สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
6
7
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
แม้ดอกมะลิโรยรา ღ ღ

ღ ღ แม้ดอกมะลิโรยรา... (ต่อจากเรื่อง พระจันทร์สีน้ำเงิน)

กิจกรรมวันแม่เวียนมาถึงอีกครั้ง เด็กหญิงชั้นประถมไม่ชอบเลยที่ต้องพาน้าสาวมาร่วมกิจกรรม ซึ่งทางโรงเรียนจะจัดขึ้นทุกปี ทุกคนต้องพาแม่หรือผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรม เธอเคยคิดที่จะไม่มาแต่ก็ต้องมาเพราะกลัวโดนทำโทษ ทางโรงเรียนถือว่าโดดเรียน

ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว ที่ต้องไหว้น้าสาวอีก และปีต่อๆไป คงเป็นเช่นนั้น ก่อนถึงวันแม่ของแต่ละปี เธอเคยขอให้แม่มา แต่ท่านก็ไม่เคยมา เธอโกรธและหายโกรธเมื่อนึกขึ้นได้ว่าท่านต้องทำงาน สิ่งหนึ่งที่เธอชอบจากกิจกรรมวันแม่คือ มีไอศกรีมฟรีและได้กลับบ้านเร็ว วันนี้เธอแอบมองแม่ของเด็กชายคนนั้น เด็กชายคนที่มีพ่อเดียวกันกับเธอ เธอรับรู้และจดจำมันไว้...

หลายวันก่อนหน้านี้ หลังจากที่ยายบอกเธอว่าพ่อของเธอยังไม่ตาย และจากการพูดคุยกับเด็กชายคนที่มีพ่อเดียวกัน ได้ทำให้ความรู้สึกของเธอค่อยๆเปลี่ยนไป จากที่เคยมองเพื่อนๆคนอื่นแล้วรู้สึกเฉยๆ กลับทำให้เธอนึกถึงชีวิตของตัวเธอเองมากขึ้น และมากขึ้น คำว่า ‘ครอบครัว’ ใครๆเกิดมาก็ต้องมี และคำว่า ‘ครอบครัว’ ใช่ไหมที่องค์ประกอบหลัก คือ ‘พ่อ’กับ ‘แม่’ จึงมีเธอ และคำว่า ‘เรา’… อยู่ไหนหนอ คำว่าเราอยู่ตรงไหนของชีวิตเธอ เธอเริ่มสร้างปมให้กับตัวเอง สร้างคำถามที่ไม่มีคำตอบให้ตัวเองต้องมีน้ำตา กระนั้นเธอก็ไม่เคยทำตัวอ่อนแอหรือร้องไห้ให้ใครเห็น

เธอเพิ่งมาคิดได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ใครๆต่างพากันเย้าแหย่เรื่องพ่อและแม่กับเธอ พวกเขาคงคิดว่าชีวิตของเธอเป็นเรื่องขำขัน เพราะพ่อของเธอทิ้งเธอไปสร้างครอบครัวใหม่ อีกทั้งแม่ก็ยังทิ้งเธอไว้กับตายาย ตอนนั้นเธอมัวทำอะไรอยู่ใยไม่รู้สึกรู้สากับอากัปกิริยาของพวกเขาเหล่านั้น เธอซื่อ หรือโง่ หรือไร้เดียงสากันเล่า

เมื่อใดที่เธอคิดถึงแม่ เธอได้แต่แอบร้องไห้ตามห้องน้ำ ตามซอกมุมมืดๆ กระทั่งในมุ้งที่เธอนอนกับยาย เธอร้องไห้และข่มเสียงสะอื้นนั้นไว้ทุกครั้ง จะไม่มีใครเห็นน้ำตาของเธอ จะไม่มีใครได้ยินเสียงเธอร้องไห้ จะไม่มี... และทุกครั้งที่เธอเห็นเด็กชายคนนั้นจากความรู้สึกที่ถูกชะตากลับทำให้เธอรู้สึกว่า นั่นไง ‘ลูกของศัตรู

เด็กหญิงที่เคยเป็นเด็กนิ่งๆ เงียบๆ และว่านอนสอนง่าย นิสัยของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปหากยายพูดอะไร สอนอะไรเธอ เธอมักมีคำโต้แย้งที่เธอคิดว่าถูกที่สุดมาถกเถียงเสมอ ด้วยอคติในใจของเด็กน้อย แม้แต่ยายยังโกหกว่าพ่อของเธอตายไปตั้งแต่เธอยังไม่เกิด หากยายจะสั่งจะสอนอะไร เธอควรต้องเชื่อด้วยหรือ ?...เมื่อไม่พอใจคำพร่ำสาธยายใดๆของยายแล้ว เธอก็จะเดินกระทืบเท้าตึงตังหายเงียบไปที่อื่น เธอไม่เข้าใจตัวเอง เหตุใดจึงขี้หงุดหงิดและนิสัยไม่ดีใส่ยายคนที่เธอคิดว่าเป็นคนเดียวที่รักเธอจริงๆ

ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนมาถึง ปีนี้เป็นปีที่พิเศษสำหรับเธอ เพราะแม่มารับเธอไปอยู่ด้วย เธอดีใจมากที่สุดของที่สุด คำพูดของยายที่เคยบอกเธอว่า ‘แม่รักหนูมากนะ’ มันเป็นเรื่องจริง... แต่แล้วเธอกลับพบกับความจริงอีกอย่าง เมื่อได้เจอกับแม่ ท่านมีลูกชายอายุ 4 ขวบ และสามีใหม่ เธอควรจะดีใจที่เธอกำลังจะมีคำว่า ‘ครอบครัว’ ที่เคยโหยหากับปาฏิหารย์ที่รอคอยใช่ไหม?... ไม่! เพราะนั่นคือสาเหตุที่ทำให้แม่มาหาเธอไม่ได้! ก็เธอเคยขอให้แม่มาในช่วงกิจกรรมวันแม่ของโรงเรียน ของแต่ละปี เพื่อที่เธอจะได้ก้มกราบเท้าของแม่บนเวทีแทนน้าสาวบ้าง แต่แม่ก็ไม่เคยมาสักครั้ง เธอไม่เคยโกรธแม่เลยเมื่อหยิบยกคำพูดของยายมาเป็นข้อแก้ตัวในสิ่งที่แม่ทำให้เธอไม่ได้ ‘แม่ต้องทำงาน หาเงินมาเลี้ยงหนูไงเล่า’  ใช่ซินะ...ดอกมะลิในมือของเธอมันไม่มีค่าพอที่ท่านจะเสียเวลามารับไว้ เธอเสียใจ เธอรับรู้และจดจำมันเอาไว้อยู่อย่างนั้น...

พ่อใหม่ของเธอเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ใครๆต่างให้ความเคารพนับถือ ท่านขยันทำงาน ใจดีและรักแม่มาก ส่วนแม่ขายผักและของชำในแค้มป์คนงานก่อสร้าง วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังขัดอ่างอาบน้ำของคนงานด้วยแปรงซักผ้า อ่างอิฐบล๊อกกว้างสี่ฟุต ยาวแปดฟุต ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับที่พัก ก็มีน้องชายตัวน้อยลงมาช่วยและเล่นอยู่อีกมุมหนึ่งของอ่าง ชั่ววูบของความหมั่นไส้ ‘เสร็จฉันแน่! ไอ้ตัวแย่งความรัก’ เธอจึงขว้างแปรงในมือพุ่งไปที่น้อง ทันใดที่แปรงโดนศีรษะ น้องก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังเพราะความเจ็บ เสียงร้องไห้นั้นทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบด้วยความสำนึกผิด เมื่อคิดๆไปแล้วน้องก็น่ารักกับเธอมาก เห็นเธอเป็นพี่สาวแท้ๆ... เธอนึกสงสารอยากเดินไปขอโทษและปลอบน้อง แต่ก็กระดากกระเดื่องและไม่กล้าพอ อีกความคิดพลันแย้งเข้ามาในใจว่า น้องมีทุกอย่างที่เธอไม่เคยมี ได้ทุกอย่างที่เธอไม่เคยได้ ‘ฉันกับเธอ!! ใครมันน่าสงสารกันแน่…’

แล้วแม่ก็วิ่งมาด้วยความตกใจ โอบกอดน้องไว้ ลูบคลึงศีรษะน้องด้วยความรัก พลางหันมาตวาดใส่เธอด้วยความโมโห“นี่!!!...ทำไมทำกับน้องอย่างนี้! ใครสั่งใครสอนเธอ?!”

เธออยากร้องไห้เพราะความละอายแก่ใจ เธออยากด่าและทุบตีตัวเองที่ทำกับน้องแบบนั้น เธออยากจะร้องไห้ให้กับตัวเองที่เห็นแม่รักและห่วงน้องขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเธออยากไปถามยายให้แน่ใจว่าแม่รักเธอจริงๆไหม... เธอยืนเก้ๆ กังๆอย่างสับสน แล้ววิ่งเข้าห้องไป นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เงียบๆ

ชั่วครู่หนึ่ง...น้องชายตัวน้อยเดินย่องเข้ามา เห็นเธอร้องไห้สะอึกสะอื้น จึงเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอเม้มปากมองหน้าน้องด้วยความไม่ใยดี แล้วเบือนหน้าหนี ขณะที่น้องค่อยๆสวมกอดเธออย่างกล้าๆ กลัวๆ เธอแปลกใจ จึงหันกลับมามองนัยน์ตาน้อง แล้วก็พบความจริงในสายตานั่น... ‘น้องมองเธอด้วยแววตาแห่งความสงสาร’ เธอปล่อยโฮ... แล้วกอดน้องไว้แน่น พร่ำบอกว่าตัวเองผิดไปแล้วที่ทำกับน้องแบบนั้น เธอมองน้องในแง่ไม่ดีขนาดนั้นน้องยังห่วงใยเข้ามาสวมกอดเพราะเข้าใจเธอ เธอรู้สึกทุเรศตัวเองอย่างที่สุด...

เมื่อเธอมองไปทางประตู ก็เห็นแม่กอดอกยืนมองอยู่ แม่ยิ้มแต่น้ำตานองเต็มหน้า... 





Create Date : 10 สิงหาคม 2555
Last Update : 10 สิงหาคม 2555 14:59:27 น.
Counter : 2916 Pageviews.

7 comments
  
LIKE Mak Mak
โดย: deco_mom วันที่: 10 สิงหาคม 2555 เวลา:16:36:01 น.
  

ขอบคุณมากค่ะที่ชอบ
โดย: FaithStone วันที่: 10 สิงหาคม 2555 เวลา:18:08:02 น.
  
ซึ้งจังเลยครับ ><
โดย: Don't try this at home. วันที่: 31 สิงหาคม 2555 เวลา:21:11:00 น.
  
ไม่ใช่โถฉี่แม็กนั่มครับแต่เป็นแม็กนั่มเฉยๆ อิอิ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:20:51:27 น.
  
ไม่ใช่โถฉี่แม็กนั่มครับแต่เป็นแม็กนั่มเฉยๆ อิอิ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:20:51:27 น.
  
55555
โดย: FaithStone วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:21:55:14 น.
  
อีแพรว มุจรินทร์ ฆะระบุตร(Mudjarin Kharabut)เลขบัตรประชาชน 1412000062681 เกิด 13 ตุลาคม 2536ที่อยู่ 55หมู่8 ต.สร้างคอม อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี บิดาชื่อนายเมรี ฆะระบุตร พีน้องอีก 2คนของอีดอกทองมุจรินทร์ชื่อ นายนัฐกรณ์ ฆะระบุตร และนายกฤษดา ฆะระบุตร ผู้หญิงคนนี้ทำลายครอบครัวคนอื่น เป็นเมียเก็บผู้ชายที่เขามีลูกมีเมียแล้วอยู่ 2ปี (ระหว่าง 2557-2558) ทั้งๆที่ยังเรียนไม่จบ และรู้มาตลอดว่าผู้ชายมีครอบครัวแล้ว ทำให้ผู้หญิงด้วยกันต้องตกนรกทั้งเป็น ต้องอยู่กับความทรงจำอันเลวร้ายไปชั่วชีวิต ขอให้เอาเงินที่ผู้ชายไปเลี้ยงดูมาคืนก็หน้าด้านหนีไปเฉยๆ ขอให้ผลกรรมที่มันได้ทำไว้กับครอบครัวคนอื่นจงตกถึงครอบครัวของมันบ้าง ขอให้ตราบาปจงติดอยู่ในใจมันไปชั่วชีวิต พ่อแม่มันที่ไม่รู้จักสั่งสอนเลือดเนื้อให้รู้จักผิดชอบชั่วดี ปล่อยให้ไปทำร้ายคนอื่น จงได้รับกรรมที่ลูกสาวตัวเองได้ก่อไว้ด้วยเถิด ขอให้แรงอธิษฐานในครั้งนี้จงส่งไปยังครอบครัวฆะระบุตรด้วยเถิด
#Mudjarin #Kharabut #Mudjarinkharabut #มุจรินทร์ #ฆะระบุตร #มุจรินทร์ฆะระบุตร #เมรีฆะระบุตร #นัฐกรณ์ฆะระบุตร #กฤษดาฆะระบุตร #เมียน้อย #เมียเก็บ #เมียเช่า #นางบำเรอ #เป็นชู้กับผัวคนอื่น #นักศึกษาใจแตก #ไร้ยางอาย #หน้าด้าน #เดรัจฉาน #เปรตขอส่วนบุญ #สัมภเวสี #ทำลายคู่เขา #ทำลายครอบครัวเขา #บาปกรรมมีจริง #ผิดศีลธรรม #ตกนรกทั้งเป็น #มีตราบาปชั่วชีวิต
โดย: จากเด็กเสิร์ฟ เขยิบไปเป็นเมียเช่ามัวเมากิเลสตัณหา ขี้ตู่เอาผัวคนอื่นเป็นแฟนตัวเอง หน้าไม่อาย มุจรินทร์ ฆะระบุตร IP: 134.196.149.27 วันที่: 24 กรกฎาคม 2559 เวลา:1:10:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

FaithStone
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ฉันเเข็งเเกร่งดุจดั่งก้อนหิน
แม้ก้อนหินก้อนนี้ บางครั้งมันอาจจะดูเล็กไป
ไม่อาจต้านทานต่อกระแสน้ำไหลเชี่ยว
ไม่อาจต้านทานสายลมแรงดังพายุร้าย
ไม่อาจต้านทานแสงแดดร้อนแรงที่แผดเผา
แต่ฉันก็ผ่านวิกฤตเหล่านั้นมาได้ทุกทีไป
เพียงเพราะฉันเปี่ยมล้นไปด้วยความศรัทธา
ศรัทธาในการมีชีวิตรอด !!
--------------------------