บทความ เสียงเพลง มิตรไมตรี
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
8 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
สังคมเมือง/ถนนแปลกแยก





*ภาพ Internet 

ถนนแปลกแยก/สังคมเมือง

    สังคมมทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ก็แสดงแต่ด้านที่ดีของตัวเองออกมาให้คนอื่นเห็นกันทั้งนั้น ไม่มีใครที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมาหรอก เหมือนในรูป ใส่หน้ากากเข้าหากัน มีดเหน็บหลังคนละด้าม ความจริงใจหาได้น้อยมาก ในสังคม มีแต่ผลประโยชน์ ต่างตอบแทน ต้องบอกก่อนว่า นี่คือความคิดส่วนตัวของผม แต่คนอื่นจะคิดยังไง ก็ต่างจิตต่างใจกันครับ

     ถ้าผมมองอีกด้านหนึ่ง ที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน เพราะอาจจะเป็นการเข้าสังคม ผมลองคิดดูเล่นๆ นะครับ ถ้าเราเอานิสัยจริงๆของเราทั้งหมดมาแสดงให้เพื่อนที่ทำงานเห็น จะมีเพื่อนสักกี่คนที่ รับในนิสัยของเราได้  และรับไม่ได้กี่คน นิสัยของคนย่อมมีพื้นฐานของการเห็นแก่ตัวอยู่แล้วครับอยู่ที่ใครจะควบคุมมันได้แค่ไหนแค่นั้นเอง การใส่หน้ากากในด้านนี้คงไม่ส่งผลอะไรมากนักครับ 

   ถ้าผมมองในแง่ร้าย ก็ประมาณว่ามาดีสนิทอย่างโน้น อย่างนี้ เพื่อหวังผลประโยชน์ ไม่ก็อย่างใดก็อย่างหนึ่ง มาในเชิงโกหกหลอกลวง ต่างๆ นา นา ถ้ามาในแง่นี้ อัตรายครับ เพราะเราเดายากว่าเขาต้องการอะไรจากเราครับ ตรงนี้ก็ควรระวังตัวกัน ครับ

   การใส่หน้ากากใส่กันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป ถ้ารู้จักมองโลกในแง่ดี  แต่ผมก็โดนหลอกมาหลายครั้งแล้วนะ กับการมองโลกในแง่ดี แต่ก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรครับ เพราะว่ามีเรื่องที่ทุกข์เข้ามาหา เดี๋ยวความสุขมันก้อตามมาครับ แค่นี้ก็มีความสุขกับการใช้ชีวิตแล้วครับ

  เพลงนี้บรรยายชีวิตของคนที่มีความจำเป็น ต้อง ดิ้นรน ไปทำงานในเมืองใหญ่หรือในต่างประเทศได้อย่างเห็นภาพ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า..ทำไมคนที่มีชีวิตท่ามกลางเมืองใหญ่จึงเกิดความรู้สึกเหงา ทุกคนต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ของชีวิต ของตัวเอง และครอบครัวที่รักไม่มีสิทธิ์ ได้ออกไปเที่ยว เหมือนคนอื่น สังคมรอบตัวแคบๆ รู้แค่ที่ทํางาน  แค่ที่ไปซื้อกับข้าว และบ้านพัก เพลงนี้ต้องลองฟังดูครับ เสียงอะคอร์เดียมดึงอารมณ์ดีจริงๆ ครับ

เนื้อร้อง สมพงศ์ ศิริโรจน์ 
อัลบัม กลับกลาย ศิลปิน มาลีฮวนน่า

บนถนนที่ทอดทางว่างเปล่า 
เดินเดียวดาย เหน็บหนาว ว้าเหว่ 
ทุกหนักทับถม หนักจนน้ำตาล้นปรี่ 
มองหาเพื่อนคืนนี้ ไม่มี สักคน 

มองเห็นถนนสายทางที่เปลี่ยนแปลง 
ต่างคนแสดง ไปตามเวลา 
ต่างหวังได้ชิดดั่งที่คิดไขว่คว้า 
จากที่ใจศรัทธา ยิ่งหา ต่างห่างความจริง 

* อยากพักเมื่อท้อ ยิ่งรออย่างคนสิ้นหวัง 
ความฝันฉันยังเลือนลางห่างเกิน 
เพียงตัวตน เกิดสับสนเหมือนคนอ่อนแอมากไป 
จะเป็นอยู่อย่างไร สังคมเลวร้าย โลกนี้วุ่นวาย 
มากมายเพียงนี้... 

(*) 

แต่บนถนน ผู้คนยังขันแข่ง ต่างคนแสดงให้ระแวงต่อกัน 
ต่างหวังพิชิต ดังดีเด่นมันต้องเป็นของฉัน 
ไม่เหลือการแบ่งปันจนเป็นสันดานของคน 

อยู่บนถนนสายทางชีวิตหม่น เบื่อหน่ายผู้คน 
ตัวตนคนเช่นไร ซ่อนเร้นปิดบัง 
จนบางครั้งอยู่อย่างอ่อนไหว 
ปล่อยตัณหาพาใจ พาไป ถึงไหนกัน 

    สำหรับคนที่ไปทำงาน ในสังคมเมือง ในต่างประเทศ Home is home ครับ...ประโยคนี้ใช้ได้ตลอดจริงๆต่อให้ไปอยู่ประเทศที่ชอบขนาดไหน เจริญขนาดไหน ก็ไม่รู้สึกปลอดภัยเหมือนอยู่ที่ไทยจริงๆ (ไม่ใช่ว่าบ้านเขาไม่ปลอดภัยครับ ปลอดภัยกว่าบ้านเราเยอะ แต่มันเป็นความรู้สึก...insecure ลึกๆ เราไปอยู่ที่นั่น ปรับตัวกับวัฒนธรรม ผู้คน ทุกอย่าง มันก็มีความสุขดีอยู่ แต่ความสุขมันไม่เหมือนตอนอยู่ที่ไทย ถึงจะปวดหัวกับคนไม่เป็นระเบียบ ถนสกปรกบ้างแต่มันรู้สึกว่านี่คือบ้านของเรา

[ความรู้สึกของผู้คนที่ไปอยู่ต่างประเทศ]

คนที่อยู่ต่างประเทศ ทำยังไงเวลาคิดถึงบ้าน
avatar

 เคยทำงานเป็นแรงงานอยู่เมกาค่ะ พนง.ร้านฟ้าสฟูด 3 เดือน ทำงานสูงสุดวันละ 6-7 ชม. สัปดาห์ละ 5 วัน
หักจากค่ากินค่าอยู่ประจำวัน เก็บค่าตั๋วเครื่องบินมาคืนพ่อแม่ เราสามารถแวะเที่ยวนิวยอร์ค 5 วัน เกาหลี 5 วัน มีเงินซื้อกระเป๋าcoach DKNY Jacob น้ำหอมDKNY,Armani, iseey miyake เครื่องสำอางค์ MAC NARS  Urban Dekay นาฬิกา Deisel  Guess เสื้อผ้า Forever21 H&M Zara มาฝากที่บ้านได้ คือของพวกนี้มันไม่ใช่แบรนด์แพงหรือเลิศหรูอะไร แต่เรามองว่าถ้าลองมาเป็น พนง. ร้านฟาสฟู้ดที่ไทยดูซัก 3 เดือน จะสามารถมีเงินซื้อหมดนี่ได้ไหม แถมกลับมาไทยแล้วทำเรื่องขอคืนภาษีได้ ประมาณ 14,000 บาท แน่ะ (นี่เราไปมีรายได้ในบ้านเขาแค่ 3 เดือนกว่าๆเองนะ) 

สรุปเราคิดว่าเขาให้ค่าแรง ได้ balance กับค่าครองชีพค่ะ ถ้าใช้จ่ายแบบคนไทย(เก็บมากกว่าครึ่ง ทำกับข้าวกินเอง กินประหยัดๆ) ไปทำงานเมกาสองสามปีมีเงินเก็บเยอะค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็มีสภาพเป็นพลเมืองชั้น 2 อยู่ดี เขาไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นปัญญาชนมาจากไหน ร่ำเรียนมาลำบากตรากตรำกว่าจะจบ สุดท้ายไปเสิร์ฟอาหารเขาต่างแดน ได้เงินเยอะก็จริง แต่เราว่าน่าเสียดายความรู้ความสามารถ 
ในมุมมองเรานะ อย่างไรกลับมาเมืองไทยดีที่สุด น่าจะเอาควารู้ความสามารถมาพัฒนาองค์กร สังคม บ้านเราดีกว่า ใช้ภาษีรัฐตอนเรียนมาตั้งเยอะ ก็ควรมาคืนกำไรให้แก่รัฐบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

---------------------------

คิดถึงก้อเปิดคอมฯนี่ล่ะ..ทั้งแช็ท ทั้งอ่านข่าว ดูTV Skype..อยากอาหารไทยก็ดูรูปอาหาร เอ๊ยดูสูตรวิธีการทำ แล้วก็เข้าครัวเอง(แต่ไปหาอย่างอื่นที่ง่ายๆกว่ากินนะ เว้นแต่ว้อนมากจริงๆก็ต้องเตรียมของทำตามเว็บซะเอง)
แต่ยังไงๆทุกหน้าหนาว เราก็หนีหนาวกลับไปพึ่งร้อนที่เมืองไทยอยู่แล้วทุกที ก็เลยยังโฮมซิกแบบพออดทนได้

----------------------------

 ช่วงนี้ ก็คิดถึงครับ ประเทศไทย แต่ผมกลับมาไม่ได้...

ก็ต้องอาศัย phone in เข้ามาเป็นระยะ พอช่วยได้
ก็คิดถึง พ่อแม่ พี่น้อง ครับ...

----------------------------

เหนื่อย เหงา เศร้า หดหู่ เป็นหมดเลยค่ะ แต่คิดว่าเมื่อเราได้รับโอกาสนี้แล้ว จะขอสู้ให้ถึงที่สุด 

เพราะมันเป็นประสบการณ์ให้เราเข้มแข็งทุกสถานการณ์ สำหรับดิฉันแล้วฝึกความอดทน 
และผลที่ดิฉันได้รับก็พอใจในระดับนึงค่ะ

-----------------------------

ตอนที่ดิฉันตัดสินใจย้ายมาใหม่ ๆ ก็รู้สึกเสียดาย งานที่ทำ เสียใจที่ไม่ได้เจอ เพื่อน ๆ 
แต่ดิฉันคิดถึงอนาคตตัวเองและครอบครัวเลยมีแรงสู้ค่ะ
ถามว่ายังเหงาไหม แน่นอนว่ายังมีค่ะ แต่ดิฉันจะหากิจกรรมยามว่างทำค่ะ อย่างเช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ 
เดินเล่นเพื่อดูวิถีชวิตคนที่นี่ ออกกำลังกาย เป็นต้นค่ะ เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน 
และโทรคุยกับคนที่บ้านให้ผ่อนคลายจากความเหงาค่ะ

วาทยากรระดับ โลก "บัณฑิต  อึ้งรังษี"  เคยเขียนในหนังสือของเขาว่า ตอนอยู่ที่เมกาถ้าคุณเก่งเท่าฝรั่ง - ฝรั่งเฉยๆ ถ้าคุณเก่งกว่าฝรั่ง - คุณก็ยังไม่ดัง ไม่เป็นที่รู้จัก ถ้าคุณเก่งกว่าฝรั่งอย่างเห็นได้ชัด - คุณจึงจะมีโอกาส 

     โดยเฉพาะแรงงานไทย ที่เคยไปทำงานต่างประเทศ ทุกคนต่างคาดหวังว่า ต้องได้เงิน คุ้มค่ากับที่ต้องไป ทนทำงานใช้ชีวิตในต่างประเทศ แต่..ความเสี่ยง มักจะไม่มีผู้ใดกล้าพูดถึง มีเพียงไม่ถึง 20% เท่านั้น ที่จะประสบความสบความสำเร็จ ครับ ด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน หลายคนไปแล้วไม่ได้กลับบ้านเพราะ “ใหลตาย” หลับไปเฉยๆ อย่างที่กาตาร์ ไปกัน 7 คนทำงานในบ่อน้ำมัน ตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อไปทำงาน แต่กลับมาแค่ 6 คนเป็นต้น หรือหลายๆ คนถูกจับติดคุกอยู่ในต่างประเทศ อย่างในไต้หวันมากที่สุดขณะนี้ เพราะดื่มเหล้าทะเลาะวิวาท หรือบางคนกลับบ้าน “ผูกคอตาย” เพราะเงินที่ส่งมาจากการทำงานหนักหมดไปต่อหน้าต่อตา

   แต่ที่ห่วงมากที่สุดคือ “กลัวแฟนหรือเมียนอกใจ” แต่สิ่งที่เหล่านี้ไม่มีใครกล้าพูดถึง  สิ่งที่ได้ยินก็คือ ลูกหรือสามี ส่งเงินกลับบ้าน 2 หมื่นบาท แค่ไปเดือนแรก อีกเดือนส่งมาอีก 3หมื่นบาท หรือ 4 หมื่นบาท สามีบางคนบอกว่า ภรรยาที่บ้านบอกว่าต้องส่งกลับบ้าน 5หมื่นบาทต่อเดือน เป็นประกาสิต โดยไม่รู้ว่าสามีต้องทำงานอย่างไร มีงานหรือไม่ บางเดือนก็ไม่มีโอที ทำให้เกิดความเครียด หันไปหา “สุรา” เป็นเพื่อน เป็นต้น

เหตุผลของคนส่วนใหญ่ที่อยากเดินทางไปหางานที่ต่างประเทศ

    เรื่องของค่าตอบแทน เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การทำงานในต่างประเทศ สำหรับคนที่มีความสามารถเฉพาะด้านขอบอกเลยว่าท่านจะได้รับค่าตอบแทน หรือว่าเงินเดือนที่สูงลิ่วอย่างแน่นอน ภายในไม่กี่ปีถ้าตั้งใจและขยันเชื่อว่าหลายๆคนที่ตัดสินใจดินทางไปหางานทำ อาจจะมีเงินเก็บมากมายก่ายกองเลยก็เป็นได้

   ประสบการณ์ที่จะได้มากกว่าที่คิด เรื่องของประสบการณ์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราไม่สามารถซื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิต การใช้ภาษาที่เราจะสามารถซึมซับไปได้เรื่อยๆตลอดการทำงานและตลอดการใช้ชีวิต แค่เพียงท่านได้มีโอกาสเดินเข้า และมองหางานมองหาช่องทางทำกิน ระหว่างทางนั้นก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของท่านแล้ว

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้ ท่านอยากไปทำงานต่างประเทศ ในฝันของใครหลายคน ควรจะตัดสินใจให้ดีและรอบคอบมากที่สุด การเดินทางเพื่อไปหาประสบการณ์ดีดี เราสามารถเดินได้ไม่มีวันหยุดพัก  อยากสร้างรายได้ อยากมีประสบการณ์หรือไปที่ประเทศอื่นเพื่อหาประสบการณ์ให้ตัวเองก็ขอให้ทุกท่านนั้นมีความสุขและปลอดภัยตลอดการเดินทางครับ
บนถนน ผู้คนยังขันแข่ง ต่างคนแสดงให้ระแวงต่อกัน   ต่างหวังพิชิต ดังดีเด่นมันต้องเป็นของฉัน 
ไม่เหลือการแบ่งปันจนเป็นสันดานของคน
--------------------------------------



ขอขอบคุณ บทเพลง ถนนแปลกแยก มาลีฮวนน่า





Create Date : 08 ธันวาคม 2559
Last Update : 8 ธันวาคม 2559 10:26:19 น. 1 comments
Counter : 261 Pageviews.

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาทักทาย สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: nokyungnakaa วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:16:28:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 1857230
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 1857230's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.