แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
เด็กที่รอคอย กับ 1 ปีที่ผ่านมา

หายไป ค่อนข้างนาน ...

เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองไข่บล๊อคทิ้งไว้ เป็นปีแล้วมั้ง ...


อันที่จริงมีเรื่องอยากเขียนเยอะแยะเต็มไปหมด แต่วันๆมันไม่ค่อยจะมีเวลาเขียนเลยน๊า แล้วถ้ามันเลยโมเม้นท์นั้นไปแล้วจะเรียกความรู้สึกตอนนั้นกลับมาใหม่ให้รู้สึกซู่ซ่าเหมือนเดิม ก้อไม่ได้ซะแล้ว


ก้อเลย ...


ปล่อยให้มันเลยตามเลยไปเรื่อยๆ มาตลอด ไม่รู้จะทำไงกะมันดี แล้วเน็ตที่เมืองไทยก้อช้าระเบิดเถิดเทิง

มีบ้างเหมือนกัน ไปญี่ปุ่นแล้วกะว่าจะใช้เน็ตไฮสปี๊ดที่นั่นอัเพเดทบล๊อคเราให้หนำใจไปเลย ... ปรากฏว่า ไปถึง ก้อออกไปช๊อปปิ้ง(ซื้อข้าวกิน) กว่าจะกลับมาค่ำแล้ว กินข้าวกะเพื่อนร่วมก๊วนอีก อาบน้ำอีก จัดของสำหรับทำงานวันพรุ่งนี้อีก


ไม่เค๊ยยย ...ไม่เคยได้นอนก่อนตีสี่ซักที


มีเหมือนกันหลับก่อนตีสี่ แต่จะประมาณว่าฟุบเพราะเผลอหลับน้ำลายยืด ไม่ใช่ว่าตั้งใจจะนอนจึงได้นอนแต่อย่างใด อย่างสมมติเผลอหลับสามทุ่ม ตื่นมาอีกทีก้อจะประมาณตี2

มะงุมมะงาหราหาคำตอบให้ตัวเองว่า นี่กรูอยู่ที่ใดบนโลกใบนี้(ผ่านไปแล้ว 15 นาที) (เคยเหมือนตื่นขึ้นมาแล้วหลับต่อแล้วฝันไปว่า วันต่อมาคือต้องไปทำงานแล้วแต่ยังไม่ตื่นและไปทำงานไม่ทัน โดนไล่ออก โอ้ยยย...ฝันร้ายอิ๊บอ๋ายเลย...)

กลิ้งไปกลิ้งมา ให้วิญญาณเข้าร่าง(อีก10นาที)

หาน้ำกิน ... อ่ะ น้ำไม่เย็น เดินไปหากระติกน้ำแข็ง (ปาเข้าไปอีก 5นาที่)

ต้องเดินออกจากห้องไปกดน้ำแข็ง(อีก 5 นาที) (หรือ 10นาที กรณี ชั้นที่นอนอยู่คนละชั้นกับห้องทำน่ำแข็งอัตโนมัติ)

เอ้า โอเค ...เรียบร้อยแล้วก้อต้องแก้ผ้า เอ๊ย! เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเสื้อคลุม (อีก 5นาที)


แต่ก่อนหน้านั้น ...


ลืมอะไรไปรึเปล่า



จะอาบน้ำได้อย่างไร ถ้าเรายังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางค์ออกจากหน้า!! ตรงนี้แหละที่แสนจะทรมานจิตใจเสียเหลือเกิน เปล่า ... ไม่ใช่อยากสวยซะจนไม่กล้าล้างมันออก


แต่เพราะว่า กว่าจะล้างมันออกได้แต่ละอย่าง มันกินเวลาไปอีกประมาณไม่ต่ำกว่า 15นาที! เจ้าประคุณเอ๊ย ... ยิ่งวันไหนปัดมาสคาร่ามานี่ ยิ่งไม่อยากจะเซ่ด แล้วคนใส่คอนแท็กเลนส์กะน้ำยาล้างเครื่องสำอางค์บริเวณรอบดวงตานี่ ถูกกันซะที่ไหน

ต้องคอยคิดเกมตลอดเวลาว่า จะต้องถอดคอนแท็กเลนส์ออกก่อน แล้วลงน้ำยาล้างรอบดวงตา เสร็จแล้วปาดไปที่ปากซึ่งทาลิปสติกไว้ แล้วค่อยลงครีมน้ำนมนวดๆๆไปทั้งหน้าในแบบวนขึ้น เสร็จเอาสำลีเช็ด


ครีมก้อลงหนเดียวไม่ได้นะคะ เด๋วไม่สะอาด น้องพลับของสอง แต่เด็กที่รอคอยอาจต้องขอสาม นัยว่าใครที่รู้จักเด็กที่รอคอยเป็นการส่วนตัวก้อคงจะทราบว่าใบหน้านี้มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ (ซึ่งทำให้เปลืองครีมชิบหายเลย ... )


อ่ะ! เช็ดออกหมดละ หมดเวรหมดกรรมกันที
แต่ ... ยังก่อน


นั่นมันแค่เช็ด


เรายังต้องมีกรรมวิธีการล้างมันอีก ล้างเนี่ยก้อลำบากค่ะ อาทิตย์นึงจะต้องให้หน้าเราได้ถูกสครับเอาเซลส์เก่าๆออกไปเสียบ้างจะได้ไม่หมักหมม สครับแล้วก้อต้องนวด แล้วปล่อยมันไว้ซัก 5นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพื่อเปิดรูขุมขนบนใบหน้า


และแน่นอน เมื่อเปิดแล้วก้อต้องปิด
เราจึงต้องตบหน้าด้วยการ ล้างน้ำเย็นเป็นการทิ้งท้าย



คิดว่าจบแค่นั้น?


ถือว่า ผิดอย่างมหันต์


เรายังต้องลง โทนเนอร์สำหรับผิวแห้งอีก เพราะขึ้นเครื่องบินทีไร ผิวก้อมักจะแห้งเป็นขุยทีนั้น


เฮ้ยนี่ยังไม่ได้เริ่มอาบน้ำเลยนะ!!



แต่พอและดีก่า เอาเป็นว่า เด็กที่รอคอยมาเรียนให้ทราบโดยถ้วนหน้าแล้วว่า วันนึงๆที่ไปทำงานในต่างแดนนั้นมันแสนจะทรมานจิตทรมานใจเสียนี่กระไร ก้อแล้วกันนะ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@


แล้วเราจะคุยเรื่องอะไรให้ฟังดีล่ะ


งั้นฟังเล่นๆ เพราะปกติไม่เคยเอาเรื่องที่ทำงานมาเล่าเท่าไหร่ แปลกกว่าคนอื่นเหมือนกันที่มักจะเอาเรื่องตอนทำงานมาเล่าแล้วใครๆก้อหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน


ตามที่คนส่วนนึงรู้กัน เด็กที่รอคอยมีอาชีพเป็นพนักงานต้อนรับบนกำปั่นเหาะ
แม้หน้าตาจะไม่ถึงขั้นนางงามขวัญใจช่างภาพ แต่ก้อมักได้รับคำชมเชยจากบรรดาผู้โดยสารเสมอว่า หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสดีเห็นแล้วก้อชื่นใจ แต่เด็กที่รอคอยคาดว่าคงเป็นตอนที่ได้แอบกินขนมไปแล้วเรียบร้อย ไม่งั้นหน้าจะบูดเป็นตูดหมูมากเมื่อขาดน้ำตาลเป็นเวลานาน

แอร์คนอื่นมักจะส่องกระจกดูว่าลิปสติกจางไปรึยัง
เด็กที่รอคอยต้องคอยส่อง ไม่ก้อถามคนทีทำงานด้วยว่า เศษขนมไม่ติดปากแล้วแน่นะ?


เวลาเสิร์ฟอาหารมื้อค่ำ เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างมีปัญหาสำหรับเด็กที่รอคอย


ที่จริงมันไม่ค่อยจะมีอะไรเท่าไหร่ ไม่ข้าว ก้อ พาสต้า หรือก๋วยเตี๋ยว
แต่เด็กที่รอคอยเพิ่มเมนูให้เค้าได้เรื่อยเปื่อย


"ทานอะไรดีคะ ข้าวแกงไก่ หรือพาสต้าไส้กรอกหมู" ดูดี มีความมั่นใจ ประโยคอันถูกต้องนี้จะดำเนินต่อไปได้ประมาณ2 นาที ตีซะว่าถามผู้โดยสารซักสิบคน

หลังจากนั้น ...

"ทานอะไรดีคะ ข้าวแกงไก่ หรือพาสต้าหมูแกงไก่" น่าน ... เมนูเพิ่มแล้วเรียบร้อย ผู้โดยสารงง เด็กที่รอคอยยังคงยิ้มแฉ่ง (รู้ๆอยู่แก่ใจว่า กรูพลาดไปและ..)

"ทานอะไรดีคะ ข้าวแกงหมู หรือพาสต้าไก่"
"ทานอะไรดีคะ ข้าวพาสต้า หรือแกงไก่หมู"
"ทานอะไรดีคะ ข้าวหรือไก่"
"ไก่หมดแล้วค่ะเหลือแค่ไก่" ฯลฯ ไปเรื่อยเปื่อย ...


โดยมากไม่ค่อยมีใครรู้เพราะเวลาจะออกเสิร์ฟเด็กที่รอคอยจะพุ่งไปขอทำเครื่องดื่มเป็นประจำ แต่เมื่อบางครั้งมันเกิดขัดข้องจริงๆแล้วต้องไปเสิร์ฟข้าว ความจริงอันน่าอายนี้ก้อจะปรากฏให้เห็น แต่ก้อจับไม่ได้ไล่ไม่ทันกันซะทีเพราะมักจะเสิร์ฟอยู่คนเดียวและผู้โดยสารส่วนใหญ่จะฮากับเรา


คือเป็นคนความจำไม่ค่อยดีอย่างแรง
เมื่อก่อนตอนทำงานใหม่ๆไฟยังแรง details เล็กๆไม่เคยพลาด


เด๋วนี้ต่อให้ย้ำสองรอบ ก้อยังต้องขอให้ใครมาช่วยเตือนอีกที ได้โปรดอย่าถือโทษโกรธแอร์ที่มักจะลืมนั่นลืมนี่ที่คุณขอเลยค่ะ อากาศบนเครื่องมันน้อย ทำงานไปนานๆ สมองมันไม่ค่อยได้รับออกซิเจน มันฟั่นเฟือนง่าย


อย่าถือสากันเลยจ้ะ ...




@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@



เวลาขึ้นเครื่อง คุณอยากดื่มน้ำอะไร


เอาง่ายๆ บน cart เครื่องดื่มที่เข็นมา มักจะมีเครื่องดื่มดังต่อไปนี้

น้ำผลไม้ อันได้แก่ น้ำส้มน้ำแอปเปิ้ล น้ำมะเขือเทศ
น้ำอัดลม อันได้แก่ โค๊ก เป๊บซี่ ไดเอทโค๊ก/เป๊บซี่ สไปร์ท เซเว่นอัพ น้ำขิง(จิงเจอร์เอล) โซดา น้ำโทนิค
ไวน์ขาว ไวน์แดง
เหล้าประเภท ขวดมินิ หรืออย่างน้อย วิสกี้ เบอร์เบิ้น ขวดใหญ่
เบียร์ ไปถามยี่ห้อกันเองเอง แต่โดยมากจะมี draft หรือ light
ยอดฮิต น้ำเปล่า
และ น้ำแข็ง

ชา กาแฟ อันนั้นยกมาเสิร์ฟทีหลังหรือตอนนั้นเลย อยู่ที่มาตรฐานของสายการบินที่คุณเลือกบิน ต้องดูกันเอง


แอร์จำนวนไม่น้อยที่จะต้องพบกับความน่าอึดอัดใจเวลาที่เข็น cart มาถึงตัวผู้โดยสาร แล้วถูกถามว่า

"มีน้ำอะไรบ้าง?"

บางคนไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน บางคนไม่เคยเจอกับการจัด cart แบบสายการบินนี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้โดยสารท่านนั้นมีประสบการณ์อย่างไรในชีวิต เด็กที่รอคอยไม่เคยคิดโกรธหรือรำคาญแต่อย่างใดมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ ไม่รู้ก้อควรถาม


ขอมา แต่ให้ไม่ได้ ก้อมีถมไป

"ดื่มอะไรดีคะ"
"ขอน้ำบักเขียบ" ( ....... เอ่อ .......... ) วันนั้นหา native speaker ไม่ได้เลย ก้อเลยบอกไปแค่ว่า ไม่มี



บน cart มีน้ำส้มตั้ง เห็นๆเลย
แต่ขอน้ำแครนเบอร์รี่ น้ำสับปะรด น้ำเสาวรส น้ำแคนตาลูป ...


มีน้ำแอ๊ปเปิ้ล
ถามอีกว่า คั้นเองรึเปล่า ...


บางคนชีวจิต ขอน้ำแครอท น้ำใบบัวบก น้ำบีทรูท


บางคนก้ออยากน้ำอ้อย น้ำเก๊กฮวย น้ำมะพร้าว(โทษค่ะพี่ นู๋ล้างหน้าหมดแล้วเมื่อคืนวาน)

บางคนกลัวชีวิตอยู่แต่บนเครื่องจะไม่ซาบซ่า ขอแฟนต้าน้ำแดงละกัน (เคยมีคนบอกกลับไปว่า แฟนต้าไม่มีค่ะ ดีนะป้าแกไม่ตอบกลับมาว่า งั้นขอมิรินด้า... )

ขอนม ให้นม แล้วบอกว่า ไม่ใช่ อ้าว ...
อ๋อ ขอเบียร์ แต่เราได้ยินว่า นม (บีรุ & มิรุกุ)


ขอสมูทตี้ คาเมลแฟร๊ปปูชิโน่ ยังมีเลยคุ๊ณ....

ต่างๆเหล่านี้ บางครั้งก้อถือว่าเป็นความฮาคลายเครียดของเด็กที่รอคอย ยกเว้นตอนที่มันยุ่งมากๆจนอยากจะแยกร่างได้สักสี่ร่าง ยิ่งถ้าขอไม่เหมือนกัน ชนิดว่าแถวเดียวขอ กาแฟใส่นม ชาร้อนใส่มะนาว ว๊อดก้าน้ำส้ม เป๊บซี่น้ำแข็งเยอะๆ บลัดดี้แมรี่ เบียร์ ไวน์ขาว ... ตามด้วยน้ำเปล่าอีกสี่แก้ว น้ำแข็งสอง อ่อ ขอน้ำร้อน 1 ด้วย


ก้อทำให้รู้สึกเหมือนกันว่า อยากจะตั้ง cart ไว้ซะตรงนั้น
แล้วขอใหช่วยลุกมาหากินเอาเองเถอะจ้ะ


แอร์เหนื่อย ขอกลับไปนั่งกินข้าวก่อนนะ ...



@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@


แอร์ สจ๊วต คู่กะการนอนโรงแรม

นอนโรงแรม ก้อใช่จะหมายความถึงโรงแรม ห้าดาว หก ดาว

บางครั้งสี่ดาว หรือสาวดาวใกล้สี่ นี่ก้อถือว่าหรูแล้ว

(ตอนนี้ไม่ค่อยสนใจว่าหรูไม่หรู สนใจแค่ มีเน็ตให้ใช้ฟรีหรือไม่มี ถ้าไม่มีชีวิตจะกร่อยมาก จนถึงมากที่สุด..

)


นอนโรงแรม มีอย่างเดียวที่คนพูดถึงไม่มีหยุดหย่อน


"ผู้มาเยือนยามวิกาล"

หรือใครจะเถียง?

เด็กที่รอคอยเองมีถิ่นประจำที่ต้องไปนอนเวลาไปทำงาน ชนิด เป๊ะๆ
แต่ละที่ ก้อมีเรื่องเล่าขานกันจนน่าขนหัวลุก บางที่ถึงกับยอมตัดปัญหา ปิดห้องนั้นไปเลยไม่ต้องให้พนักงานคนใดใช้จะได้ไม่ต้องมีปัญหาพนักงานมาขอเปลี่ยนห้องอีก


ไว้งวดหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อ ... ว่า ใคร ไปเจออะไรกันมาบ้าง (แต่วันนี้มันไปดื้อๆยังงี้เลยนะ?! )



Create Date : 13 ธันวาคม 2550
Last Update : 13 ธันวาคม 2550 18:01:23 น. 14 comments
Counter : 396 Pageviews.

 
มาขำครับ เป็นเอามากถึงกับต้องไปอัพตปทเชียวเหรอ...

เคยขอเบียร์บนเครื่อง มีย้อนถามว่าอายุถึงเหรอ... ตอนนั้นก็ปาเข้าไป27แล้ว คุณแอร์ก็มาบอก ต๊าย27เท่ากันเลย ฉอดๆๆ
เออ แล้วเบียร์ป๋มล่ะ....


โดย: แป๊กก วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:6:24:19 น.  

 
โอ้ว ชีวิตบนเครื่อง สุดแสนจะฮา
ถ้าได้ฟังจากปากจะฮากว่านี้เยอะ


โดย: แว่นน้อย IP: 203.155.135.100 วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:11:04:55 น.  

 
โอ้ พี่อ้อนกลับมาอัพบ๊อคแล้ว ชอบอ่านอ่ะ ฮาทุกตอนเลย


โดย: Bowbow IP: 203.148.162.193 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:10:28:19 น.  

 
555 นึกว่าอ่านบินแหลก อยู่ซะอีก

มาบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ และอัพบล็อกแล้วคะร้าบบบ


โดย: อีแร้งที่ลอยคอ (เซียวเปียกลี้ ) วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:17:28:26 น.  

 
คุณเซียวฯ : เฮ้เฮ้ มิบังอาจไปสู้กะนักเขียนที่ได้พิมพ์หนังสือออกมาอย่างเป็นทางการนั้นหรอกน่า ถ้าเด็กที่รอคอยออกหนังสือ มีหวังว่ามันจะได้ชื่อว่า "บินชิบหายวายป่วง" มากกว่า

แวะไปเยี่ยมบล๊อคแล้วนะคะ ไม่รู้จะปั่นบล๊อคสู้ได้เท่าไร นาริตะที่ไป มันแค่ไม่กี่ก้าวเองจากโรงแรม เศร้า



โบ่โบ๊ : ขอบคุณนะคะที่ชอบแนวทางเขียนอ้อนมาตลอด

ก้อมีแต่โบนี่แหละ ที่ทำให้อ้อนพอจะวางใจได้บ้างว่า เราเขียนพอจะรู้เรื่องกะเค้าเหมือนกันนะ


น้อย : อ่ะ เด๋วไปสนทนาบ้านน้อยใหม่ แต่ต้องนึกวีรกรรมก่อนนะ มันจะค่อยๆมาเรื่อยๆจ้ะ ฝากสวัสดีปีใหม่หม่าม๊าด้วยนะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงๆจ้ะ


คุณแป๊กก : อันนี้ก้อคงเป็นข้อสรุปความสงสัยข้องใจของคุณแป๊กกแล้วใช่มั้ยคะ ว่า ทำไม วันนั้นเบีย์ถึงมาไม่ถึงมือซะที อย่าถือสาค่ะ อย่าถือสา เด็กที่รอคอยเคยเสิร์ฟผิด จาก จิงเจอร์เอล เป็นไลท์เบียร์ด้วยซ้ำไป คนที่ได้ไป ก้อ งง ไปเลย


แต่ก้อกินนะ แล้วค่อยมาขอใหม่ เป็น จิงเจอร์เอล น็อน แอลกอฮอลลิค ดูมั๊นนนนน


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:14:26:45 น.  

 
สุขสันต์ปีใหม่จ้าอ้อน
ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง มีแรงเล่าเรื่องขำขันได้เรื่อยๆ นะ


โดย: vee vee' วันที่: 31 ธันวาคม 2550 เวลา:22:26:35 น.  

 
วี่ : ดีใจจัง!! วี่มาอวยพรให้อ้อนแวะไปคุยในบล๊อคแล้วนะ


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 1 มกราคม 2551 เวลา:23:37:58 น.  

 
สวัสดีปีใหม่อ้อนเช่นกันจ้ะ ขอให้สวยวันสวยคืน มีสุขภาพแข็งแรง
น้อยเพิ่งมีโอกาสแว๊บมาหาอีกรอบ

*โหมดรันทดและเซ็งเจ้านาย*


โดย: แว่นน้อย IP: 203.155.135.100 วันที่: 5 มกราคม 2551 เวลา:16:36:24 น.  

 
หวัดดีปีใหม่จ้าน้อย

ขอให้น้อยก้อสวยวันสวยคืนสวยค้างคืน มีสุขภาพแข็งแรง


ไว้ฟัดกับเจ้านายให้รู้ดำรู้ดีรู้แล้วรู้แร่ดไปเลยจ้ะ


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 6 มกราคม 2551 เวลา:0:52:03 น.  

 


โดย: ,,,, IP: 125.27.164.206 วันที่: 11 มกราคม 2551 เวลา:21:51:03 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ครับ หายไปดองอีกละ


โดย: แป๊กก วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:3:37:17 น.  

 
• นี่ๆตัวเองอ้วนมากไปแล้วขาก็ใหญ่พุงก็โย้แขนยังกะนักมวยปล้ำมาที่นี่นะเราช่วยได้http://deejung.asso.ws


โดย: Sirikarm IP: 58.9.58.69 วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:17:17:54 น.  

 
^
^
^

นี่ นังโฆษณาแฝง แกน่ะสิที่ขาใหญ่พุงโย้แขนเป็นนักมวยปล้ำ แถมสมองยังกลวงอีก



ชั้นจะประจานแกไว้ในนี้แบบนี้แหละ อะไร ไม่ได้รู้จักมีมารยาท ไปที่ไหนก้อเที่ยวเป็นพยาธิกาฝากอยู่ในเว๊บเค้าแล้วยังปากไม่มีหูรูดสมองไม่มีรอยหยักความคิดไม่มีการกลั่นกรองอีก และสงสัยว่าจะไม่มีทั้งปัญญาในการนำเสนอ และไม่มีปัญญาทางการเงิน อีกด้วย ถึงได้ชอบทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้



อีกอย่าง



หน้าด้าน นะยะ หล่อนน่ะ .... รู้ตัวมั้ย?



หน้าด้านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!









โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:23:35:58 น.  

 
ฮ่าๆๆๆ


โดย: แป๊กก วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:4:19:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กที่รอคอย
Location :
กรุงเทพ Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




จะเป็นกรวดหรือเพชร ถ้าไปนึกรักมันเข้าแล้วหายไปเมื่อไรก็เสียดาย ยิ่งรักมากก็ยิ่งเสียดายมาก บางคนถึงกับเสียคนไปก็มี


"ถ้าเราไม่อยากทุกข์มากไม่อยากเสียคน ก็อย่าไปรักอะไรให้มากนัก ถึงจะรักก็ต้องรู้กำพืดว่ามันเป็นเพชร หรือเป็นกรวด"


ถ้ารู้ราคาจริงๆของมันเสียแล้วถึงมันจะหายไป เราก็จะไม่เสียดายมากนัก

(จาก "สี่แผ่นดิน" โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add เด็กที่รอคอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.