แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
13 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
มีแต่เรื่องน่ากลุ้มใจ...




เฮ้อ......................




อาทิตย์ที่แล้วทำบลูเบอร์รี่ชีสพาย แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ชาวบ้านเค้าใส่น้ำมะนาวกันสามช้อนโต๊ะ เด็กที่รอคอยล่อซันคิสต์ไปลูกนึง ไม่ทราบอารมณ์อยากประชดสังคมรึเปล่า หรือเพราะคิดว่า การที่เราไม่มีมะนาวติดบ้านซักลูกนั้น ซันคิสต์คงจะมาแทนที่ได้ แต่มันคงไม่เปรี้ยวฉะนั้นอย่ากระไรเลย เอามันทั้งลูกรสชาติคงไม่ต่างกับมะนาวสามช้อนโต๊ะ


ผลที่ออกมาก้อคือ .... ไอ้ชีสพายที่ "ใครๆแม้จะเป็นมือใหม่ไม่เคยทำขนมมาก่อนก้อไม่พลาด" กลายเป็นชีสพายที่พ่อเปิดตู้เย็นมาเห็นแล้วอุทานออกมาอย่างลืมตัวว่า


"อัปลักษณ์อะไรอย่างนั้น?!" ........... กะอีแค่ชีสมันไหลออกมากระฉอกถาด แค่บลูเบอร์รี่ที่ซื้อมามันเป็นแบบไม่มีรสเลยเอาไปเชื่อมเองใส่เจลาตินให้มันเกาะตัวเอง ...แต่ใส่มากไปหน่อยพอแช่ตู้เย็นมันเลยกลายเป็นเยลลี่บลูเบอร์รี่


แค่เนี้ย......



เด่อเอ๊ยยยยย............!







ก้อได้แต่ปลงว่าเด็กที่รอคอยคงเป็นพวก หนึ่งในร้อย สิ่งใดใครทำได้ง่ายๆไม่พลาด ... ตรูทำไม่ได้


หมายเหตุ : แต่รอบสองแก้มือ ทำได้ดีมากนะคะ น้อง ก. ที่เป็นรุ่นน้องและลูกมือบอกเลยว่า "พี่อ้อน! นี่แหละๆ ช่ายยยยยยยยยยยยยยยยย เลยยยยยย...!!"



เรื่องต่อไป...

ทะเลาะกะเด็ก ถึงแม้ไอ้เด็กเวลล์นี่มันก้อปาเข้าไปสิบเก้าแล้วแต่ขอโทษ ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอยู่ดีล่ะวะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! เนเวอร์ ทูยัง ทูเลิน แมนเนอร์ส นะเหวยเฮ้ย ขออภัย อันนี้ความคุมันพลุ่งพล่าน

เบื่อมันมาก เบื่อ เซ็ง รำคาญ เหนื่อยหน่ายทั้งตัวมันและเมียมัน demanding สูงทั้งคู่อยากได้นั่นอยากเอานี่ แต่ความสามารถยังไม่มี ทำไมไม่รู้จักคิดไปฝึกฝนเอาบ้าง

ไม่ได้อยากได้คนที่คิดว่าตัวเองเก่งอีโก้สูง ชอบอวดตัวเองว่าข้านั้นแน่ แต่นิสัยเข้ากับใครเค้าไม่ได้เลย เพราะงานนี้เราทำงานเป็นทีมเวิร์ค คนเรามันไม่ได้มีข้อดีเต็มร้อยทุกคน แต่ถ้าข้อเสียมันเริ่มเยอะตามมา โอ้...ก้อไม่ไหวนะ รออีกนิดนึงก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้... รออีกนิดนึงก่อน




จะยื่นโนติสล่วงหน้าสี่อาทิตย์ ขอเชิญออกจากงานให้ดู


ไปหาเอาเหอะ ใครดีกว่าชั้นเนี่ย ร้านไหนที่ว่า ทำอะไรดีกว่านี้อย่างที่พูดโดยไม่คิดยั้งปากเนี่ย ไปเลย...จะปล่อยให้ไป แล้วอย่ามาร้องจะขออยู่ต่อ

ทำงานมาสิบปี ดุพนักงานเสียงดังสักครั้งก้อไม่เคย จะสบถคำแรงๆออกมารึก้อไม่มี ไล่ใครออกแบบเฉดหัวก้อไม่เคยทำ ถึงจะเคย แต่พอใครมาขอร้องอยากทำต่อจะปรับปรุงตัว ชั้นก้อให้โอกาสเสมอ เงินค่าแรงก้อจ่ายตามกฏหมายแรงงาน


จะเอาอะไรอีก .... ห๊า จะเอาอะไรอี๊กกกก!!




ร้านไหนดีๆ ไปเหอะไปอยู่กะเค้าเหอะ อยากให้ไปเจออ่ะ ไอ้พวกแรงๆเนี่ย อยากให้ไปเจอที่เค้าจะร้ายๆใส่มัน


จะได้รู้....





เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องเล็กๆ......


เรื่องเนี้ย








คือ ไม่รู้มันมาจากไหน แต่คงแอบอยู่ในร้านมาระยะนึงแล้ว เพราะตอนพ่อแม่กลับมาจากเมืองไทยเมื่อเดือนก่อน เด็กที่รอคอยดูดฝุ่นร้านแล้วเจอซากมัมมี่อยู่หนึ่งซาก... ก้ออึ้งไปเล็กน้อยเพราะถ้าหากว่า มันมีอยู่ตรงนั้นตัวนึง ก้อมีสิทธิ์ ที่มันจะมีครอบครัวอยู่ในอาณาเขตอีกนะ แต่ตอนนั้นยังไม่เจอแหล่งซ่องสุม เลยบอกให้พ่อรับทราบ


พ่อก้อไปเรียก mouse buster (กระบวนการมันยิ่งใหญ่คล้ายๆ ghost buster เหลือเกินเลยอยากเรียกอ่ะ) ฉีดยารอบบริเวณร้านแล้ว เราก้อลืมมันไปเลย แต่แล้วก้อมีเหตุการณ์อันชวนตื่นเต้นเกิดขึ้นเมื่อวันก่อน


เด็กที่รอคอยกำลังทำอะไรอยู่นะ ... อาจจะกวาดใต้โต๊ะด้านหลังครัวอยู่ แล้วหางตามันแว๊บไปเห็นอะไรเข้าให้แว่บนึง

เดาว่าอะไรกัน?



ก้อ ตามนั้นแหละค่ะ มีเจ้าหนูตัวจ้อยมันวิ่งจรู๊ดดดดดดดดดดด รวดเร็วปานติดจรวดผ่านจากบริเวณที่เค้ากำลังผัดกับข้าว ข้ามไปยังฝั่งที่เค้าล้างจาน เด็กที่รอคอยก้อเลยอุทานว่า

"อ๊ะ....หนู"



คิดว่าเด็กที่รอคอยกลัวหนูกันล่ะสิ เสียใจนะ เดาผิดค่ะ ไอ้กลัวน่ะไม่กลัวหรอก ตัวมันนิดเดียวเอง ถ้าเป็นหนูอย่างเมืองไทยบ้านเราที่ตัวยังกะลูกแมวนี่ก้อ เอ่อ....... น่าสยองมากกว่าน่ากลัว


นอกเรื่องแป๊บนึง เด็กที่รอคอยไปเจอเหตุการณ์ใกล้ชิดกับหนูสยองเข้าให้ก่อนจะกลับมาจากเมืองไทยนี่เอง มีอยู่วันนึง จะหุงข้าวกิน ก้อเลยเดินเข้าครัวไปเปิดฝาถังข้าวขนาดเล็กที่วางไว้บนโต๊ะซึ่งปกติป้าจะเอาอะไรหนักๆมาทับฝาเอาไว้ อีท่าไหนไม่รู้วันนั้นป้าเกิดลืม เด็กที่รอคอยก้อไม่ได้คิดอะไรจึงเปิดฝาออกเพื่อตักข้าวสาร


เดาออกม๊า...ว่าเกิดอะไรขึ้น


หนูสยองตัวนึงมันกระโจน พรวด!!! ออกมาจากถังข้าวสาร เด็กที่รอคอยตกใจแทบสิ้นสติ ร้องกรี๊ดดดดดดด!!ออกมาลั่น แล้วกระโดดถอยหลังออกมาจากตรงนั้นชนิดไกลโคตะระพ่อโคตะระแม่ จนน่าลงชื่อขอไปแข่งกีฬาโอลิมปิคกระโดดไกลแบบถอยหลัง ไม่รู้เหมือนกันทำได้ไง แต่รู้ว่าตอนนั้นคงสุดยอดของความช๊อคแล้ว หนูมันก้อคงตกใจ มันกระโดดออกมาปุ๊บมันก้อกระโดดสูงแลนด์ลงพื้นอย่างไม่กลัวตาย แล้วจากนั้น คนก้อไปทาง(ฉิ๊ววววววว) หนูก้อไปทาง(ฉิ๊ววววว)



ใจจะขาด เมื่อนึกถึงฟามหลัง น่ากลัวอิ๊บอ๋ายเลย


ต่อจากความเดิม...........


เมื่อเด็กที่รอคอยอุทานออกไปแล้วว่า "อ๊ะ...หนู" ก้อพลันได้ยินเสียงสามเสียงกรี๊ดลั่นสนั่นปฐพี อันประกอบด้วยเสียงของ น้อง ก. หนึ่งล่ะ ...เสียงของแม่ครัวที่จ้างมาอีกหนึ่งล่ะ และเสียงสุดท้าย ถูกต้องค่ะ



เสียงแม่ของเดี๊ยนเอง ดังกว่าใครเค้าเพื่อนเลยเพราะแม่กลัวหนูเอามากๆ แต่ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก้อคือว่า



คนสามคน ที่ตัวโตกว่าหนูไม่รู้กี่เท่า กำลังกรี๊ด แถมยังเต้นเร่าๆ คล้ายกับ โนบิ ทามาโกะ แม่ของโนบิตะยามเห็นหนูยังไงยังงั้นเลย สาบานได้ เค้าไม่ได้นัดกันเต้นนะอ่ะ!



คืนนั้น...เมื่อใกล้เลิกร้าน เราก้อได้พบกับซากหนูเคราะห์ร้ายตัวนั้นนอนตายอย่างสงบในมุมนึงขณะที่เราทำการฉีดน้ำล้างครัว มันคงจะไปกินอะไรตรงบริเวณที่ฉีดยาเอาไว้แล้วโดนพิษจนต้องวิ่งหัวซุนออกมาหาน้ำกินแต่สุดท้ายก้อต้องจบชีวิตลงอย่างสงบ......... ขออโหสิกรรมเค้าไปแล้ว ขอให้เกิดใหม่ในชาติภพหน้าได้เกิดมาดีกว่านี้


ร่วมอนุโมทนาสาธุด้วยนะคะ



ป.ล. ยังแอบเอาซากหนูใส่ถุงไว้แหย่แม่อยู่ดี ทำให้แม่ไม่กล้าเข้ามาใกล้และเงียบๆเสียงบ่นลงไปได้มาก นับเป็นอานิสงส์จากหนูอย่างแรงเลย









Create Date : 13 กันยายน 2548
Last Update : 23 กันยายน 2548 1:42:43 น. 18 comments
Counter : 561 Pageviews.

 
สู้ต่อไป อ้อน!!!


ขนม ทำไม่อร่อย ไม่ต้องทิ้ง เอาไปให้ไอ้นั่นมันกินซะ ใส่ยาเบื่อทีละนิดๆ


โดย: Second impact วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:7:40:26 น.  

 
ไม่ค่อยอัพแต่อัพทีบ่นเป็นชุดเลยเหวยยย


โดย: แป๊กก วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:8:33:25 น.  

 
เอิ๊กๆๆๆ ขำคุณคนแรกน่ะ nice idea นะคุณอ้อน 5555

น่าเสียดายนะคะน่าจะถ่ายรูปอันที่ทำสวยๆมาด้วย อันแรกน่ากลัวจริงๆ ขนาดหิวจัดๆยังไม่กล้าทานเลย

ตอนนี้ยังเก็บซากหนูไว้อยู่อีกรึเนี่ย


โดย: Fruit_tea วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:9:22:05 น.  

 
เขียนได้หนุกดีอ่ะ แล้วจะเข้ามาอ่านเรื่อยๆครับ


โดย: หลงทางผ่านมา IP: 203.146.245.253 วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:9:36:38 น.  

 
เอิ้กๆ เรื่องบลูเบอร์รี่ชีสพาย หน้าตา unique ดีจริงๆค่า แต่นับว่าพี่ขยันมากเลย เอาบลูเบอร์รี่มาเชื่อม ท่าทางคงอร่อยนะนี่ (แม้หน้าตาจะunique XD)

เด็กคนงาน ... เค้าว่ากันว่าลูกจ้างมีหลายแบบ ได้คนดีก็ดีไป ... ได้คนกวนตีน ...ต้องเจอพี่อ้อนเรา

หนู ... คนที่เต้นนี่ คนไทยหมดเลยรึเปล่าง่ะ (ขอ sub title คำอุทานภาษาอังกฤษหน่อยเต๊อะ ) แต่ต้องระวังนะคะ ถ้ามันโดนเห็นนอกครัวล่ะแย่เลย


โดย: bowbow (thingummy ) วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:13:13:20 น.  

 
ขำบลูเบอรี่ชีสพาย อิ อิ มีเพื่อนกบเคยทำเอาไปงานปาร์ตี้ มีคนบ่นว่า ไม่เห็นอร่อยเลยไปซื้อมาจากไหนเนี่ย เพื่อนก็งอน
คนบ่น : (พยายามง้อ) แต่ crust ใช้ได้เลยนะ
เพื่อน : crust สำเร็จ ซื้อเค้ามาก
คนบ่น : บลูเบอรี่กินจริงๆแล้วก็อร่อยมาก
เพื่อน : บลูเบอรี่ก็ซื้อเค้ามา สรุปว่าที่ไม่อร่อยคือ fillingที่เค้าทำใช่มั้ยล่ะ
คนบ่น : (เหงื่อตก)

รูปหนูที่อ้อนเอามาแปะเหมือนเมาส์หนูอย่างยิ่ง


โดย: froggie IP: 203.188.4.85 วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:14:58:59 น.  

 
กบ<<< เล่าได้เห็นภาพมั่กๆ ทีแรกจะสงสารคนทำขนม แต่พออ่านจนจบ สงสารคนที่ง้อมากกว่า สุดท้ายก้อจนตรอกจนได้ อาเมน... จริงๆอ้อนก้อเป็นคนชอบกินมากกว่าชอบทำนะเข้าใจว่าตัวเองลิ้นจระเข้พอสมควรด้วยสิ แต่ว่า...


ทำไม๊ ทำไม อ้อนกินเค้กเร็วไม่ค่อยทันกบก้อไม่รู้



โบ่โบ๊<<<เป็นคนจิตใจดีมาก ไว้อ้อนจะทำแบบ unique ให้กินถาดนึงสำหรับโบโดยเฉพาะ

คนที่เต้น มีแม่ครัวชาวอินโดจีนอยู่คนเดียวนอกนั้นเป็นคนไทยฮ่ะ แต่ ณ วินาทีนั้น สาวๆทั้งสามชีวิต ไม่ว่าจะสาวน้อย หรือ สาวน้อยลงทุกวัน ต่างก้อกรี๊ดกันลั่นไม่มีใครอุทานศัพท์ที่สามารถจับมากระเดียดได้เลย แต่เรื่องหนูๆนี่จริงๆแล้วเมื่อก่อนมันเคยออกไปเพ่นพ่านข้างนอกบริเวณที่เสิร์พแขกนะ เด๋วยังไงจะขอเล่าอีกทีเป็นภาคสองละกัน ขอบอกว่าเรื่องนี้ ดูไม่จืดเลยล่ะ



คุณคนหลงทางผ่านมา<<< ขอบคุณค่ะที่ชม ว้าว... นานๆเจอคนหลงมานะเนี่ย ยังไงก้อแวะมาเดินเล่นอีกให้ได้นะคะ


คุณมุ๋ม<<< โห ใจร้ายยยยย รสชาติบลูเบอร์รี่ที่กลายเป็นแยมมันก้อพอช๊ายล่ายน๊า... แต่ครีมชีสเนี่ยสุดท้าย ต้องเททิ้งทั้งถาดเลย แฮ่ะๆ อันที่สวย เด๋วจะโพสให้ดูงวดหน้าละกันค่ะ คือ ไม่งามเลิศในปฐพี แต่ไม่มีความน่าสะพรึงกลัวเท่าถาดแรกแน่นอน


ป.ล. ซากหนู เหวี่ยงลงถังขยะไปแล้ว ไม่สามารถขุดหลุมฝังให้ได้เพราะสภาพสถานที่และเครื่องมือไม่พร้อม ทิ้งไปแล้วยังยกมือไหว้ขออโหสิซากหนูอีกตะหาก


คุณแป๊กก<<< โห ยาวแต่ก้ออุตส่าห์อ่าน ก้อเวลามันไม่ค่อยมีเลยต้องอัดมันทีเดียวให้คุ้มบล๊อค ยังไงขอนับถือในความอดทนอ่านเด็กที่รอคอยบ่นทุกงวดค่ะ


ป.ล. งานที่ดีไซน์ไว้แจ่มมากเลยค่ะ นับถือๆ


พี่แอน<<<เอ่อ พี่แน่ใจนะว่าไม่โหดร้ายเกินไป อ้อนว่าไม่ต้องใส่ยาเบื่อก้อได้ แค่มันเห็น มันก้อคงยอมตายดีกว่าโดนกินยาเบื่ออ่ะ


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:1:36:25 น.  

 
โอ้โห เรื่องหนูๆ ที่ไม่หนูเลย
แถวบ้านน้อย ตัวมันไม่น่ารักแบบในรูปอ่ะ อย่างที่อ้อนบอก ตัวน้องๆ ลูกแมว สีดำๆ อยู่ตามท่อน้ำ แต่เจ้าพวกนี้นานๆ มาให้เห็นที ก็เลยเฉยๆ แต่ที่เห็นแล้วจะยัวะ และหยะแหยงคือ แมงสาบบบบบบ อี๋ มันชอบบินใส่ง่า


โดย: แว่นน้อย IP: 203.113.76.75 วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:8:56:46 น.  

 
กลับมาอ่านอีกรอบ หรือว่า พี่แอนจะหมายถึงให้อ้อนเอาชีสพายใส่ยาเบื่อให้ไอ้เด็กเวลล์นั่นกิน โอ้ถ้าอย่างนั้นก้อเป็นไอเดียที่เรี่ยมไปเลยค่ะ!




(หมายเหตุ : นู๋เป็นคนกลัวบาปนะ...แต่มักจะห้ามใจไม่อยู่)



น้อย<<< พอกะอ้อน ก้อเลยไม่กล้าออกปากต่อว่าสามสาวนั่นว่า "หนูตัวกะติ๊ดไปกลัวมันทำไม" เพราะเราเองก้อใช่ย่อยนะเวลาปะทะกับสิ่งที่เกลียดและกลัวสุดๆในชีวิต แต่เท่าที่สังเกต แมลงสาปที่ออสไม่บินนะน้อย สนใจย้ายมาอยู่ด้วยกันมะ


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:22:46:36 น.  

 
เห้อ..
นะ...

ชีวิตช่วงนี้ก้อมีแต่เรื่องน่ากลุ้มจายยยเหมียนกัน


โดย: ชั้นเอง IP: 61.91.144.192 วันที่: 15 กันยายน 2548 เวลา:17:32:41 น.  

 
ก๊าก

หัวเราะบนความทุกข์คนอื่น ลืมตัไป


โดย: la-la-bell วันที่: 16 กันยายน 2548 เวลา:1:02:31 น.  

 
ปกติไม่สนใจหน้าตาอาหารค่า ถ้ารสชาติโอเคก็พอแล้ว เพราะงั้นถึงพายอ้อนจะหน้าตาอย่างนี้แต่ฟามจริงอาจอร่อยเหาะก็ได้นิ

พูดเรื่องบลูเบอรี่ชีสพายมันก็มีฟามหลังเหมือนกัน(เอ๊ะ ทำไมพักนี้ชอบเล่าความหลังนักนะเรา...) เคยไปบ้านเพื่อนแล้วคุณแม่ของเพื่อนทำบลูเบอรี่ชีสพายให้ทานกันค่ะ ซึ่งรสชาติก็อร่อยดีเลยแหละ ไอ้เราก็ความที่ไม่มีอะไรพูดแต่ก็อยากชวนคุณแม่ของเพื่อนคุยแก้เขินก็เลยถามท่านว่าบลูเบอรี่ชีสพายนี่ทำยังไงคะ ปรากฏว่าท่านตอบแบบทีเล่นทีจริงว่าจะหลอกถามสูตรล่ะสิ อะไรทำนองเนี้ยอ้ะค่ะ ทำให้เราถึงแก่อึ้งไปเลย คิดเตือนใจตัวเองได้ว่าถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็ไม่ต้องหาเรื่องมาพูดจะดีกว่า (จริงๆ แล้วเราเป็นคนทำขนมฝรั่งไม่เป็นเลยล่ะค่า แล้วก็ไม่คิดจะทำเพราะมีพี่สะใภ้ที่ทำขนมอบ เบเกอรี่ได้เก่งมากทำให้ทานอยู่แล้ว 555 แต่ถ้ากับข้าวไทยๆ ก็พอสู้ๆ ได้หลายอย่างอยู่ค่ะ อิๆๆ)


โดย: วีวี่ IP: 203.151.140.121 วันที่: 16 กันยายน 2548 เวลา:2:13:35 น.  

 
วี่<<<แป่ววววว เจอมุข "จะหลอกถามสูตรละสิ" อ้อนก้อคงอึ้งเหมือนกัน แต่อาจจะต้องรีบต่อทันทีว่า "แหม...ก้อกินที่ไหนๆมา ก้อไม่อร่อยเหมือนกินฝีมือแม่" เคยเหมือนกันนะ แต่เป็นแม่เพื่อนที่ค่อนข้างสนิท ไปค้างบ้านเค้าทีไรแม่เค้าจะดูแลเราเหมือนดูแลลูกเค้าแหละ อ้อนเป็นโรคตื่นสายอยู่แล้ว ก้อลงมาอาบน้ำแล้วก้อพบว่า มีอาหารตั้งอยู่บนโต๊ะเป็นมื้อเช้า ไอ่เราก้อทำตัวไม่ถูกเพระแม่ที่บ้านเราไม่ได้ตั้งไว้ให้แบบนี้ แต่จะเป็นแนว "แม่มีให้ในตู้เย็นนะลูก ไปอุ่นกินเอาเองละกัน" ซะมากกว่า เพราะบางทีอ้อนไม่กินอะไรเลยจนกระทั่งบ่ายสองบ่ายสามไปแล้ว ที่บ้านเลยไม่มีใครมาจัดอะไรไว้ให้นอกจากเอ่ยปากบอกเองว่า "หิว"

สรุปว่าก้อต้องนั่งกินอย่างไม่คุ้นเคย ก้อเลยพูดไปเหมือนกันว่า แกงแดงไก่นี่อร่อยจัง แม่เค้าก้อบอกว่า อ๋อนี่แม่ซื้อมา ....... แป่ว พลาดไปแล้ว เอาช็อตใหม่ ....หมูทอดนี่ก้ออร่อยค่ะ ..."อันนี้เพื่อนบ้านทำแล้วแบ่งมาให้" คราวนี้แม่เค้าเริ่มจับทางเราได้ละ เลยบอกมาว่า "แต่น้ำเก๊กฮวยนี่แม่ทำเองนะ รสดีมั้ยลูก?" อ้อนเลยได้โอกาสเหมาะเลย

"เป็นเก๊กฮวยที่อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะแม่!" เก๊กฮวยช่วยชีวิตแท้ๆ ตรู... เกือบเก๊กซิมแล้ว


ป.ล. อิจฉาวี่จังเลย แม่อ้อนทำหนมแบบนั้นไม่เป็นอ่ะ ปัจจุบัน กินที่ลูกทำแล้วคอยวิจารณ์อย่างเดียว ได้ยินมาว่าอาทิตย์หน้าเธอจะให้ลูกทำบลูเบอร์รี่ชีสพายลงขายที่ร้านอีกตะหาก "ถอนทุนคืนจากที่ซื้อเครื่องตีให้" โห ร้ายกาจ ... ถอนคืนได้แล้วยังได้กำไรอีกไม่รู้เท่าไหร่ ฮึ!




พี่ก้อย<<< ระวังนะ หัวเราะมาก ใบหน้าเหี่ยว




แม่คนที่มีเรื่องกลุ้มใจ <<< งวดหน้าชั้นจะเทิร์นหล่อนให้พริ้งแก้กลุ้ม



จะสำเร็จมั้ยวะเนี่ย ยังหนักใจอยู่


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 16 กันยายน 2548 เวลา:2:47:41 น.  

 
ป.ล ถึงวี่อีกรอบ


ขอบคุณมากค่ะที่ให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวอ้อน

แต่ว่า พายอร่อยเหาะถาดนั้น ได้เหาะลงถังขยะไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บ เพราะแม้แต่อ้อนเอง ท้ายที่สุดก้อไม่สามารถทนกับมันได้ แต่ครั้งที่สามเนี่ย ได้รับการยอมรับอย่างค่อนข้างกว้างขวางแล้วค่ะว่า















"กินได้" ........


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 16 กันยายน 2548 เวลา:2:51:42 น.  

 
ไม่กัวหนู ชอบหนูแฮม

น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

หนูที่อ้อนเลือกมาแปะก็น่าร้ากกกกกกกกกก


โดย: ปป IP: 203.154.148.50 วันที่: 16 กันยายน 2548 เวลา:10:21:13 น.  

 
เด๋วจับให้พี่ปุ๋ยตัวนึง


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 17 กันยายน 2548 เวลา:1:36:25 น.  

 
เฮ้ย อ้อน หวัดดี เพิ่งเคยมาเยี่ยมบ้านแกเป็นครั้งแรกหวะ

กะว่าจะโทรไปเม้าท์หลายที แต่ไม่มีตังหวะ (เรื่องยาว แต่ทำตัวเองหวะ ฮ่าๆ)

มาอ่านๆ แล้วก็ได้รู้ว่า ร้านบ้านแก หรูมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไว้ว่างๆ ขอไปทำงานด้วยนะ

อีกอย่างก็ได้รู้ว่าแก ว่างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
มีเวลามาเขียนได อัพบลอก ตอบเมนท์ ได้เยอะมากๆๆ
อ้อ แล้วแกก็เพือนเยอะมากกกก ใครมั่งเนี่ย ไม่รู้จักซักคน
ไปก่อนหวะ
ไปหาอะไรไร้สาระทำก่อน
เฮ้อออ เบื่อเรียน อยากกลับบ้าน แต่เรียนไม่จบก็กลับบ่ได้ ฮ่วย


โดย: เต้ IP: 210.211.91.141 วันที่: 18 กันยายน 2548 เวลา:12:17:27 น.  

 
พี่อ้อน - -" เด็กไม่ดีแกล้งแม่ได้ไง

ว่าแต่บลูเบอร์รี่นั่นอยากลองกินจังเลยค่ะ ช่วงนี้เพิ่งกลับจากไปเที่ยวยิ่งรู้สึกว่ากินเยอะไปอยู่ด้วย อิอิอิ


โดย: too IP: 130.88.209.50 วันที่: 19 กันยายน 2548 เวลา:7:28:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กที่รอคอย
Location :
กรุงเทพ Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




จะเป็นกรวดหรือเพชร ถ้าไปนึกรักมันเข้าแล้วหายไปเมื่อไรก็เสียดาย ยิ่งรักมากก็ยิ่งเสียดายมาก บางคนถึงกับเสียคนไปก็มี


"ถ้าเราไม่อยากทุกข์มากไม่อยากเสียคน ก็อย่าไปรักอะไรให้มากนัก ถึงจะรักก็ต้องรู้กำพืดว่ามันเป็นเพชร หรือเป็นกรวด"


ถ้ารู้ราคาจริงๆของมันเสียแล้วถึงมันจะหายไป เราก็จะไม่เสียดายมากนัก

(จาก "สี่แผ่นดิน" โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add เด็กที่รอคอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.