แหล่งรวมเกร็ดความรู้เรื่องการเงินในทุกมิติของทุกช่วงชีวิต โดยทีมให้คำปรึกษาและวางแผนการเงิน K-Expert
Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
10 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
ข้อดีของการออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

สวัสดีครับ

เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ก็จะหมดช่วงยื่นภาษีปี2555 แล้วนะครับ ช่วงนี้ในออฟฟิศก็เลยจะยังคงได้ยินคนพูดถึงการยื่นภาษีกันอยู่ บ้างก็ยื่นแล้วบ้างก็ยังไม่ได้ยื่น บ้างก็มีข้อสงสัยเรื่องสิทธิลดหย่อนต่างๆก็นำมาเป็นหัวข้อสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกันไปแต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องใกล้ตัวมนุษย์เงินเดือนอย่างเราแต่เรามักจะมองข้ามหรือลืมกันไปนั่นก็คือ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” นั่นเองครับ ดังนั้นวันนี้ผมเลยหยิบยกสาระและประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาบอกเล่าครับซึ่งมีสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีด้วยนะครับเผื่อไว้ว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านในช่วงระยะยื่นภาษีปี 2555 ครับ

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการออมเงินระยะยาวรูปแบบหนึ่งที่ลูกจ้างกับนายจ้างทำร่วมกันโดยที่ลูกจ้างยินยอมให้นายจ้างตัดเงินเดือนส่วนหนึ่งไปเป็น “เงินสะสม” เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และนายจ้างก็จ่าย “เงินสมทบ” เข้ากองทุนของลูกจ้าง เรียกได้ว่าเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ ลูกจ้างสามารถจ่ายเงินสะสมได้สูงสุด15% ของเงินเดือนโดยที่นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบให้ไม่ต่ำกว่าอัตราเงินสะสมของลูกจ้างจะจ่ายให้สูงกว่าก็ได้แต่ห้ามต่ำกว่า ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว บริษัทก็จะจ่ายให้เท่าๆกับอัตราเงินสะสมของลูกจ้างนั่นแหละครับ นั่นคือหากเราจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนเดือนละ 5% นายจ้างก็ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนของเราไม่ต่ำกว่า5% ครับ

เงินสะสมตรงนี้เราไม่สามารถเบิกถอนมาใช้จ่ายได้นะครับเนื่องจากกองทุนนี้มีวัตถุประสงค์คือเพื่อให้ออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณดังนั้นเราจะได้เงินก้อนนี้มาก็ต่อเมื่อ 1) อายุครบ 55 ปี หรือ 2) กลายเป็นผู้พิการหรือ 3) เสียชีวิต กรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้นครับและเมื่อได้เงินก้อนนี้มาตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจาก 3 ข้อนี้ เงินก้อนนี้ก็จะได้รับการละเว้นทางภาษีคือเราไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีนั่นเองครับ

ส่วนในกรณีที่ออกจากงานก่อนเกษียณอายุ(Early Retirement) หรือย้ายที่ทำงาน เราไม่จำเป็นต้องลาออกจากกองทุนนะครับเพราะว่าเราสามารถโอนย้ายเงินในกองทุนเดิมไปยังกองทันใหม่ได้ครับหรือหากยังไม่ได้งาน ก็สามารถฝากเงินของเราให้กองทุนเดิมดูแลต่อให้ได้ครับโดยที่ระยะเวลาในการรับฝากตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อบังคับกองทุนครับ เมื่อเราได้งานใหม่และบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเราก็ค่อยโอนย้ายเงินของเรามาลงในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพใหม่ ทั้งนี้ตราบใดที่เรายังไม่ลาออกจากกองทุนเราก็ไม่จำเป็นต้องนำเงินก้อนนี้ไปรวมคำนวณภาษีครับ

ในกรณีที่ลาออกจากบริษัทเราก็จะได้เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพครับโดยที่เป็นเงินสะสมที่เราจ่ายเข้ากองทุนคืนเต็มจำนวน ส่วนเงินสมทบจะได้รับตามเงื่อนไขของนายจ้างที่ตกลงเอาไว้กับเราตั้งแต่แรกครับเช่น

  • อายุงานน้อยกว่า 1 ปี    จะได้รับเงินสมทบ 10%
  • อายุงานน้อยกว่า 1-5 ปี จะได้รับเงินสมทบ 10-50% ตามจำนวนปีที่ทำงาน
  • อายุงาน 5 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสมทบเต็มจำนวน

ทั้งนี้หากบริษัทมีอัตราเงินสะสมให้เลือกจ่ายเช่น ให้เราเลือกว่าจะจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนฯ 5% หรือ 10%ขอแนะนำว่าเลือก 10% จะดีกว่า 5% ครับ เพราะว่าหากเราจ่าย 10% นายจ้างก็ต้องจ่ายสมทบให้เรา10% เป็นอย่างต่ำ ซึ่งจะดีกับตัวเราเองสองถึงด้านครับ คือ 1)เป็นการสร้างวินัยการออมรายเดือนให้ตัวเอง ซึ่ง 10% หรือ 15%ถ้านับจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นอัตราการออมที่สูงจนเป็นภาระหรอกครับ และ2) ได้เงินสมทบในอัตราที่สูงขึ้น เช่น เราเลือกจ่ายสะสมที่ 10% เราก็จะได้จากบริษัทอีก 10% ฟรีๆ กลายเป็น 20%ครับ เรียกได้ว่าออมเงินเท่าไร รับไปเป็นเท่าตัวครับ

ประโยชน์อีกข้อหนึ่งของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือเราสามารถนำยอดเงินที่เราจ่ายสะสมเข้ากองทุนฯ ไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินเดือนทั้งปีรวมกันหรือไม่เกิน 500,000 บาทครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพครับเรียกได้ว่าเป็นวธีการออมเงินที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวนะครับสำหรับใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือเรื่องการวางแผนภาษีการวางแผนการเงิน ก็สามารถส่งอีเมล์มาปรึกษาเราได้ครับ ที่ k-expert@kasikornbank.com หรือเข้าไปอ่านสาระดีๆ ได้ที่ www.askkbank.com/k-expert หรือผู้ที่สนใจรับข้อมูลทาง Twitter สามารถ follow@KBank_Expert เพื่อรับข่าวสารและเกร็ดการเงินการลงทุนจากทีม K-Expertทุกวันครับ

ก่อนจากกันวันนี้ผมขอฝากโปรแกรมดีๆ อย่าง “Tax Buddy สำหรับคุณหมอ” ที่จะช่วยให้การกรอกแบบภ.ง.ด. 94 กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ครอบคลุมที่งแบบคณะบุคคลและบุคคลธรรมดา ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนี้www.askkbank.com/k-expert ครับ

Credit: ประกอบจาก http://2.bp.blogspot.com




Create Date : 10 กันยายน 2555
Last Update : 10 กันยายน 2555 11:48:07 น. 6 comments
Counter : 4155 Pageviews.

 
ขอฟังภาคต่อด้วยครับ
ภาคแรกนี้คือภาคขาเข้าเป็นสมาชิก
อยากทราบขาออกด้วยครับ ต้องเสียภาษีหรือไม่อย่างไร


โดย: ไอไอ IP: 203.130.134.132 วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:13:18:19 น.  

 
คุณไอไอ ครับ

ในส่วนขาออกนั้น จะมีส่วนที่ต้องเสียภาษีและส่วนที่ไม่ต้องเสียครับ คือ
- ส่วนที่เป็นเงินสมทบของตัวเราเองจะปลอดภาษี
- ส่วนที่เราได้จากบริษัทจ่ายสมทบ เราต้องเสียภาษี

แต่ถ้าในกรณีที่อยู่ในกองทุนจนเกษียณอายุ 55 ปี ก็จะปลอดภาษีทั้งก้อนครับ



โดย: Admin (Expert Blog ) วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:13:52:12 น.  

 
เพิ่มเติมนะครับ

ในกรณีที่เราอยู่ในกองทุนไม่ถึง 5 ปี ต้องนำเงินทั้งก้อนไปรวมคำนวณเงินได้ครับ

ในกรณีที่เราอยู่ในกองทุนอย่างต่ำ 5 ปี
- เงินที่เป็นส่วนตัวเราเองจ่ายสมทบ ไม่ต้องเสียภาษี
- เงินที่เป็นส่วนของบริษัทจ่ายสมทบ ต้องเสียภาษี โดยหัก ณ ที่จ่ายในอัตราฐานภาษีของเงินที่ได้รับสมทบ และต้องยื่นเอกสารแยกจากยอดเงินที่นำไปคำนวณรายได้เพื่อคำนวณภาษีครับ


โดย: Admin (Expert Blog ) วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:14:04:44 น.  

 
แวะมาเยี่ยมคะ


โดย: ketsara (Ket_sara_N ) วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:14:29:15 น.  

 
ผลประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เหมือนกับการที่เราไปซื้อกองทุนของบริษัทต่างๆมั้ยคะ


โดย: Jing IP: 110.168.232.44 วันที่: 9 ตุลาคม 2557 เวลา:23:12:06 น.  

 
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีบำนาญไหม


โดย: aaaaaa IP: 124.122.4.69 วันที่: 5 กันยายน 2558 เวลา:15:20:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Expert Blog
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เกร็ดความรู้ทางการเงินสำหรับชีวิตประจำวันในทุกมิติของชีวิต
Friends' blogs
[Add Expert Blog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.