มกราคม 2557

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
15
17
19
21
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
นวนิยายตราบสิ้นอสงไขย บทที่ ๙ ตัวแปรหัวใจ
บทที่ ๙



“ขอสากับลิลลี่กลับด้วยนะคะ ลิลลี่เขาปวดหัวแต่ทางกองถ่ายจะนัดหมายกันไปทานข้าวในเมืองก่อนน่ะค่ะ” มาริสาพูดขึ้นหลังจากที่นทีดลและเอื้องลดาเดินมาถึงจุดที่เธอและนาถนรียืนอยู่

“แต่ว่า...”เจ้าของรถเอ่ยปากจะค้าน ทว่าเอื้องลดากลับยินยอมจำนนต่อเหตุผลของอีกฝ่ายโดยง่าย “คุณดลพาลิลลี่ไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่นัทกับเอื้องจะไปกับรถกองถ่ายเอง”

“จริงๆรถผมก็นั่งได้หลายคนนะ ไปกันหมดนี่เลยก็ได้”นทีดลพยายามหาทางที่ดีที่สุดมาเสนอ

มาริสารีบโบกไม้โบกมือ “ไม่พอนั่งหรอกนะ สาลืมบอกว่ารีนาก็จะไปกับเราด้วย”

คราวนี้นาถนรีซึ่งรู้สึกทะแม่งๆอยู่นานจึงย้อนถามบ้าง “แล้วทำไมพวกคุณไม่ขอติดรถพี่แก้วคอสตูมไปก่อนล่ะ ฉันได้ยินพี่เขาบอกว่าจะรีบกลับนี่”

ผู้ถูกถามมองอีกฝ่ายด้วยหางตาแล้วจึงตอบ “พวกเราเกรงใจน่ะสิ คนอื่นๆเขาพักกันที่โรงแรมในเมือง มีแต่พวกเรานี่ล่ะที่พักรีสอร์ตคุณดล”

ผู้จัดการนางเอกหัวเราะ “อ้อ ก็เลยไม่เกรงใจคนที่คุณดลไปรับมาแต่แรกงั้นเหรอ”

“ทำไมต้องเกรงใจพวกเธอ ในเมื่อกลุ่มฉันมีคนป่วย”

“พี่นัทคะ”เอื้องลดาดึงแขนพี่สาวและเอ่ยปรามเบาๆ หากอีกฝ่ายยังไม่หยุด ทั้งยังขยับเข้าไปใกล้คู่กรณีอีกนิด “ทำไมน่ะเหรอ เพราะเราสองคนก็พักที่รีสอร์ตเหมือนกันน่ะสิ แถมเรายังเป็นคนที่คุณดลอาสาขับรถมาส่งตั้งแต่แรกด้วย”

มาริสาเชิดคางโต้ “แต่ลิลลี่ไม่สบาย พวกเธอไม่ควรเห็นแก่ตัวนะ”

“แล้วไอ้ที่ว่าป่วยน่ะ ป่วยจริงหรือแค่เรียกคะแนนสงสารล่ะ” สาวร่างท้วมแขวะ

เอื้องลดาอดรนทนไม่ได้จึงเดินเข้ามายืนแทรกระหว่างคนทั้งสองและหันไปบอกมาริสาเสียงเรียบ “เธอกับเพื่อนๆกลับพร้อมคุณดลเถอะ เดี๋ยวเราสองคนจะไปกับรถกองถ่ายเอง แค่คุณดลขับรถมาส่งก็เสียเวลามากพอแล้ว ดังนั้นเราต้องมีความเกรงใจต่อเขาบ้าง ไม่ใช่มาแย่งกันจะเป็นจะตายให้เขาลำบากใจ”

“ไปค่ะพี่นัท”พูดจบดาราสาวก็ใช้มือขวาแตะข้อศอกผู้จัดการส่วนตัวเบาๆก่อนหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ทว่าไม่ถึงนาทีนทีดลก็ผละจากมาริสาวิ่งตามมาดักหน้า “มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิ”

“แล้วจะให้ทำยังไงคะ ในเมื่อคนสนิทของคุณเขาไม่สบาย”เอื้องลดาตอบอย่างงอนๆ

นทีดลอมยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ก็พาเขาไปส่งที่รีสอร์ตก่อนค่อยกลับมาพาคุณสองคนไปทานข้าวสิครับ ผมตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าวันนี้จะพาคุณเอื้องกับคุณนัทไปทานขันโตกกัน”

“อุ๊ย นัทชอบอาหารเหนือค่ะคุณดล งั้นตกลงตามนี้นะจ๊ะเอื้อง”นาถนรีคะยั้นคะยอน้องสาวพลางหันไปขยิบตาใส่ชายหนุ่ม

“นะครับคุณเอื้อง ผมวนรถไปแป๊บเดียว”

เอื้องลดาถอนใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง ก่อนตอบคำเสียงขุ่น “นี่คุณทำเป็นไม่รู้หรือเปล่าคะ ว่าเจตนาของสามสาวนั่นคืออะไร”

ชายหนุ่มกระตุกมุมปากยิ้มน้อยๆ “ถ้าคุณรู้คุณก็ช่วยผมสิครับ ผมไม่ใช่คนที่ปฏิเสธใครไม่เป็น เพียงแต่ในฐานะเจ้าของรีสอร์ตผมต้องบริการแขกเท่านั้นเอง”

เกือบแล้วสิ คำพูดของเขาเกือบทำให้เธอเผลอยิ้มออกไป อะไรกัน แค่คำอธิบายสั้นๆเพียงเท่านี้ กลับทำให้เธอโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

“นะครับคุณเอื้อง” นทีดลย้ำ

หญิงสาวจึงแสร้งทำเป็นพยักหน้ากลายๆอย่างไม่สนใจไยดีนัก ทั้งๆที่ภายในใจเต้นระส่ำ อยากรู้เหลือเกินว่าใจเขาคิดอย่างไร

เฮ้อ! หวังว่าเธอไม่คิดไปเองนะ...เอื้องลดา



Create Date : 24 มกราคม 2557
Last Update : 24 มกราคม 2557 6:59:49 น.
Counter : 474 Pageviews.

3 comments
  
แดดรำไรทอแสงลอดกิ่งไม้ใบโปร่งลงมายังจุดที่หญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมยืนอยู่ เธอจึงขยับตัวหนีให้พ้นจากแสงสีส้มระเรื่อพลางชะเง้อชะแง้ไปยังทางเดินที่ทอดมาสู่อาณาเขตของพระธาตุเจ็ดยอดใกล้กับที่ตนยืนอยู่ จึงไม่ทันเห็นผู้ที่กำลังเดินมาทางด้านหลังอย่างเงียบเชียบ

“มองหาใครอยู่เหรอลิลลี่”

เมรินซึ่งกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับนทีดลสะดุ้งเล็กน้อย แต่ครู่เดียวก็ตั้งสติได้จึงหันมาตอบอย่างเสียไม่ได้ “ก็รอสากับพี่ดลน่ะสิ ลิลลี่ให้สาไปบอกพี่เขาว่าจะกลับด้วย”

คนฟังเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม “คุณดลเขามาพร้อมคุณเอื้องไม่ใช่เหรอ”

“แล้วไงล่ะ”เสียงถามของเมรินห้วนจัด

“ก็ไม่แล้วไงหรอก รีนานึกว่าลิลลี่จะเกลียดคุณเอื้องจนไม่อยากญาติดีด้วยเสียอีก ไม่คิดว่าจะยอมนั่งรถคันเดียวกันกลับรีสอร์ตได้”

เมรินกระตุกมุมปากขึ้นยิ้มข้างหนึ่ง ขณะมองเพื่อนด้วยสายตาขวางๆ “แล้วใครบอกว่าจะให้มันไปด้วยล่ะ”

เอรินาเลิกคิ้ว “นี่ลิลลี่จะไปแทนแล้วให้เขากลับกับรถกองถ่ายงั้นเหรอ”

เมื่อเพื่อนเดาสถานการณ์ถูกเมรินจึงหัวเราะคิกคักอย่างสาสมใจ “ก็ใช่น่ะสิ ตอนนี้สาไปบอกพี่ดลแล้วว่าลิลลี่ปวดหัวมาก ขอกลับด้วย”

สาวลูกครึ่งถอยหลังไปยืนพิงต้นไม้ใหญ่พลางยกมือขึ้นกอดอก ทอดสายตามองไปยังยอดเจดีย์เบื้องหน้าขณะถาม “ลิลลี่จงใจแกล้งคุณเอื้องใช่ไหม มีเหตุผลอะไรถึงไม่ชอบเขาล่ะ”

เมรินหันขวับทันที่ที่คำถามนั้นผ่านประสาทหู “ทำไม เธอเป็นห่วงมันเหรอรีนา นี่ตกลงเธอเป็นเพื่อนใครกันแน่”

เอรินาถอนใจออกมาดังๆแล้วค่อยตอบ “รีนาก็ห่วงลิลลี่นั่นแหละ กลัวว่าทำแบบนั้นแล้วคุณดลจะมองไม่ดี เขาไม่ใช่เด็กๆนะจะได้ดูไม่ออกน่ะ ว่าพวกเรากำลังทำอะไรอยู่”

“ถ้างั้นรีนาก็ต้องช่วยลิลลี่สิ”เมรินเสียงอ่อนลง

เอรินาพยักหน้า “งั้นก็เล่ามาก่อนว่าทำไมถึงเกลียดคุณเอื้องเขานัก”

มารินยักไหล่ “ไม่รู้สิ ไม่ค่อยถูกชะตาแม่คนนี้มาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกละ แถมยังมีงานที่ถูกหล่อนชิงไปหลายหน อย่างพรีเซ็นเตอร์โฆษณาน้ำหอมแบรนด์ดังนั่นก็ใช่ ละครเรื่องนี้อีกล่ะ ถึงจะมีนักแสดงนำหญิง 2 คน แต่ตัวที่คู่กับพระเอกจริงๆคือเอื้องลดา แถมทำไปทำมาหล่อนยังทำท่าว่าจะมาแย่งพี่ดลไปจากลิลลี่อีก ลิลลี่ไม่เคยเป็นรองใครรีนาก็รู้ ถ้าจะให้ยอมถูกฉกไปง่ายๆ ไม่มีทาง ”

“จะว่าเขาแย่งก็ไม่ถูก ลิลลี่กับคุณดลยังไม่ได้คบกันเลยนี่”ผู้เป็นเพื่อนแย้งตรงๆเนื่องจากเอรินาเป็นคนตรงไปตรงมาและถือความถูกต้องเป็นหลัก ทว่าคำพูดของเธอนั้นสะกิดใจเพื่อนรักอย่างจัง เมรินจึงชักสีหน้าเข้าใส่และถามเสียงดังเกือบตะคอก “นี่เธอจะเข้าข้างใครกันแน่แม่เอรินา”

“รีนาก็แค่อยากเตือนสติลิลลี่ เราเป็นเพื่อนกัน มีอะไรก็ต้องบอกกันไม่ใช่เหรอ”สาวลูกครึ่งตอบอย่างใจเย็น

เมรินไม่ต่อปากต่อคำอีก เนื่องจากสายตาของเธอมองเห็นมาริสากำลังเดินลิ่วๆเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ไปกันได้แล้ว ยายเอื้องกับผู้จัดการนั่นจะกลับพร้อมรถกองถ่าย”

“งั้นเดี๋ยวเจอกันที่รีสอร์ตนะ รีนาไปล่ะ”เอรินาบอกพลางหันหลัง

“จะไปไหนรีนา เธอเองก็ต้องไปกับพวกเรา ไม่งั้นรถก็ว่างพอที่คนอื่นจะมานั่งได้สิ”มาริสาท้วงตามหลัง

ผู้เป็นตัวแปรหันขวับมาค้าน “แต่ว่ารีนาเกรงใจคุณดลเขา”

เมรินคว้าข้อมือเพื่อนเอาไว้พลางสำทับเสียงหนัก “ถ้างานนี้เธอไม่ช่วย ถือว่าไม่รักกันจริง”

เอรินาทำได้เพียงลอบถอนใจเบาๆอย่างสุดแสนระอา นี่ถ้าไม่ติดว่าเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมล่ะก็ เธอคงเลิกคบสองสาวไปนานแล้ว“เอาล่ะ ไปก็ไป”

หลังหาข้อสรุปกันลงตัวแล้ว สามสาวจึงพากันเดินไปขึ้นรถซึ่งจอดรออยู่บนถนนภายในวัดซึ่งบรรจบกับทางเดินที่เธอทั้งหมดต้องผ่านมาพอดี จากนั้นชายหนุ่มผู้เป็นคนขับจึงบ่ายหน้ารถออกสู่เส้นทางที่จะไปยังพิงครัตน์รีสอร์ตด้วยความเร็วในระดับที่เมรินต้องทักท้วง “ทำไมพี่ดลขับรถเร็วจังเลยคะ”

“พี่มีธุระต่อน่ะครับ”นทีดลตอบโดยที่สายตายังมองตรงไปข้างหน้า

“ช้าลงอีกนิดเถอะค่ะ มันอันตราย”เอรินาเสริมบ้างเพราะเห็นว่าข้างทางมีการเล่นน้ำสงกรานต์กันอยู่หลายจุด

ชายหนุ่มไม่ตอบรับหรือปฏิเสธแต่ก็ยอมลดระดับความเร็วลงโดยดี

“อยากเล่นน้ำสงกรานต์บ้างจังค่ะ”เมรินเอ่ยชวนขึ้นมาลอยๆหลังจากที่อีกฝ่ายลดระดับความเร็วลงมากแล้ว

นทีดลเหลือบมองหญิงสาวรุ่นน้องแล้วจึงปฏิเสธนุ่มๆ “ลิลลี่ปวดหัวอยู่นี่ครับ ถ้าเล่นน้ำจะทำให้ไม่สบายได้นะ พี่ว่ากลับไปนอนพักดีกว่า”

“เอ่อ แต่ว่า...”

“เชื่อพี่เถอะ ถ้าไม่สบายหนักจนทำงานไม่ได้ ทางกองถ่ายจะลำบากนะ”

เมรินจึงเงียบเสียงลงทั้งๆที่ไม่เห็นด้วยนัก แต่ก็ไม่รู้จะค้านอีกฝ่ายอย่างไร ในเมื่อเธอเป็นคนวางแผนว่าป่วยเอง

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ เจ้าของรถจึงเปิดเพลงสากลเบาๆให้ฟังเพื่อเป็นการผ่อนคลายจวบจนรถยุโรปสีดำเคลื่อนเข้าจอดเทียบด้านหน้าเรือนไม้หลังกะทัดรัดซึ่งตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสีสันราวกับเป็นบ้านในนิทาน สารถีหนุ่มจึงก้าวลงจากรถหมายจะเปิดประตูให้หญิงสาวทั้งสาม แต่ก็มีเพียงเมรินคนเดียวที่นั่งทำท่าเป็นนางพญารออยู่ ส่วนเพื่ออีกสองคนนั้นไม่สนใจพิธีรีตองจึงเปิดประตูเองทันทีที่รถจอด

“ขอบคุณนะคะคุณดลที่มาส่ง” มาริสาและเอรินาเอ่ยขึ้นเกือบพร้อมๆกัน

นทีดลหันไปยิ้มให้สาวสวยทั้งสองขณะที่ใช้มือดึงประตูเปิดให้ดาราสาวสวยซึ่งนั่งตอนหน้าคู่มากับตน

“พี่ดลจะกลับมาทานข้าวเย็นที่นี่ไหมคะ”เมรินถามหลังจากเพื่อนทั้งสองเดินเข้าไปในบ้านพักเรียบร้อยแล้ว หากเธอยังเกาะประตูรถของชายหนุ่มรอท่าอยู่

“คงไม่ครับ วันนี้พี่จะไปทานข้าวข้างนอก”

ดาราสาวทำหน้ามุ่ย “ลิลลี่ว่าจะชวนพี่ดลดินเนอร์ด้วยเสียอีก”

“เอาไว้วันหลังก็แล้วกันครับ วันนี้พี่ต้องรีบไป”เขาตัดบทอย่างง่ายๆ หญิงสาวจึงจำต้องยินยอมด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ นับวันเขาชักจะทำตัวห่างเหินจากเธอแล้วเข้าไปใกล้ชิดสนิทสนมกับเอื้องลดาแทน แต่เธอก็ทำได้แค่เพียงผละออกมายืนดูรถของเขาเคลื่อนกลับไปทางเดิมด้วยความรู้สึกระแวงเท่านั้น

คอยดูเถอะยายนางเอกจอมแย่งซีน คราวนี้ฉันจะไม่ยอมแพ้เธออีกเป็นอันขาด

โดย: ผู้หญิงเลือดเย็น วันที่: 24 มกราคม 2557 เวลา:7:00:28 น.
  
เมื่อพาดผ้าขนหนูสีขาวหนานุ่มลงบนราวซึ่งตั้งอยู่บนระเบียงเล็กๆด้านนอกห้องน้ำแล้ว ลูกครึ่งสาวสวยผู้อยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีแดงสดและกางเกงสีดำขาสั้นเผยให้เห็นเรียวขาขาวดูงก็เดินลงจากบ้านพักแล้วลัดเลาะไปยังด้านหลังรีสอร์ตเพื่อชื่นชมธรรมชาติในเวลาแดดร่มลมตก

สำหรับเธอแล้ว แสงแดดรำไร กลิ่นดอกเอื้องหอมกรุ่น เสียงนกร้องจิ๊บๆแทรกเสียงน้ำไหลทำให้เอรินารู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก คงเป็นเพราะเธอต้องพักอยู่บนคอนโดสูงใจกลางกรุงมาตลอดกระมัง จึงทำให้มองเห็นต้นไม้ใบหญ้าดูมีเสน่ห์มากกว่าคนทั่วไป

มือเรียวผลักประตูเหล็กดัดบานเล็กออกไปด้านนอกเมื่อเดินมาถึงเขตรั้วสูงทะมึน ทว่าบานประตูนั้นกลับเด้งกลับมาอย่างรวดเร็วทั้งยังมีเสียงร้องของใครคนหนึ่งดังขึ้น

“โอ๊ย!”

เอรินาถึงกับหน้าเสีย รีบก้าวออกไปนอกประตูรั้วและเอ่ยขอโทษชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัดที่บัดนี้กำลังก้มหน้าลงและใช้มือขวาคลำหน้าผากซึ่งมีรอยแดงเป็นปื้นอยู่ป้อยๆ “ต้องขอโทษจริงๆค่ะรีนาไม่ได้ตั้งใจ”

เขาผู้นั้นเงยหน้าขึ้น จ้องหน้าผู้เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดด้วยประกายสายตาที่อ่อนลงมาก อาจจะเพราะความสวยอันจับตา หรือกิริยาอันจับใจก็มิรู้ได้ ที่ทำให้ความโกรธในใจของนัยภาคมลายหายไปหมดแล้วในเวลานี้

“เจ็บมากไหมคะ” ถามแล้วหญิงสาวก็ยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ “ดูสิเป็นรอยแดงเลย”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวก็หาย”เขาตอบแล้วจึงย้อนถามบ้าง “คุณเดินออกมาจากประตูเล็กนี่ แสดงว่าเป็นแขกที่มาพักในรีสอร์ตใช่ไหมฮะ”

“ใช่ค่ะ รีนาเพิ่งเข้ามาพักเมื่อเช้านี้เอง”เธอตอบพลางแนะนำตัวไปพลาง

“ผมนัยภาคครับ เป็นผู้จัดการของที่นี่ หรือจะเรียกสั้นๆว่านัยก็ได้”

เอรินาทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้จึงยิ้มแฉ่ง “อ๋อ จำได้แล้วค่ะคุณนัยที่ลิลลี่บอกว่าเป็นคนจัดการเรื่องที่พักให้”

“อ้าว คุณรีนาเป็นเพื่อนของคุณลิลลี่หรอกหรือครับ มิน่าผมถึงคุ้นๆหน้า เป็นดารานี่เอง”

“จริงๆรีนาเป็นนางแบบค่ะ เพิ่งจะแสดงละครเรื่องนี้เรื่องแรก” หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่งจึงพูดต่อ “ต้องขอบคุณนะคะที่คุณนัยเป็นธุระเรื่องที่พักให้”

“ไม่เป็นไรครับเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว จริงๆต้องขอโทษด้วยซ้ำที่ผมไม่ได้เข้าไปดูแลด้วยตัวเอง ช่วงเทศกาลแบบนี้ทัวร์มาลงเยอะน่ะครับ ต้องดูแลหลายส่วน จริงๆบ้านพักที่จัดให้คุณทั้งสามคนเป็นส่วนที่พี่ดลเขาจะกันเอาไว้สำหรับคนที่สนิทๆเท่านั้นน่ะครับ ไม่งั้นก็เต็มหมด”

เอรินาหัวเราะกิ๊ก “แหม ใช้เส้นลิลลี่นี่เอง”

นัยภาคยิ้ม “คุณลิลลี่เขาเป็นลูกสาวของเพื่อนเจ้าป้าน่ะครับ รู้จักกันมานานแล้ว เป็นเหมือนญาติสนิทกัน เอ๊ะ ผมลืมไปสนิทใจเลย คุณรีนาจะไปไหนครับ”

“อ๋อ รีนาออกมาเดินเล่นน่ะค่ะ เคยมาถ่ายทำที่โบราณสถานแล้วหนนึง ชอบบรรยากาศก็เลยเดินออกมากินลมชมวิวบ้าง”

“ให้ผมเดินไปเป็นเพื่อนดีไหมฮะ ใกล้ค่ำแล้ว ถ้าคุณรีนารำคาญก็ตามไปห่างๆก็ได้”เขาต่อรอง

นางแบบสาวหัวเราะ “ไม่รำคาญหรอกค่ะ ดีเสียอีก รีนาจะได้ไม่เหงา”

“งั้นเชิญเลยครับ”

โดย: ผู้หญิงเลือดเย็น วันที่: 24 มกราคม 2557 เวลา:7:01:09 น.
  
มือแกร่งเทน้ำจากคนโทดินเผาลงในกระบวยเล็กๆทำจากกะลามะพร้าวจนครบจำนวนคนแล้วยื่นมันให้เอื้องลดานำไปเสิร์ฟต่ออีกทอด

หญิงสาวทำหน้าที่ของตนแล้วจึงหันกลับมาจ้องคนโททรงสูงและถาม “คนโทใส่น้ำนี่เรียกว่าอะไรคะ”

“เรียกว่าน้ำต้นครับ เป็นภาชนะใส่น้ำที่มีมาแต่โบราณ”

“น้ำต้นที่ตั้งไว้บนร้านน้ำใช่ไหมคุณดล นัทนึกว่าเป็นหม้อใหญ่ๆเสียอีก”นาถนรีซึ่งนั่งขัดสมาธิอย่างสบายอารมณ์เป็นผู้ถาม

ร้านอาหารที่นทีดลพาสองสาวมารับประทานอาหารเย็นนั้นเป็นร้านที่ตกแต่งสไตล์ล้านนาแท้ๆและจัดมุมให้ลูกค้าอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งสามจึงเลือกนั่งบนระเบียงที่ยื่นออกไปเหนือสระซึ่งมีดอกบัวสีขาวและชมพูบานสล้าง

“ไม่ใช่ฮะ ที่อยู่บนร้านน้ำเรียกว่าหม้อน้ำ ส่วนน้ำต้นนี่เอาไว้รับแขกบนบ้านครับ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใช้กันแล้วล่ะ ใช้ตู้เย็นแทน”นทีดลเล่าแล้วเบี่ยงตัวหลบให้พนักงานเสิร์ฟนำอาหารมาวางลงบนขันโตกไม้สักซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสาม

“อุ๊ย มาแล้ว แกงฮังเลของโปรด”นาถนรีทำท่าลูบปากขณะพูด

นทีดลจึงเลื่อนก่องข้าวไปให้เธอ ก่อนจะหันไปหยิบจานซึ่งมีช้อนและช้อนส้อมวางอยู่ครบลงตรงหน้าเอื้องลดา “กลัวคุณเอื้องจะทานข้าวเหนียวไม่เป็น ผมเลยขอจานมาให้น่ะฮะ”

เอื้องลดาย่นคิ้ว “ไม่เอาค่ะ ทานข้าวแบบคนเหนือก็ต้องใช้มือปั้นข้าวเหนียวถึงจะได้อารมณ์ มา เอื้องลองทำแบบพี่นัทบ้าง”

ว่าแล้วหญิงสาวก็เปิดฝาก่องข้าวแล้วใช้มือปั้นข้าวเหนียวเป็นคำเล็กๆ ชูขึ้น “สบายมากค่ะคุณดล”

ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ จากนั้นจึงแนะนำเมนูอาหาร “ในถ้วยเล็กๆนั่นน้ำพริกอ่อง ชามใหญ่นั่นผักกาดจอ ส่วนนี่ก็ คั่วโฮะ แกงฮังเล แล้วที่หั่นพอคำนั่นไส้อั่วครับ”

เอื้องลดาจิ้มข้าวเหนียวลงบนน้ำพริกอ่องเป็นอย่างแรก นทีดลจึงใช้ช้อนส้อมจิ้มแตงกวาหั่นเป็นคำส่งให้ “เครื่องเคียงครับ”

หญิงสาวยื่นมือไปรับช้อนส้อมจากมือเขา พูดกลั้วหัวเราะ “ทำเหมือนเอื้องเป็นเด็กเลย”
ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้ม ไม่ตอบว่ากระไร นาถนรีจึงแกล้งกระแอมกระไอขึ้น ก่อนจะแซว “แกงฮังเลนี่ว่าหวานแล้วนะคะ ยังไม่หวานเท่าคนแถวนี้เลย”

เอื้องลดาเลื่อนมือไปหยิกขาพี่สาวเบาๆ “พี่นัท พูดอะไรเนี่ย”

นาถนรีตีหน้าตาย แกล้งสะกิดนทีดลซึ่งทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่ตรงหน้า “พูดชัดๆเลยดีไหมคะคุณดล เอื้องเขาไม่เข้าใจ”

ผู้ถูกถามเหลือบตามองเอื้องลดาแวบหนึ่ง แล้วค่อยตอบออกไปอย่างหนักแน่น “ก็ดีเหมือนกันครับคุณนัท คุณเอื้องจะได้รู้ว่าผมคิดยังไงกับเธอ”

นาถนรีแทบจะอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ส่วนดาราสาวผู้ถูกพาดพิงนั้นรีบก้มหน้างุด ทำเป็นหยิบอาหารใส่ปากปกปิดความขัดเขิน

‘เอาแล้วซี ทำเป็นเดาใจเขามาทั้งวัน ครั้นพอเขาจะเริ่มเกริ่นบ้าง ก็ถึงกับไปไม่เป็นเชียวนะเอื้องลดา’ หญิงสาวบ่นตนเองในใจ


โดย: ผู้หญิงเลือดเย็น วันที่: 24 มกราคม 2557 เวลา:7:02:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ผู้หญิงเลือดเย็น
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ใครเล่นเฟซบุ๊คไปคุยกันได้
ในแฟนเพจ "บ้านน้ำฟ้า"นะคะ