บทความ เสียงเพลง มิตรไมตรี
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
การเดินทางของความรักสิ่งที่ยากคือ...การรักษาระยะเวลา



การเดินทางของความรักสิ่งที่ยากคือ...การรักษาระยะเวลา

หลายๆครั้งที่เราไปงานแต่งงาน...เรามักจะได้ยินคำว่า "ให้รักกันจน...ถือไม้เท้ายอดทอง..กระบองยอดเพชร" นั่นหมายความว่ายังไงครับให้รักกัน จนแก่..จนเฒ่า รักกันให้ยืนนานเลย ใช่ไหมครับ

  แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้น  สิ่งที่เราเห็น รอบๆตัวเรา หรือ คนรู้จัก หรือ ญาติผู้ใหญ่ ชีวิตคู่...ที่อยู่กันอย่างมีความสุขแก่เฒ่านั้นพวกเขามีการพัฒนา ระดับของความรัก อย่างไร น่าสนใจนะครับ ตรงนี้ เขาทำอย่างไรกัน ให้ความรัก นั้น พัฒนาแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน และยังรักกันเหมือนเช่นเคยหรือเปล่า ? คำตอบ..."มันไม่ใช่ความรักแล้วจ๊ะหลาน...ตายาย อยู่กันแบบเพื่อนกันและมีความเมตตาต่อกัน" ส่วนมากจะได้รับคำตอบเช่นนั้น เป็นเช่นนั้นจริงเหรอ เขาทำกันอย่างไร...ใครรู้บอกผมที ในเมื่อโลกความจริงเป็นเรื่องที่ยากมากๆครับ

  หลายๆครั้งในบทความของผม จะเสนอความคิดเห็น ของเพื่อนๆน้องในอินเตอร์เนต ผมชอบ เพราะหลากหลายความคิดดีครับ ได้มุมมองที่แตกต่างจากตัวเราออกไป งั้นเรามาดู ความคิดของพวกเขากันก่อนครับ

ขาไม่ได้รักกันนานหรอก
แต่ เขาอดทนมากกว่า คนสมัยนี้
สมัยก่อน สังคมมัก จะรังเกียจ แม่ม่าย สังคมมองแม่ม่าย ไม่ดีเลย
การจะเป็นแม่ม่าย สมัยก่อน ต้องคิดมากๆ คิดมากกว่าสมัยนี้
สมัยนี้ เขาเรียก ซิ่งเกิ้ลมัม แล้ว ฟังดูดีเชียว
สมัยก่อน ไม่เป็นแบบนี้ 
ผู้ชาย สมัยก่อน ก็ไม่ค่อยมอง แม่ม่ายกันหรอก
ถึงขนาดมีสำนวนผู้ชายที่มาแต่งกับแม่ม่ายว่า เป็นหนุ่มทั้งแท่ง มากินแตงเถาตาย
เพราะฉะนั้น ผู้หญิงสมัยก่อน ต้องอดทนมากๆ
สมัยนี้ มีอิสระกว่ากันเยอะ แต่ก็ทำให้เกิดปัญหา ไม่ค่อยอดทน กันเท่าที่ควร ส่งผลร้าย ต่อลูกอีก

-------------

แม่แฟนสอนว่า ต้องทำให้ที่บ้านเย็น
หมามันชอบเที่ยวเป็นธรรมดา
แต่สุดท้ายมันก็กลับมานอนที่เย็น
ถ้าบ้านมันร้อน มันก็จะไม่กลับมา

(แม่แฟนสอนมา)

ไม่รู้ว่าที่บ้านเราเย็นมากหรือไง เจ๊แกเลยอยู่ติดบ้านทั้งวัน
(นับเป็นโชคดีของเรา หุหุหุ)

-----------------

แต่ในความเป็นจริง เคยมีสำรวจว่า ถามคนแก่อายุเกิน60ว่า ถ้าชาติหน้ามีจริง จะเกิดมาและแต่งงานกับคู่ครองคนเดิมอีกไหม
เกิน90%บอกว่า "ไม่" เข็ดแล้ว เจอชาติเดียวพอ

ผมว่ามันหลายๆอย่างนะ ไม่ใช่ว่าคนสมัยก่อนจิตใจดี หรือคิดดีทำดีหรอก แต่โอกาสมันไม่ได้เปิดเหมือนสมัยนี้
ฝ่ายนึงเลวร้ายยังไง มันเป็นเรื่องลำบากที่จะต้องหย่า ต้องทนไปต่อตลอดชีวิตโดยเฉพาะฝ่ายหญิง ที่เป็นแม่ม่ายที สังคมคนดีมีศีลธรรมสูงแบบคนโบราณจะซ้ำเติมให้ตายทั้งเป็น
ผู้หญิงชินกับการถูกกดขี่
หรือเพราะไม่อาจมีอาชีพได้ เพราะสังคมยังไม่เปิดรับเต็มที่ ออกมาอยู่คนเดียวก็เหมือนตายทั้งเป็นอีก

----------------

**อันนี้สัมภาษณ์สด** สายๆ วันนี้เอง

คนสมัยก่อน ผู้หญิงไม่ค่อยมีความรู้ ไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ พ้นอกจากพ่อแม่ สามีก็เป็นผู้ดูแลต่อ การที่สามีดูแลเลี้ยงดู ก็ทำให้ ญ รู้สึกกตัญญู จงรักภักดี ยอมทำทุกอย่างให้สามีเป็นสุขแม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด 
สามี แปลว่า เจ้าของ ญ เจอเจ้าของดี ก็มหาโชค เจอคนใจร้าย ทำร้ายจิตใจ หา ญ ต่อไปไม่สิ้นสุด ก็กรรม

สามีดี รักภรรยา ให้เกียรติ ให้ความนับถือซึ่งกันและกัน เป็นคนมีศีลธรรม โดยภรรยาก็ดีด้วยเหมือนกับสามี ถือว่า ศีลเสมอกัน อย่างนี้ก็จะอยู่ด้วยกันได้ยืดยาว 
ครอบครัวฉลาด ต้องผลัดกัน ช โมโห ญ เงียบ ญ โมโห ช เงียบ ไม่ต่อความยาวสาวความยืด ไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ ไม่พูด "ว่าแล้ว บอกว่าอย่าทำ" ไม่ลำเลิก ดีจ้ะ

----------------------

"ผู้ชาย ที่น่ารัก"

ไม่ใช่ ผู้ชายที่เอาใจเก่ง แต่เป็นผู้ชายที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง มีความสุขตอนที่อยู่กับเค้า มากที่สุด

ความรัก คือ ความศรัทธา เชื่อใจ มั่นใจถึงแม้ว่าอยู่ไกลกันสักแค่ไหน หรือใกล้ชิดสักเพียงใด ใจที่เชื่อ ใจที่มั่นคง จะไม่แปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไป ความเชื่อมั่นต่อกันนั้นทำให้ไม่มีความระแวงกังวล ที่จะสร้างความวุ่นวายให้แก่ใจดวงนี้ เพราะถ้าไม่มีความเชื่อมั่นต่อกันแล้ว แม้เรื่องเล็ก ๆ ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ ๆ ได้ ยิ่งจะก่อความบาดหมางพอที่จะทำให้ใจนี้บาดเจ็บได้

   เมื่อเชื่อใจกันแล้ว ก็ต้องไว้ใจกันด้วย เพราะรักเกิดความไว้ใจ วางใจที่ความซื่อสัตย์ โดยไม่มีความลับต่อกัน อย่ามีลับลมคมใน... คนรักกันต้องมีธรรมะคือความซื่อสัตย์ต่อกัน ตกลงปลงใจไว้ที่ความจริง (สัจจะ) ให้สัญญาด้วยจิตวิญญาณว่า ฉันจะรักเดียวใจเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร จะไม่ทำให้คนรักต้องขุ่นเคือง

   เสียสละให้ความเป็นส่วนตัวแก่คนรักบ้าง เว้นที่ระยะห่างอย่างเหมาะสม เพราะบางทีหน้าที่การงานที่ยุ่งยากหรือสลับซับซ้อน หากเจอปัญหาร่วมใช้ปัญญาแก้ โดยต้องใช้ความเข้าใจมอบให้กัน ใช้ระดับอารมณ์ หรือความรู้สึกที่มีจาคธรรม ร่วมปรองดอง ผ่อนหนักให้เป็นเบา ให้อภัยต่อกัน รักนั้นจะมั่นคง

   พูดคุยกันด้วย "สติปัญญา" รู้จักทำการวิเคราะห์ในความรัก  วิเคราะห์ค้นหาทางธรรม   แสวงหาธรรมวิธีประคองรักด้วยสติ ค้นให้เห็นความสวยงามที่มีอยู่ในใจ ในหน้าที่ ดีกว่าที่จะเห็นความสวยที่มีแค่ในร่างกาย... เห็นความงาม ความทรงจำดี ๆ ที่มีอยู่ในใจกัน หันกลับมาดูแล ร่วมเห็นทุกข์ เห็นสุขที่เกิดขึ้น สร้างมโนทัศน์อย่างมีมโนธรรมด้วยมโนสุจริต พิจารณาสอดส่องใจให้เห็นใจเรา เห็นใจเขา โปรดระวังการเห็นใจตัวเรา ที่จะกลับกลายเป็นเห็นแก่ตัว และจงระวังการเห็นใจเขา ที่จะกลับกลายเป็นการทำลายเวลาความเป็นส่วนตัวของคนรักกัน

  คงจะเป็นเรื่องยากนะครับ ถ้าจะใช้ พรหมวิหาร4 ธรรมของพรหมหรือของท่าน ผู้เป็นใหญ่ มี ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขากับความรัก   แม้ว่าจะศึกษาธรรม อ่านบทความเกี่ยวกับความรัก มีกรณีศึกษามากมายที่ทำให้รู้สึกหวั่นเกรงอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ประสบกับความรักเข้าจริงๆแล้ว เราก็มักจะยอมปล่อยวางธรรมเหล่านั้นและเดินตามความรักไปอย่างเต็มใจ เป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ

   เมื่อความรักในแบบที่เข้าใจดำเนินมาตามขั้นตอนคบหา ดูใจ รู้จักนิสัยใจคอกันดีแล้ว พูดง่ายๆ จีบติดนั่นเอง จนกระทั่งแต่งงานเป็นสามีภรรยา แน่นอนว่ามีเวลามากมายให้เราได้คิดพิจารณา แต่ถ้ากิเลสยังอยู่ละก็เวลาเหล่านั้นก็จะถูกใช้ไปกับการเสพสุข ใช้ในการบ่มเพาะเรื่องราวความรักจนกระทั่งแต่งงาน

   วันเวลาผ่านไปเหมือนโกหก ในครอบครัวของเรา ก็จะประกอบไปด้วย เรา เรียกว่า "สามี" และ เธอ คือ "ภรรยา" ถ้าความสามารถพอก็มีอีก ทายาทของเราทั้งสองนั่่นเอง "ลูก" ยังไม่จบแค่นั้นครับ ยังมีญาติๆ ของเรา อีกซึ่งแน่นอน ต้องมาเกี่ยวกับชีวิตของเราอย่างแน่นอน คุณพ่อ-คุณแม่ และญาติๆ ของทั้ง 2ฝ่าย ถ้าไล่กันแบบนี้คงยาวแน่ๆ

   อธิบายแบบนี้ครับ ความสวยงามของผู้หญิง   การมีอะไรกับเธอ ในช่วงแรกๆอะไรก็ดีไปหมดแหละครับดังที่เขาว่า “ข้าวใหม่ปลามัน” แต่อารมณ์สุขเหล่านั้นจะค่อยๆน้อยลงไป เมื่อเราได้เสพซ้ำๆ " จริงไหมครับ

    วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆความเป็นเธอหรือตัวตนที่แท้จริง แบบของเธอที่เราเคยชอบมันจะเริ่มเป็นปัญหา เพราะจริงๆเธอก็ยั้งไว้เช่นกัน ก่อนแต่งก็เก็บๆไว้ก่อนหลังแต่งก็ปล่อยเต็มที่ สุดท้ายเราจะได้พบกับความเอาแต่ใจของเธอแบบเล่นจริงเจ็บจริง เพราะเมื่อเธอได้ยึดเราเป็นที่พึ่งแล้ว ได้ชื่อว่าเป็นผัวเมียกันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันมากนัก จริงใจกันจะดีกว่า ว่าแล้วก็เลยปลดปล่อยอัตตากันเต็มที่

    ผ่านไปอีกไม่นาน ความเต่งตึงและความงามที่เคยมีจะค่อยๆเสื่อมสลาย หลายส่วนจะค่อยๆหย่อนยานเหี่ยวย่น หมองคล้ำ ไม่น่ามอง ไม่น่าสัมผัส เนื่องจากเธอไม่จำเป็นต้องดูแลตัวเองให้มากเหมือนสมัยที่ต้องยั่วกิเลสเราให้เราหลงแต่งงานกับเธอ และเธอเองก็ยังไม่สามารถที่จะป้องกันความแก่ที่เพิ่มขึ้นทุกวันได้อีกด้วย

   ยิ่งถ้าเธอมีลูกแล้วสามีอาจจะต้องพบกับสภาพที่น่าสงสารที่สุดก็คือ ภรรยารักลูกมากกว่า หรือไม่ก็ร่างกายเธอเปลี่ยนไปจนกู่ไม่กลับ ด้วยสัญชาติญาณความเป็นแม่ ความรักความห่วงใยมักจะไปลงที่ลูก แน่นอนว่าจริงๆแล้วคนที่อยากได้ความรักจากภรรยาคือสามี แต่โดนลูกแย่ง ทีนี้จะไปโกรธลูกก็ไม่ได้เพราะรักลูกเหมือนกัน แต่นี่เองคือสภาพความเสื่อมที่ต้องเผชิญ

รวมถึงภาระที่ต้องแบก ฝ่ายชายซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้นำโดยสากล ย่อมแบกภาระในหลายๆด้าน นำมาซึ่งความกดดันทางจิตใจ แต่ก็ไม่เป็นไรนะ ไหนๆเราก็เลือกที่จะมาเป็นสามีเธอแล้ว ถึงแม้เธอจะแก่จะเหี่ยว เรื่องมาก เอาแต่ใจเพียงใด นี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญ ดังนั้นด้วยบทสามีดีเด่น ก็ควรจะดำรงความดีไว้ แม้ว่ามันจะไม่สุขเหมือนก่อนแล้วก็ตาม

 ความเชื่อ ยังคงส่องแสง แม้กับคำว่า "เป็นไปไม่ได"

  ความหวัง ก็เช่นกัน ยังคงส่องแสง แม้ในความืดมิด

  และความรัก ก็ยังคงส่องแสง แม้ในคืนวันแห่งความ

  เกลียดชัง

เมื่อเป็นภรรยาแล้ว แรกๆอาจจะพบว่าเต็มไปด้วยความสวีทหวานสามีทำการบ้านตลอดไม่เคยเกเร พอผ่านไปก็ชักจะเริ่มขาดส่ง จนกระทั่งหายไปนานๆ เราพยายามแต่งตัวสวยยั่วกิเลสก็แล้ว ทำตัวน่ารักเหมือนสมัยสาวๆก็แล้ว ก็ยังไม่ได้ผล ซึ่งจริงๆเราก็ต้องเข้าใจความเป็นจริงของโลกว่า อาการคนเสพจนเบื่อมันเป็นเช่นนี้

   แล้วแต่ก่อนเราเคยถูกเอาใจ ดูแล โทรหาทุกเช้าเย็น ไปรับไปส่ง มันอาจจะเสื่อมลงสลายลง กลายเป็นผลติดลบเช่น ต้องมาคอยดูแล เอาใจ ต้องคอยโทรเช็คทุกเช้าเย็นว่าไปไหน ต้องขับรถไปรับไปส่งสามี แม่สามี และลูกอีกอะไรแบบนี้ก็คงต้องยอมเข้าใจ

    เรื่องความสวยนี่ไม่ต้องพูดถึง ถ้าคนเสพรูปความสวยจนเบื่อแล้ว แต่งไปก็เท่านั้น สวยไปก็เท่านั้น แต่ไม่สวยแล้วอาจจะโดนติได้ มีแต่เท่าทุนกับขาดทุน

    ยิ่งถ้ามีลูกยิ่งแล้วใหญ่ ลูกก็ต้องเลี้ยง สามีก็อ้อนเอาแต่ใจ ต้องแบ่งความรักความเห็นใจวุ่นวายกันไปหมด แถมร่างกายหลังมีลูกมันก็ไม่เหมือนเดิมอีกด้วย จะทำให้เหมือนเดิมมันก็ยาก บางคนคลอดแล้วก็ยังเหมือนไม่ได้คลอด

    ทีนี้พอมีลูกก็มักจะมีญาติผู้ใหญ่เข้ามาเสริมในชีวิตเข้าไปอีก ปรุงแต่งกิเลสกันสนุกสนาน คนนั้นก็จะเอาอย่างนั้น คนนี้ก็จะเอาอย่างนี้ แต่แน่นอนว่าในบทภรรยาดีเด่น เราก็ต้องกระจายความรักความเมตตาให้กับทุกคน สามีก็ต้องเป็นสุข ลูกก็ต้องเป็นสุข ญาติๆก็ต้องเป็นสุข สุดท้ายเราก็แบกทุกข์ไว้เอง ทนๆกันหน่อยนะครับ

ให้ความรัก เสียสละ ให้อภัย เปิดใจพูดคุย และ เว้นระยะห่าง ตามสมควร

ก็มีรำคาญและไม่ได้ดั่งใจกับตัวเราเหมือนกัน ต้องเปิดใจคุยกัน หากมันเป็นความสุขของเขาและมันไม่ได้เสียหายอะไร บางทีเราต้องยอมเสียสละบ้าง ต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ว่าเรามาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเพื่ออะไร
1) เพื่อให้ฉันมีความสุข
2) เพื่อให้เธอมีความสุข
3) เพื่อให้เรามีความสุข

    ควรพูดคุยกัน อาจเพราะเรายังรู้จักกันไม่ดีพอก็ต้องเรียนรู้กันว่า ความสุขของเธอคือสิ่งใด ความสุขของฉันคือสิ่งใด เธอเสียสละให้ฉัน และ ฉันเสียสละให้เธอได้ไหม
เมื่อต่างฝ่ายต่างเสียสละ มันจะไม่มีคำว่าไม่ได้ดั่งใจแน่นอน

    เมื่อคุณทั้งสองได้ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว การประคองชีวิตคู่ให้อยู่รอดตลอดไป นับเป็นเรื่องที่เรียกว่าประสบความสำเร็จในชีวิตคู่เลยที การทอดทิ้งโลกทั้งโลก ยังจะดีกว่าทอดทิ้งซึ่งกันและกัน จริงไหมครับ

การอยู่ร่วมกันจนแก่จนเฒ่าได้ นอกจากเป็นความสุขของชีวิตคู่แล้ว ยังถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดี กับสังคมยุคใหม่้ ที่ไม่ค่อยรู้จักคำว่า อดทน ให้การให้อภัย เราจึงเห็นบาดแผลเกิดขึ้นในใจกับเด็ก ๆ ที่พ่อ แม่ ต้องแยกทางกันเดินบ่อยครั้ง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเขาเลย

    รักเหมือนวันแรกที่เรารักกัน  ไม่ว่าเธอจะเปลี่ยนไปอย่างไร ถ้าเราเข้าใจและยอมรับในตัวตนของกันและกัน  อดทนและให้อภัย หนักนิดเบาหน่อยก็ยอมๆกันไป  เอาใจใส่กันและกัน  เป็นห่วงกัน  แสดงออกให้เห็น  กอดกันบ่อยๆ  การทะเลาะกันนะเป็นเรื่องปกติ เหมือนลิ้นกับฟันมันก็ต้องมีบ้าง  แต่สิ่งสำคัญคือความอดทนและไม่ลงไม้ลงมือโดยเด็ดขาด  

   เย็นให้เป็น  การพูดจาเมื่อฝ่ายหนึงพูดอีกฝ่ายก็ควรหยุด  ไว้เย็นเมื่อไรค่อยมาคุยกัน  เพราะถ้าต่างเป็นไฟทั้งคู่  มันก็มีแต่ทะเลาะกันหนัเท่านั้น อะไรที่โบราณท่านสอนก็ตามนั้นแล้วกัน  รักกันเหมือนวันแรก  ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน  เราทั้งคู่ก็จะเหมือนเดิม  ไม่ต้องรักมากแค่รักกัน....รอให้กาลเวลามาพรากเราสองคนก็พอครับ...

 การเดินทางฉันและเธอ คือการเรียนรู้ การเรียนรู้ ของเราสองคน คือ "ความเข้าใจ"

เธอ เข้าใจ และ ฉันเข้าใจ ก็ทำให้เรามั่นใจ  "ในความรัก"

FB-26

ขอขอบคุณภาพ จาก Internet

ชาติ สุชาติ - การเดินทาง (Backpack) [Official MV]




Create Date : 15 ธันวาคม 2559
Last Update : 15 ธันวาคม 2559 0:04:06 น. 0 comments
Counter : 422 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 1857230
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 1857230's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.