกล่าวทำให้หนังมีสีสันแถมยังส่งให้นาคาตานิ มิกิที่รับบทนำชิงนำหญิงไปทั่วเอเชีย แม้กระนั้นก็ตาม กับภาพยนตร์เรื่อง Confessions นาคาชิมะ ก็ยังไม่วายที่จะใส่สีสันในแบบฉบับของเขากับบทประพันธ์แนวลึกลับสืบสวน จริง ๆ ต้องบอกว่าตัวเรื่องดั้งเดิมนั้นค่อนข้างดีอยู่แล้ว และหากนำเสนอในแบบธรรมดา ๆ ที่ผกก.หนังในประเทศนี้ทั่วไปจะทำกันก็คงเป็นหนังดีเรื่องหนึ่งได้ไม่ยาก แต่เพราะเป็นผกก.ท่านนี้นั่นแหละ ใส่ไข่เข้าไปไม่ยั้ง ทั้งการนำเสนอให้ดูเหมือนการ์ตูน ๆ ทั้งที่ภาพนั้นดูสีทมึน ๆ และดูเป็นดราม่าหนัก ๆ แม้การแสดงของนักแสดงจะไม่ได้สอดคล้องไปกับวิธีการนำเสนอก็ตาม รวมไปถึงการนำเสนอภาพขัดแย้ง ทีเล่นทีจริง และการค่อย ๆ เผยเรื่องทีละนิดชนิดที่เรียกได้ว่า หักมุมกันทุก ๆ สิบห้านาที รวม ๆ จากส่วนผสมที่กล่าวมา ดันเป็นหนังที่ลงตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ (แอบหวังเล็ก ๆ ว่ามัตจังจะได้เข้าชิงรางวัลนำหญิงในช่วงแจกรางวัลต้นปีหน้า)

2. Thirst (South Korea, 2009)
หนังสายประกวดเมืองคานส์ปีที่แล้วของผกก. ปาร์ค ชาน วูค จากไตรภาคล้างแค้นอันลือชื่อ คราวนี้ผกก.ปาร์คมากับหนังที่ดูเผิน ๆ อาจจะเหมือนกับหนังประเภท The Exorcist แต่ตัวหนังเองยังคงสไตล์ภาพในแบบเฉพาะทางของเขาแม้ในครั้งนี้จะเล่นกับสีทึม ๆ ให้เข้ากับเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาและไสยศาสตร์ แถมตัวหนังเองยังแอบจิกกัดด้วยมุขตลกร้ายเป็นระยะ ๆ
เอาเข้าจริง หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรใหม่จากผลงานก่อน ๆ หน้านี้มา หนำซ้ำมันยังถือเป็นงานดูยากกว่าเรื่องก่อน ๆ มาด้วยซ้ำ แม้กระทั่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังแตกออกเป็นชอบครึ่งไม่ชอบครึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยความที่รองานของพี่ปาร์คมาระยะหนึ่ง และตัวหนังเองก็มีการนำเสนอในรูปแบบฉบับของเขาที่ยังคงเส้นคงวาเหมือนเช่นเคย ก็จึงต้องเรียกว่าขอยกให้เป็นหนังที่ชอบที่ได้ดูในปีนี้อีกหนึ่งเรื่อง

3. Inception (US, 2010)
ไม่ต้องกล่าวอะไรมากมายสำหรับหนังเรื่องนี้ ผกก. คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ทำคั่นกลางระหว่าง Dark Knight และหนังแบทแมนภาคถัดไป จริง ๆ ต้องกล่าวก่อนว่าหนังเรื่องนี้แทบไม่มีอะไรใหม่เลย ในแง่งานด้านภาพก็ไม่เกินไปกว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันจะเนรมิตออกมาได้ ส่วนด้านเนื้อเรื่องเอง ที่ตัวละครมีการเข้าไปยังโลกเสมือนอีกโลกหนึ่ง แถมพ่วงกับประเด็นที่ตั้งคำถามว่า “โลกที่เราอยู่เป็นโลกที่มีอยู่จริงหรือ” จนทำให้หลายคนก็พาลนึกไปถึงหนังที่มีออกมาก่อนหน้าอย่างเช่น The Matrix

แต่ถึงกระนั้น หนังเรื่องนี้มันดันลงตัวสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของหนังกวาดเงิน หนังก็ทำได้สำเร็จจากภาพตื่นตาตื่นใจที่เหนือจินตนาการ และในแง่ของตัวเนื้อหาที่ถึงขั้นเกิดกระแสการวิเคราะห์เรื่อง การเฉลยเรื่องที่กระจายกันไปทั่วอินเตอร์เน็ตอีกทั้งบทก็ยังผูกเรื่องและลงรายละเอียดในแง่ปมในจิตใจของตัวละครเอกได้อย่างหลักแหลม

ความละเมียดละไมทั้งด้านงานสร้าง การแสดง และเนื้อหา ส่งผลให้มีคนถึงขนาดสมญานามให้โนแลนเป็นถึงสแตนลี่ คูบลิก เจ้าพ่อละเอียดแห่งวงการฮอลลีวู้ดผู้ล่วงลับกลับชาติมาเกิดกันเลยทีเดียว (ขอแสดงความเสียใจหากท่านไม่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ มันอลังการจริง ๆ)

4. My Younger Brother aka. おとうと (Ototo) (Japan, 2010)
หนังเรื่องล่าสุดของผกก. ยามาดะ โยจิ ขอเกริ่นเล็กน้อยว่าก่อนไปดูหนังเรื่องนี้ประมาณเกือบ ๆ ปีได้ มีโปสเตอร์แปะอยู่แถวที่พักเต็มไปหมด ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรนัก พอได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ถึงบางอ้อทันทีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ 70 เปอร์เซ็นต์ใช้สถานที่ของชุมชนระแวกนี้ถ่ายทำ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวหนังเองต้องบอกว่า คราวนี้ผกก. ยามาดะ กลับมาทำภาพยนตร์ที่เป็นเนื้อหาในยุคปัจจุบันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี หลังจากที่เขาไปทำหนังย้อนยุคมาเป็นเวลานาน ส่วนตัวต้องบอกก่อนว่าเป็นแฟนหนังผกก.ท่านนี้เพียงแค่หนังซามุไรในช่วงที่กล่าวไว้ข้างต้นเท่านั้น ทั้งที่จริง ๆ ตัวผกก.เองมีผลงานภาพยนตร์เด่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหนังชุดโตร่าซัง หรือ The Yellow Handkerchief (เรื่องนี้ท่านมุ้ยเคยนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่อง ถ้าเธอยังมีรัก และมีการนำไปสร้างเป็นเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดซึ่งฉายในปีนี้เช่นกัน)

ขณะดูหนังเรื่องนี้ในช่วงครึ่งแรกก็ทำให้นึกไปถึงหนังของค่ายจีทีเอช(ที่ดี ๆ)หลาย ๆ เรื่อง ตัวหนังเปิดเรื่องด้วยอารมณ์ขัน (แบบสะอาด ๆ) ในส่วนครึ่งหลังนั้น ยามาดะยังคงทิ้งประเด็นเกี่ยวกับครอบครัวและตบท้ายด้วยความซาบซึ้งกินใจตามแบบฉบับของเขา ตัวหนังเองก็ยังคงมาตรฐาน(ที่ไม่เคยตก)ของยามาดะและการสะท้อนวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นไว้อย่างสวยงามเช่นเคย คงจะไม่ได้กล่าวเกินจริงถ้าจะบอกว่ายามาดะยังคงเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจของวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น

5. Solanin aka. ソラニン (Japan, 2010)
เรื่องนี้เป็นหนังที่ธรรมดาที่สุดที่ชอบมากที่สุดในปีนี้ เนื้อหาหนังมันอาจจะสะกิดใจกับช่วงชีวิตที่กำลังดำเนินอยู่ณ.ตอนนั้นก็เป็นได้ (เคยเขียนถึงในบล็อกนี้ไปแล้ว) หนังพูดถึงกลุ่มเด็กกลุ่มหนึ่งที่ไม่เลือกที่จะเดินทางตามเส้นทางที่สังคมขีดไว้ให้เดิน แม้ว่าเส้นทางที่เขาพยายามตามหาความฝันนั้น มันแขวนอยู่กับความเสี่ยงต่าง ๆ นานา และความสำเร็จก็อาจจะไม่ได้รอพวกเขาอยู่ก็ได้

แม้ว่าตัวหนังเองจะสามารถเดาเนื้อเรื่องได้ตั้งแต่ดูตัวอย่างหนังแต่ต้นจนจบ แต่ตัวหนังเองก็มีดีไปมากกว่านั้น อย่างน้อย ๆ ที่สุดการแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ และอารมณ์ที่หนังทำไว้ ก็ทำให้เราคล้อยตามและเข้าอกเข้าใจกับความคิดของตัวละครในหนัง แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบที่สุดที่หนังเรื่องหนึ่งจะมีได้ก็ตาม

6. Moon (US, 2009)
หนังเรื่องนี้ โปสเตอร์ก็ธรรมดา ถึงขั้นละม้ายคล้ายกับดีวีดีสารคดีอวกาศที่ออกอากาศทางเคเบิ้ลทีวี แต่เนื้อในมีดีกว่านั้น นานมากแล้วที่เราไม่ได้เห็นงานสร้างหนังไซไฟที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิค แต่กลับใช้เทคนิคการสร้างงานด้วยแอร์บรัชแบบสมัยก่อน แต่ด้วยทุนสร้างที่ไม่สูงมากจึงต้องแลกกับการที่ใช้สถานที่ได้จำกัด แต่กระนั้นหนังก็ข้ามข้อจำกัดเรื่องนี้ไปด้วยบทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าจะไม่ใช่ของแปลกใหม่สำหรับหนังหักมุม บรรยากาศโดยรวมทำให้นึกถึงหนังคลาสสิคอย่าง 2001 Space Odyssey ที่ให้บรรยากาศในหนังดูกดดัน และเป็นจริงเป็นจังมากกว่าการเป็นหนังไซไฟแนวเหนือจินตนาการ มิหนำซ้ำหนังยังเล่นตลกร้ายกับตอนท้าย ๆ เรื่อง (ซึ่งไม่ขอเปิดเผยในที่นี้) แนะนำว่าใครอยากหาหนังไซไฟเก๋ ๆ มาดูสักเรื่อง เรื่องนี้ก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

7. 4 Months, 3 Weeks, 2 Days (Austria, 2008)
ไม่ทราบจะเล่าว่าชอบหนังเรื่องนี้อย่างไรโดยไม่ให้เปิดเผยเรื่อง แต่ที่ต้องยกหนังเรื่องนี้ให้เป็นหนังที่ชอบมากแห่งปี เพราะอารมณ์ของเรื่องบวกกับการใช้ความไร้เดียงสาของเด็กสองคนเป็นส่วนประกอบอย่างดีของหนังเรื่องนี้ ก็ไม่แปลกใจที่หนังได้รางวัลที่คานส์ไปครอง

8. Eternity aka. ชั่วฟ้าดินสลาย (Thailand, 2010)
ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของหม่อมน้อย ที่ห่างหายจากการกำกับภาพยนตร์ไปนานนับสิบปี แม้ว่าจะมีผลงานละครทางโทรทัศน์ให้ได้เห็นอยู่เป็นระยะ ๆ สำหรับตัวหนังเองนั้น ต้องให้เครดิตกับทางผู้สร้างที่เป็นเจ้าของไอเดียที่จะหยิบยกบทประพันธ์อัมตะและเลือกผกก.ให้เหมาะกับเนื้อหาหนังแบบนี้ ท่ามกลางกระแสหนังรัก ตลก กระเทย ที่มีเต็มท้องตลาด
ตัวหนังเองออกมาในแนวทางของละครเวที และยังละเมียดไปด้วยงานสร้าง รวมถึงการแสดงของเหล่านักแสดงทั้งหมด และด้วยตัวบทประพันธ์เองก็ยังมีประเด็นให้น่าขบคิด และสะท้อนแง่มุมของกิเลสตันหาของมนุษย์ได้อย่างคมคาย (ช่วงแจกรางวัลต้นปีหน้า ก็คงต้องมาลุ้นว่าหนังจะได้ไปกี่รางวัล)

9. Hi-So aka. ไฮโซ (Thailand, 2010-2011)
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีโปรแกรมฉายในช่วงต้นปีหน้าในประเทศไทย ส่วนตัวรู้สึกโชคดีที่ได้ชมในโรงภาพยนตร์แทนที่จะรอให้มีดีวีดีออกมา

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานของผกก. อาทิตย์ อัสรัตน์ จาก วันเดอร์ฟูลทาวน์ ผู้ที่สร้างปรากฏการณ์หนังอินดี้บนเวทีกระแสหลัก อย่างสุพรรณหงส์เมื่อปีก่อน ตัวหนังเองยังคงมีประเด็นหลงเหลือจากภาพยนตร์เรื่องที่แล้วอยู่บ้าง แต่เนื้อหาใจความหลักของหนังก็จะเป็นความรู้สึกไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมที่ตนเองอยู่ได้ ตัวหนังค่อย ๆ เล่าผ่านเรื่องราวของตัวละครหลักแบบช้า ๆ และค่อย ๆ ให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วมไปกับหนัง

10. Air Doll aka. 空気人形 (Kuukiningyou) (Japan, 2009)
โคริเอะดะ ฮิโรคาสุ ผกก.ที่แจ้งเกิดบนเวทีโลกจาก Nobody Knows ที่ส่งให้ ยูยะ ยากิระ ได้รางวัลนำชายจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ไปครอง สำหรับเรื่อง Air Doll นั้นถือเป็นงานเปลี่ยนแนวของตัวผกก.เอง จากเดิมที่เคยทำหนังออกมาในลักษณะกึ่งสารคดีหรือสร้างโดยอ้างอิงให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด มาเป็นแนวเหนือจินตนาการ

ตัวหนังเองใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยวเหงาที่คนในสังคมโตเกียวที่ผู้คนไม่อาจจะสื่อสารหรือผูกสัมพันธ์กัน แต่กลับมีความสัมพันธ์กับวัตถุอันไร้ชีวิตเพียงเพื่อระบายความต้องการทางกามอารมณ์เท่านั้น และเรื่องราวทั้งหมดก็ถูกเล่าผ่านตุ๊กตายางตัวหนึ่งที่อยู่ ๆ ก็มีชีวิตขึ้นมา และในเรื่องราวชีวิตนั้นก็ได้ทิ้งประเด็นที่เอาไว้ขบคิด และแสดงถึงความว้าเหว่ของคนในสังคมปัจจุบัน


อีก 10 หนังที่ประทับใจ

เนื่องจากบอกไว้ตอนแรกว่า 10 อันดับ แต่จริง ๆ ก็ยังพอมีหนังที่น่าประทับใจอยู่อีกหลายเรื่อง จึงเรียงรายชื่อไว้อีกสิบอันดับตามนี้ครับ
1. Flowers (Japan, 2010)
2. Half Way aka. ハーフウェイ (Japan, 2008)
3. Sweet Little Lies aka. スイートリトルライズ(Japan, 2010)
4. After Shock (China, 2010)
5. Outrage aka. アウトレージ (Japan,2010)
6. The Borrower Arrietty aka. 借りぐらしのアリエッティ (Karigurashi no Arrietty) (Japan, 2010)
7. Nak-Prok aka. นาคปรก (Thailand, 2010)
8. Wall Street (US, 1979) + Capitalization (US, 2009)
9. Food, Inc. (US, 2009) + Fast Food Nation (US, 2008)
10.Brothers (US, 2009)

เขาดูกันทั้งโลกแล้ว เพิ่งจะมาดู

รวม เฉพาะหนังเก่าที่แต่ก่อนอาจจะเคยดู แต่ไม่แตกฉาน และหนังเก่าที่เพิ่งหยิบมาดูและดันมาประทับใจในปีนี้ ทั้งหมดเป็นผลงานผกก.ออร์เตอร์ที่มีชื่อเสียง
1. Road to Perdition (US, 2002)
2. Raising Arizona (US, 1987)
3. Wall Street (US, 1979)
4. Taxi Driver (US, 1976)
5. Wide at Heart (US, 1990)

หนังที่ยังต้องการการข้ามกำแพงเรื่องภาษา

ยอมรับว่าหนังหลายเรื่องโครงสร้างบทและการนำเสนอดูดีมาก แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านภาษาที่ยังคงต้องรอการซ้ำอีกสักรอบ
1. Palade aka. パレード(Japan, 2010)
2. Akunin aka. 悪人 (Japan, 2010)


Bad movies, we love...
(ความเห็นตามหัวข้อ)
1. Bayside Shakdown 3 aka. 踊る大捜査線THE MOVIE3ヤツらを解放せよ!(Japan, 2010)
2. Hello Stranger aka. กวนมึนโฮ (Thailand, 2010)
3. Hanamizuki aka. ハナミズキ (Japan, 2010)

หนังผิดหวังแห่งปี

ต้องบอก ก่อนว่าหนังอาจจะไม่ได้แย่ไปซะขนาดนั้น แต่บางครั้งอาจเป็นความผิดตัวเองที่ดันไปคาดหวังอะไรกับหนังเยอะไปหน่อย แต่บางเรื่องก็ไม่ได้น่าปราบปลื้มเท่าไหร่นัก

1. Norwegian Wood aka. ノルウェイの森 (Japan, 2010)
2. Wall Street 2: Money never sleep (US, 2010)
3. O-Oku aka. 大奥(Japan, 2010)
4. Pool aka. プール(Japan, 2009)
5. Sayonara Itsuka aka. サヨナライツカ(South Korea-Japan, 2010)



Worse Cinema of the year

พิจารณา จากโรงภาพยนตร์ที่เข้ามาทั้งหมดในปีนี้ อันได้แก่ โรงหนังหลาย ๆ โรงในประเทศญี่ปุ่น โรงหนังในไทยมีอยู่สามที่ที่ได้ไปอุดหนุนซึ่งมี เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขาเซ็นทรัลบางนา...(ไปทำพาสปอร์ต) โรงหนังเครือเอเพล็กซ์ และพารากอนซีนีเพล็กซ์ และผลการตัดสินได้แก่.....

Paragon Cineplex

Reason: Unreasonable ticket price, Bad showtime schduling, Ridiculous audiences

ส่วนนอกเหนือจากนี้ที่ไม่ได้เขียนมา ก็คือ 1. นึกไม่ออก 2. ยังไม่ได้ดู 3. ไม่รู้จะยัดไว้ตรงไหน

หมายเหตุ หลายเรื่องยังไม่เข้าที่ไทย และไม่อยากให้ความเห็นส่วนตัวไปมีผลกับการตัดสินใจว่าท่านจะดูหนังเรื่องไหนหรือไม่อย่างไร จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านพิสูจน์ด้วยตัวท่านเองมากกว่า และขอให้ทุกท่านสนุกกับการชมภาพยนตร์ในปีหน้านี้อีกครั้ง สวัสดีปีใหม่ครับ


Create Date : 30 ธันวาคม 2553
Last Update : 30 ธันวาคม 2553 23:39:04 น. 1 comments
Counter : 752 Pageviews.

 
Inception เป็นหนังในดวงใจผมเลยครับ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=amp-atom&month=21-07-2010&group=2&gblog=203


โดย: คนขับช้า วันที่: 30 มีนาคม 2555 เวลา:16:48:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Filmism
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add Filmism's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.