Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
ประสบการณ์ ในการไปเขาคิชกูฏ...


ตื่นตี 4 แน่ะ รถออก 8 โมงเช้า ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจันทบุรี ใช้เวลานานพอสมควร ระหว่างทางก็เผลอหลับไป แถม อ้าปากหวออีก....(อ๊ายยยยยยย...)


ไปถึงสถานีขนส่งที่จันทบุรี ก็มีรถของญาติคนข้างบ้านมารับ (ที่ไปด้วยกันมี 6คน เเม่เราและคนอื่น ๆอีก 4 คน ข้างบ้านทั้งน้านน) เลยโชคดีไม่ต้องดสียตังค์ไป ได้ยินมาว่า ค่ารถเที่ยวตั้ง 200 แน่ะ โห ไรวะ ไปแค่นี้เอง แต่ก็เข้าใจเขาเลย เพราะว่าไกลสุดขั้ว เลย (อ่อลืมบอกไป ว่าเราเพิ่งไปครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย) รถจอดที่วัดพลวง โหหหห... แดดงี้ร้อนเป็นบ้าเลย ยายข้างบ้านแกบอกว่าให้เอาเสื้อกันหนาวไปด้วย เพราะหนาวมากๆ (ร้อนอ่ะสิไม่ว่า)


นึกว่าถึงแล้วนะเนี่ย ยังไม่ถึงอีก นี่จะบ่ายแล้วนะ เขาบอกให้ต่อรถไปอีก เราก็คิดว่ารถสองแถว เหมือนในซอยบ้านเรา (ก็คนไม่เคยไปอ่ะ) ที่ไหนได้รถกระบะนี่เอง แม่เราก็ชี้ว่า โน้นไง ..เขาลูกนั้นที่เราจะไปกัน โห! สูงมากเลย ข้างบนนี่จะเป็นยังไงนะ ตื่นเต้นจัง ป้าที่มาด้วยบอกว่า ถ้ารถมาให้รีบขึ้นเลย เพราะคนเยอะ คนก็เยอะจริงๆ เราก็เชื่อฟัง รีบขึ้นเป็นคนที่ 2 เลย แต่นั่ง ถัดจากยายที่มาด้วย ลืมบอกไป ยายแก อายุ 81 ปีแล้ว แกบอกว่ามาเดือบทุกปี ขึ้นเขาได้ทุกครั้ง เราก็คิด เราต้องทำได้สิ ฟิตสุดๆ


รถค่อยๆเคลื่อนตัวจากช้าๆ และเร็วสุดๆเลย ผมที่เซ็ตมาอย่างดีก็ปลิวหายไป พร้อมกับสายลม .......ลมเย็นจัง แต่เเดดเผาอ่ะ ผ่านเขื่อนด้วย สวยมากเลย และรถก็แล่นไปด้วยความเร็วสูง คนเยอะจริงๆ เพราะเห็นไอ้คันข้างหน้า และที่สวนมาหลายคัน รถผ่านด่านอะไรก็ไม่รู้ และก็ไปถึงเนินเขา แล้วมั้ง และก็ไต่ขึ้นไป เขาบอกกันว่าให้เกาะแน่นๆ เราก็คิด ไม่เห็นต้องเกาะเลย เตี้ยๆ...หลังจากคิดเสร็จ รถก็เพิ่มคันเร่ง ขึ้นเราเห้นทางสูงมากเลย ทันใดนั้น ด้วยสัญชาตญาณ เรารีบคว้า เหล็กตรงเบาะไว้แน่น เลย และภาวนาว่า อย่าเป็นอะไรเล้ยยยยยย .....จะรอดไหมว้า สูงโค-ตร รถก็ขึ้นไปได้ด้วย หันไปมองข้างล่าง โหหห สูงมากเลย กลัวว่ารถจะไหลสุดๆ แต่รถไม่มีทีท่าว่าจะไหล คนกลับไหลแทน เบียดกันไหลด้วย ทันใดนั้นเองก็มีรถสวนมา เราก็คิด (อีกแล้ว) ชนป่าวว้า....รถที่สวนลงมาก็หลบข้างทาง รถเราก็วิ่งขึ้นไป โห ใจงี้หล่นลงตาตุ่มหมดเลย แต่สักพักก็เริ่มชิน และเห็นเป็นเรื่องสนุกแทน คนที่ขึ้นรถคันเดียวกัน ก็คุยกันสนุกสนานดี

ระหว่างทางก็เห็นคนเดินด้วย (ฟิตจังไกลขนาดนี้ และแถมสูงด้วยไม่กลัวลื่นเล้ยยย..) และจากนั้นเราก็ต่อรถไปอีกเที่ยว คราวนี้ฝุ่นกระจาย เลยท่าน มีรถข้างหน้าก็เลยหมดสภาพเลย อยากชมคนขับว่าเก่งอ่ะ ที่บังคับรถได้ดีมาก และชมรถด้วย ยางดีโคตรเลย เครื่องก็แรงไม่รู้ยี่ห้ออะไร ไม่ทันสังเกต มัวแต่กลวตก ไว้คราวหน้า จะดูเลยว่ายี่ห้ออะไร งืมๆ







Create Date : 16 มีนาคม 2548
Last Update : 27 มีนาคม 2548 10:26:57 น. 21 comments
Counter : Pageviews.

 
ต่อๆ...ถึงที่หมายแล้ว เย้ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงอีกอ่ะ ไกลมาก เราแวะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ข้างล่าง เช่าไม้เท้า และเตรียมออกเดินทางเขาสูยอดเขาคิชกูฎ กันแล้วจ้า........

ขึ้นไป แรกๆก็ฟิตอ่ะ แถมมีแต่คนทักยายแกที่มาด้วย ว่าเก่งจังยาย อายุ81 ยังมาขึ้นเขาอีก แต่อายุยายแกก็เป็นอุปสรรคอยู่ดี ยายแกก็เดินไม่ไหวจนได้ เลยต้องให้คนเขาหามไป แถมคนหามยังแซวเราอีก แน่ะ ว่า "ไปก่อนน๊า.... (ยายแกก็โบกมือให้เราอีก) หามเร็วกว่าจะบอกให้" เออ! ครั้งแรกก็เหนื่อย แหละ แต่ปีหน้าไม่มีถอย หึ
เราเดินไปถึงสะพาน มองลงมาข้างล่าง โอ้ววว แม่เจ้า มันสูงมาก ขาสั่นเลย คิดว่าเรามาถึงบนนี้ได้ยังไงเนี่ยยยย สุดยอด ไม่ผิดหวังเลย มองไปอีก เห็นเขาเรียงราย สวยมากเลย และเป็นเวลาบ่ายคล้อยด้วย สวยงี้เลย


(ไม่ใช่ภาพนี้หรอก สวยกว่านี้อีก ยืมรูปเขามาลงอ่ะ)

เห็นพระอาทิตย์ใกล้ๆกับเขามีหมอกลงด้วย สวยมาก ยิ่งเห็นเรายิ่งฟิต ปากก็บ่นเมื่อไหร่จะถึง สงสัยคงบ่นดังไป คนที่เขาลงมา(เยอะมากๆเลย) บอกว่าเดี๋ยวก็ถึงนิดเดียวเอง (ไอ้นิดเดียวของเขา นี่มันบอกมาหลายคนแล้วนะ).....


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:10:57:03 น.  

 
....และทันใดนั้นเอง เราก็ถึงประตูสวรรค์ โอ้ววว! ...ทุกสิ่งทุกอย่าง หายเหนื่อย เลย เหมือนบรรลุอ่ะ ดีใจมาก เห็นยอดเขา มีหินก้นใหญ่เป็นรูปบาตรคว่ำ แต่ยังขึ้นไม่ได้อ่ะ คนเขาฟังพระสวดมนต์เย็น กันอยู่ เราก็เลยนั่งพักตรงทางเข้า รอยพระพุทธบาท และฟังพระท่านสวด บนยอดนี้อากาศเย็นมากเลย เหงื่อเริ่มหาย และหาย และก็หนาวเลย เริ่มคิดได้แล้วว่าจริงของยายแก บนนี้หนาวจริงๆ
ตัวเรามอมแมมมากเลย ก็เลยไปล้างหน้าล้างตา โถ! สบู่เจ้ากรรม ดันล้างไม่ออกอีก เลยต้องมานั่งขยี้สบู่ พอเสร็จออกมาสดชื่นมากๆเลย ที่เราไปคนมีเยอะนะ แต่ป้า แกบอกว่าคนน้อย (เยอะจะตาย) ....


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:11:03:47 น.  

 
พระท่านกว่าจะสวดเสร็จ เราก็หลับไปหลายผงก เหมือนกัน เพลียจริงๆ เหมือนโดนกล่อมเลย หลังจาก พระท่านสวดเสร็จ เราก็เข้าไปข้างใน สวยมากเลย ดูรอยพระบาทด้วย จัดการซื้อดอกไม้ธูปเทียน และปิดทองพระท่าน
เราเห็นเขาขึ้นไปปิดทอง หินนั้นด้วย เราก็อยากขึ้นนะ แต่เหมือนเป็นโรคกลัวความสูงอ่ะ เราพยายามขึ้นไปปิดทอง หินรูปบาตรคว่ำ โดยไม่มองลงมาข้างล่าง แต่ก็อดมองไม่ได้อ่ะ ก็มันมองแล้วนี่นา ..ขาสั่นมากๆเลย แถมเกือบลื่นแน่ะ กลัวมาก แม่เราก็อยู่ใกล้ๆนะ เราก็ปิดทองก้อนหินด้วย อื่มม....ประเด็นอยู่ที่ "ทำไงลงวะนั่น....."



โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:11:13:07 น.  

 

(สวยใช่ม้า......)

...พอดีเหลือบไปเห็นอีกคน เขาค่อยๆ ย่องลงมา เราเลย ใช้วิธีเขาค่อยๆ ย่องลงมา อื่ม ใช้ได้ๆ ลงมาก็อยากขึ้นอีกแน่ะ เห็นเขาส่องไรกันไม่รู้ ไหนๆ ดูสิ ขึ้นไปอีกคราวนี้ ขึ้นไปสบายมากเลย แต่เท้าไมชอบลื่นไม่รู้ จากยืน เป็น นั่ง จาก นั่ง เป็น หมอบ และก็อยากลงทันที แต่ ลงไม่ได้นะๆๆๆ ต้องดูให้รู้ว่าเขาดูอะไรกัน นะข้างใน เอากระจกส่องเข้าไป เห็นมีหินและก็เลขเด็ด อ่าวว...สะงั้น ลงดีกว่า...


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:11:20:31 น.  

 
...เราก็เดินต่อไป ทางต้นไม่ที่เขาผูกผ้าแดงๆอะไรก็ไม่รู้ อยากไปนะ แต่มันรู้สึกหวิวๆ ยังไงก็ไม่รู้ เลยไม่ไปดีกว่า


(ลองไปกันยังจ๊ะ)

นั่งแถวพระพุทธรูปท่าน จะมองดูว่าหินสวยแค่ไหน ก็ไปเห้นคนนั่งอยู่ด้านขวาสุดติดกับหิน (สูงมากๆ) ช่างไม่กลัวเล้ยย นับถือในความกล้าจริงๆ ...


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:11:25:01 น.  

 
...ประมาณ 2ทุ่ม พระท่านก็ฉายประวัติ พระพุทธเจ้าที่ปรากฏขึ้นเอง บนแผ่นหิน เป็นสิ่งมหัศจรรย์จริงๆ และเราก็ขอพรหินศักดิ์สิทธิ์ด้วย ขำมุขของหวงพ่อท่านนะ ที่ท่านบอกว่า "คนที่นั่งฝั่งหวา ตรงเนินไหล บุญจะไหลมาเทมา และตัวก็จะไหลตามกันไป ฮ่าๆ ส่วนเราน่ะเหรอ นั่งล่างสุดดิ กลัวบุญไหลบลงมาทับกันข้างล่าง 5555


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:11:29:22 น.  

 
....หลวงพ่อท่านกล่าวว่า ถ้าสิ้นบุญท่าน แล้วใครจะมาดูแลที่แห่งนี้ก็ไม่รู้ บางทีอาจตกเป็นของนายหน้าค้าที่ดินมั้ง ท่านว่า
เราก็เพิ่งมานะ แต่รู้สึกอยากอยู่ที่นี่นานๆ เพราะชอบจริงๆ แต่ไม่ชอบห้องน้ำเท่าไหร่ เพราะว่าน้ำอะไรก็ไม่รู้ ล้างสบู่ ไม่ค่อยจะออกเลย
เราค้างที่นั่น 1 คืน ประมาณตี 3 ก็ตื่นมาเพื่อจะลงเขา คิดแล้วไม่อยากลงเลย เรายังคิดเลยว่า ตี 3 นี่นะ จะมีคนลงเหรอ น่ากลัวจะตาย แต่ผิดคาดอ่ะ คนเยอะมากๆ ขึ้นมาบนนี้กันจนครึกครื้นเลย เหมือนกับงานวัด เห็นแล้วสนุกสนานมากๆ แม่บอกว่า ขนาดสูงๆ อย่างนี้ และกว่าจะขึ้นมาได้แถมลำบากอีก ยังมีคนขึ้นมากัน เพราะว่า ทุกคนเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เราก็เชื่อนะ....


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:11:36:10 น.  

 
ได้เวลากลับแล้วล่ะ เวลากลับนี่ต่างกับตอนขึ้น เขาสิ้นเชอง เพราะว่าหนาวมาก จนต้องใส่เสื้อกันหนาว แถมหมอกน้ำค้างลงอีก ต้องสวมหมวกด้วย เวลาเราลงก็มีคนขึ้นสะส่วนใหญ่ เวลาเราขึ้นก็ลงสะส่วนใหญ่ เอออ แหะ...
ตอนลงเรากลัวไหลมากเลยเราเลยค่อยๆ ไป แหม...เวลาลงนี่ทำไมมันง่าย เร็ว และแถมไม่เหนื่อนเหมือนตอนขึ้นนะ เราเข้าใจคนที่เขาลงมาตอนเราขึ้นเขาแล้วเขาบอกเราว่าเดี๋ยวก็ถึงเลย เพราะตอนเราลง เราเห็นคนสวนมาหอบแฮ่กๆ .. เราก็คิดว่าเดี๋ยวก็ถึงเหมือนกัน.......


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:11:40:31 น.  

 

(ลืมโพสท์รูปเลย นี่คือพระพุทธรูปที่เขาคิชกูฏจ้า)

เราลงมาถึงที่จอดรถแล้วเร็วมาก แป๊บเดียวเอง อ่อ ยายแกก็ลงได้นะ ไม่เหนื่อยด้วย ขาลงยังมีคนทักยายแกอีกว่า เก่งจังยายขึ้นมาได้ ใครจะรู้เล่า ว่ายายแกน่ะ มีคนหามขึ้นนะ รู้สะด้วย หึ แต่ยายแกก็เก่งจริงๆ แหละ
เอาล่ะได้เวลา ขึ้นรถกลับแล้ว คราวนี้เรารีบนั่งหน้าตรงคนขับกับป้าและลุง เลย (กลัวมาก) นั่งข้างในก็อุ่นใจดี รถก็ขับไป เราก็รู้สึกไม่มันเลย ไม่เหมือนข้างหลัง ที่เคยนั่ง แถมร้อนอีก คนขับแกไม่เอื้อเฟื้อเเอร์เล้ยยย
และเราก็รู้ทักษะการขับรถเลย เวลารถสวนมา (ตอนกลางคืน) คนขับแกจะหลบข้างทาง และดับไฟ ให้รถที่แล่นขึ้นมาขับผ่านไปก่อน แล้วเปิดไฟขับลงต่อไป คนขับแกบอกว่าเป็นหลักธรรมดาที่รถลงต้องหยุดให้รถขึ้นแล่นไปก่อน (เพราะเขาขับยากกว่า และต้องใช้ความเร่งมากกว่านั่นเอง) ก็เหมือนกับคนที่ขึ้นเขานั่นแหละ เวลาเห็นคนลงสวนมาก็รู้สึกขวางหูขวางตา จนคนลงมาต้องหลบให้คนขึ้นก่อน นั่นเอง........


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:11:49:15 น.  

 
...รถก็จอดเพื่อที่จะให้เรานั่งรถ ต่อไปอีก พอลงมาเราบอกได้เลยว่ามึนจริงๆ แม้ไม่ค่อยน่ากลัว แต่มันรู้สึกไม่ตื่นเต้น เลย แถมร้อนอีกต่างหาก คราวนี้ตัดสินใจนั่งหลังดีกว่า นั่งคนที่ 2 อีกและ แต่คนละเบาะ(ไม่กล้านั่งริมคนแรกอ่ะกลัว)
แหม..เย็นมากเลยรถวิ่งไปเย็นไป คราวนี้คนไหลไปอัดกับรถ ไม่เหมือนตอนขึ้นเลย ไหลเกือบตกรถแน่ะ..เบียดกันใหญ่เลย สนุกจริงๆ หวาดเสียวแต่ก็ตื่นเต้นดี ระหว่างทางยังเห็นคนเดินขึ้นด้วย มืดๆ อย่างนี้น่ากลัวอ่ะ แต่เขาเดินเป็นกลุ่ม 4-5 คนนะ
ถ้าอยากตื่นเต้นแนะนำให้ ยืนเกาะรถเพราะเย็นจริงๆ แต่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะ เพราะว่าระหว่างทางมีกิ่งไม้เยอะยื่นออกมา....


โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:16:11:35 น.  

 
สุดท้ายและ... ประสบการณ์การไปเที่ยวและไหว้พระทำบุญที่เขาคิชกูฏ จ.จันทบุรี นี้สนุกมากๆ คราวหน้าถ้ามีโอกาสอีก จะไปแน่ๆ ใครที่ไปแล้วคงรู้อ่ะ ใครที่ยังไม่ได้ไป แนะนำว่าให้ไปดูเพราะไม่ผิดหวังแน่ๆ แถมที่ จ.จันทบุรี มีน้ำตกกระทิงด้วย (ยังไม่ได้ไปเลย) คราวหน้าไม่พลาดๆ...

อ่อ ขอบคุณ คุณ PoD มากๆนะคะ สำหรับภาพสวยๆ พอดีไม่ได้เอากล้องไปอ่ะ เลยต้องหยิบยืมภาพคนอื่นแทน เง้อออออ........



โดย: ++FeRn_NaJa++ วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:16:15:03 น.  

 
เข้ามาเที่ยวด้วยคนนะคะ



โดย: รักดี วันที่: 16 มีนาคม 2548 เวลา:19:21:09 น.  

 
อะนะ

ช่วงที่เค้าเปิดเขาส่วนใหญ่จะไม่ว่างไปอะ~


โดย: palermo วันที่: 19 มีนาคม 2548 เวลา:2:46:20 น.  

 
เขาคิชกูฏจะเปิดอีกแล้วอย่าลืมไปนมัสการหลวงพ่อเขียนนะและรอยพระพุทธบาตร


โดย: สุนทรี เพ็งเพ็งพิศ IP: 202.28.181.11 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:17:57:02 น.  

 
อยากไปมากเลยเขาคิกูฏอ่ะ
ใฝ่ฝันมานานแล้วเขาคิชกูฏ


โดย: ขนิษฐา IP: 202.57.155.169 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:06:27 น.  

 
เพิ่งกลับจากเขาคิชกูฏมาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ. นี้เอง ประทับใจมากก็คือการบขับรถสวนทางขึ้น-ลงเขา หวาดเสียวมาก แต่นั่ง ๆ ไปก็ชักมันดีแฮะ พอเดินขึ้นเขาไปถึงรอยพระพุทธบาท ได้ไหว้พระปิดทองยิ่งปลื้มปิติ เดี๋ยวนี้ก้เลยปลงได้เยอะ เจออะไรที่มันยากลำบาก ก็ปลอบใจได้ว่า "จิ๊บ ๆ ๆ" นั่นก็คือ เราไปเจอที่ลำบากสุดยอดมาแล้ว หนทางแค่นี้ยังสู้เส้นทางขึ้นเขาไม่ได้เลย ก็สอนใจได้อีกแฮะ ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจกันกับแฟน ไม่ทะเลาะกันแล้วเพราะต้องดูแลประคับประคองกันตอนขึ้น-ลงจากเขา ดีจริง ๆ ๆ นี่คือทริปแรกของเรานะเนี่ย


โดย: แม่น้องอุ๋ม IP: 125.25.21.144 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:42:26 น.  

 
เขาจะปิดวันไหน บอกที


โดย: น้องมด IP: 58.9.7.162 วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:16:19:58 น.  

 
เข้าไปดูมาและ ทำ web น่ารักจัง รักแมวเหมือนกันเลย

เก่งจังนะคะ ไว้เอารูปสวยๆมาลงให้ดูอีกน้าๆๆๆๆๆๆๆๆ

kapang-24@hotmail.com


โดย: namwan IP: 199.64.0.252 วันที่: 9 มิถุนายน 2551 เวลา:8:08:29 น.  

 
ปิดวันที่ยี่สิบหกเดือนมีนาคมครับ


โดย: พี IP: 115.67.154.137 วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:1:47:44 น.  

 
เมื่อวันที่ 22 มี.ค.52 ก็ไปมาเหมือนกันส มากๆ ตอนขึ้นรถน่ะ ประทับใจ มากพอ ลงรถมาขอถ่ายรูปกับเขาเหมือนกันแต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้เข้าไปไหว้พระพุทธบาตรน่ะ คนเยอะมาก อยากจะถามว่าควรขึ้นรถที่เวลากี่โมงน่ะ คนถึงน้อยค่ะ ซื้อตั๋วตอน ตี3ครึ่ง ได้ขึ้นรถ 6 โมงครึ่งค่ะ ตั้งใจว่าปีหน้าจะไปใหม่ค่ะ มีสถานที่เที่ยวดีๆ บอกกนบ้างนะ หรือ mailมาที่ promhaw@hotmail.com


โดย: kitty IP: 124.120.32.58 วันที่: 23 มีนาคม 2552 เวลา:13:50:37 น.  

 
ปี 2010 นี้ เค้าเปิดให้เริ่มปีนได้ตั้งแต่วันที่ 16/01/2010-16/03/2010 นะคะ..ปีที่แล้วเราก้ไปมาเหมือนกัน แต่ไปมะถึงผ้าแดง สนุกมากๆๆ อิ่มเอมใจสุดๆๆ มะรุดิ บอกมะถูก..สัญญากะท่านไว้ว่าจะไปอีก ปีนี้จะไปให้ถึงผ้าแดง 27-28 ก.พ. นี้ อะค่ะ..ถ้าไปก้คงเจอกันนะคะ ^o^


โดย: orm IP: 168.120.35.8 วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:17:19:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
++FeRn_NaJa++
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




- "Cat gallery" - ฝากหลังไมค์ ถึง ++FeRn_NaJa++ แฟลตปลาทู



ความสุขที่เคยรู้จัก คือการได้มาซึ่งสิ่งสนองความต้องการ คือ เงิน แต่ทุกครั้งที่กว่าจะได้มามันแลกกับความสุขเล็กๆน้อยๆที่เคยมี ....เคยมี ...จนแทบไม่มี.....กระทั่งเกิดคำถาม.. "มันใช่ความสุขจริงที่เราต้องการหรือไม่" ณ จุดนี้ เป็นการพลิกชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ เหมือนการดิ้นรนให้ได้มาซึ่งความเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์..แม้สิ่งซึ่งสนองความต้องการที่เรียกว่าเงิน จะไม่มากมายแต่อย่างใด แต่ ความสุขเล็กน้อยที่เราเคยมีจะยังอยู่...และอยู่ตลอดไป เราจะไม่เปลี่ยนใจ ที่ได้กระทำ และไม่ลุ่มหลงกับสิ่งสนองความต้องการที่ครั้งหนึ่ง เคยแลกไปกับความสุขในชีวิตของเรา fightoo!!



อะแฮ่ม สวสัดีค่าพี่ป้าน้าอาทุกท่าน
บล็อคนี้ไม่มีไรมากนอกจาเนื้อหาไร้สาระ
คนทำบล็อคก็ค่อนข้างขี้เกียจ
วันไหนวันดีก็โผล่มาทีเหอๆ ไงก็มีความสุขกันเยอะๆน๊า




รักแมวนะ แต่มารู้ทีหลังว่าเราไม่สามารถดูแลมันได้หรอก ทนไม่ได้ จริงๆที่เห็นแมวตายจากไป
คงไม่เลี้ยงอีกแล้วล่ะ


เอาที่ 1 เลยนะ เราสู้ๆ




Friends' blogs
[Add ++FeRn_NaJa++'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.