เสพภาพยนตร์เป็นจานหลัก พักสายตาฟังเจป๊อบเป็นจานรอง ให้อาหารสมองด้วยโดระมะ แปลเนื้อเพลงญี่ปุ่นเป็นงานอดิเรก
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2548
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
15 มิถุนายน 2548
 
All Blogs
 
Electric Shadows ::: ไอ๋หย๋า ซีเนม่า พาลาดีโซ่งอ่า (Spoil)

เมื่อไหร่ก็ตามที่หนังประเภทที่พูดถึงความหลงไหลในศิลปะภาพยนตร์ก็มักจะถูกนำไปเปรียบกับหนังต้นแบบอย่าง Cinema Paradiso อย่างเปรียบเทียบไม่ได้ แม้ว่าหนังเรื่องนั้นจะมีประเด็นและแง่มุมที่ต่างออกไปก็ตาม

ท่ามกลางกระแสหนังจากฝั่งตะวันตก จะมีสักกี่คนที่จะได้ลองชมภาพยนตร์จีนในสมัยท่านประธานเหมา อีกทั้งใครจะเชื่อว่าในสมัยที่จีนปิดประเทศจนแทบจะไม่รับรู้โลกภายนอก ยังมีการสร้างหนังให้ผู้คนได้ชมกัน แถมเป็นภาพยนตร์บันเทิงที่คนทั้งประเทศเกิดความหลงไหลได้ขนาดนี้

Electric Shadows ว่าด้วยเรื่องราวในสามช่วงอายุของ หลิง หลิง หญิงสาวผู้หลงไหลในการชมภาพยนตร์ แม่ของเธอเป็นสาวชาวบ้านที่ตั้งท้องเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ และวันที่เธอได้ถือกำเนิดขึ้นมา แม่ของเธอคลอดเธอออกมาในโรงหนังกลางแปลงในหมู่บ้าน

ตัวหลิง หลิง เองเป็นเด็กสาวที่เรียกได้ว่าโตขึ้นมากับหนัง ตั้งแต่เล็ก แม่ของเธอมักจะพาเธอไปดูหนังกลางแปลงที่โรงหนังกลางแปลงของหมู่บ้านอยู่เสมอ ๆ ในช่วงวัยเด็กของเธอ เธอใช้ชีวิตดูหนังอยู่เสมอ ๆ และวันที่แม่ของเธอได้รู้จักกับลุงปังคนฉายหนังของที่นี่ ตัวเธอเองเหมือนได้พบกับคนที่พาเธอเข้าใกล้โลกของหนังเข้าไปอีก เธอได้ใกล้ชิดกับหนังมากขึ้น แทบจะเรียกได้ว่า เธอได้ดูหนังแทบจะเฟรมต่อเฟรมทีเดียว

แม่ของเธอเป็นคนสวย ที่มีความหลงไหลในภาพยนตร์อยู่เช่นกัน อีกทั้งแม่ของเธอก็มีความใฝ่ฝันไม่ต่างจากหญิงสาวทั่วไปที่อยากจะอวดโฉมตนเองลงบนแผ่นผ้าใบเช่นกัน แต่เมื่อแม่ของเธอตั้งท้องขึ้นมา แถมยังท้องแบบไม่มีพ่อเสียด้วย มันเหมือนกับการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก เมื่อแม่ของเธอไม่สามารถที่จะเป็นอย่างที่ฝันไว้ได้ เธอจึงมีความตั้งใจว่าเธอจะเป็นอย่างที่แม่ของเธออยากเป็นให้ได้

หนังมีการสะท้อนถึงวัฒนธรรมจีนในช่วงสมัยท่านประธานเหมา โดยเฉพาะการกินอยู่อย่างระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำให้กับสังคม

แม้ว่าแม่ของเธอจะไม่ได้ทำงานเป็นนักแสดงจากคณะละคร หรือเป็นผู้ประกาศข่าวในหมู่บ้านแล้ว แต่แม่ของเธอกับเธอก็มีความสุขกันตามอรรถภาพ ผ้าที่แม่ของเธอรับจ้างทำความสะอาดจากโรงพยาบาลในเมือง เป็นเหมือนตัวแทนของความสุขอีกอย่างระหว่างแม่กับลูก อีกทั้งมันยังเปรียบได้กับจอหนังชีวิตอีกจอหนึ่งสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวนี้

เมื่อหลิง หลิง ได้เข้าโรงเรียนประถม เธอได้พบกับต้าปิงเพื่อนนักเรียนชายที่เป็นเด็กเกเรถึงขั้นเรียกได้ว่าเด็กเหลือขอ เราเกลียดตัวละครตัวนี้มาก เนื่องจากตัวละครตัวนี้ทำร้ายจิตใจคนที่รักหนังอย่างเรา ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวละครตัวนี้ขโมยฟิล์มหนังที่เป็นของที่ระลึกจากหลิง หลิงไป หรือแม้กระทั่งการที่เขาโยนม้วนฟิล์มหนังทิ้ง หรือแม้กระทั่งการแกล้งหลิง หลิงสารพัดจะทำ แต่เมื่อหนังดำเนินต่อไป เราจะพบถึงความอ้างว้างของตัวละครตัวนี้ เนื่องจากแท้จริง เขาเป็นเด็กที่ถูกพ่อรังแก แถมขาดแม่ เมื่อหลิง หลิงเห็นดังนั้น เธอจึงมีความเมตตากับเขา รวมทั้งแม่ของหลิง หลิงก็ยินดีที่จะรับลูกชายปลอม ๆ คนนี้เข้ามาอยู่ในบ้าน

การเติมเต็มซึ่งกันและกันดูเหมือนน่าจะเป็นคำที่เรียกสำหรับคนกลุ่มนี้ได้ เด็กผู้ชายที่ขาดความอบอุ่นและความละเอียดอ่อนจากผู้หญิง อีกทั้งครอบครัวของหลิง หลิงที่ขาดสีสันของผู้ชายในบ้าน มันทำให้แม่ของหลิง หลิงรับลูกชายอีกคนหนึ่งเข้ามาในบ้านได้อย่างไม่ขัดเขิน สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวประสานระหว่างครอบครัวของหลิง หลิงกับต้าปิงก็หนีไม่พ้น หนังกลางแปลง ซึ่งมีคนคอยสนับสนุนอยู่ก็คือ ลุงปังนั่นเอง

ทั้งสามชีวิตที่เติมเต็มให้กันก็สามารถอยู่กันได้อย่างมีความสุข เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของต้าปิงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เขาเป็นเด็กเกเรกลายเป็นคนที่มีความละเอียดอ่อน ไม่ก้าวร้าว แม้กระทั่งมีเด็กอันธพาลมาหาเรื่องก็ตาม จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อพ่อของเขาพรากจากชีวิตของหลิง หลิง กับแม่ของเธอไป วันนั้น มีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเธอไปชั่วชีวิต

สิ่งหนึ่งที่คนดูจะรู้อยู่แต่เริ่มแล้วคือ ลุงปังกับแม่ของหลิง หลิงแอบรักกัน แต่แล้ว วันหนึ่งเขาสองคนตัดสินใจแต่งงานกัน ยิ่งทำให้หลิง หลิงรู้สึกว่าตัวเองจะเริ่มขาดความรักไปยิ่งกว่าเดิมหลังจากที่เธอจากต้าปิงไป แม้ว่าลุงปังจะไม่เคยเรียกร้องความเป็นพ่อใหม่ของเธอก็ตาม อีกทั้งลุงปังก็รักเธอเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่สิ่งที่หลิง หลิงยังกลัวอยู่ก็เห็นจะไม่พ้นความกลัวที่เธอจะขาดความรักไปจากแม่ของเธอเอง

การถือกำเนิดของลูกชายคนใหม่ของแม่กับลุงปัง น่าจะมีผลทำให้เธอมีความอิจฉาความรักที่ทั้งลุงปังกับแม่ของเธอให้กับลูกชายคนนี้ อาจเป็นเพราะสังคมจีน เชิดชูการมีบุตรชายมากกว่าบุตรสาวอยู่แล้ว มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่ดีกับน้องชายคนนี้ของเธอ

กาลเวลาก็พาให้เธอเริ่มเข้าสู่วัยแรกสาวซึ่งเป็นยุคถัดมาของหนัง เมื่อวันหนึ่งเธอและน้องชายได้มีโอกาสไปยังศูนย์เยาวชน และเธอก็มีโอกาสที่จะได้เรียนเป็นนักแสดงซึ่งเป็นความฝันของเธอที่เธออยากทำให้แม่เธอมาแต่เด็ก แต่แล้วแม่เธอกลับให้น้องเธอเรียนคนเดียว มันสะท้อนให้เห็นถึงการที่ชาวจีนจะให้โอกาสกับลูกคนเล็กมากกว่า มันทำให้คนที่เป็นพี่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ยิ่งกับน้องต่างพ่อนั้นแล้ว มันยิ่งทำให้ตนมีความรู้สึกเกลียดน้องได้อย่างไม่ต้องมีเหตุผล หลิง หลิงจึงเอาน้องชายของตนไปทิ้งไว้กลางถนนที่ไกลจากหมู่บ้าน

น้องชายเธอสามารถซื้อใจด้วยความบริสุทธิ์ได้ด้วยการไม่บอกพ่อกับแม่ว่าหลิง หลิงเป็นคนก่อเรื่องให้กับตัวเขา เธอรักน้องชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าจะไม่แสดงออกก็ตาม

และแล้ววิวัฒนาการก็พาให้มีสิ่งที่เข้ามาแทนที่ความบันเทิงที่เธอหลงไหลนั่นก็คือโทรทัศน์ ในแง่หนึ่งโทรทัศน์เป็นคู่แข่งกับหนังอยู่แล้ว มันก็เปรียบเสมือนกับทุกสิ่งที่ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แม้ว่าเราจะรับมันไม่ได้ก็ตาม ไม่เว้นแต่ตัวหลิง หลิง สุดท้ายแล้ว โรงหนังกลางแปลงของหมู่บ้านต้องถูกทุบทิ้ง ในวันที่ฉายหนังรอบสุดท้าย แม่ของเธอกลับทำในสิ่งที่เลวร้ายมาก คือขังเธออยู่ในบ้านเพื่อให้เธออ่านหนังสือเตรียมสอบ มันเป็นสิ่งที่คับข้องใจทั้งตัวคนดูและหลิง หลิงเองที่ทำไมแม่เธอถึงได้บังคับเธอได้โหดร้ายขนาดนี้ หลิง หลิงได้แต่นอนอยู่ในห้อง และแม่ของเธอพาน้องชายเธอไปดูหนังกันเหมือนเดิม แต่แล้วความน่ารักของน้องชายเธอก็ได้แสดงออกมาอีกครั้ง เมื่อเขาขอแม่เอากุญแจกลับบ้านเพื่อเข้าห้องน้ำ แต่เขาอยากให้พี่สาวของเธอมาดูหนังด้วยกัน และแล้ว วันนี้เธอก็อยากแสดงความเป็นพี่สาวโดยการให้เขาได้ดูหนังที่บนหลังคาตึก ที่เธอเคยได้ดูกับต้าปิงเป็นซึ่งต้องใช้กล้อง แต่เหตุทำให้พาให้เกิดอุบัติเหตุ และน้องชายเธอเสียชีวิตไป

เหตุการณ์ที่ทำให้น้องชายเธอเสียชีวิต เป็นเหมือนกับตราบาปให้กับทั้งตัวเธอ แม่ของเธอ และลุงปัง ที่ตบบ้องหูของเธออย่างไม่ปราณีจนทำให้เธอหูหนวกไม่ได้ยินอะไรไปเลยในที่สุด สิ่งนี้ทำให้เธอต้องแยกออกมาจากครอบครัวของเธอตลอดไป

แต่สุดท้าย เมื่อต้นเรื่องของหนัง ที่หลิง หลิงเอาก้อนอิฐตีหัวชายแปลกหน้าซึ่งก็คือต้าปิงที่มาชนกองอิฐจนหมาของเธอตาย ทำให้เธอกับต้าปิงได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เมื่อต้าปิงได้ค้นพบห้องส่วนตัวที่เป็นห้องฉายหนังของหลิง หลิง และตำแหน่งของกล้องส่องทางไกลที่ส่องไปยังบ้านของแม่หลิง หลิง กับลุงปัง ทำให้พวกเขากลับมาพบกันอีกครั้ง หลิง หลิงแม้จะมีความผิดพลาดในวัยเด็ก แต่เธอก็ยังไม่ลืมที่จะทดแทนบุญคุณกับคนที่เคยมีพระคุณกับเธอ อีกทั้งหนังก็เป็นสิ่งที่ประสานจิตใจให้กับคนกลุ่มนี้ แม้ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ตามที

โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้เข้าข่ายหนังสูตร และไม่มีอะไรแปลกใหม่สำหรับคอหนังทั่ว ๆ ไป แต่ด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหนังโดยตรง มันทำให้มีความรู้สึก"โดน"กับคอหนังได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งรูปแบบของการสะท้อนถึงวัฒนธรรมต่าง ๆ ของหนังก็ทำออกมาได้อย่างลงตัวเช่นกัน


Create Date : 15 มิถุนายน 2548
Last Update : 15 มิถุนายน 2548 18:39:52 น. 1 comments
Counter : 356 Pageviews.

 
โหยอิจฉา


โดย: ปิยะ IP: 125.24.149.141 วันที่: 19 เมษายน 2550 เวลา:17:23:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Filmism
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add Filmism's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.