แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2548
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 พฤษภาคม 2548
 
All Blogs
 
A Marionette Dreams To Walk On Its Own Legs....ฉันก้อแค่หุ่นชักใยที่อยากเดินได้ด้วยขาของตัวเอง...




Create Date : 30 พฤษภาคม 2548
Last Update : 13 มิถุนายน 2548 3:02:08 น. 13 comments
Counter : 429 Pageviews.

 
ขอแนะนำให้ฟังเพลงหุ่นกระบอกของวงตาวัน





โดย: ตอกย้ำกันเข้าไป ~~><~~ IP: 58.10.96.43 วันที่: 30 พฤษภาคม 2548 เวลา:2:37:44 น.  

 
A Marionette Dreams To Walk On Its Own Legs.

แวะมาทักทายค่ะ

ชอบคำนี้จัง


โดย: zaesun วันที่: 30 พฤษภาคม 2548 เวลา:3:05:26 น.  

 
คุณคนแรก ... อุตส่าห์ไปตามหาซื้อซีดีเก่าๆมาฟังได้หลายแผ่น ทั้งสาวสาวสาว และตาวันอันนี้ก้อดีใจด้วย แต่เด็กที่รอคอยคงไม่อาจขอร่วมวงกับ ตาวัน ได้เพราะคนละวัยเดียวกัน(ฮ่า!)


หวัดดีค่ะคุณ zaesun เป็นประโยคที่เราก้อชอบเหมือนกัน .... เรียกได้ว่าเป็นประโยคประจำตัวเลยก้อว่าได้


เมื่อไหร่ชีวิตนี้จะไม่ต้องเดินตามที่ถูกชี้นิ้วก้อไม่รู้...ถึงจะไม่ค่อยทำตามก้อเถอะ แต่ก้อเหนื่อยเกินไปแล้ว

เหนื่อย... ทำไมไม่เกิดมาไร้สมอง จะได้ทำตามที่เค้าบอกแล้วถูกใจไปหมดทุกอย่าง ไม่เห็นว่ามันจะลำบกอะไรเลย แต่ทำไมพระเจ้าต้องให้เราเกิดมาโดยมีหัวใจ


โดย: ถ้าเกิดมาเป็นคนไม่มีสมองและหัวใจ ป่านนี้ก้อสบายไปแล้ว IP: 203.145.27.238 วันที่: 31 พฤษภาคม 2548 เวลา:1:28:33 น.  

 
ถึงเก่าแต่ก็เก๋าเฟร้ยยย.. เคยได้ยินป้ะ


โดย: คนที่คุณก็รู้ว่าใคร IP: 58.10.95.32 วันที่: 31 พฤษภาคม 2548 เวลา:18:50:41 น.  

 
compromising...compromising...

somebody says, freedom is when you have nothing to lose.
i have so many things i can't afford to lose, i just don't wanna lose, and i would be damned if i lose it.
so i'd rather give up my freedom...though i'm aching for it...

right here, right now. i can't say i'm totally proud of myself. i just try to live with it, live with what i can't deny and try to make the best of it.

your problem is that you look tough outside but so fragile inside...what can one do about that?


โดย: =p o o k p u i= วันที่: 1 มิถุนายน 2548 เวลา:12:19:45 น.  

 
พี่อ้อนจ๊ะ

อยากบอกว่าบางทีมันก็ต้องปล่อย ๆ ไปมั่งบางเรื่องล่ะมั้ง? พอดีตู่ไม่ได้โตมาในประเทศที่อิสระเสรีเต็มใบเต็มขั้น ชีวิตก็โดนคนอื่นชี้นำมาตั้งเยอะแน่ะ แต่ถ้าทำใจให้สนุกกับมันได้ มันก็จะมีความสุขกับชีวิตได้นะ


โดย: =too= วันที่: 1 มิถุนายน 2548 เวลา:19:25:58 น.  

 
พักนี้งานเยอะๆ น้อยล่ะขี้เกียจ ชักอยากเป็นหุ่นเชิดบ้างจัง


โดย: แว่นน้อย@หาดใหญ่ วันที่: 4 มิถุนายน 2548 เวลา:9:11:28 น.  

 
ไม่รู้เรื่องอะไร แต่เนื่องจากตัวเองเป็นชาวพุทธ เชื่อเต็มที่ว่าแต่ละคนมีกรรมเป็นของตัวเอง (ไม่ใช่ประเภทกรรมจากชาติที่แล้วหรอกนะ กรรมที่สะสมในชาตินี้แหละ แบบทฤษฎี chaos หรือ murphey's law เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว 555)

สำหรับตัวเองแล้วคิดว่าไม่มีใครเป็นอิสระที่แท้จริงในโลกนี้นะคะ แต่กรงของแต่ละคนไม่เท่ากัน บ้างก็กรงเล็กๆ เหมือนกรงหนูแฮมในบ้าน บ้างก็กรงใหญ่เป็นกรงนกที่เขาดิน บางคนดิ้นรนพ้นกรงเล็กๆ มาเพื่อจะพบว่ามีกรงใหญ่ซ้อนทับอยู่ไม่รู้อีกกี่ชั้น...

เด็กที่รอคอยไปอ่านการ์ตูนต๊องๆ ที่บล็อกเราแล้วกันนะ เผื่อจะช่วยให้หลุดโลกไปได้ซักห้านาทีก็ยังดี


โดย: วีวี่ IP: 203.151.140.115 วันที่: 5 มิถุนายน 2548 เวลา:15:32:47 น.  

 
ขอบคุณทุกคนมากนะคะ...

เมื่อก่อนเด็กที่รอคอยก้อเชื่อว่าการกตัญญูรู้คุณ คือการทำให้พ่อแม่มีความสุข เชื่อฟังพ่อแม่แล้วเราจะเจริญ


แต่ว่าตอนนี้ ความฝันของเราและพ่อแม่ เดินมาถึงจุดที่เจอทางแยกของแต่ละคนแล้ว เรามีทางของเราที่อยากเดินตามความต้องการของตัวเอง พ่อแม่ก้อมีความหวังอีกแบบ ด้วยความที่ไม่เคยโตมากับพ่อแม่ล่ะมั้ง เด็กที่รอคอยจัดการชีวิตตัวเอง ตัดสินใจอะไรเอาเองมาตลอด จู่ๆจะให้ล้มเลิกสิ่งที่ต้องการจะทำ มันก้อดูจะเป็นการบังคับกันเกินไปหน่อย

แล้วก้อเริ่มจะตั้งคำถามเหมือนกันว่า การกตัญญูต่อพ่อแม่นี่ มันไม่ใช่การทำชีวิตของเราให้มีความสุขเพื่อให้พ่อแม่มีความสุขและสบายใจหรอกหรือ?

ความฝันอาจจะไม่มีวันเป็นความจริงก้อได้ แต่ว่าตอนนี้เด็กที่รอคอยอยากจะทุ่มเทกับมันก่อน เพราะถ้าอยากจะทำ ก้อมีแค่ช่วงเวลาในตอนนี้เท่านั้นเอง

เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวสิ้นดีเลยเนอะ...

ไม่ใช่ว่าลงไปช่วยภาคใต้หนที่แล้ว จะไม่ได้ความคิดอะไรติดตัวกลับมาหรอกนะคะ ... บางทีอาจจะเพราะว่า คิดมากเกินไปด้วยซ้ำ ถึงได้จนมุมอย่างช่วยไม่ได้แบบนี้ แต่ว่า...ก้อไม่อยากจะมานั่งคิดในวันนึงอีกสิบปีข้างหน้าว่า ...ทำไมในวันนั้นฉันถึงไม่ยอมต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเอง...

ถ้ามีคนให้กำลังใจ โดยเฉพาะคนสำคัญที่มีอิทธิพลต่อจิตใจ มันก้อคงจะดีนะคะ ปัญหาก้อคือว่า คนๆนั้น ซึ่งเป็นแม่แท้ๆของตัวเองกลับบอกว่า ให้ทิ้งมันไป เพราะแม่มองไม่เห็นอนาคตอะไรกับมัน ทำอย่างที่แม่บอกนี่สิเพราะแม่ต้องการ...


แม่มีคนเดียวในโลก

แต่ชีวิตนี้ก้อมีครั้งเดียว...


ประสาทกำลังจะรับประทานแล้วค่ะ ...



โดย: เด็กที่รอคอยเพิ่งได้ Natural มา... IP: 203.145.27.231 วันที่: 6 มิถุนายน 2548 เวลา:1:22:17 น.  

 
เราเข้าใจนะ
ก็เคยมีประสบการณ์ทำนองนี้

เมื่อก่อนเราชอบทำกิจกรรมมาก ชอบเล่นนั่นเอง
แม่เราก็อยากให้เรียนเปียโนต่อจนจบ อยากให้ฝึกงานกับอาให้เก่งๆ อยากให้ฝึกภาษากับพ่อให้เก่งๆ แต่เราชอบเล่น ปิดเทอมก็ไปค่าย แล้วก็เล่นละครเวทีหลายปี ทำให้เสียเวลาไป ซึ่งค่ายกับละครมันก็เป็นสิ่งที่เราชอบมาก จนเบียดบังสิ่งที่แม่อยากให้ทำ แต่เราก็เลือกทำตามใจตัวเอง

มาตอนนี้ ก็มานั่งเสียดาย เสียดายว่า ทำไมไม่เชื่อแม่ ทำไมไม่เีรียนเปียโนต่อจนสอบเกรดให้ได้ ไปเสียเวลาซ้อมละครเล่นละครทำไม กิจกรรมที่ชอบเหล่านั้น แม้ว่ามันจะส่งเสริมให้เราเป็นคนอย่างที่เราเป็นอยู่ แต่เราก็กลับพบว่า มันไม่ใช่สิ่งที่เราอยากจะเป็นเลยในปัจจุบันนี้

ถ้าตอนนั้นไม่ได้ทำกิจกรรมที่เราทำเหล่านั้น ตอนนี้ก็คงนั่งเสียดายเหมือนกัน
อาจจะเสียดายว่า เออนะ ทำไมเราไม่ลองเล่นละคร ทำไมเราไม่ไปค่าย

แต่ตอนนี้ ที่ำเป็นอยู่คือ เออนะ ทำไมเราไม่เชื่อแม่ ไม่งั้นก็สอนเปียโนได้เป็นงานอีก ไม่เสียดายเงินค่าเรียนที่สูญไปหลายๆปี และทักษะที่หายไปกับการไม่ได้ฝึกซ้อม เสียดายภาษาถ้าฝึกกับพ่อ ป่านนี้ก็ช่วยพ่อทำงานแปลได้มากมายแล้ว
(ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราอยากทำเป็นเรื่องรองๆลงไปในตอนนั้น)เป็นต้น

สรุปว่า ไม่ว่าอย่างไร ก็คงมีเรื่องให้นั่งเสียดายตลอดชีวิต เพราะชีวิตก็มีทางเลือก อยู่ตลอด

แต่ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปได้ เราจะย้อนกลับไปทำอย่างที่แม่เราเตือนไว้แหละ



โดย: Ham IP: 68.21.4.9 วันที่: 8 มิถุนายน 2548 เวลา:0:50:37 น.  

 
Sorry that I can't be on your farewell meeting na ka I was on business trip in Sri-Racha, with no car and no internet. That's why I lost contact of everyone.

Um... dunno what happened but cheers up ka. Hope things're getting better for u ka


โดย: bowbow IP: 161.200.29.150 วันที่: 9 มิถุนายน 2548 เวลา:14:34:49 น.  

 
ส่ง sms ไปหาอ้อน แต่ไม่รู้จะทันหรือเปล่า

พอเข้าใจปัญหาของอ้อนเหมือนกัน แต่ชอบคำพูดของวี่นะที่ว่า บางคนดิ้นรนพ้นกรงเล็กๆ มาเพื่อจะพบว่ามีกรงใหญ่ซ้อนทับอยู่ไม่รู้อีกกี่ชั้น...

ของอย่างนี้อยู่ที่ใจจริงๆ ไม่รู้จะช่วยหรือจะแนะนำยังไง บอกได้แต่ว่า ไม่ว่าการตัดสินใจของอ้อนจะเป็นทางไหน ก็จะเอาใจช่วยจ้ะ


โดย: froggie IP: 203.150.102.221 วันที่: 9 มิถุนายน 2548 เวลา:22:40:06 น.  

 
แวะมา say hi จ้า

ปัญหาทุกเรื่องมีทางแก้ไข อยู่ที่ว่าเราจะมองด้านมืดหรือด้านสว่างของมัน ขอเอาใจช่วยนะคะ

คุณเด็กที่รอคอยเจ้าคะ อิชั้นจะส่งสแกนจอมคนแดนฝันให้คุณ แต่คุณไม่ได้ทิ้งอีเมล์ไว้ให้ง่ะ ช่วยกลับไปโพสอีแมวใน blog อิชั้นด้วยค่า


โดย: coolancelot วันที่: 13 มิถุนายน 2548 เวลา:0:36:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กที่รอคอย
Location :
กรุงเทพ Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




จะเป็นกรวดหรือเพชร ถ้าไปนึกรักมันเข้าแล้วหายไปเมื่อไรก็เสียดาย ยิ่งรักมากก็ยิ่งเสียดายมาก บางคนถึงกับเสียคนไปก็มี


"ถ้าเราไม่อยากทุกข์มากไม่อยากเสียคน ก็อย่าไปรักอะไรให้มากนัก ถึงจะรักก็ต้องรู้กำพืดว่ามันเป็นเพชร หรือเป็นกรวด"


ถ้ารู้ราคาจริงๆของมันเสียแล้วถึงมันจะหายไป เราก็จะไม่เสียดายมากนัก

(จาก "สี่แผ่นดิน" โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add เด็กที่รอคอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.