My life is perfect, even when its not.
Group Blog
 
 
กันยายน 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
ประเภทของผ้า

ประเภทของผ้า


ผ้าแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ผ้าทอ ผ้าถัก และผ้าอัด


ผ้าทอ – เป็นการผลิตจากการใช้เส้นด้ายสองกลุ่มหรือมากกว่า มาสอดขัดกันเป็นมุมฉากซึ่งกันและกัน เรียกว่าเส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่ง ผ้าทอจะสามารถเลาะเส้นด้ายออกจากผืนผ้าได้ทะละเส้น มีแนวของเส้นด้าย (grain) ที่บอกตำแหน่งเส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่ง ส่วนแนวเฉียงที่แท้จริง (truebias) คือเส้นทแยงมุม ในผืนผ้าสี่เหลี่ยม

การทอพื้นฐานจะแบ่งออกเป็น 3 แบบได้แก่



1. การทอลายขัด – เป็นการทอเส้นด้ายยืนสอดขัดสลับกับเส้นด้ายพุ่งเป็นมุมฉาก เส้นด้ายยืนทุกเส้นจะสอดกับเส้นด้ายพุ่งทุกเส้นทำให้เกิดการสอดขัดสลับกันตลอดความยาวของผืนผ้า ลักษณะเฉพาะของการทอแบบนี้ก็คือผ้าที่ได้จะไม่มีด้านถูกและด้านผิด จึงสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ด้าน ยกเว้นจะมีการตกแต่งบนผิวผ้าด้านใดด้านหนึ่ง การสอดขัดของเส้นด้าย 2 หมู่เช่นนี้ทำให้ได้ผ้าค่อนข้างแน่น ทนทาน ไม่ลุ่ยง่าย ผิวผ้าเรียบ เหมาะสำหรับใช้เป็นผ้าสำหรับพิมพ์ลายหรือขัดลายนูนเป็นลวดลายต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดเป็นเนื้อผ้าชนิดต่างๆ ดังนี้



a. ผ้าทอลายขัดเนื้อบาง
b. ผ้าทอลายขัดเนื้อปานกลาง
c. ผ้าทอลายขัดเนื้อหนา
d. ผ้าทอลายขัดดัดแปลง



2. การทอลายสอง – เป็นการทอชนิดหนึ่งที่เส้นด้ายยืนหรือเส้นด้ายพุ่งแต่ละเส้นจะสอดข้ามอีกเส้นหนึ่งไปสองเส้นหรือมากกว่า แล้วอาจสอดข้ามไปทางด้านหน้าหรือหลังครั้งละ 1 เส้น การทอเช่นนี้ทำให้เกิดลายผ้าเป็นแนวเส้นทแยงที่เห็นชัดเจนไปทางด้านซ้ายหรือขวา การทอลายสองมักระบุเป็นตัวเลข เช่น 2/1 อ่านว่า “ขึ้นสอง ลงหนึ่ง” ลักษณะเฉพาะของการทอแบบนี้ก็คือ มีด้านถูกและด้านผิด แต่ไม่มีด้านขึ้นและด้านลง เนื่องจากการสอดขัดกันน้อยครั้งทำให้เส้นด้ายสามารถเคลื่อนไหวอิสระมากขึ้นจึงทำให้ผ้ามีความอ่อนนุ่มขึ้น สามารถโค้งงอ (ทิ้งตัว) ได้ง่ายเมื่อเปรียบเทียบกับผ้าทอลายขัด อีกทั้งยังคืนรอยยับได้ดีกว่า นอกจากนี้ผ้าลายสองยังสามารถแบ่งเป็นชนิดต่างๆตามลักษณะของเนื้อผ้าได้ดังนี้



a. ผ้าทอลายสองธรรมดา
b. ผ้าทอลายสองสมดุล



3. การทอต่วน – เป็นการทอที่เส้นด้ายยืนแต่ละเส้นสอดข้ามเส้นพุ่ง 4 เส้น (4/1) และไปขัดกับด้ายเส้นที่ 5 สอดข้ามไปด้านขวาหรือด้านซ้าย ทำให้เห็นเส้นยืนลอยอยู่บนหน้าผ้าเป็นส่วนใหญ่ เรียกว่าต่วนด้ายยืน ถ้าหากใช้ด้ายพุ่งข้ามเส้นด้ายยืน 4 เส้น แล้วสอดขัดกับด้ายยืนเส้นที่ 5 (1/4) ตามลำดับไปทางด้านขวาหรือซ้าย เรียกว่าต่วนด้ายพุ่ง มีลักษณะเฉพาะของการทอแบบนี้คือ จะมีด้านถูกและด้านผิด ด้านถูกจะมีความมันเงา ส่วนด้านผิดจะไม่เงาหรือมีความขรุขระ ถ้าเส้นด้ายลอยข้ามยาวไม่มากจะทำให้ผ้าจะมีความแข็งแรง เนื้อแน่น แต่ถ้าด้ายข้ามยาวก็จะทำให้เนื้อผ้า มีความเงามันมาก ทิ้งตัวดี ลมผ่านยาก ทำให้ผ้าแนบเนื้อเวลาเดินต้านลม แต่เส้นด้ายที่ยาวข้ามจะทำให้ถูกเกี่ยวขาดได้ง่าย ไม่ทนต่อการขัดถู จึงไม่ค่อยทนทาน ผ้าต่วนยังแบ่งได้เป็นหลายชนิดดังนี้



a. ผ้าซาติน (satin) เป็นผ้าต่วนด้ายยืน ทำจากด้ายใยยาว เนื้อผ้าเรียบและมีความเงามันมาก
b. ผ้าซาทีน (sateen) เป็นผ้าต่วนด้ายพุ่ง มักทำจากด้ายฝ้ายซึ่งเป็นใยสั้น จึงมีความเงามันน้อยกว่าผ้าซาติน
c. ผ้าเครปต่วน (crepe back satin) เป็นผ้าต่วนด้ายยืนที่ใช้เส้นด้ายใยยาวเป็นเส้นด้ายยืนและใช้เส้นด้ายที่มีเกลียวสูงเป็นเส้นด้ายพุ่ง จึงทำให้ผ้าชนิดนี้มีความมันมากและด้านที่ขรุขระ



นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการทอแบบอื่นๆ ได้แก่
4. การทอขน (pile weave) เช่น การทอขนด้วยเส้นลวด การทอผ้าขนหนู การทอขนแบบผ้าสองผืน แบ่งเป็นการทอขนด้ายยืน และการทอขนด้ายพุ่ง
5. การทอยกดอก (figure weave) เช่น การทอยกดอกแบบแจ็คการ์ด การทอแบบtapestry การทอยกดอกขนาดเล็ก การทอเลโน หรือการทอกอซ การทอลายจุด การทอดอกแบบซิกแซค การทอปักดอก



ผ้าถัก – ผลิตจากการใช้ด้ายเส้นเดียวหรือมากกว่า มาทำให้เกิดเป็นห่วงสอดคล้องกันต่อเนื่อง ผ้าถักจึงสามารถเลาะออกได้เฉพาะตรงปลายสุดเท่านั้น ห่วงที่เรียงไปตามแนวนอนเรียกว่า คอร์ส (course) เปรียบได้กับแนวเส้นด้ายพุ่งของผ้าทอ ส่วนห่วงที่เรียงขึ้นไปตามแนวตั้งเรียกว่า เวล (wale) เปรียบได้กับแนวเส้นด้ายยืนของผ้าทอ เข็มเป็นอุปกรณ์หลักที่ทำให้เกิดห่วงและการคล้องเกี่ยวอย่างต่อเนื่อง ผ้าถักนี้มีคุณสมบัติที่สำคัญคือความยืดหยุ่น สามารถยืดขยายไปตามสรีระและการเคลื่อนไหวของร่างกาย



ผ้าถักจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่
1. ผ้าถักด้ายพุ่ง (weft knit) – เกิดจากห่วงคล้องกันต่อเนื่องตามแนวนอน ทุกๆห่วงเกิดจากเส้นด้ายเส้นเดียวกัน ลักษณะของห่วงมีความแตกต่างกันคือ ห่วงถักที่ให้ห่วงใหม่สอดขึ้นจากด้านหลังห่วงเดิม (plain knit) มองเห็นลูกโซ่ตามแนวตั้ง ด้านหลังเห็นลูกคลื่นตามขวาง การถักลักษณะนี้ได้แก่



a. ผ้าเจอร์ซี่ (single jersey)
b. ผ้าถักเพิล
c. ผ้าถักริบ



2. ผ้าถักด้ายยืน (warp knit) – ผ้าเกิดจากห่วงคล้องต่อเนื่องกันตามแนวตั้ง แต่ละแถวของห่วงถักตามแนวตั้ง เกิดจากการใช้เส้นด้ายแต่ละเส้นคล้องคล้องกันกับห่วงถักในแนวแถวต่อไป ได้แก่



a. ผ้าเจอร์ซี่ทริโก (jersey tricot)
b. ผ้าทริโกต่วน (tricot satin)




ผ้าอัด – ผลิตจากการใช้เส้นด้ายใยสั้นหรือใยยาว นำมาโรยให้เป็นแผ่น แล้วใช้ความร้อน สารเคมี และแรงอัด ช่วยให้เส้นด้ายเกาะเกี่ยวติดกันเป็นแผ่นได้ สามารถกำหนดความหนาของผ้าและความหนาแน่นของผ้าได้ตามต้องการ



Free TextEditor


Create Date : 29 กันยายน 2551
Last Update : 27 มิถุนายน 2552 16:03:27 น. 3 comments
Counter : 4149 Pageviews.

 





แวะมาเยี่ยมค่ะ

ยินดีต้อนรับสู่ bloggang ค่ะ



โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:15:40:55 น.  

 
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูล


โดย: จิรพัฒน์ IP: 125.24.175.92 วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:12:21:26 น.  

 
น่าสนใจดีค่ะ เป็นกำลังใจให้ทำต่อไปเรื่อยๆนะคะ ได้ความรู้ดี
อ.วาสนา


โดย: วาสนา IP: 203.158.151.161 วันที่: 17 มกราคม 2554 เวลา:16:03:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มะกิ~หมะกี๊~หมี่เกี๊ยว~
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add มะกิ~หมะกี๊~หมี่เกี๊ยว~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.