ธันวาคม 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
นวนิยาย..สืบลับลิขิตรัก ตอนที่ ๒



ช่อสีม่วงเข้มของบลูซัลเวียข้างประตูรั้วไหวน้อยๆเมื่อรถโฟร์วีลสีดำมันวาวเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบ ไม่ถึงนาทีชายหนุ่มผู้เป็นคนขับในชุดเสื้อคอโปโลสีดำ กางเกงยีนสีเข้มก็ก้าวลงจากรถ ร่างสูงก้าวผ่านประตูรั้วสีขาวเปิดโล่งเดินไปบนอิฐตัวหนอนสีเทาเข้ม ก่อนจะสาวเท้าขึ้นบนบันไดปูนเตี้ยๆปูด้วยกระเบื้องซึ่งทำเลียนแบบเนื้อไม้ได้อย่างแนบเนียน ทว่าเมื่อเลี้ยวผ่านประตูสำนักงานเข้าไปแล้วเขาจึงชะงักกึกเพราะเกือบชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครบางคน เช่นเดียวกับภูมิชญาที่ยืนนิ่งราวกับต้องมนต์จ้องมองชายแปลกหน้าอย่างพินิจ


แม้เขาผู้นี้จะดูแตกต่างจากคุณกฤตินเจ้านายสุดหล่อมาดเนี้ยบของตนโดยสิ้นเชิง แต่ภูมิชญาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชายหนุ่มร่างสูงผู้นี้มีใบหน้าคมสันสะดุดตา จมูกของเขาได้รูปสวย ริมฝีปากสีสดบางเฉียบ ดวงตาเล็กเรียวคมกริบใต้คิ้วหนาเป็นปื้นดูทรงเสน่ห์สะกดใจคนมองตั้งแต่แรกเจอ จนยากนักที่จะละสายตาจากไปได้ง่ายๆ


“สวัสดีค่ะ เชิญด้านในสำนักงานเลยนะคะคุณ”ยังไม่ทันที่หนุ่มหัวใจสาวจะเอ่ยทัก เสียงที่พยายามดัดให้หวานจ๋อยของปนัดดาก็ดังขึ้นเสียก่อน


ภูมิชญาค้อนขวับใส่เพื่อนอย่างมีจริตแล้วจึงเดินตามคนทั้งคู่เข้าไปในสำนักงานซึ่งมีบัวบูชาและพริมาภานั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะทำงานของฝ่ายหลังอย่างออกรส


เมื่อเห็นปนัดดาแทบจะจูงลูกค้าหนุ่มหน้าหล่อเข้ามาหา บัวบูชาจึงกระซิบบอกเพื่อนเสียงเบาว่า “เดี๋ยวบัวไปตามพี่ตินก่อนนะ” แล้วจึงหันไปพยักหน้ากับภูมิชญาและบอกก่อนเดินตัวปลิวจากไป “พี่ญาญ่าช่วยไปตามยายน้ำออกมาหน่อยนะคะ”


จากนั้นพริมาภาจึงกระวีกระวาดลุกขึ้นและสะกิดหญิงสาวรุ่นพี่พลางพยักเพยิด “พรีมว่าพี่ดาพาคุณคนนี้ไปรอในห้องประชุมก่อนดีกว่าค่ะ”


“ห้องประชุมเลยเหรอคะน้องพรีม”อีกฝ่ายยังลังเล


“ค่ะ ห้องประชุมนี่แหละค่ะเหมาะที่สุดแล้วสำหรับลูกค้ารายแรกของเรา”สาวรุ่นน้องบอกยิ้มๆ


ปนัดดาโปรยยิ้มแก่เขาผู้นั้นอีกครั้ง ก่อนผายมือเชื้อเชิญไปทางประตูฝั่งขวามือและเดินนำเข้าไปในห้องกระจกสีทึม ปล่อยให้สาวแว่นนั่งชะเง้อชะแง้มองห้องทำงานของน้ำบุศย์ด้วยใจเต้นตุบตับ


ก็แน่ล่ะสิ นี่เป็นงานแรกของพวกเธอเลยนะเนี่ย…





Create Date : 16 ธันวาคม 2555
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2556 20:13:55 น.
Counter : 949 Pageviews.

3 comments
  
ประตูห้องกระจกถูกผลักเข้าไปด้วยมือหนาใหญ่ของภูมิชญา แล้วเจ้าตัวจึงดึงประตูปิดตามหลังและเข้าไปนั่งเงียบกริบอยู่ข้างๆพีรัชชัย ขณะที่ดวงตาจ้องมองลูกค้าหนุ่มซึ่งดูเหมือนว่ากำลังตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด ดูสิ คิ้วหนาน่าหยิกนั่นขมวดมุ่นเป็นปมเชียว เกิดอะไรขึ้นกันนะ


“น้ำล่ะคุณภูมิ”กฤตินซึ่งนั่งเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะหันมาถามผู้มาทีหลังด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ ภูมิชญาแอบแปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ข่มความสงสัยตอบออกไปว่า “เดี๋ยวคุณน้ำตามมาค่ะ”


สิ้นคำประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง หญิงสาวใบหน้าสวยเฉี่ยวในชุดทำงานเสื้อสีขาว กางเกงสีเดียวกันตัวเสื้อสวมทับด้วยสูทสีน้ำตาลจึงแทรกตัวผ่านเข้ามาและเดินตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ติดกับพี่ชายของตน เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้วหญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมองสมาชิกในห้องทีละคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนริมฝีปากบางได้รูปซึ่งถูกตกแต่งอย่างปราณีตจะหุบฉับ ร่างระหงลุกพรวดขึ้นยืนอีกครั้ง ดวงตาจ้องลูกค้าหนุ่มเขม็ง ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ และเอ่ยน้ำเสียงเกือบเป็นตะคอก “ฉันบอกแล้วไงว่าที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างนาย”


เหนือลิขิตเลิกคิ้ว หันไปสบตากฤตินนิดหนึ่งแล้วจึงหันกลับมามองแม่เสือสาวตรงหน้าด้วยท่าทางใจเย็น “ผมก็บอกแล้วไง ว่าผมมาที่นี่เพราะเรื่องงาน”


“แล้วฉันจะต้องเชื่อนายด้วยหรือยังไง ไม่มีทางเสียล่ะ ฉันเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองมากกว่า”น้ำบุศย์ตอบเสียงเข้มแล้วมองกวาดไปยังคนอื่นๆในห้องทีละคนอีกครั้ง ราวกับต้องการหาพวก“ผู้ชายคนนี้แหละค่ะที่พยายามลวนลามน้ำเมื่อวาน ใครเป็นคนพาเขาเข้ามาไม่ทราบ”


หลังเงียบกริบอยู่เป็นครู่ปนัดดาจึงตอบเสียงอ่อย “พี่ดาเองค่ะคุณน้ำ แต่พี่ดาไม่ได้ตั้งใจจะพา เอ่อ คุณคนนี้เข้ามานะคะ ตอนแรกเห็นเค้ายืนคุยอยู่กับยายญาญ่าน่ะค่ะ พอญาญ่าจะไปตามคุณน้ำพี่ก็เลยพาเขามารอที่นี่ตามที่น้องพรีมบอก”


เสียงร้องอ้าวดังขึ้นจากภูมิชญาและพริมาภาพร้อมกัน แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายกฤตินจึงขัดขึ้นว่า “เอาล่ะๆนี่ไม่ใช่เวลาพูดเรื่องไร้สาระกันนะ ประเด็นมันอยู่ที่คุณเหนือลิขิตเขากลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อจะว่าจ้างสำนักงานนักสืบของเรา เราจึงควรจะถามรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของเขาแล้ววางแผนสิถึงจะถูก ยายน้ำก็เหมือนกัน เป็นถึงเจ้าของสำนักงานนักสืบควรจะแยกให้ออกว่าอันไหนงานอันไหนเรื่องส่วนตัวนะ”


ผู้ไม่ชินกับการถูกตำหนิหันไปค้อนพี่ชายวงใหญ่ ยกมือขึ้นกอดอกทำหน้าคว่ำมองหน้าคู่กรณีของตนตาขวางแล้วเงียบเฉย


เมื่อเข้าสู่ภาวะปกติแล้วกฤตินจึงทำหน้าที่หัวเรือใหญ่ของสำนักงาน โดยการเอ่ยกับลูกค้าอย่างสุภาพ “ผมต้องขอโทษแทนน้องสาวด้วยนะครับคุณเหนือลิขิต ยายน้ำเขาเป็นคนใจร้อนไปหน่อยน่ะครับ”


“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ”อีกฝ่ายตอบเสียงเรียบ จ้องมองคู่สนทนาด้วยสายตาเป็นมิตร ก่อนจะเล่าถึงธุระของตน “คือ ที่ผมมาเนี่ย เพราะอยากจะว่าจ้างให้สำนักงานนักสืบบุศยาช่วยสืบหาคนคนหนึ่งให้หน่อยน่ะฮะ”



“สืบหาคน ไม่น่าจะยากนะคะคุณติน งานแรกนี้ญาญ่าขอแสดงฝีมือเองค่ะ”ภูมิชญาเอ่ยแทรกขึ้น แล้วจึงทำตัวหดลงอีกครั้งเมื่อเห็นเจ้านายสาวมองมาตาขุ่นๆ


“ไม่ทราบว่าคุณต้องการให้เราสืบหาใครครับ”กฤตินถามต่อโดยไม่สนใจปฏิกิริยารอบตัว


“เขาเป็นคนรักเก่าของน้าสาวผมเองครับ คือ คุณน้าที่เลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เด็กท่านกำลังป่วยหนัก ผมจึงอยากให้ท่านได้สมหวังสักครั้ง”เหนือลิขิตบอกเสียงเศร้า ดวงหน้าคมเข้มนั้นสลดวูบสร้างความเวทนาแก่คนอื่นๆเป็นอย่างยิ่ง ยกเว้นน้ำบุศย์ที่มีเพียงความรู้สึกเดียวมอบให้เขานั่นก็ คือ ความไม่ชอบขี้หน้า


‘ก็นายนั่นอยากมาลวนลามเธอก่อนทำไมล่ะ’


“คุณพอจะมีรูปถ่ายติดมาให้ทางเราดูบ้างไหมครับ”กฤตินถามต่อ
เหนือลิขิตส่ายหน้า “ไม่มีเลยครับ จริงๆผมไม่รู้แม้แต่ชื่อของผู้ชายคนนั้นด้วยซ้ำ”


“ไม่รู้จักชื่อ แล้วพวกเราจะสืบได้ยังไงล่ะคะ”บัวบูชาสงสัย


น้ำบุศย์หัวเราะเบาๆแล้วลุกขึ้นยืน ยักไหล่งามของตนเบาๆ “อย่าสนใจคดีไร้สาระแบบนี้เลยค่ะพี่ติน มีอย่างเหรอจะให้เราไปสืบใครก็ยังตอบไม่ได้เลย น้ำขอตัวก่อนนะคะ เวลาของน้ำมีค่ามากกว่าจะมาฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้”พูดจบหญิงสาวก็หมุนตัวทำท่าจะก้าวออกไปจากห้อง หากมือใหญ่ของพี่ชายก็รั้งข้อศอกของเธอเอาไว้ “พี่บอกแล้วไงว่าให้ใจเย็นๆ ทุกอย่างจะสรุปได้เมื่อเราฟังเขาพูดจนจบ พี่ว่าน้ำนั่งลงก่อนดีกว่านะ”


มือเรียวแกะมือพี่ชายออกขณะหันมาเผชิญหน้า หรี่ตาลงเล็กน้อย“ไม่ค่ะ พี่ตินก็เห็นอยู่นี่ว่าเขากำลังให้เราสืบเรื่องลมๆแล้งๆมันจะเป็นไปได้ยังไงคะ รูปก็ไม่มี ชื่อก็ไม่รู้แบบเนี้ย”


“ทำงานกับผู้หญิงก็แบบนี้ล่ะครับ อะไรก็กลัวไปเสียหมด”เสียงทุ้มเรียบเฉยที่ลอยมาตามลมทำให้ร่างบางชะงักงัน หันขวับไปทางต้นเสียงแล้วแหวใส่เขาอีกครั้ง “มันเรื่องของฉัน นายไม่เกี่ยว”


เหนือลิขิตขยับตัวพิงพนักเก้าอี้ ระบายยิ้มน้อยๆบนริมฝีปากก่อนกล่าวโต้ “ผมว่าคุณไม่กล้ารับงานนี้ เพราะอยากได้งานหมูๆ อย่างคดีหมาหายแมวหายมากกว่ามั้ง”


ใบหน้างามของคนฟังเชิดขึ้น ตรงข้ามกับสายตาที่ทอดมองต่ำมายังใบหน้าของผู้ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม เธอตอบพลางเปลี่ยนชื่อให้เขาเสร็จสรรพ “งั้นนายว่ามา ฉันจะรับคดีนี้เอง นายจะได้รู้จักฉันดีขึ้นนายเหนือลิกควิด”


“จะดีเหรอน้ำ เดี๋ยวก็ตีกันตายพอดี”พริมาภาค้านขึ้น แล้วจึงเงียบเสียงลงเมื่อถูกบัวบูชาสะกิดเตือน “รอดูไปก่อนสิพรีม”


เหนือลิขิตสังเกตสถานการณ์รอบตัวแล้วหัวเราะในลำคอทั้งที่ใบหน้ายังสงบนิ่ง ดวงตาเรียวคมมองคู่กรณีหมิ่นๆ“ผมว่าให้คนอื่นรับงานของผมดีกว่ามั้งฮะ ดูแล้วคุณคงไม่มีความอดทนและความตั้งใจสักเท่าไหร่”


“ให้ญาญ่ารับงานนี้แทนคุณน้ำเถอะค่ะ ญาญ่าเต็มใจ”ภูมิชญาเสนอตัวพร้อมกับสบสายตาลูกค้าหนุ่ม ในใจหวังลึกๆว่าการทำงานครั้งนี้อาจทำให้ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่อมากยิ่งขึ้น แล้วหลังจากนั้นความรักก็คงจะผลิช่อแบบในนิยายที่ชอบซื้อมาอ่านอยู่เป็นประจำ


“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะครับว่าใครคือคนรักของคุณน้าของคุณ”กฤตินวกกลับเข้าเรื่องอีกครั้ง ทำให้ผู้ถูกถามแอบนึกชมในใจว่า ทั้งสำนักงานก็มีผู้ชายคนนี้แหละที่สุขุมและเป็นงานเป็นการมากกว่าคนอื่น


“เรื่องนี้คงต้องสืบจากคุณน้าพรของผมแหละครับ ผมถึงต้องจ้างนักสืบยังไงล่ะ เพราะตามลำพังผมเองคงไม่สามารถหลอกถามข้อมูลคุณน้าได้”


“ทำไมคุณไม่ถามคุณน้าตรงๆเลยล่ะคะ”บัวบูชาซักขณะที่พริมาภานั้นเป็นผู้คอยจดบันทึกข้อมูลต่างๆอยู่ยิกๆ


“คุณน้าไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับใครเลยครับ ท่านให้เหตุผลว่าไม่อยากให้อดีตคนรักลำบากใจ เพราะเขาเองก็มีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ก็อย่างที่บอกนะครับ ว่าผมสงสารคุณน้าอยากให้ท่านสมหวังสักครั้ง เอ่อ ก่อนที่ท่านจะจากไป”


“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องส่งใครสักคนให้ไปใกล้ชิดกับคุณน้าของคุณใช่ไหม”กฤตินพอจะเดาลู่ทางออก “ปัญหามันมีอยู่ว่าเราจะให้คนของสำนักงานเข้าไปในฐานะอะไรล่ะ”


“คนรักของผม”เขาตอบเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศก่อนขยายความ “คุณน้าต้องการเห็นผมเป็นฝั่งเป็นฝา ดังนั้นท่านจะต้องรักและไว้ใจคนที่จะมาเป็นหลานสะใภ้ของท่านแน่ๆ”


“ถ้างั้นญาญ่าคงทำงานนี้ไม่ได้แล้วล่ะ ให้ดาไปทำแทนนะคะคุณติน”ปนัดดาอาสาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น สาวใหญ่วัยใกล้คานอย่างเธอมีหรือจะทิ้งโอกาสอันงามเช่นนี้ไปได้



กฤตินเลิกคิ้วมองผู้อาสาแล้วยิ้มพลางส่ายหัว “ผมว่างานนี้น่าจะหาคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับคุณเหนือลิขิตจะดีกว่านะ”


“แต่คนที่มีแฟนอายุมากกว่าก็มีเยอะแยะไปนะคะคุณติน”สาวใหญ่ยังคงจีบปากจีบคอเถียง


“ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่คุณน้ำ น้องบัว แล้วก็น้องพรีมสิครับ”พีรัชชัยช่วยสรุป “แล้วใครเหมาะสมที่สุดล่ะ”


“น้ำบอกแล้วไงคะ ว่างานนี้น้ำจะรับเอง” น้ำบุศย์แทรกขึ้นก่อนเดินเข้าไปประจันหน้ากับคู่ปรับรายล่าสุดของตน


“แต่พี่กลัวว่าจะล่มกลางงานน่ะสิ เพราะน้ำไม่ชอบคุณเหนือลิขิตเขาเลยนี่”ฝ่ายพี่ชายค้านขึ้น พลางอธิบายเหตุผล“ทำงานก็ต้องหาคนที่เหมาะสมที่สุด เพื่อความสำเร็จในภายหน้า ไม่ใช่ทำเพื่อเอาชนะเพียงอย่างเดียว การทำงานน่ะพลาดไม่ได้นะน้ำ ถ้าคุณน้าของคุณเหนือลิขิตจับได้เราก็จะไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีกเลย”


“พรีมเองได้ไหมคะพี่ติน”พริมาภาแทรกขึ้นด้วยท่าทีมั่นใจ ทว่าคนฟังกลับหัวเราะเสียงดังลั่น “เธอเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะเลือกนะพรีม สาวน้อยแสนซุ่มซ่าม เฉิ่มเบ๊อะ ปล่อยไปก็มีหวังแผนการพังหมดแน่ๆ”



“ถ้างั้นก็ต้องเป็นบัวล่ะสิ”บัวบูชาชี้นิ้วเข้ามาหาตัวเองพลางทำตาปริบๆ
ชายหนุ่มรุ่นพี่พยักหน้า“คงต้องเป็นน้องบัวแหละครับที่เหมาะที่สุด นางแบบสาวสวยรวยเสน่ห์แบบนี้คงทำให้คุณน้าของคุณเหนือลิขิตเชื่อได้ไม่ยากว่าเป็นแฟนของหลานท่านจริงๆ”
โดย: ผู้หญิงเลือดเย็น วันที่: 16 ธันวาคม 2555 เวลา:15:15:50 น.
  
“ค่ะ ถ้างั้นบัวก็ต้องตามคุณเหนือลิขิตไปที่บ้านใช่ไหมคะ”เจ้าตัวซัก
ลูกค้าหนุ่มพยักหน้า “ครับ แต่ว่าบ้านผมไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯนะฮะ อยู่จังหวัดลำปาง”


“ลำปาง!”หญิงสาวทวนคำเสียงดังแล้วสั่นหน้า “บัวคงไปอยู่ต่างจังหวัดนานๆไม่ได้หรอกนะคะพี่ติน ที่บ้านคงไม่ยอมแน่ๆ แล้วไหนจะงานถ่ายแบบอีกล่ะ”


“เราก็ปฏิเสธงานนี้ไป จบ!” น้ำบุศย์แนะด้วยท่าทีเป็นต่อ ดีเสียอีก นายโรคจิตจะได้ไปพ้นๆหน้าเสียที


เหนือลิขิตได้ฟังจึงลุกขึ้นยืน หันไปทางกฤตินแล้วค้อมศีรษะลงเล็กน้อย และทำท่าคล้ายจะผละไป “ผมนึกอยู่แล้วว่าสำนักงานนักสืบที่มีนักสืบเป็นผู้หญิงจะต้องปฏิเสธงานหินๆอย่างง่ายๆแบบนี้แหละ แต่ผมก็เข้าใจคุณนะครับ คุณกฤติน”


ใบหน้าของน้ำบุศย์งอง้ำ เธอขยับร่างโปร่งระหงของตนมายืนขวางร่างสูงเอาไว้ “นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง”


เหนือลิขิตยักไหล่ “ผมก็พูดภาษาไทยชัดเจนดีแล้วนี่ และตอนนี้กำลังจะกลับ ขอทางหน่อยครับ”


“แต่นายต้องอยู่ก่อน”


“เพื่ออะไร”


“เพราะว่าฉันจะเป็นคนรับงานนี้เองน่ะสิ ฉันไม่ยอมให้ใครมาดูถูกเล่นแบบนี้หรอกนะ”หญิงสาวบอกด้วยสีหน้าบึ้งตึง ตรงข้ามกับคู่สนทนาที่กำลังซ่อนยิ้ม ใครจะดูไม่ออกกันเล่าว่าเธอตอบรับเพราะทิฐิหาใช่ความพึงพอใจไม่


ความเงียบครอบคลุมห้องสีขาวอยู่พักใหญ่กฤตินจึงย้อนถามน้องสาวของตนอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ “แน่ใจเหรอน้ำ”


น้ำบุศย์พยักหน้า “ค่ะถ้าไม่มีใครสามารถรับงานนี้ได้ น้ำก็จะทำเอง”


“แต่ต้องไปทำงานถึงลำปางเลยนะน้ำ จะดีเหรอ”แม่แก่อย่างพริมาภายังคงห่วง โอย...ก็เพื่อนของเธอยังเป็นสาวเป็นแส้อยู่นี่นา จะให้ตามลูกค้าหนุ่มไปถึงลำปางได้ยังไง


ผู้ถูกถามฝืนยิ้ม “น้ำจะทำตามที่พี่ตินบอกยังไงล่ะพรีม ว่าจะต้องแยกเรื่องส่วนตัวกับงานออกจากกันให้ได้ น้ำมีเวลาพิสูจน์ตัวเองกับคุณพ่อแค่สามเดือนเท่านั้นนะ ยังไงก็ต้องสู้อย่างเดียว ส่วนนาย...”สายตาคมมองจิกไปยังลูกค้าหนุ่มเขม็ง “จะต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองเอาไว้กับสำนักงานด้วย เพราะฉันก็ต้องห่วงความปลอดภัยของตัวเองเหมือนกัน”


“ตกลง”เหนือลิขิตรับคำแล้วเมินมองออกไปนอกหน้าต่าง เขามั่นใจว่า หากผู้ที่ติดตามเขากลับไร่เคียงดอยไปคือหญิงสาวผู้นี้ น้าสาวที่เขารักประดุจแม่บังเกิดเกล้าจะต้องสมหวังดังที่ต้องการอย่างแน่นอน
โดย: ผู้หญิงเลือดเย็น วันที่: 16 ธันวาคม 2555 เวลา:15:18:10 น.
  
“แน่ใจแล้วเหรอน้ำ”เสียงถามของเพื่อนรักทำให้มือขาวผ่องที่กำลังยกน้ำกระเจี๊ยบขึ้นดื่มชะงัก น้ำบุศย์ขยับตัวเอียงหน้าไปทางประตูหลังของสำนักงานแล้วจึงวางแก้วน้ำลงบนจานรองก่อนเงยหน้าขึ้นมองร่างระหงของนางแบบสาวซึ่งกำลังนั่งลงฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ “แน่ใจอะไรบัว”


บัวบูชายักไหล่ก่อนตอบ“ก็เรื่องตามนายเหนือลิขิตอะไรนั่นไปลำปางไง”


“อ๋อ เรื่องนั้นเอง น้ำตัดสินใจแล้วล่ะ มันเป็นงานของเรานี่นา”


“แต่ถึงน้ำจะรับงานนี้ ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะต้องสำเร็จเสมอไปนะ”


น้ำบุศย์พยักหน้า เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สองมือวางทาบลงบนโต๊ะขณะที่ดวงตานั้นสบตาเพื่อนรักอย่างแน่วแน่ “แต่นี่จะเป็นแบบเรียนอีกบทหนึ่งที่เราจะได้เรียนรู้ หากเรายังรักที่จะทำอาชีพนี้อยู่ทุกอย่างถือว่ามันเป็นประสบการณ์”


“ประสบการณ์เหรอ คุณลุง คุณป้าล่ะ น้ำจะตอบท่านว่ายังไงที่ต้องหายหน้าไปนานขนาดนั้นน่ะ มันไม่ใช่แค่วันสองวันก็สำเร็จนะ”บัวบูชาพยายามยกแม่น้ำทั้งห้ามาขวางเพื่อน เนื่องจากเธอและพริมาภาเห็นพ้องต้องกันว่า งานนี้ไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่เพื่อนของเธอต้องเผชิญ


“น้ำจะอ้างว่าตามบัวไปถ่ายแบบที่ต่างจังหวัดไง”


“ไม่สมเหตุสมผลเลย เมื่อก่อนน้ำอาจจะไปกับบัวได้ แต่เดี๋ยวนี้เรามีสำนักงานนักสืบต้องดูแล อยู่ดีๆเจ้าของสำนักงานจะตามเพื่อนไปทำงานต่างจังหวัดได้ยังไง”บัวบูชาค้าน ดวงตาคู่สวยมองเลยเพื่อนรักไปยังดอกชมพูพันธ์ทิพย์ที่เพิ่งร่วงจากต้นลงสู่พื้นดิน


“จริงสิ งั้นต้องบอกตามตรงแหละว่าไปทำงาน แต่อาจจะไม่บอกรายละเอียดอะไรมากนักไม่งั้นคุณแม่คงไม่ยอม ”


“เดี๋ยวพี่จะส่งนายพีไปคอยเป็นผู้ช่วยอยู่ห่างๆก็แล้วกัน”เสียงทุ้มที่ดังใกล้เข้ามาทำให้สองสาวรู้ว่ากฤตินนั้นยืนฟังอยู่นานแล้ว



“พี่ไม่ได้มาแอบฟังหรอกนะ แค่จะมาตามน้ำไปตกลงกับคุณเหนือลิขิตว่าจะเดินทางเมื่อไหร่ ยังไงเท่านั้นเอง”ชายหนุ่มออกตัว


“น้ำจะขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่พร้อมบัววันมะรืนค่ะ ให้นายคนนั้นส่งคนไปรับที่สนามบินด้วยก็แล้วกัน”น้องสาวให้คำตอบขณะพี่ชายเดินเข้ามาใกล้จะถึงตัว “ทางโน้นเขาอยากให้น้ำไปด้วยกันวันนี้เลย เขาจะได้จัดการค่าใช้จ่ายให้”


“ไม่ล่ะค่ะ น้ำจะไปเอง ถ้าไปถึงค่อยเบิกค่าเดินทางที่นั่น”น้ำบุศย์บอกพี่ชายแล้วจึงลุกขึ้นยืนและหันบอกเพื่อนหน้ายิ้มๆ “เดี๋ยวน้ำเข้าบ้านไปกล่อมคุณพ่อก่อนนะบัว หาพวกก่อน”


“ตามสบายจ้ะ”บัวบูชายิ้มตอบ จากนั้นจึงหันไปหาหนุ่มรุ่นพี่“พี่ตินคะบัวขอเวลาสัก 5 นาทีสิ”


“ครับ มีอะไรเหรอน้องบัว”กฤตินหันหลังกลับและเอ่ยอนุญาตอย่างใจดี
“พี่ตินไม่เป็นห่วงน้ำเหรอคะ”นางแบบสาวถามขึ้นหลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ “บัวไม่ค่อยสบายใจเลย คนสมัยนี้น่ากลัวนะคะ พี่พียังเคยเล่าให้ฟังเลยว่ามีการสร้างเรื่องมาหลอกคนอื่นแบบนี้อยู่บ่อยๆ”


กฤตินส่ายหน้าเล็กน้อย เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในตนเองและมั่นใจว่าน้องสาวของตนเฉลียวฉลาดดูแลตัวเองได้จึงย้อนถามอย่างขำๆ”นายพีเนี่ยเป็นนักแช็ทตัวยงไม่ใช่เหรอ ในสังคมออนไลน์มักจะมีการหลอกหลวงแบบนั้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่งานของเรามีพื้นฐานอยู่บนโลกแห่งความจริงนะน้องบัว ยังไงเราก็มีข้อมูลลูกค้าอยู่แล้วล่ะ ไม่น่าเป็นห่วงหรอก”


เมื่อได้ยินคำยืนยันหนักแน่นหญิงสาวจึงยิ้มแหยๆพยักหน้าตอบ “ใช่ค่ะ แต่ฟังแล้วก็น่ากลัวนะคะพี่ติน มีทั้งหลอกไปทำร้าย หลอกเอาเงิน อย่างน้ำเนี่ยอาจจะถูกหลอกไปเรียกค่าไถ่หรือไปทำมิดีมิร้ายก็ได้นะคะ”


พี่ชายเพื่อนหัวเราะ “อ่านนิยายมากไปหรือเปล่าจ๊ะน้องบัว พี่เชื่อว่าน้ำเอาตัวรอดได้ น้องบัวก็รู้นี่นาว่าเพื่อนตัวเองน่ะร้ายกาจขนาดไหน แต่เพื่อความสบายใจของทุกคน เดี๋ยวพี่จะให้เพื่อนที่เป็นตำรวจเช็คประวัติคุณเหนือลิขิตให้ก็แล้วกัน”


“ค่ะ ฝากด้วยนะคะ บัวจะได้ไปบอกพรีม รายนั้นห่วงเพื่อนจนเครียดเลย”


กฤตินได้ฟังจึงส่ายหัวด้วยความระอา ก่อนจะหัวเราะหึๆหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้เพื่อนของน้องสาวมองตามอย่างงงๆ


พี่ตินนี่ก็แปลก ตอนแรกทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อ แล้วก็ผละไปเฉยๆซะงั้นละ

โดย: ผู้หญิงเลือดเย็น วันที่: 16 ธันวาคม 2555 เวลา:15:19:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ผู้หญิงเลือดเย็น
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ใครเล่นเฟซบุ๊คไปคุยกันได้
ในแฟนเพจ "บ้านน้ำฟ้า"นะคะ