Group Blog
 
 
ธันวาคม 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
18 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
รวมบางส่วนบทบรรณาธิการที่เคยเขียน

เป็นครั้งแรกที่ได้เล่น bloggang ครับ
เพราะตั้งแต่ออกมาจากการเป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสาร
เคยบอกกับผู้อ่านและแฟนนิตยสารว่าจะเขียนบทความทาง blog
แต่กาลเวลาผ่านไป 1 ปี ก็ไม่ได้ใช้ตัวอักษรสื่อความใดๆ เลย
ไม่รู้ว่าจะมีใครในที่นี้จำนิตยสาร EXRAY ได้หรือไม่
แต่เดือนนี้ก็ครบ 1 ปี ที่ผมได้จากหน้าที่นั้นมา เพื่อเล่นหุ้นเป็นอาชีพ
แต่คืนวันเก่าๆ ยังคงไม่ลืมเลือน เลยขอใช้โอกาสนี้รวบรวมบทความที่ผมเคยเขียนนำมาลงใน blog ก่อนนะครับ
จะได้บรรเทาการคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ลงไปในหน้าหนาวนี้บ้าง
เริ่มต้นด้วยเรื่องฮิตของคนคือความรักเลยละกัน



“หนึ่งมุมมองของความรัก
ที่ประจักษ์ด้วยสองตา
สองแขนสร้างขึ้นมา
เพื่อสื่อค่าถึงหนึ่งใจ”

“ความรัก” คำที่มีคนเป็นล้านพยายามหาคำตอบ
พยายามที่จะได้เจอ
พยามยามให้ความรู้สึกนี้กับคนอื่น
บางคนไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไรหรือที่มีอยู่นั้นใช่หรือเปล่า
บางคนต้องการที่จะได้เจอกับคำว่าแท้เติมท้ายมัน
บางคนมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดมัน
อีกหลายคนไม่สนใจจะหาคำตอบแต่รู้สึกว่าที่ทำอยู่นี่คือรัก
แต่เชื่อว่าทุกๆ คนต้องการให้มันเข้ามาอยู่ในชีวิต

ทุกคนคงเคยเจ็บปวดเสียสละมา
แต่จะมีใครเรียนรู้ได้จากสิ่งนั้นแล้วหารักที่ลงตัวกับเราได้หรือไม่
เลยอยากให้มองไปรอบๆว่าเราไขว่ขว้าหาความรักจากคนอื่นมาก...
มากเกินไปจนลืมมองความรักของครอบครัวรึเปล่า
และความรักอาจอยู่ไกลถึงปลายฟ้า
หรืออยู่ใกล้เพียงแค่ปลายสายตาของเราก็ได้

คุณศรัทธาในความรักไหม?
มีคนมากมายคิดความหมายให้กับมัน....
ความรักคือการให้
ความรักคือความเข้าใจ
ความรักไม่มีคำนิยาม

มีคนมากมายพยายามเปรียบเทียบไปต่างๆนานา....
บ้างก็ว่าเหมือนผีเสื้อที่ไล่จับก็มักจะหนีแต่อยู่เฉยๆก็มักจะเข้ามาหา
บ้างก็ว่าเหมือนการปลอกหัวหอมที่สุดท้ายมีแต่น้ำตา
บ้างก็ว่าเหมือนผีที่มีหลายคนพูดถึงแต่น้อยคนที่ได้เจอ

มีคนมากมายที่ได้เจอ....
รักจากครอบครัว
รักจากเพื่อนฝูง แฟน
รักจากสถานการณ์และสถานที่

มีคนมากมายปิดกั้นมัน
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
ความรักทำให้คนตาบอด
ความจริงใจไม่มีในโลก

มีคนมากมายตั้งคำถาม....
นี่ฉันรักเขาหรือเปล่า
ทำไมเขาถึงทำอย่างนี้ไม่รักแล้วใช่มั้ย
ความรักคืออะไร

มีคนมากมายหาทางเข้าใจ....
ความรักผ่านเข้ามาให้เรียนรู้ไมใช่ครอบครอง
ความรักไม่ใช่การเดินนำหรือเดินตามแต่เป็นการเดินเคียงข้างกัน
ความรักต้องคิดจากหัวใจไม่ใช่สมอง

ถ้าโลกนี้ไม่มีรักคนคงอยู่แบบไร้ความหมาย....
ให้ได้เงินหลายล้าน ได้รับปริญญา แต่ไม่มีใครมายินดี
ตกงาน อกหัก เจออุปสรรคแต่ไม่มีใครมาแบ่งปันความรู้สึก
เจ็บป่วย อ่อนแอ แต่ไม่มีใครมาดูแล
จะเป็นเช่นไรถ้าโลกนี้มีแต่ตัวเรา ตัวเรา และก็ตัวเรา
หลายคนนำเอาตนเองเป็นที่ตั้งซึ่งก็ไม่ผิด
แต่จะยิ่งใหญ่เกินไปที่คิดว่าจะอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว

มนุษย์เราหาทางไปไกลอย่างยากลำบาก
ผ่านการคำนวณมากมายให้ถึงดวงจันทร์
แต่เส้นทางไปหาคนที่คุณรักง่ายเพียงออกเดินทาง
ไปตามถนนที่สร้างไว้กลับไม่ค่อยได้ไป

เวลาอยู่ห่างไกลคนที่เรารักหรือรักเรามักจะคิดถึงโหยหา
แต่เวลาอยู่ใกล้กลับแสดงออกว่าคุณค่าของเขาคนนั้นหายไปไหน

ถึงสรีระร่างกายจะสร้างมาให้ปากไม่ตรงกับใจอยู่เยื้องไปทางซ้ายนิดๆ
แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ใช้มันตามนั้น
เรารู้จักรูปร่างของทั้งปากและใจ
แต่ไม่ค่อยรู้วิธีใช้ให้ถูกวิธี

หลายคนตีตราความรักด้วยการนำสิ่งกลมๆ มาสวมที่นิ้วนางข้างซ้าย
โดยเชื่อว่ามันมีเส้นที่เชื่อมต่อไปยังหัวใจ
แต่ไม่ได้ใส่ความจริงใจลงไปในสิ่งกลมๆ

คนกลุ่มหนึ่งมองความรักเหมือนอากาศเป็นความว่างเปล่า
แต่ขาดแล้วจะอยู่ได้อย่างไร
คนกลุ่มหนึ่งมองความรักต้องเติมเต็ม
แต่น้ำไม่เต็มก็ดื่มให้สดชื่นได้

บางคนเชื่อในเรื่องรักแท้ พรหมลิขิต
แต่ดำเนินชีวิตแบบไม่เปิดใจ
บางคนคิดว่ารักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
แต่น้ำตากลับเป็นคำตอบ

คำถาม?
คุณจะรับรู้มันอย่างไร
จะปล่อยที่ว่างให้ขนาดไหน
จะใช้อะไรในการตามหา

คำตอบอยู่ที่
คุณศรัทธาในความรักไหม



พูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่แล้วผมสงสัยทุกที
กับคำกล่าวที่ชอบบอกว่าเป็นพวกใส่ใจในวัตถุนิยม
ก็คงจะจริงเพราะเป็นการเดินไปพร้อมกับวิวัฒนาการของโลกปัจจุบัน
แต่ผมก็ยังเชื่อว่าในใจแล้วหนุ่มสาวยุคนี้...
ใส่ใจในความหรูหราของที่อยู่อาศัยแต่ไม่ได้ลืม“ความสุข”เวลาได้อยู่กับใคร
ใส่ใจในความงามของรูปร่างหน้าตาแต่ไม่ได้ลืม “สุขภาพ” ที่อยู่ภายใน
ใส่ใจในรุ่นของโทรศัพท์มือถือแต่ไม่ได้ลืม “คน” คุยด้วยที่อยู่ห่างไกล
ใส่ใจในจำนวนของเงินแต่ไม่ได้ลืม “คุณค่า” เวลาจ่ายไป
ใส่ใจในดีไซน์ของแฟชั่นแต่ไม่ได้ลืม “ความเหมาะสม” ในการสวมใส่
ใส่ใจในการออกแบบของรถแต่ไม่ได้ลืม “ความจำเป็น” ในการใช้
ใส่ใจในราคาของของขวัญแต่ไม่ได้ลืม “ความสัมพันธ์” ของคนที่เราให้
ใส่ใจในความสุขของตนแต่ไม่ได้ลืม“ความทุกข์”ของคนอื่นที่เก็บไว้ในใจ....ใช่ไหมครับ?



มิตรภาพก็ก่อตัวขึ้นได้อย่างง่ายดาย
แต่พอมามองอีกมุมถึงมิตรภาพของคนหนุ่มสาวทั่วไปที่เกิดขึ้น
ในการใช้ชีวิตปกติก็เห็นว่า
“คนเรานั้นเริ่มต้นกันด้วยมิตรภาพและมักจะจบลงด้วยความรักเสมอๆ
แต่ทำไมถ้าเริ่มต้นด้วยความรักกับไม่จบลงด้วยมิตรภาพ”
สังเกตคนเราเวลาเริ่มรู้จักกันไปเรื่อยๆ อาจคลิ๊กกลายเป็นคู่รัก
แต่คนที่เข้ามาด้วยการจีบตรงๆ พอเลิกกัน
หน้ากลับไม่ค่อยอยากจะมองกันเท่าไร
มันอาจเป็นเพราะขาดฐานรากหรือบันไดเชื่อมโยงความสัมพันธ์
หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ สำหรับคนที่ผิดหวังแล้วคิดทำอะไรที่ไม่ดี
หรือมีความเจ็บปวดที่ความรักไม่ได้จากไปพร้อมความสัมพันธ์
แต่ยังยึดติดกับความรักที่ยังค้างอยู่จนไม่ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง
ให้ตัดใจแล้วเริ่มสิ่งใหม่ดีกว่า
ลองคิดดูสิว่าทำไมเราต้องถึงกลัวความผิดและบทลงโทษทางกฏหมาย
แต่กลับปล่อยให้บทลงโทษอย่าง บทเรียนราคาแพง น้ำตา
หรือว่าความทรงจำที่เลวร้ายเข้ามาในจิตใจได้
ในความเป็นจริงแล้วมันรุนแรงพอๆกัน บางทีอาจมากกว่าด้วยซ้ำ
แล้วจะปล่อยให้ตัวเราได้รับการลงโทษอย่างนี้ทำไมถ้าหลีกเลี่ยงมันได้
แค่เปลี่ยนความคิดและจิตใจเราเอง
ในโลกนี้ยังมีคนอีกเยอะแยะที่กำลังจะผ่านเข้ามาในชีวิต
บางทีความพิเศษในคนพิเศษที่เราตามหา
อาจอยู่ในคนธรรมดาที่อยู่รอบกายหรือเพิ่งเดินสวนกันไปเมื่อสักครู่นี้ก็ได้



เรื่องสภาพชีวิตกับสภาพเศรษฐกิจที่สะท้อนออกมาให้เห็น
เป็นเรื่องที่ค่อนข้างกระชากอารมณ์พอสมควร
หลังจากเมื่อหลายเดือนก่อนได้ไปเดินมหกรรมการเงิน
เห็นเงินสะพัดในงานมากมาย พอขับรถออกจากในงานมาไม่กี่ร้อยเมตร
มาติดไฟแดงก็เจอคนขายพวงมาลัยที่ทนตากแดดคร่ำเคร่งหาเงิน
เลยเห็นมุมมองที่ว่า

มุมหนึ่งของประเทศตกลงธุรกิจกัน 20 ล้าน
อีกมุมหนึ่งต่อสู้เพื่อขายของประทังชีพในราคา 20 บาท

มุมหนึ่งของประเทศกำลังนอนหลับฝันดี
อีกมุมหนึ่งหลบหนีกับดักระเบิดและปลอกกระสุน

มุมหนึ่งของประเทศกำลังกินอิ่มนอนหลับ
อีกมุมหนึ่งรองรับแต่ความทุกข์

มุมหนึ่งของประเทศมีคนแต่งงานกับคู่ที่ใฝ่ฝันมา
อีกมุมหนึ่งมีน้ำตาในการหาคำว่ารัก

มุมหนึ่งของประเทศใส่แบรนด์เนมหรูหรา
อีกมุมหนึ่งไม่มีเสื้อผ้าใส่หน้าหนาว

มุมหนึ่งของประเทศสุขภาพดี
อีกมุมหนึ่งแทบจะไม่มีลมหายใจ

เมื่อมุมต่างๆ ทำให้เห็นว่ามีช่องว่างและความแตกต่างยังคงอยู่
เหมือนกันทุกประเทศในโลกนี้แล้วจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นฉับพลันก็ไม่ได้
สิ่งที่เปลี่ยนได้มีอยู่หนึ่งมุม คือมุมมองของเรา ที่จะมองในแง่ดี
เอื้อเฟื้อต่อกัน เป็นมิตรกันมากขึ้น
และก็เป็นอีกวันที่พวงมาลัยพวงนั้นมีค่าในตัวของมัน
มากกว่าพวงอื่นๆ ที่เคยได้มา



บางทีคนเราก็มีความสุขได้กับการระลึกถึงเรื่อง “อดีต”
ที่ประทับใจในขณะที่ยังไม่มั่นใจในความเป็นไปของ “อนาคต”



มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ไม่มีปีกแต่สามารถพาตนเองไปได้เหนือฝูงนก
ไม่มีครีบแต่สามารถพาตนเองอยู่ในน้ำลึกกว่าฝูงปลา
เคลื่อนที่เฉลี่ยได้เพียงหกกิโลเมตรต่อชั่วโมง
แต่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ (ให้ร้อนขึ้น) ได้ แล้วคุณล่ะ?
เปลี่ยนแปลงโลกของตนเองให้เป็นไปตามใจฝัน ...รึยัง




Create Date : 18 ธันวาคม 2551
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2552 3:21:29 น. 1 comments
Counter : 402 Pageviews.

 
บทความให้แง่คิดดีค่ะ

อ่านแล้วนึกถึงเรื่องของตัวเองเหมือนกัน
คนที่เข้ามาจีบกันตรง ๆ พอเลิกกันหน้าก็แทบไม่อยากมอง

แต่คนที่รู้จักกันมา มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเรื่อย ๆ พอคลิ๊กแล้วรู้สึกลึกซึ้งขึ้นมา... อันหลังนี้ยังไงก็ยังมีรากฐานที่ดีมากกว่า ถึงเป็นคนรู้ใจไม่ได้ อย่างน้อยก็คงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไปได้ใช่ไหมคะ

ป.ล. ถ้ามีเวลาก็เขียนอีกนะคะ จะมาตามอ่านค่ะ


โดย: Shuhan^_^ วันที่: 31 มกราคม 2552 เวลา:8:06:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Mr. Nightman
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Mr. Nightman's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.