โลภ โกรธ หลง คือสิ่งที่ควรสละออก เรื่อย ๆ
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
บทความที่พลิกเส้นทางชีวิต

ด้วยความบังเอิญ ทำให้ได้พบบทความของหลวงพ่อปราโมทย์ เมื่อตอนสมัยที่ท่านเป็นฆราวาส และใช้นามแฝงว่า สันตินันท์
ใครเลยจะคิดว่า พออ่านบทความนี้จบ แล้วทำให้เกิดปัญญา มองเห็นตามที่ท่านเขียนไว้ นับแต่นั้นมาก็เลยเริ่มสนใจเรื่องการปฏิบัติธรรม และเข้าใจทางธรรมมากกว่าเดิม....อาจจะเป็นเพราะว่าชีวิตประจำวันเป็นกระโถนท้องพระโรงให้ชาวบ้านเขา เลยมองเห็น ไตรลักษณ์ ได้ง่ายขึ้นหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ

ผู้เกิดมาเป็นทาส

ความเห็นที่ 4 โดยคุณ สันตินันท์ วัน อาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2542 15:37:05
ผมเคยพิจารณาเรื่องนี้มานานแล้วว่า
ทำไมผู้คนตั้งมากมายจึงหาที่สนใจการปฏิบัติยากนัก
ก็พิจารณาเห็นว่า เพราะคนส่วนมากไม่รู้ว่าตนกำลังถูกจองจำอยู่
ไม่รู้ว่า ตนกำลังเป็นทาสอยู่
แต่คิดว่าตนเป็นไทแก่ตัว
เหมือนคนที่เกิดมาติดคุก หรือติดเกาะอยู่สักแห่งหนึ่ง
ไม่เคยรู้จักโลกภายนอก ไม่เคยกระทั่งจะจินตนาการถึงโลกภายนอก
ก็คือว่า โลกมีแค่สิ่งที่ตนรู้เห็นเท่านั้น
เขาย่อมไม่มีความคิด หรือความพยายามที่จะหักกรงขัง หรือหาทางออกจากเกาะนั้น



คนในโลกส่วนมากก็ยอมจำนนอยู่กับโลก เพราะไม่รู้ว่า ยังมีสิ่งนอกเหนือออกไปอีก
เมื่อเกิดมาก็เรียนหนังสือ เรียนจบก็หางานทำ
แล้วก็มีครอบครัว มีลูกหลาน แล้วก็ตายไป
ต่างคนต่างจำเป็นต้องทำตามอย่างคนอื่นๆ
เพราะไม่รู้ว่า ยังมีสิ่งที่ดีๆ อื่นๆ อีกในชีวิตนี้



อนึ่ง คนส่วนมากมีมานะอัตตารุนแรง
รู้สึกว่าตนเองเก่ง แน่ ไม่มีใครบังคับได้
เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า ในความจริงแล้ว
เขาตกเป็นทาสของตัณหา ถูกตัณหาควบคุมบังคับสั่งการอยู่แทบทั้งวัน
เพียงแต่นายทาสคนนี้ฉลาดแสนฉลาด
มันปกครองทาสของมันด้วยการทำให้ทาสหลงผิดว่าตนเองเป็นไท
จนทาสบางคนคิดว่าตนเป็นเจ้าโลก
ทั้งที่ถูกเขาจูงจมูกอยู่ต้อยๆ ทั้งวัน



ผู้ได้ฟังธรรมของพระศาสดา
เกิดความรู้ตัวว่าตนติดคุกอยู่ ตนกำลังเป็นทาสอยู่
ก็ย่อมหาทางหนีออกจากที่คุมขัง หนีจากนายทาสผู้ทารุณร้ายกาจ
ที่เลี้ยงทาสไว้เพื่อฆ่าทิ้งตามอำเภอใจเมื่อถึงเวลาหนึ่ง



ธรรมที่กล่าวมานี้จึงสอดรับกับธรรมที่คุณดังตฤณกล่าวไว้
คือจะทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
ก็ต้องรู้ตัวว่าทำเพื่อการปลดแอกตนเอง
เพื่อความเป็นอิสระ เพื่อความหลุดพ้น
เพื่อความดับสนิทแห่งทุกข์หรืออนุปาทาปรินิพพาน



ไม่ใช่เพียงแค่ทำทานตามๆเขา รักษาศีลตามๆเขา เจริญภาวนาตามๆเขา
เหมือนที่เรียน ทำงาน มีครอบครัว เลี้ยงลูกหลาน
แล้วก็ตายตามๆเขามานับภพนับชาติไม่ถ้วนนั่นเอง



โดยคุณ สันตินันท์วัน อาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2542 15:37:05

http://www.bangkokmap.com/pm/content/view/122/37/


Create Date : 04 ธันวาคม 2550
Last Update : 11 ธันวาคม 2550 2:07:11 น. 1 comments
Counter : 127 Pageviews.

 

เอานิทานเซนมาแจมคะ

ปลอดหนี้

ขณะที่กำลังนั่งจิบชากัน
แขกได้ถามขึ้นว่า ท่านอาจารย์ครับ อย่างไรถึงเรียกว่ารู้จักพระพุทธ
อาจารย์ตอบขึ้นว่า ก็เหมือนคนขี่โคถามหาโค
แขกผู้นั้นพยักหน้าแล้วถามอีกว่า หลังจากที่รู้จักพระพุทธแล้วเป็นอย่างไร
อาจารย์ตอบว่า ก็เหมือนกับขี่โคกลับบ้าน
แขกถามอีกว่า ทำอย่างไรจึงจะรักษาไว้ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลง
อาจารย์ตอบว่า ก็เหมือนกับคนเลี้ยงโค ที่ต้องถือแส้คอยเฝ้าดูโคไม่ให้มันอารมณ์เสีย

ทำงานตามยถากรรมมานานปี
ตรากตรำเป็นวัวงานอย่างไร้ค่า
กลับตัวกลับใจกลับคืนมา
อย่าอยู่ให้ใครเขาสนตะพาย

พระพุทธเคยเปรียบเทียบไว้ว่า เวรกรรม ก็เหมือนการชำระหนี้
ไม่ว่าจะเป็นคนทวงหนี้หรือคนชำระหนี้ ล้วนหลีกไม่พ้นต้องพบกับความทุกข์ทรมานบนเส้นทางวิบากกรรม
ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครได้ลิ้มรสของความสุขแม้แต่คนเดียว
เราต่างเหมือนโคตัวหนึ่ง ถูกชาวนาที่ชื่อว่า เวรกรรม เอาเชือกสนตะพายไว้จนไม่อาจมีอิสสระได้
ดังนั้นทางพระจึงไม่หน่ายที่จะเผยแพร่วิถีทางดับทุกข์ เพื่อไปสู่โลกที่สงบสุขแห่งนิพพาน เมื่อถึงเวลานั้นเราจึงจะรู้ซึ้งถึงความสงบของการปลอดหนี้

จาก บ้านฅนธรรมดา



โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:11:38:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ever rich
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ever rich's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.