แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
สองมือล้วงกระเป๋า สองเท้า(มือ)ก้าวเข้ามา เราจะเฉลยแล้วพ่อแม่พี่น้องเจ้าข้าเอ๊ย..! XD

เมื่อวานนำเสนอไว้ว่าจะมีเฉลยว่า ผลิตภัณฑ์ชนิดนึงที่เซ็นทรัล(น่าจะ)มอบให้เป็นของสมนาคุณลูกค้าและนำไปตั้งโต๊ะเพื่อโชว์ไว้ คือสิ่งใดกัน เรามีคำตอบให้คุณเสมอในบล๊อคบ้าๆบอๆแห่งนี้ ...


คือ จริงๆแล้วปกติเจ้าของบล๊อคเป็นคนบ้าๆบอๆนะ อยู่บ้านตัวเองก้อมีแต่จะวิ่งเล่นเฮฮา ออกไปเดินเล่นสำรวจบ้านสวยๆในละแวกประดุจนักผจญภัย มีความสุขกับอากาศบริสุทธิ์ สายลม แสงแดด ม้า แกะ ไร่องุ่น ฟาร์ม และอีกสารพัดธรรมชาติที่อยู่แถวบ้าน(น้ำตกยังมีเลย)


...แต่พอกลับมาเมืองไทยงวดนี้ก้อกลายพันธุ์เป็นคนโคตรเครียดไปแทน

ไม่ตั้งใจเลยง่ะ ไม่รู้ตัวเองเลย อย่างนี้นี่เองสถิติการฆ่าตัวตายในประเทศไทยจึงสูงกว่าที่นู่น เพราะว่าแต่ละชีวิตช่างวุ่นวายสับสนและแสนจะโหดร้ายต่อกันโดยที่ไม่มีเหตุผลมากมายอะไรเลย

ถ้าเป็นอย่างประเทศที่มีสงครามโต้งๆไปเลย ก้อยังพอเข้าใจ แต่อันนี้มันยังไงไม่รู้ ... เหมือนมีศึกภายในตลอดเวลา หาความจริงใจต่อกันแทบไม่มี แต่ถ้าเรื่องฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อนล่ะก้อ อื้อหือ ..เกลื่อนเชียวประเทศไทย...


แต่ยังไงนี่ก้อคือบ้านเกิด ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นเมืองนอนของเด็กที่รอคอยมาจะ 20ปีรอมร่อ ... ถามว่ารักมันมั้ย ก้อต้องรักแน่นอนอยู่แล้ว แต่ถ้าถามว่า ต่อจากนี้ไปจะอยู่ไปตลอดชีวิตหรือไม่ ก้อคงตอบไม่ได้ต้องรอดูชะตาชีวิตก่อน


เหนื่อยมากๆก้อคงต้องกลับเมืองลับแล


เอาล่ะเอาล่ะ! กลับมาที่ประเด็นเดิมกันดีกว่า ก่อนที่มันจะกลายเป็นศาลาคนเศร้า สรุปว่าสิ่งนั้นที่เด็กที่รอคอยจะนำมาเฉลยในวันนี้ก้อคือ ....



แต่น แตน แต๊นนนนนนนน....!!!


.

.

.


.....




อิทส์ อะ......







เยส... เหล่ดี แอ่น เจ๊นเต้อเหม็น .... อิทส์ อะ กะ ละ มัง !!!!


ขอได้รับความขอบคุณจาก กะละมัง ผู้เป็นนางแบบค่ะ ...เอ๊ะ หรือนายแบบฟะ? (ก๊ากกกก)


ตกลงว่านี่ใช่มั้ยพี่ปุ๋ย ของสมนาคุณที่ปกติเค้าให้ๆกัน ไอ้กระบงกระบวย ถังขยะอะไรนั่นอ้อนก้อว่า ฮาแล้วนะ เจอกะมังเข้าไปอีก โอ๊ยยยย.... ตรู แต่ก้อเข้าใจอ่ะ ของมันใช้ได้ภายในครัวเรือนอ่ะเนอะ ซื้อครบสองพันบาทรับฟรี กะมังซักผ้าทำจากพลาสติคพิเศษ แช่น้ำอีกห้าพันปีก้อไม่มีสีซีดจาง!


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เมื่อคืนวานนี้เด็กที่รอคอยก้อโทรไปคุยกะแม่ผู้น่าสงสาร เพราะลูกหนีมาเที่ยวพักร้อนงวดนี้ดันผ่าฟลุ๊คจับพลัดจับผลูได้งานซะที่เมืองไทย ทั้งๆที่จุดประสงค์เดิมคือ มาซื้อหนังสือที่งานหนังสือแค่สองอาทิตย์เท่านั้นเอง ._. ....


สงสัยจะต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตแฮะ ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่เกิดมาแล้วยังไม่เคยได้อยู่ที่ไหนเป็นที่เป็นทางเลย แต่ไม่ว่ายังไงก้อตามที่ไหนที่แม่อยู่ ... นั่นแหละ คือที่ๆเด็กที่รอคอยอยากจะขอเรียกว่า "บ้าน" และหวังเสมอให้บ้านนั้นเป็นบ้านที่แม่อยู่แล้วมีความสุขที่สุด ... คงซักวันแหละนะ เด็กที่รอคอยจะสร้างมันให้แม่เองด้วยสองมือนี้แหละ

คิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าจากนี้ไปแม่อยากกลับมาอยู่เมืองไทย เด็กที่รอคอยก้อจะรับหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัวเอง เพราะถ้าถึงวันนั้น พ่อกับแม่ คงไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว แม่คนเดียวเองเด็กที่รอคอยเลี้ยงได้น่า ... ถึงการสร้างตัวเองจากศูนย์ มันจะลำบากลำบนไปซักหน่อยในยุคสมัยนี้ ... แต่เด็กที่รอคอยก้อจะสู้ ต่อให้ต้องหาอีกกี่สิบล้านก้อจะทำให้ได้


เพราะแม่ยังสู้เลยนี่ แล้วเราที่ยังมีแรงจะยอมแพ้ได้อย่างไร?


โทรไปคุยกะแม่งวดนี้ คุยกันนานมากเพราะสถานการณ์ที่บ้านเริ่มไม่ค่อยดีเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าหากว่าเราอยู่ตรงนั้น เหตุการณ์นี้จะไม่เกิด ... แต่จะทำยังไงได้ เด็กที่รอคอยอยากกลับบ้านก้อยังกลับไม่ได้ ยังติดอยู่ที่นี่เพราะธุระอันน่าเบื่อหน่ายโดยที่ยังมีเรื่องให้สะสางอยู่อีกกองพะเรอจนปวดหัวไปหมด ... ก้อเลยพยายามรับฟังจากแม่มาให้ได้มากที่สุดเพราะตอนนี้เท่ากับว่าแม่เจอศึกรอบด้านอยู่ตามลำพังเท่านั้น



อยากแยกร่างได้ฟ่ะ จะได้แบ่งๆกันไปจัดการเรื่องนั้นเรื่องนี้


คุยกันเรื่องธุระและรับฟังปัญหาเสร็จแล้ว เราก้อเริ่มออดอ้อนแม่ตามสไตล์เด็กที่รอคอย ซึ่งแน่นอนว่าแม่ก้อย่อมต้องหลงอภิชาติบุตรเพียงหนึ่งเดียวคนนี้อย่างช่วยไม่ได้ พอใกล้จะวางสาย เด็กที่รอคอยก้อพลันนึกเรื่องสนุกขึ้นมาได้ คือส่ง sms เป็นตัวการ์ตูนน่ารักไปว่า กู๊ดไน๊ท์และขอให้นอนหลับฝันดี ไปที่มือถือแม่ ซึ่งก้อได้ยินชัดเลยในสายโทรศัพท์ว่า มีเสียง "ปี๊บๆ" ดังขึ้นจากทางนั้น

และนี่ ... คือบทสนทนาจากเหตุการณ์จริง


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@



แม่ : (เสียงดัง "ปี๊บๆ") เอ๊ะ เล็ก... เสียงอะไรไม่รู้ลูก

เด็กที่รอคอย : เสียงทอสับมือถือของแม่น่ะ

แม่ : ไม่มี๊! แม่เอาไว้อีกห้อง (น่ะ... เถียงลูกอีก)

เด็กที่รอคอย : ...เชื่อสิ มันอยู่ใกล้ๆแม่นี่แหละ ลองหาดูจิ

ชั่วแว่บนั้นแม่ผู้ไม่เชื่อว่ามือถืออยู่ในห้องนั้นก้อมองหามือถือที่ว่า แล้วบอกว่า


แม่ : เออ.... นี่ๆอยู่นี่จริงๆด้วย ฮ่าๆๆ (แหม่...ทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนนะ คุณน๊าย.... ) เอ๊ะ...ใครส่งข้อความมาไม่รู้ลูก?! เปิดยังไงเนี่ยไหนแม่ดูซิ ...เออ ใครหว่าส่งอะไรมา....

คือครอบครัวเรามีกันแต่สามคนพ่อแม่ลูกนะคะ ปกติคนที่จะโทรหาแม่ คือ เด็กที่รอคอยกับ พ่อ เท่านั้นเอง หลังๆก้อมี น้อง ก. ... มันก้อขำเหมือนกันที่จะเห็นแม่ตื่นเต้นเวลาใครโทร หรือส่งข้อความเข้ามา เพราะจริงๆแล้ว มันเดาได้อ่ะว่า จากใคร


แม่ : อ่ะ เปิดได้แล้ว ...อ้าว จากเรานี่ ส่งมาให้แม่เรอะ อ๋อ... มีกู๊ดน๊งกู๊ดไน๊ท์นะไอ้ตัวเล็ก อื้อหือ.... (แล้วเธอก้อแอบเขินอะไรของเธออยู่คนเดียว น่ารักจริ๊ง แม่ตรู... )

เด็กที่รอคอย : ไหนแม่ลองส่งกลับมาให้นู๋ซิ ... เคยสอนแล้วทีนึงอ่ะยังจำได้ป่าว

แม่ : จำด๊ายยย.... ธ่อ ของมันไม่ยากไม่เย็นอะไรอย่านึกว่าแม่ไม่เป็นเทคโนโลยีนะเฟ้ย... เนี่ย เด๋วส่งกลับกล้วยๆ... นี่เลย นี่เลย นี่เลย ...(เสียงปุ่มสารพัดปุ่มดังขึ้น ตามด้วยเสียง เอ๊ะ อ้าว โอ๊ะ โอ๊ย อ้อ เออ และอีกสารพัดจากแม่ พาให้ลุ้นไปทุกจังหวะ) อ่ะได้แล้ว นี่ไง แม่ส่งล่ะนะ


และในอึดใจนั้น เด็กที่รอคอยก้อได้ยินเสียง "ปี๊บๆ" .... ใช่ค่ะ มันคือเสียงข้อความเข้าสู่มือถือนั่นเอง ถึงจะสอนยากสอนเย็นไปหน่อย เวลาให้กดรับมือถือบอกให้กดปุ่มเขียวเพื่อรับ แต่ยังอุตส่าห์กดปุ่มแดงเพื่อตัดสายได้ พอถามว่าทำไมกดตัวนั้น เธอก้อพูดง่ายๆว่า "อยากกด" .... แต่จริงๆแล้วก้อไม่ใช่ย่อย ส่งข้อความได้ด้วย แม่เด็กที่รอคอยเก่งใช่ม้า... แต่ปัญหาก้อคือว่า .......


มันไม่ได้ดังที่มือถือเด็กที่รอคอยน่ะสิ




แม่ : เอ๊ะ ใครส่งข้อความมาให้แม่อีกแล้วอ่ะ เล็ก???

เด็กที่รอคอย : (เงียบไปสามวินาทีพร้อมกับกลั้นหัวเราะ) ... คุณแม่ๆ ไม่มีใครส่งมาให้หรอก แต่แม่น่ะส่งเข้าไปที่เครื่องตัวเองง่ะ!!


แม่เราเด็ดไม่เด็ด คิดเอาเอง!



@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@


สุดท้ายเธอก้อทำได้นะคะ พอวางสายไปแล้วเธอส่งมาให้ว่า I love u very much เล่นเอาเด็กที่รอคอยปลื้มไม่รู้เสร็จ ต้องรีบส่งกลับไปให้ว่า



"I know you can do it mum!!BRAVO!!!!"



แล้วข้อความอันสุดท้ายของคืนนั้นก้อส่งกลับมาให้เด็กที่รอคอยว่า


Goodnight look luk ...



พลังความรักที่แม่มีให้ต่อลูก ยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใดในโลกจริงๆค่ะ สิ่งใดที่เห็นว่าเป็นไปไม่ได้ แต่แม่สามารถทำได้เสมอ ขอคอนเฟิร์ม



ตัวเล็กรักแม่ที่สุดในโลกเล๊ย.....










Create Date : 11 พฤษภาคม 2549
Last Update : 11 พฤษภาคม 2549 3:04:37 น. 7 comments
Counter : 406 Pageviews.

 
เอิ๊กๆๆ อ้อน ชั้นมา นั่ง ขำ กับเรื่อง ส่งข้อความของแม่หล่อน นี่ แหละ

แต่พ่อชั้น นี่ ซิ ปกติอยู่บ้าน ไม่ค่อย พูดจา
แต่เล่น เนท พอ ชั้น เล่นเอา ชั้น ขำ ตกเก้าอี๊ ทุกที

"กินเข่ายังลูก"
"หายไปไหนมาลูกสิ้นเดือนแล้วไม่ต้องใช้เงินหรือลูก"



ป๊าดๆๆๆ พ่อชั้น เล่น เอ็มเอสเอ็นที หรือ เมล มา ที มีแต่ แบบนี้ ตรู จะ เชื่อเลย


โดย: ไม้ยมก&แหนมมัด วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:3:30:46 น.  

 
โอ้ รู้แล้วชื่อพี่อ้อนมาได้ยังไง อ้อนเก่งจริงๆ

เท่าที่ฟังดูเหมือนสถานการณ์บางอย่างไม่ค่อยดี สู้ๆนะจ๊ะ


โดย: bowbow IP: 203.148.162.128 วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:37:34 น.  

 
คุณแม่น่ารักจังค่ะ ^^

อ่อ..ของสมนาคุณตามห้างเนี่ย เขาเรียกอีกอย่างว่า..ของสมน้ำหน้าคุณ..อ่ะค่ะ 5555 (ขำไม่ออก เราก็เผลอตัวได้มาซะแล้ว )


โดย: LaZyDaizY วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:47:33 น.  

 
อ้างถึง: บล็อกที่แล้ว...
RED ที่ว่า ใช่ของยูกิ นาคาจิรึเปล่าครับ
ถ้าใช่ละก็ช่วยแนะนำด้วยครับ
ชอบเรื่องที่ อ.คนนี้แต่งครับ


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:29:24 น.  

 
คุณเซียว <<< ไม่ใช่ของ อ. นาคาจิ ยูกิ ที่วาด รักข้างเดียวของวีนัส (ใช่มั้ยคะ?) แต่เป็น อ.โคบายาชิ ฮิโรมิ ค่ะ รู้สึกว่าเรื่อง RED ของ อ.นาคาจินั้นตัวเอกน่าจะเป็นนายแบบอ่ะค่ะ แต่ของ อ.โคบายาชิ เป็นนางแบบ ... ก้อจะเป็นแนวดราม่าเกี่ยวกับความรักความสับสนใจในวงการมายา มุ่งประเด็นไปที่นางแบบส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จผ่านเลนส์กล้องซึ่งมักจะมีเบื้องหลังและอดีตที่ขมขื่นมากมายกว่าที่จะก้าวสู่จุดสูงสุด เช่นการได้เป็นนางแบบนิตยสารระดับโลกอย่าง โวค หรือ เอล อะไรแบบนั้นล่ะค่ะ นางเอกจะผ่านชีวิตที่ค่อนข้างโหดร้ายมาตลอดกว่าจะได้พบกับความสุขในชีวิตซะที...

ที่จริงนะเมื่อก่อนอ่านก้อว่าเข้าใจในอารมณ์ของนางเอก แต่ตอนนี้เด็กที่รอคอยคงยิ่ง "อิน" เข้าไปใหญ่ แหงๆ ...


ส่วนเรื่องของ อ.โคบายาชิที่ สนพ ฮาเลควิน นำมาพิมพ์นี้คือ "ปาฏิหาริย์รัก" ดัดแปลมาจากนิยายรักโรแมนติคของ ชาร์ล็อต แลมบ์ ค่ะ หวานแหววจนมดขึ้นเชียวล่ะ ถ้าชอบแนวโรแมนซ์รับรองไม่ผิดหวัง



คุณ LaZyDaizY <<< หวัดดีค่ะขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบล๊อคเรา

ของสมน้ำหน้าคุณงั้นเรอะ... เอ ก้อท่าจะจริงนะ แต่เรียกแบบนั้นต่อหน้าผู้บริหารห้างไม่ได้หรอกมั้งเนอะ?


เด๋วโดนฆ่าหั่นศพง่ะ... โทษฐาน เปิดโปงความในใจของผู้บริหารโดยไม่ปรึกษาผ่านระบอบกฏหมาย ...


โบ่โบ๊ <<< นานๆอ้อนจะ อ้อนนนน แม่ซะทีน่ะโบล่ะก้อ ที่จริงไม่ค่อยได้ออดอ้อนอะไรกันหรอก พ่อเป็นคนตั้งชื่อนี้ให้จ้ะ เพราะตอนแม่ตั้งท้องจนคลอด พ่อมาปากกัดตีนถีบอยู่ที่เมืองนอกไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก้อเลยตั้งชื่อไว้กะจะให้ลูกขี้อ้อน แม่จะได้เถลไถลไปไหนไม่ได้ ... แต่เปล่าเลย ลูกไปไหนๆกะใครได้เสมอไม่มีร้องตั้งกะยังแบเบาะ ยกเว้นตอนหิวนมเท่านั้น เอิ๊กส์!!

อ้อนกะแม่เหมือนเพื่อนกันมากกว่าเพราะเรามีกันแค่สองคนแม่ลูก ก้อหนุกดีเหมือนกัน แต่เวลาจะอ้อนเอาอะไรก้อมักจะประสบผลสำเร็จ 99.99% จ้ะ



แหนมน้อย << เฮ้ย พ่อฮานี่หว่า ทำเล่นไป!


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:3:29:52 น.  

 
อ๊าย.... น่ารักอ้ะ
แม่พี่อ้อนน่ารักจังเลย ฮะๆๆๆ

ยังไงก็สู้ ๆ นะคะพี่อ้อน ตู่คงจะช่วยอะไรพี่อ้อนไม่ได้หรอก แต่ตู่เอาใจช่วยได้นะ ^____^


โดย: =too= วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:6:43:26 น.  

 
อ๋า เพิ่งมาเห็นข้อความตู่ ขอบคุณนะคะ แค่กำลังใจจากตู่อ้อนก้อแสนจะยินดีแล้วล่ะ สู้โว้ยยยยยยย ค่ะ


โดย: เด็กที่รอคอย วันที่: 17 พฤษภาคม 2549 เวลา:1:45:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กที่รอคอย
Location :
กรุงเทพ Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




จะเป็นกรวดหรือเพชร ถ้าไปนึกรักมันเข้าแล้วหายไปเมื่อไรก็เสียดาย ยิ่งรักมากก็ยิ่งเสียดายมาก บางคนถึงกับเสียคนไปก็มี


"ถ้าเราไม่อยากทุกข์มากไม่อยากเสียคน ก็อย่าไปรักอะไรให้มากนัก ถึงจะรักก็ต้องรู้กำพืดว่ามันเป็นเพชร หรือเป็นกรวด"


ถ้ารู้ราคาจริงๆของมันเสียแล้วถึงมันจะหายไป เราก็จะไม่เสียดายมากนัก

(จาก "สี่แผ่นดิน" โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add เด็กที่รอคอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.