Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
เรื่องราวและข้อคิดดีๆ ที่ได้จากบทความของพี่นกน้อย

รู้สึกว่าตัวเองแปลกขึ้นทุกวันๆ

ทำไม... พอได้อ่านอะไรดีๆ ถึงได้ต้องคิดที่จะอยากให้นัทอ่านด้วยนะ?
เอ๊ะ หรือนี่แหละที่เค้าเรียกว่า "คนมีความรัก"????


(แบบว่า คนมันไม่เคย ฮะๆๆ)

เพิ่งได้บทความอันนึง เป็นสัมภาษณ์คุณพรพิชิต พัฒนถาบุตร.... อืม.... เห็นแค่ชื่อ เราไม่รู้จักหรอกว่าใคร ฮะๆๆ แต่ถ้าบอกว่า "พี่นกน้อย" ผู้จัดการส่วนตัวพี่เบิร์ด ก็จะถึงบางอ้อโดยทันที ^^

มีพี่คนนึง อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่นกน้อยในแพรวแล้วชอบมาก เลยขอซีร็อกซ์มาอ่านบ้าง

พออ่านจบ...........................







พี่นกน้อย ผู้จัดการคู่ใจพี่เบิร์ด ธงไชย ซูเปอร์สตาร์ตลอดกาลของเมืองไทย ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตทุกอย่างเลย ตั้งแต่สมัยเด็ก เรื่องที่ว่าเค้าเคยมีฝาแฝดชื่อ "นกอ้วน" แต่ตายไปตั้งแต่ยังเป็นทารกไม่กี่เดือน ที่บ้านเลยดูแลแบบประคบประหงมมาตลอด (กลัวจะตามไปอีกคน)

เค้าอยากเป็นดารา แต่ทำไม ไปๆ มาๆ จับพลัดจับผลูไปทำงานเซลล์ของสายการบิน Cathay Pacific ได้?? อ่านไปแล้วก็ขำไป ฮะๆๆ จริงๆ อยากลองทำเซลล์แบบนี้บ้างจัง แต่เชื่อได้ว่าตัวเองไม่สามารถแน่นอน ถึงจะพูดเก่งเป็นน้ำไหลไฟดับ แต่ก็แค่กับบางเรื่องและบางคนเท่านั้นนา แต่เรื่องขายนี่ ไม่เค๊ยยยไม่เคย (น่าจะไล่ลูกค้าเก่งซะมากกว่า)

อ่านแล้วก็แอบขำกับพี่นกน้อยไปด้วย เข้าใจเลยว่า เพราะมีคนแบบนี้อยู่ใกล้ๆ พี่เบิร์ดถึงได้เป็นคนอารมณ์ดี แฮปปี้ มีความสุข หน้าใสปิ๊งอย่างทุกวันนี้แน่ๆ เลย ........ แต่ก็ใช่ว่าเค้าจะเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรก ช่วงแรกๆ ที่เริ่มตัดสินใจมาเป็นคนดูแลพี่เบิร์ด ทางพี่นกน้อยก็ร้ายเอาการอยู่.... เท่าที่อ่านน่ะนะ.... แต่ไม่อยากบอกว่า อ่านไป ขำไป โอ้โห ผู้จัดการเค้าทำกันขนาดนี้เลยเหรอ?

- เอาไม้ไปสอยๆ ป้ายที่ขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ตัดสวิทช์ไฟระหว่างมีพิธีตะโกนทวงตังค์เสียงดังลั่นวัด
- หน้าดุจนแฟนคลับพี่เบิร์ดไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้พี่เบิร์ด


อืม............ แต่พี่เบิร์ดก็สามารถเตือนพี่นกน้อยทางอ้อมๆ จนเค้ารู้ว่าต้องทำอะไร.............. เพื่อพี่เบิร์ด..... ดีจังแฮะ

แล้วยังเหตุการณ์สนุกๆ จากการเป็นผู้จัดการของพี่เบิร์ดที่เค้าเล่าให้ฟังแต่ละอย่าง
โอยย..... อ่านแล้วบอกได้คำเดียวว่า "น่ารัก" อะค่ะ น่ารักทั้งคู่เลย ทั้งพี่เบิร์ด พี่น้อย
ไม่รู้จะบอกว่าอะไรดี ทั้งเอ็นดู ทั้งอิจฉา ปนๆ กันล่ะมั้ง






ชอบตรงที่พี่น้อยบอกว่า "ดูแลเบิร์ดง่ายเกินกว่าคำว่า อะไรก็ได้"

โอย โดนใจ ฮะๆๆ ........เวลาถามใคร แล้วเค้าตอบกลับมาว่า "อะไรก็ได้" เนี่ย เราแทบจะอารมณ์พุ่งปรี๊ด เลยทีเดียว..... ก็......แล้ว "อะไร" ที่ว่านี่มัน "อะไร" กันฟะ??? หัดบอกมาซะตั้งแต่แรกสิ จะ "อะไร" น่ะ จะกินข้าวผัด ชาเย็น หมูปิ้ง จะไปห้าง ไปดูหนัง ไปช้อปปิ้ง หรือจะชอบสีเหลือง สีเขียว สีฟ้า เลือกเอามันซักอย่างได้ม้าาาาาาาาาาย?? (บางทีอยากบอกว่า ....สมองมีน่ะ คิดบ้าง.....) แต่ต้องยอมรับว่า บางทีเราก็ "อะไรก็ได้" เหมือนกัน ฮะ ฮะ แต่นั่นหมายถึงกรณีที่ "ไม่สนใจ" น่ะนะ (เลยไม่คิดไงล่ะ)





อ่านแล้วรับรู้ได้ถึงคำว่า

"ความผูกพัน" ของคนสองคน ที่เริ่มต้นสู้ด้วยกันมาตั้งแต่ทุกๆ อย่างยังไม่เปลี่ยนแปลงและความมีชื่อเสียงยังไม่เข้ามา
"ความซื่อสัตย์ กับคำมั่นสัญญา" ของคนสองคน ที่จะสู้ไปด้วยกัน เป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นน้อง และเป็นอื่นๆ อีกมากมาย.....อยู่ด้วยกัน ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง.......

มันมีจริงๆ ในโลกนี้ ^^



ปัจจุบันนี้ ที่บ้านเค้าเรียกพี่เบิร์ดว่า "นกอ้วน" แทนแล้ว เพราะทุกคนเชื่อว่า พี่เบิร์ดคือ "นกอ้วน" มาเกิดใหม่จริงๆ............





พี่นกน้อยบอกว่า ต่อให้พี่เบิร์ดเลิกร้องเพลงไป เค้าเองก็คงจะยังอยู่กับพี่เบิร์ด (แหงละ) หน้าที่ของเค้าก็ยังคงอยู่ เพราะชีวิตของเค้าเหมือนเป็นอวัยวะหนึ่งของพี่เบิร์ดไปแล้ว

ไม่ใช่ไส้ติ่ง

ไม่ใช่ม้าม

.............เพราะมันตัดทิ้งได้



แต่คงเป็น................... "หัวใจ"


"วันแรกๆ ที่รู้จักเบิร์ด ผมคิดว่าคนคนนี้คงเป็นเพื่อนเป็นน้องของเราได้ยาวนาน

วันนี้รู้แล้วว่าเบิร์ดเป็นเพื่อนเป็นน้องได้ยาวนานกว่าที่เคยคิด

..............และเขาสำคัญกับชีวิตผมกว่านั้นมากนัก"










กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
พออ่านมาถึงตอนนี้แล้ว......... รู้สึกว่าอยากให้นัทของพี่ได้อ่านบ้างจัง


ปล. แต่พี่เค้าซื้อให้นัทไปทั้งเล่มแล้วนี่หว่า



หวังว่านัทคงจะได้อ่านบทสัมภาษณ์ทั้งหมด แล้วก็เรียนรู้พฤติกรรมดีๆ ของศิลปินดีๆ ที่ชื่อ ธงไชย แมคอินไตย์ มานะจ๊ะ.... ทำตัวให้เป็นที่รักของคนทั่วไปให้ได้อย่างพี่เบิร์ดเค้านะลูกนะ ^^ (แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเป็น "ตัวเอง" ด้วยนะ) ถึงหนูจะแบ็คกราวน์ต่างกัน แต่พี่เชื่อว่าพื้นฐานจิตใจแล้วเหมือนกันแน่นอน


ปล. ถ้าไม่โดนด่าก็อยากจะเอาคำสัมภาษณ์ทั้งหมดมาลงชะมัดเลย
ลป. ไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาเก็บ มันจะยังทันมั้ยนะ?????


Create Date : 13 พฤษภาคม 2551
Last Update : 13 พฤษภาคม 2551 23:40:43 น. 10 comments
Counter : 2290 Pageviews.

 
ไม่ต้องห่วงจ้า.......

ไม่ได้ให้นัททั้งเล่ม....มันหนาไป...

.เดี๋ยวนัทไม่อ่านในสิ่งที่อยากให้อ่าน........

ส่งไปเฉพาะบทสัมภาษณ์นี้เท่านั้น......

เริ่มจากบาทสัมภาษณ์เบิร์ดก่อน.....ตามด้วยนกน้อย

ครบวงจร....อิอิ....แผนเรา

อ่านแล้วจะได้มีแนวทางปฏิบัติตัวต่อกันของนัทและต้อล

ต่อคนอื่น...คือ......คนรักเขา(แบบเราไง)

ต่อคนหมู่มาก.........

ยุ่งกับเขาอีกแหละเรา....ก็เรายังคงรักกัน.....ได้อีก......นี่นา

อยากให้คนที่เรารักได้อ่านอะไรที่ดีๆด้วยกัน.......เท่านั้น



โดย: คนคุ้นเคย IP: 124.120.231.107 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:5:55:34 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนกันค่ะ

อ่านจบก็นึกถึงน้องทั้ง2คน (พี่ตู่นึกถึงนัทก่อนอีกแล้ว...ฮ่าๆๆ)..

อยากให้ทั้ง2คนเรียนรู้สิ่งที่ดีๆ ว่าทำอย่างไรเบิร์ดถึงได้อยู่ในใจของคนได้นานขนาดนี้
รวมทั้งความผูกพันของเบิร์ดกับคุณนกน้อยด้วย

เห็นด้วยนะว่าส่งทั้งเล่มนัทคงไม่ได้อ่าน ส่งเฉพาะบทสัมภาษณ์นี้ดีกว่า

มีหนังสืออีกเล่มนึงสัมภาษณ์คุณไข่ เจ้าของไข่บูติค กับเพื่อนที่ดูและกันมา 35 ปีแล้ว พี่ตู่อ่านหรือเปล่า


เมื่อคืนทรูมิวสิคมีอะไรเหรอพี่ตู่ อ้อยเป็นหวัด ออนเอ็มทิ้งไว้แล้วหลับไปเลย


โดย: อ้อย IP: 58.9.185.221 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:28:08 น.  

 
ใครอ้ะคุณไข่?? ไม่รู้จักจ้ะ แต่อยากอ่านจังเลยยยยยย (เนียนทำขอไปงั้น ฮะๆๆ)

อ่านสัมภาษณ์พี่นกน้อยจบแล้วอยากได้หนังสือมาครอบครอง ไม่รู้ป่านนี้จะยังเหลือรึเปล่า - -" (ไม่น่านะ) คุณพี่คนคุ้นเคยอะ เป็นความผิดคุณพี่เลยนะคะ (โทษไปซะงั้น ฮะๆๆ) แล้วไมไม่บอกตู่ว่ามีสัมภาษณ์พี่เบิร์ดด้วย??? นั่นศิลปินในดวงใจเค้าเลยน้า >___<~!!!


(พวกศิลปินในดวงใจเยอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า .... โทษไปเป็นความผิดคนอื่นซะงั้นล่ะเรา)



เมื่อคืนมีรายการเช้งกะเด๊ะ ไอ้ที่ไปถ่ายต้อลที่เซ็นทรัลเวิลด์แล้วเร่งๆๆๆ + ห้ามขอลายเซ็นต์ต้อลวันแจกลายเซ็นต์น่ะ (อธิบายงี้ชัดกว่าใช่มั้ย? ฮะๆๆ) ตลกดีเหมือนกัน เค้ามีการเผาต้อลวันออดิชั่นรอบ 50 คนด้วยน่ะ


โดย: too IP: 203.156.136.66 วันที่: 14 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:15:57 น.  

 
ทั้งสองเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดีได้เลยคับ


โดย: พี่แดง IP: 124.122.136.180 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:00:58 น.  

 
คุณไข่เป็นเจ้าของห้องเสื้อไข่บูติค ห้องเสื้อสุดหรูเริ่ดอันดับต้นๆค่ะ
ส่วนคนที่รู้ใจก็เป็นเจ้าของห้องเสื้อเหมือนกันแต่จำชื่อไม่ได้แล้ว
พี่ตู่อ่านแพรวน่าจะเคยผ่านตาบ้างนะ

ส่วนหนังสือที่สัมภาษณ์รู้สึกจะชื่อOK.นะ บังเอิญไปซอยผมแล้วอ่านที่ร้าน
เดี๋ยวไปอีกแล้วจะซีร็อกซ์ส่งมาให้นะคะ

อ่านแล้วรู้สึกดีนะ ทั้งเรื่องของเบิร์ดกับนกน้อย....ทั้งคุณไข่กับเพื่อน
คนเราถ้ามีคนที่เข้าใจรู้ใจอยู่ข้างๆ ก็พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า
ไม่ว่าจะต้องเจอกับปัญหาอะไรนะ

จริงมั๊ยพี่ตู่


โดย: อ้อย IP: 58.9.199.151 วันที่: 15 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:49:23 น.  

 
^
^
ถูกต้องงงงงงงงงงงงงงงง

พี่ไม่ได้อ่านแพรวหรอก พี่สาวลึกลับข้างบนอ่านต่างหาก ฮะๆๆ

ตอนแรกว่าจะอัพบล็อค ตอนนี้ไม่ไหวละ มัวแต่เขียนจดหมายรักหานัท

เอาไปแต่รูปละกัน


เห็นรูปนี้แล้วนึกถึงที่แม่มิคเล่าว่า "โดนตีเพราะจะให้แม่แต่งตัวให้" เลยอะ
ท่านี้ปะเนี่ยนัท?? โอย น่ารัก ฮะๆๆ


Photobucket

Photobucket



โจโจ้ซัง สวยปนน่ากลัว

Photobucket


โดย: tazzz วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:23:26 น.  

 
[[ต้อล AF4]] หัวข้อ "เพื่อนที่เป็นมากกว่าเพื่อน" เขียนโดย ต้อล วันธงชัย อินทรวัตร
หัวข้อ: เพื่อนที่เป็นมากกว่าเพื่อน
โดย ต้อล วันธงชัย อินทรวัตร
เขียนเมื่อวันที่ 2008-05- 15

สำหรับนิยามคำว่าเพื่อน ของใครหลายๆคนก็คงจะมีความหมายแตกต่างกันออกไป
สำหรับเรื่องเพื่อนที่จะพูดถึงในที่นี้ นะครับ เพื่อนคนนี้ผูกพันกับต้อลมาตั้งแต่ตอนเกิดเลยก็ว่าได้นั้น
ก็คือ คุณพ่อ ของต้อลนี้เอง

พ่อเป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งครู และหลายๆอย่างในชีวิตจนทำให้มีเรามาถึงจนวันนี้ได้
ปกติคุณพ่อเป็นศิลปินอยู่แล้ว คือเมื่อก่อนเป็นนักแต่งเพลงทำให้เราเองก็คงได้รับอิทธิพลด้านนี้มาเต็มๆ
ตั้งแต่เล็กจนโตเราก็ได้ฟังเพลงที่พ่อเปิดตลอดเวลาแม้จะเป็นเพลงในสมัยเก่าแล้วก็ตาม
แต่จนถึงทุกวันนี้ บทเพลงต่างๆและความทรงจำต่างๆก็ยังฝังใจจนถึงทุกวันนี้
ด้วยความที่ว่าเรารักดนตรีมาตั้งแต่เด็ก พ่อเลยจับเราเรียนดนตรี
เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ได้เรียนก็คือ อิเลคโทน และเพลงที่ได้เรียนก็หนีไม่พ้นเพลงสมัยก่อน
และช่วงเด็กๆ นี้เองก็มีโอกาสได้ไปประกวดร้องเพลงตามงานต่างๆบ่อยๆ ก็มีคุณพ่อเป็นเทรนเนอร์ให้เราตลอด
มีแพ้บ้างชนะบ้าง แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีในการร้องเพลง เพราะปกติเป็นคนขี้อายมาก
ตั้งแต่เด็กแต่พอได้ประกวดบ่อยๆทำให้เรามีความกล้าแสดงออกมากขึ้น
และในทุกครั้งที่ทางบ้านมีงานเลี้ยง ตามที่ต่างๆ คุณพ่อก็จะให้เราขึ้นไปร้องเพลงอยู่เรื่อยๆ ต่อหน้าคนเยอะๆ
โดยมีค่าขนมให้เป็นค่าตอบแทน ในตอนนั้นเรายังเด็กมากเลยคิดว่า ยิ่งร้องเพลงแล้วได้ค่าขนมด้วย
ยิ่งทำให้เรามีแรงบันดาลใจ ที่จะร้องมากขึ้น 55+

จนมาถึงสมัยมัธยม ก็มีโอกาสได้ไปเล่นในวงดุริยางค์ของโรงเรียน
ทำให้เราได้เรียนรู้และรู้จักเครื่องดนตรี หลากหลายชนิด และเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เราอยากจะเล่นนั้นก็คือกีตาร์
ก็เลยตัดสินใจขอคุณพ่อ และพ่อก็จะคอยสนับสนุนเสมอมา
ทำให้ตั้งแต่เล็กจนโตเราได้ซึมซับความรักในเสียงดนตรีมาโดยตลอด เพราะว่าคุณพ่อนี้เอง
และไม่ใช้แค่นี้ เวลาเรามีปัญหาหรือมีเรื่องที่ไม่สบายใจ พ่อก็จะคอยอยู่กับเราเสมอ
ถึงแม้ว่าจะไม่มีคำพูดคำปลอบใจอะไรมากมาย แต่ก็ทำให้เราได้รับรู้ถึงความรักและความห่วงใยที่พ่อมีให้เราได้
พ่อจึงป็นเพื่อนคนแรกและเป็นเพื่อนที่จะคอยอยู่กับเราตลอดไป

อยากจะบอกว่าทุกวันนี้มี ต้อล วันธงชัย อินทรวัตร คนนี้ได้ก็เพราะคุณพ่อนี้แหละครับ
รักพ่อที่สุดในโลกเลยยย ครับผม


ที่มา: Virgin Soft
กิจกรรมร่วมกับเรื่องราวของเพื่อนดีเจ เพื่อนดารา และศิลปินคนโปรด

*รายได้จากการจัดทำหนังสือ(หลังหักค่าใช้จ่าย) จะถูกบริจาคให้กับ
มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง
ซึ่งเป็นมูลนิธิที่จะช่วยเติมฝันของน้องๆที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ...
http://www.virginradiothailand.com/soft/event/soft_diary/view.php?id=74








จากคุณ : น้องพี่พ้องเพื่อน - [ 16 พ.ค. 51 00:35:00 ]


โดย: too IP: 203.156.136.66 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:59:30 น.  

 
My Green Friend ของ ณัฐ ศักดาทร

My Green Friend
เขียนเมื่อวันที่ 2008-05-16




เพื่อนรักของผมคนนี้ ยอมเสียสละร่างกายของเค้าให้ผม และไม่ใช่ครั้งเดียวด้วยนะ เสียให้บ่อยซะด้วยสิ
ผมพบกับเค้าครั้งแรกที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ตอนนั้นผมยังเด็กมากอยู่เลย
จำได้ว่าเค้าดูเหมือนไม่สบายอยู่ เพราะตัวของเค้าจะออกสีเขียวๆ
ผมเองก็รู้สึกกลัวๆ กล้าๆ ที่จะทำความรู้จักกับเค้า ทุกวันนี้เค้าก็ยังดูตัวเขียวๆ แบบนั้นไม่เปลี่ยนแปลง
จนผมเข้าใจแล้วล่ะว่านั่นคือธรรมชาติของเค้า

แต่ก็แปลกนะครับ มันเหมือนกับที่เค้าเรียกกันว่า "love at first sight" บอกไม่ถูกว่าทำไม
แต่แค่เจอครั้งเดียว ผมก็ติดใจเค้าจนไม่อาจเปลี่ยนใจได้
ในหมู่คนที่ผมรู้จัก มีหลายคนมากที่ไม่ชอบเค้าเลย
และเค้าเหล่านั้นก็มักจะถามผมว่าผมชอบเพื่อนคนนี้ได้ยังไง ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนเลย
แต่ก็มีอีกหลายคนที่ชอบเค้า และก็ยังมีอีกหลายคนที่ผมแนะนำให้รู้จักกับเค้าแล้วก็รู้สึกดีกับเค้าขึ้นมา
ต่างคนต่างจิตต่างใจ ผมรู้ว่าผมคงไปบังคับความรู้สึกใครไม่ได้ แต่สำหรับผมแล้ว ผมรักเค้าเลยครับ
รักจนกล้าพูดว่า ผมคงจะแย่แน่ๆ ถ้าชีวิตนี้ต้องขาดเค้าไป ...

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าผมจะไปเรียนที่ประเทศไหน เขาก็จะตามผมไปเสมอ
ส่วนใหญ่เค้าจะชอบไปทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นสาขาต่างๆ
และผมก็จะแวะไปหาเค้าอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีเวลา
ถ้าพูดกันตรงๆ ก็ต้องบอกว่า เพื่อนของผมคนนี้เค้าเป็นคนที่เรื่องมากพอสมควร
แต่ไหนแต่ไรมา เค้าจำเป็นต้องอยู่ในที่เย็นๆ ตลอดเวลา อยู่ในที่ร้อนๆ ได้ไม่นานก็จะมีอาการอ่อนเพลีย
ไร้เรี่ยวแรงลุกไม่ขึ้น เหมือนเป็นโรคประจำตัวของเค้าเลยก็ว่าได้
เค้าเป็นคนไม่พูดไม่จา แต่ทุกครั้งที่ผมมีปัญหา ทุกครั้งที่ผมเครียด เค้ารู้ดีว่าจะต้องทำยังไง ...
เค้าจะยอมเป็นของผมโดยไม่มีอาการขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น
เค้ามีวิธีที่จะทำให้ผมเย็นลง และผมก็จะรู้สึกเครียดน้อยลง
บางทีผมถึงกับต้องเอาเค้ามาเก็บตัวอยู่ที่บ้านของผมเองในช่วงที่ผมเครียดมากๆ
เวลาผมเอาเค้ามาอยู่ที่บ้าน เราก็จะได้เจอกันวันละหลายครั้งหน่อย
แต่ถ้าผมไม่พาเค้ามาที่บ้าน บางทีผมก็ไม่ได้เจอเค้าเป็นอาทิตย์เลย
แต่ทุกครั้งที่เจอเค้า ผมก็จะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที เพราะเค้าทำให้ผมอารมณ์ดีได้เสมอเลยครับ
แต่ถ้าจะบอกว่าเพื่อนคนนี้มีแต่ข้อดีก็คงเป็นการโกหก ผมต้องยอมรับครับว่า
มีบางครั้งที่เค้าทำให้ผมแอบผิดหวังเล็กน้อยเหมือนกัน เพราะบางครั้งที่ผมไปเจอเค้าในสถานที่ต่างๆ กัน
ผมก็เคยรู้สึกว่าเค้าเปลี่ยนไป บางทีเค้าออกแนวหวานเกินไป บางทีเค้าก็ออกแนวจืดเกินไป
แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดเกี่ยวกับตัวเค้าก็คือ พบกับเค้าทีไร เค้าจะต้องมาทำให้ผมอ้วนขึ้นทุกที!
นอกจากนี้ เค้ายังเป็นคนหลายใจมากด้วยครับ ผมเคยเห็นเค้าอยู่กับคนโน้นคนนี้ หน้าไม่ซ้ำกันเลย
ทั้งคนไทย คนญี่ปุ่น คนฝรั่ง ฯลฯ จริงๆ นะ
แต่ถามว่าผมโกรธมั้ย ไม่เลยครับ ... ก็คนมันรักไปแล้วนี่ จะให้ทำยังไงได้

ทุกวันนี้ ผมต้องทำงานหนักมากจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย
แต่ก็มีพี่ๆ น้องๆ แฟนคลับหลายคนรู้ว่าผมรักเพื่อนคนนี้มาก เลยพาเค้ามาให้ผมเจอบ่อยๆ
เกือบทุกครั้งที่ผมไปเล่นคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ เค้าจะนั่งรอผมอยู่เงียบๆ หลังเวที
บอกตรงๆ ว่า จากวันแรกที่เจอกันจนถึงวันนี้ ความประทับใจที่ผมมีต่อเพื่อนคนนี้ยังไม่เคยลดน้อยลงเลย
และผมไม่เคยเบื่อเค้าเลยด้วย ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยพบเห็นเพื่อนของผมคนนี้ผ่านสายตามาบ้าง
เพราะเค้าค่อนข้างจะป๊อปปูล่าร์ในหมู่คนเอเชีย แต่หลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยเข้าไปทักเค้า
แต่ถ้าอยากรู้จักกับเค้าจริงๆ คงจะต้องยอมเสียตังค์ให้เค้าหน่อยนะครับ
เพราะเค้าไม่ค่อยยอมเป็นของใครฟรีๆ หรอก

คำแนะนำ: เมื่อได้เค้ามาแล้วลอง “ ชิม ” เค้าดูนะครับ  แล้วคุณจะติดใจ

เพื่อนรักของผมคนนี้ คือ “ไอติมชาเขียว” ครับ
...ว่าแล้วก็ขอแวะไปหาเค้าก่อนนะครับ!

ที่มา: Virgin Soft
กิจกรรมร่วมกับเรื่องราวของเพื่อนดีเจ เพื่อนดารา และศิลปินคนโปรด




จะเซ็กซี่ไปม้ายยยยยยยยยยยยยยย????

ถึงพี่จะเดาได้แต่แรกว่าเป็นชาเขียวนะนัทนะ
แต่พี่ก็เพิ่งเคย "เลือดหมดตัว" เพราะไอติมชาเขียวได้..... ก็ตอนนัทเขียนนี่แหละ!!!


ให้ตายเหอะนัตโตะ... เพื่อนคุณน้องเธอเซ็กซี่มากกกกกกกกกกก


โดย: too IP: 58.8.47.20 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:59:27 น.  

 





โดย: too IP: 58.8.47.20 วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:03:36 น.  

 
ต่อไปนี้จะมีชื่อเรียกน้องต้อลชื่อใหม่แล้ว
ต้อนรับผมทรงใหม่ที่อุตส่าห์ไปไถ เอ๊ย ตัดมาด้วย


น้องต้อลจะชื่อ



ชื่อ











"กลมป๊อก"

ฮ่า ฮ่า ฮ่า




สาเหตุมาจากรูปนี้เลย







รูปหล่อๆ มี ไม่เอา เราจะเอารูปกลมๆ

เพราะงั้น น้องต้อลจะได้ชื่อว่า "กลมป๊อก" ไปจนกว่าผมจะเลิกทำให้หน้ากลมนะจ๊ะ


โดย: too IP: 58.8.53.186 วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:26:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tazzz
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








Friends' blogs
[Add tazzz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.