สิงหาคม 2555

 
 
 
1
3
4
5
6
10
11
12
14
16
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
นวนิยาย..พลิกผืนฟ้าหารัก บทที่ ๒/๒

เวิ้งน้ำสีดำกลมกลืนกับท้องฟ้าสีเดียวกันจนแยกไม่ออก ส่งผลให้ผู้ซึ่งยืนทอดอารมณ์ตามลำพังบนดาดฟ้าเรือรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยวอันมืดมิด มีเพียงดวงดาวสีระเรื่อที่ส่องแสงระยิบพราวเท่านั้นคอยเป็นเพื่อน

 

อนันต์ทวีปขยับตัวนิดหนึ่งเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบแล้วจึงหันหลังพิงราวเหล็กซึ่งทอดตัวอยู่รอบๆดาดฟ้าและเงยหน้าขึ้น ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

 

เรือทยานชลยังคงลอยล่องฝ่ากระแสคลื่นไปไม่หยุดหย่อน หลายครั้งที่ต้องปะทะระรอกคลื่นลูกใหญ่จนเรือไหวโยกไปมาน่าใจหาย แต่ผู้การหนุ่มก็ชินเสียแล้วกับเหตุการณ์เช่นนี้ เขาจึงยังคงหลับตานิ่ง ปล่อยอารมณ์ไปตามแต่ใจ จวบจนรู้สึกว่ามือหนักๆของใครบางคนวางทาบลงบนบ่าของตน เขาจึงลืมตาขึ้นและพบว่าเพื่อนรักยืนอยู่ตรงหน้า

 

“เป็นอะไรไปอีกล่ะครับ ท่านผู้การ”ชนวีร์แกล้งทำพินอบพิเทาให้เพื่อนหมั่นไส้เล่น แล้วจึงกอดอกหัวเราะเบาๆในลำคอ

 

“เปล่า”อนันต์ทวีปตีหน้าเฉยตอบ พลางยกมือขึ้นกอดอกมองหน้าเพื่อนบ้าง “แกมีอะไรกับข้าหรือเปล่าเจ้าวีร์”

 

“โอ้โฮ ท่านผู้การ ต้นเรืออย่างผมจะกล้ามีอะไรกับท่านได้ยังไงคร้าบ”อีกฝ่ายยานคางตอบด้วยน้ำเสียงยียวนสุดขีด ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเมื่อเห็นเพื่อนขยับแข้งขยับขาไปมา“ข้านอนไม่หลับก็เลยคิดจะขึ้นมาชมวิวบ้างเท่านั้นแหละ”

 

“เป็นอะไรถึงนอนไม่หลับล่ะ ทุกทีเห็นขี้เซาจะตาย”

 

“ตื่นเต้นน่ะสิ ลงเรือมาตั้ง 2 สัปดาห์ พอจะได้กลับเข้าฝั่งบ้างใจมันก็เต้นตุบตับๆไม่ยอมหลับยอมนอนเลยนะโว้ย”ชนวีร์บอกกลั้วหัวเราะ

 

ผู้การหนุ่มหัวเราะหึๆในลำคอด้วยรู้ใจเพื่อนดีว่าสาเหตุที่ทำให้เขาอยากกลับขึ้นฝั่งเร็วๆนั้นเพราะอะไร แล้วจึงเอ่ยดักคอว่า “ตื่นเต้นที่จะได้กลับไปตะลุยราตรีใช่ไหมเจ้าวี ระวังเถอะ เที่ยวจัดๆแบบนี้คุณนกเธอจะถอนหมั้นเอา”

 

เขาหมายถึงนริษาคู่หมั้นสาวผู้อ่อนหวานของเพื่อนรัก ซึ่งชายหนุ่มมองเห็นความแตกต่างอย่างสุดกู่ของคนทั้งคู่แล้วก็อดเห็นใจคนรักของเพื่อนไม่ได้ ด้วยรู้ดีว่าชนวีร์นั้นเรียกได้ว่าเป็นพวกเจ้าชู้ยักษ์เลยทีเดียว

 

“จะให้ข้าทำตัวเป็นฤๅษีบำเพ็ญตะบะแก่กล้าอยู่บนเรืออย่างแกหรือไงเจ้าทิว”อีกฝ่ายย้อน

 

“นี่ถ้าแกไม่เหลวไหลในช่วงแรกๆ ป่านนี้ก็เป็นผู้การไปแล้วเจ้าวีร์ ยังจะมาแขวะคนอื่นอีก”ผู้การหนุ่มบ่นอุบทว่าไม่ใส่ใจนัก เขาและชนวีร์เป็นเพื่อนสนิทกันมานานจึงทำให้คนทั้งคู่รู้จักรู้ใจเกินกว่าที่จะโกรธเคืองกันเพราะการยั่วเย้ากระเซ้าแหย่เช่นนี้

 

“ก็ช่วงนั้นมันยังวัยสะรุ่นอยู่นี่ อีกอย่างพ่อข้าก็ไม่ได้เป็นอธิบดีเหมือนแกนี่หว่าจะได้ก้าวหน้าพรวดๆไวแบบนี้น่ะ”ชนวีร์ยังคงกวนประสาทเพื่อนต่อทั้งที่รู้ดีว่าการที่อนันต์ทวีปก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงกว่าตนนั้นเป็นเพราะอีกฝ่ายมีภาวะผู้นำและมีความรับผิดชอบสูงมาตั้งแต่ครั้งที่ยังเรียนโรงเรียนเตรียมทหารแล้ว อนันต์ทวีปจึงได้รับตำแหน่งประธานรุ่นขณะที่เขาเองก็ทำหน้าที่เลขาฯของเพื่อนมาโดยตลอด

 

“คงอย่างนั้นมั้ง”อนันต์ทวีปเอ่ยแล้วจึงยืดตัวขึ้นทำท่าเหมือนจะเดินจากไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายร้องถาม “แล้วนั่นจะรีบไปไหนล่ะ”

 

“นอน”

 

“อย่าบอกนะโว้ยว่าโกรธที่ข้าพูดเล่นเมื่อกี้ ทำตัวเป็นคนขี้งอนไปได้นะเจ้าทิว”ชนวีร์เริ่มร้อนตัวเกรงว่าตนจะทำให้เพื่อนไม่พอใจ แต่อีกฝ่ายกลับยักไหล่ กล่าวปฏิเสธ “ไร้สาระน่า ข้าง่วงแล้วก็ต้องไปนอนสิ แกจะคิดอะไรก็คิดไปเถอะเจ้าวีร์ ข้าคิดเสมอว่า ถ้าจะโกรธแก โกรธหมาโกรธแมวยังจะดีกว่า”

 

ว่าแล้วคนมีสาระก็ผละจากไป ทิ้งให้คนไร้สาระยืนขำอยู่คนเดียว พลางแอบนินทาเพื่อนอยู่ในใจ ‘เจ้าทิวนะเจ้าทิว รูปหล่อพ่อมีบารมีอย่างแก น่าจะใช้ชีวิตให้คุ้มมากกว่านี้ นี่อะไร อายุจะสามสิบรอมร่อแล้วก็ยังทำตัวเป็นชายหนุ่มช่างฝันอยู่ได้ เสียดายจริงๆ’

 

 

 




Create Date : 07 สิงหาคม 2555
Last Update : 7 สิงหาคม 2555 20:29:58 น.
Counter : 669 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ผู้หญิงเลือดเย็น
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ใครเล่นเฟซบุ๊คไปคุยกันได้
ในแฟนเพจ "บ้านน้ำฟ้า"นะคะ