Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
20 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
( 9 ) คำพูด 1 ประโยค ปาฏิหารย์เพิ่มความหวังและพลังชีวิต

โอมโอมครับ แม่ใช้เวลาตัดสินใจเกือบอาทิตย์ สรุปว่า เราจะไปฝึกกิน ไปฝึกกายภาพบำบัดกันนะลูก

ขั้นตอนต่อไป แม่ก็ไปขอร้องคุณหมอฝึกหัดผู้หญิง แม่เลือกคนที่ดูใจดีที่สุดเลยนะลูก (คุณหมอเป็นคุณหมอที่เรียนจบแล้ว แต่มาฝึกเฉพาะทาง) แม่ขอร้องคุณหมอให้ช่วยทำเรื่องส่งตัวโอมโอมไปฝึกกายภาพบำบัด ถ้าไม่มีคุณหมอส่งเรื่องให้ เราไปกันเองไม่ได้ลูก แล้วอาจารย์หมอสมองก็ไม่ยอมทำเรื่องส่งตัวให้เรา โชคดีของโอมโอมนะลูก คุณหมอยอมรับฟังความเห็นและคำขอร้องของแม่ เราจะได้ไปฝึกกายภาพบำบัดกันแล้วนะ

วันแรกที่เราจะไปฝึกกายภาพบำบัดกัน โอมโอมก็ยังต้องนอนรถเข็นเตียงนอนของโรงพยาบาล เข็นโอมโอมจากตึกผู้ป่วยเด็ก ไปยังตึกกายภาพบำบัด คุณครูที่มาดูแลหนู ชื่อ ครูตุ๋ย (ซึ่งต่อไปในอนาคต ครูตุ๋ยมีบุญคุณกับโอมโอมมากนะลูก) ครูตุ๋ยจะดูแล ช่วยรักษาโอมโอมในเรื่องของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ คือ การฝึกยืน ฝึกเดิน การออกกำลังกายแขนและขา เริ่มแรกก็เป็นการนอนออกกำลังกายบนเตียง ยกขา ยกแขน ฝึกกล้ามเนื้อกันใหม่

นอกจากการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่แล้ว โอมโอมก็ต้องไปที่แผนกที่ฝึกเกี่ยวกับเรื่องการกิน การฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก หยิบจับสิ่งของ ขั้นตอนแรกนี้ เราก็ จะเริ่มฝึกเรื่องการกิน ว่าโอมโอมจะกินได้หรือเปล่า คุณครูที่มาฝึกหนู
ชื่อ คุณครูดา การฝึกกินและกล้ามเนื้อมัดเล็ก การหยิบจับสิ่งของนี้ โอมโอมก็ต้องนั่งทรงตัว มีคนคอยนั่งจับหนูไว้ เอาของเล่นให้โอมโอมจับ จับมือโอมโอมให้กำของเล่น แล้วก็ปล่อย

ส่วนการฝึกเรื่องการกิน คุณครูดาก็มาช่วยฝึกโอมโอมทุกเย็น คุณครูจะนวดปากโอมโอม เอามือเข้าไปในปาก นวดเหงือก นวดกระพุ้งแก้ม ช่วยให้ปากได้ออกกำลังกาย แน่นอนลูกว่ามันไม่ใช่การฝึกแบบธรรมดา เพราะตอนนี้โอมโอมมีฟันเต็มปากเลยลูก เราต้องมีอุปกรณ์คอยง้างปากโอมโอมเอาไว้ คุณครูเองก็ต้องไว คอยหลบให้ได้ ไม่งั้นโดนโอมโอมกัดนิ้วแน่เลย

เมื่อนวดเสร็จแล้ว ก็จะฝึกการกิน โดยหยดน้ำเข้าปากหนูทีละ 1 หยด ทีละ 1 หยด ไปช้า ๆ เริ่มฝึกจากวันละนิด ไปเรื่อย ๆ ทุกวัน ตอนนี้โอมโอมก็ยังเหมือนเดิม แววตายังเหม่อลอย ไม่มีสติ มีแต่ความรู้สึก พูดไม่ได้ บังคับกล้ามเนื้อตัวเองไม่ได้

แล้วมันก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เมื่อเย็นวันหนึ่งที่คุณครูดามาฝึกการกินให้โอมโอมที่ห้องพักคนไข้ ในห้อง มีแต่คุณครูดา โอมโอมและแม่ โอมโอมนั่งอยู่บนเตียง แม่จับตัวหนูด้านขวา คุณครูดานั่งฝึกหนูอยู่ทางด้านซ้าย แม่กับคุณครูดาก็พูดคุยกันไปเรื่อย ๆ บอกโอมโอมให้ร่วมมือ ให้อดทน

ณ วินาทีนั้น อยู่ ๆ โอมโอมก็นั่งนิ่ง ๆ มองหน้าแม่ ดวงตาไม่เหม่อลอย จ้องตาแม่เหมือนเด็กที่ปกติทุกอย่างเลย โอมโอมทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วก็พูดว่า"โอมอยากกลับบ้าน"

มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยวนาทีเดียวเอง แม่นั่งงงแล้วหันไปมองหน้าคุณครูดา แล้วพวกเราก็เรียกโอมโอมกันใหญ่ แต่โอมโอมก็สติหลุดออกไปอีกแล้ว แม่แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน โอมโอมพูดจริง ๆ คุณครูดาก็ตกใจมาก
โอมโอมทำให้แม่ร้องไห้หนักมาก ๆ เลยลูก แต่คำพูด 1 ประโยคนี้ มันก็เพิ่มพลังและความหวังให้แม่มากเลยนะ ว่าโอมโอมจะหาย ก็โอมโอมพูดได้
สติกลับมา แม้เพียงเสี้ยวนาที

โอมโอมครับ ทำไมชีวิตมันไม่เหมือนในละครหล่ะลูก ให้โอมโอมหายดีเป็นปาฏิหารย์เลย ทำไมโอมโอมกลับมาเพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้น สิ่งนี้มันเรียกว่าเป็นปาฏิหารย์ได้ไหมลูก แม่ไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งที่ได้ยินนี้ว่าอะไร แต่นับจากวันนั้นที่แม่ได้ยินเสียงโอมโอม จวบจนวินาทีนี้ แม่ก็ยังไม่เคยได้ยินเสียงหรือเห็นโอมโอมสติกลับมาทั้งหมดเหมือนวันนั้นอีกเลย วิบากกรรมที่หนูและครอบครัวเราต้องชดใช้ มันยังมีอยู่อีกมากเลยใช่ไหมครับ

เมื่อเสี้ยวนาทีที่แม่ไม่มีวันลืมผ่านไป เราก็ต้องมาฝึกกันต่อทุกอย่างเหมือนเดิม โอมโอมฝึกกายภาพทั้ง 2 อย่างทุกวัน วันละ 2 รอบ โอมโอมฝึกจนสามารถกินอาหารเหลวได้ ทุก ๆ วัน อาม่าจะทำอาหาร ตุ๋นหมูตุ๋นผัก แล้วนำไปปั่นจนละเอียดเป็นอาหารเหลว ใส่ปิ่นโตมาส่งโอมโอมทุกเช้า แล้วเราก็จะไปให้คุณครูดาป้อนให้ทุกเช้า อาหารเหลวของหนู สีสันสดใสสวยมากเลย มีทั้งสีม่วง สีเขียว สีแดง แล้วแต่ผักที่อาม่าเอาไปทำ โอมโอมกินอาหารเหลวของอาม่ามื้อเช้า แต่มื้อกลางวันและมื้อเย็น เราก็ยังต้องกินอาหารเหลวจากท่อใส่อาหารของโรงพยาบาลอยู่

ตอนนี้โอมโอมมีรถประจำตำแหน่งของตัวเองแล้วนะครับ ก็รถเข็นผู้ป่วยธรรมดา แต่โอมโอมยังทรงตัวไม่ได้ เราจึงมีอุปกรณ์พิเศษเพิ่มให้หนูครับ โอมโอมจะมีสายผ้ารัดหน้าอกติดกับรถ 1 ผืน มีสายผ้ารัดสะโพกติดกับรถอีก 1 ผืน มีสายผ้ารัดข้อมือ 2 ข้าง มีสายผ้ารัดขาให้ติดกับที่วางขาบนรถเข็นอีก 1 ผืน มีหมอนยัดไว้บนตัวอีก 1 ใบ มีผ้ารัดกั้นข้างหน้ารถอีก 1 ผืน
โอมโอมครับ มันเท่มากเลยลูก จนอาจารย์หมอสมองยังต้องมาขอถ่ายรูปไว้ศึกษาเลยนะครับ เพราะบ้านเรามันไม่มีรถที่เหมาะกับเด็กที่ป่วยพิเศษแบบหนูเลยลูก เวลาเข็นโอมโอมไปตึกกายภาพบำบัด คนมองดูอย่างสงสัยมากเลยลูก เท่ดีมั๊ยครับ

โอมโอมกินอาหารเหลวได้ดี ไม่มีสำลัก คุณครูดาก็เริ่มจะให้โอมโอมกินข้าว
โดยการใส่ข้าว 1 เม็ดไว้บนลิ้น ให้โอมโอมหัดเคี้ยว แต่มันก็มีปัญหา คือ
โอมโอมไม่ยอมเคี้ยว จะคายข้าว 1 เม็ดนั้นทิ้งทุกครั้ง ฝึกหลายครั้งแล้วโอมโอมก็ยังไม่คอยเคี้ยวข้าว ถ้าไม่เคี้ยวข้าว มันก็จะเป็นปัญหานะลูก เพราะนั่นหมายความว่าโอมโอมจะต้องกินแต่อาหารเหลวได้อย่างเดียว แล้วแม่จะแก้ปัญหานี้อย่างไรดีหละลูก


ปล. โอมโอมครับ จวบจนวันนี้ แม่ก็ยังจำภาพที่โอมโอมมองหน้าแม่ แล้วพูดว่า "โอมอยากกลับบ้าน" แม่คิดถึงทีไร ก็อยากจะร้องไห้ทุกทีเลย ครอบครัวเรายังมีความหวัง ยังเฝ้ารอปาฏิหารย์จากโอมโอมนะลูก




Create Date : 20 เมษายน 2552
Last Update : 30 มิถุนายน 2552 21:11:26 น. 8 comments
Counter : 431 Pageviews.

 
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ....


โดย: หมูอ๊วนอ้วน วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:21:07:05 น.  

 
คนเรามีความหวังเป็นสิ่งที่ดีค่ะ เป็นสิ่งคอยชะโลมใจ
แต่ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เราทุกคนต้องเผื่อใจไว้ค่ะ
แต่ขอเป็นกำลังใจให้น้องโอมโอมคนเก่งสู้ต่อไป เพราะขอแค่เราลุกขึ้นสู้ เราต้องมีหวังค่ะ
ที่สำคัญ คนรอบข้างคงต้องสู้ไปพร้อมๆ กันนะคะ


โดย: เจ้าชายน้อย (de prince ) วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:0:51:33 น.  

 
สู้ๆ ค่ะ


โดย: hachi_b วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:14:58:24 น.  

 
สู้ สู้ ค่ะ
ขอให้มี ปาฏิหารย์ ด้วยเถิด..


โดย: มินทิวา วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:5:12:02 น.  

 
คุณแม่น้องโอมโอมสู้ๆนะ
เคยมีหลานสาวที่เป็นญาติห่างๆคนนึง เกิดมาได้ไม่กี่วัน ตัวร้อนเป็นไข้ แล้วก้อชัก ผลสุดท้ายกลายเป็นเด็กที่พัฒนาการช้า เวลาร้องไห้ ที่พุงจะมีก้อนนิ่มๆ ปูดขึ้นมาลูกใหญ่กว่ามะนาว
มีชีวิตอยู่ประมาณ 3 ปี แต่ตลอดระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ แม่ทิ้งเพราะมีลูกใหม่ ญาติคนอื่นรับเลี้ยงไว้แทน ทุกครั้งที่ไปเจอน้องนัท น่าสงสารมากๆ วันนึงที่เค้าหมดกรรม เรากลับไม่รู้สึกเสียใจ รู้สึกว่าหมดเคราะห์หมดโศกเสียทีนะเด็กน้อย
วันนี้ได้มาอ่านเรื่องราวของน้องโอมโอมทำให้นึกถึงน้องนัทขึ้นมา แต่น้องโอมโอมยังโชคดีที่มีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแล หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง เพราะอย่างน้อย วันก่อนน้องโอมโอมพอจะมีสติกลับมาได้นิดหน่อย สามารถพูดได้ว่า"โอมอยากกลับบ้าน" เชื่อว่าประโยคนี้ทำให้คุณแม่มีกำลังใจขึ้นมามากเลย คุณแม่น้องโอมโอมอย่าท้อนะ สู้ๆ ขอเป็นกำลังใจให้


โดย: aramboy IP: 202.176.140.181 วันที่: 24 เมษายน 2552 เวลา:15:06:26 น.  

 
เป็นกำลังใจให้ค่ะ อย่างไรขอให้หมั่นทำบุญปล่อยปลา
และอธิฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสวดมนต์ขอพรพระ
เพื่อวันหนึ่งจิตใจเราจะได้เข้มแข็ง มีกำลังใจเลี้ยงลูกค่ะ



โดย: พิมพิณี IP: 58.8.135.188 วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:2:16:11 น.  

 
โอมโอมคับ คุณแม่นู๋รออยู่นะลูก

น้าเอาใจช่วยนะคับ กลับมาเหมือนเดิมนะคับ

สู้สู้ ทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ



โดย: แม่น้องครีม IP: 117.47.245.211 วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:50:57 น.  

 
เอาใจช่วยน้องโอมโอมนะคะ ดิฉันเข้าใจความรู้สึกคนเป็นพ่อแม่ค่ะ ดิฉันก็ประสบปัญหาอย่างคุณค่ะ เมื่อตอนที่ลูกดิฉันอายุได้ 2 ขวบ ลูกมีอาการเกร็งทีเท้า และหมดแรง จากนั้นก็เข้าโรงพยาบาล ดิฉันไม่คิดว่าวันนั้นจะเป็นฝันร้ายสำหรับครอบครัวดิฉัน เพราะก่อนหน้านี้ลูกสาวดิฉันน่ารักมาก ซน พูดเก่ง ชอบเดินใส่รองเท้าผู้ใหญ่ แต่หลังจากวันนั้นดิฉันไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนั้น ลูกดิฉันต้องนอนอยู่โรงพยาบาล 1 เดือนเต็ม และมีอาการเกร็งตลอดเวลา เกร็งทั้งตัว คุณหมอให้ยาเป็นกระบุง ทั้งทางสายน้ำเกลือ และกินเอง ลูกดิฉันเหม่อลอย และต้องทดลองยาประมาณ 2 กว่าตัวเพื่อให้ควบคุมอาการเกร็งได้ แล้วเด็กตัวเล็กแค่นี้ ต้องโดนฉีดยาเยอะมาก และกินยาเยอะมาก ดิฉันใจแทบสลาย ร้องให้ทุกวัน ชีวิตครอบครัวมือมนไปหมด ลูกเป็นอะไร คุณหมอก็ตรวจไม่เจอ ทั้งทำ MRI 2 ครั้ง , CT scan, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 2 ครั้ง ทุกครั้งที่ทำต้องวางยาสลบ และก็โดนเจาะไขสันหลังด้วย หลังจากเข้าโรงพยาบาลลูกดิฉันก็เดินไม่ได้เลย ไม่สามารถทรงตัวได้ นอนเองไม่ได้ ลุกนั่งเองไม่ได้ และมีอาการกระตุกตลอดเวลา ดิฉันนึกถึงภาพลูกเมื่อตอนที่ลูกไม่เป็นอะไร เค้าน่ารัก ซนมาก ดิฉันและสามีทรมานใจเหลือเกินค่ะ อยากให้ลูกกลับมาเหมือนเดิม จะทำอย่างไรดีคะ


โดย: kubkib IP: 202.28.180.202 วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:11:20:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หลับฝันดี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หลับฝันดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.