มุ่งไปสู่ดวงจันทร์ ถ้าคุณพลาดก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว : )
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
เนื่องในโอกาสพิเศษ... ที่เรามีอยู่ด้วยกัน ทุกวัน

อิฉันให้ชีวิตอิฉัน มีวันปีใหม่ได้ทุกวัน เรียกทุกๆ วันของอิฉันว่า วันป๊อปใหม่
เพราะอิฉันสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนใหม่ได้ในทุกๆ วัน
เมื่อวานทำแบบนั้นแล้วไม่ดีใช่ไหม วันนี้ก็เอาใหม่สิ เปลี่ยนมาทำแบบใหม่ดู ถ้าผลลัพธ์มันดีกว่า ก็ดีไป
แต่ถ้าไม่ ก็อย่าโทษตัวเอง เพราะเรามีโอกาสพิเศษด้วยกันทุกวัน

อ่านเจอจากนิตยสาร(สุดที่รัก) จากคอลัมน์ของนักเขียน(ที่ปลื้ม) มาประมาณว่า
ชายคนหนึ่งกำลังเลือกหยิบชุดของภรรยาจากตู้เสื้อผ้า เขาพยายามเลือกตัวโปรดที่คิดว่าเธอชอบที่สุด
แล้ววางลงบนเตียง ตรงมุมหนึ่งของตู้ มีกล่องกระดาษอยู่ใบหนึ่ง
เขาชะงักมือนิดหน่อยก่อนถอนหายใจ แล้วหยิบมันขึ้นมาเปิดออก
ในนั้นมีชุดกระโปรงผ้าสีสวยที่ห่อด้วยกระดาษเก็บไว้อย่างดี
เขาแกะออก ให้น้องสาวของภรรยาดูชุดนั้นที่ยังมีป้ายราคาติดอยู่ พร้อมกับเอ่ยเบาๆ ว่า
“เธอซื้อชุดนี้เมื่อตอนที่เราไปนิวยอร์กด้วยกันครั้งแรก เมื่อสักประมาณ 8-9 ปีที่แล้ว
เธอชอบมันมาก แต่ไม่เคยใส่ เก็บไว้อย่างดี เธอบอกว่าจะเก็บไว้ใส่ในโอกาสพิเศษเท่านั้น”
เขาลูบไล้ผ้าเนื้อดีนั้นอย่างแผ่วเบา แล้วมองหน้าน้องสาวของภรรยา, สามีของเธอ และคนอื่นๆ ในห้อง
ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“นี่คงเป็นโอกาสพิเศษนั้นแล้วละ...”
เขาวางชุดสวยนั้นลงบนเตียง รวมกับชุดโปรดชุดอื่นๆ ที่เลือกไว้แล้วก่อนหน้านี้
น้องสาวของภรรยาช่วยรวบรวมเสื้อผ้าเหล่านั้นใส่ลงในถุงเพื่อนำไปให้ผู้จัดการศพ
ก่อนที่ทุกคนจะเดินออกจากห้องไป เขาทรุดตัวนั่งลงบนเตียง แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า
“อย่าเก็บอะไรไว้สำหรับโอกาสิเศษเลย ทุกๆ วันที่เรายังมีชีวิตอยู่นี่แหละ... คือโอกาสพิเศษ”

อิฉันเป็นคนหนึ่ง ที่คิดอยากทำอะไร ถ้าไตร่ตรองดูแล้วว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่ผิดอะไร
อยากทำ ให้ลงมือทำเลย
เพราะเราไม่สามารถล่วงรู้ได้หรอกว่า วันพรุ่งนี้ โอกาสพิเศษที่เรารอจะทำ จะมาถึง หรือมีให้เราหรือเปล่า
อ่านเจอมาอีกที่หนึ่ง เขาบอกว่า
“จงเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ตลอดชีวิตอันแสนยาวนาน แต่ให้ใช้ชีวิตเหมือนเราจะมีชีวิตแค่เพียงวันเดียว”
เพราะฉะนั้น เวลาอิฉันอยากทำอะไร ไม่ต้องรอเวลาใดๆ ทั้งสิ้น ลุยไปเลย
แต่การจะลุยเลยนั้น ไม่ใช่ว่า เอ๊ะ อยากทำ บอกให้ไปได้เลยใช่ไหม เราก็ไปเลย
อย่างนี้ก็ไม่ใช่ การจะทำการอะไรนั้น เราควรพิจารณา ไตร่ตรองให้รอบคอบที่สุด คิดแล้วคิดอีกให้ดี
ก่อนที่เราจะตัดสินใจเริ่มลงมือทำ ต้องดูว่า เดือดร้อนใครไหม มีผลกระทบไม่ดีต่อใครบ้าง
ดูให้ดีก่อนทำ คิดให้ดีก่อนทำ เพราะเมื่อทำแล้ว เราจะไม่ไม่ต้องมาเสียใจกับการกระทำของเราทีหลัง
คือจะทำอะไร ก็ให้คำนึงถึงหลายๆ ฝ่ายด้วย ไม่ใช่คิดเผื่อแค่ตัวเราเองเพียงอย่างเดียว...

อ่านเจอจากนิตยสารเล่มเดิมนั่นหละ ประมาณว่า
คุณพ่อไมเคิล บาทหลวงที่โบสถ์พูดประมาณว่า
“บาทหลวงสมัยนี้ เวลาจะย้ายไปประจำที่โบสถ์ไหน ต้องขนของกันให้เสียวุ่นวาย
ต่างกับสมัยก่อน เมื่อมีคำสั่งให้ไปประจำที่ไหน ก็ไปได้เลย มีเพียงแค่กระเป๋าติดตัวเพียงใบเดียว”
แล้วกล่าวต่อไปประมาณว่า
“คนเราสมัยนี้ ตัวหนักกัน”
(ตอนแรกจินตนาการไปว่า น้ำหนักตัวเยอะ - -* 555+)
“เมื่อเราสะสมเราก็จะไม่นึกถึงผู้อื่นแล้ว ลองคิดดูสิ
หากในมือของเราเองเต็มไปด้วยข้าวของที่ต้องหอบหิ้ว
แล้วเราจะเอามือที่ไหนไปช่วยผู้อื่นละ?”
“พวกเราควรทำตัวเบาๆ เข้าไว้ จะได้ขึ้นสวรรค์กันง่ายหน่อย
ความไม่ยึดติดจะช่วยทำให้เราเบาสบายตัว ลอยขึ้นไปง่าย
ในขณะที่กิเลสมีแต่จะคอยถ่วงดึง กดเราให้ต่ำลง...”
พออ่านถึงตอนนี้... เอิ่มมม ถูกเผงสุดๆ ไปเลย
คนเรานี่นะ อยากขึ้นสวรรค์ แต่ไม่กระทำตนให้เหมาะแก่การขึ้นสวรรค์ได้เอาเสียเลย
ก็ยังคงปล่อยให้กิเลสหลายอย่างเข้าครอบงำจิตใจ ให้ยึดอยู่ ติดอยู่อย่างนั้น
ถามว่าอิฉันละได้ไหม อ่อ ยังไม่ได้หรอกเจ้าคะ
ตราบใดที่โลกยังคงหมุนทวนเข็มนาฬิกา ทำมุมเอียง 23.5 องศา ต่อดวงอาทิตย์
มนุษย์ทุกคนบนโลกยังคงมีกิเลสอยู่ด้วยกันทั้งนั้น
เพียงแต่ว่า บุคคลไหน จะสามารถ ลด ละ เลิก มันได้มากกว่ากันเท่านั้นเอง
ใครคนไหน จะสามารถ ทำให้กิเลสของตนเบาบางได้ เท่านั้นเอง
วิธีการของอิฉัน ก็ง่ายๆ อีกนั่นละเจ้าคะ 555+
(ของแบบนี้อย่ามองให้มันเป็นเรื่องยาก ยิ่งเราว่ายาก ใจเราก็จะไม่อยากจะทำ)
ก็พยายามตัดใจเสีย ก็เท่านั้น
ของแบบนี้ ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียวนะคะ ต้องอาศัยการฝึกกันไป
ทุกอย่างต้องมีการฝึกฝน เด็กตัวเล็กๆ ไม่สามารถเขียนหนังสือเป็นได้ภายในวันเดียวฉันใด
เราทุกคนก็ไม่สามารถฝึกตัวให้ดีได้ในวันเดียวฉันนั้น (^^)
ฝึกไปนานๆ ทำให้ชิน จนเป็นนิสัย มันจะค่อยๆ ได้เองเจ้าคะ

- - - - -


เพิ่งซึ้งถึงประโยคที่อ่านเจอมาว่า
“ถ้าไม่หิวโหย ก็จะไม่ได้รับรู้ถึงรสชาติความอิ่ม ถ้าไม่เหน็บหนาว ก็จะไม่มีทางรู้ค่าของความอบอุ่นที่แท้จริง”
... มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังเจ้าคะ ...
น้องคนหนึ่ง ได้รับ ช็อกโกแลต ไปแพ็คหนึ่ง มีบรรจุทั้งหมด 5 อัน
น้องเขาออกมาอันหนึ่งแล้วก็กัดทีละนิดๆ ค่อยๆ ให้มันละลายไปในปาก
ใช้เวลานานมาก กว่าที่ช็อกโกแล็ตจะพร่องไปได้ครึ่งลูก
(คิดในใจ ถ้าเป็นพี่ ไม่ถึงนาทีหรอกน้อง ละลายลงกระเพาะไปแล้ว)
แล้วกลับมาคิดกับตัวเอง
เรากินมันแค่นิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้ว ยกให้น้องชายแล้ว
อยากกินใหม่เมื่อไหร่ก็ค่อยขอให้ที่บ้านซื้อให้ใหม่ประมาณนี้
ทำไมทุกอย่างมันแตกต่างจากน้องเขาจังหละ

ก็เลยทำให้คิดได้ว่า
เป็นเพราะเรา มี มากเกินไปหรือเปล่า เราจึงไม่เห็นคุณค่าของการมี
และเพราะน้อง ไม่มี จนขาด น้องเขาถึงเห็นคุณค่าของการมีเพียงเล็กน้อย (แต่ใหญ่ยิ่ง)
โอ้โห... มาถึงตรงนี้ เหมือนจะแบบ ทำให้เรารู้จัก รู้ซึ้งถึงการเป็น ผู้ให้ มากขึ้นกว่าเก่าเลย
รู้คุณค่าของเงินแต่ละบาทที่กว่าแต่ละคนจะหามาได้ (ความจริงเพื่อนก็ว่าเราประหยัดมาตั้งนานแล้วนะ)
เพราะ...
“การให้ เป็นเหตุให้เรามีสุข ยิ่งกว่าการได้รับ”
ซึ้งคำนี้มากขึ้นอีกแล้ว

ถ้าไม่ได้เห็น ไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง เราจะไม่มีทางได้รับรู้ความจริงเลย

พอน้องพูดคำสั้นๆ ง่ายๆ ที่ได้ยินอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก อย่างคำว่า
“ขอบคุณครับ”
มันแบบ เอิ่มมมม รู้สึกดีมากๆ เลย

- - - - -


เมื่อคืนดูละครหลังข่าว
แบบ เอิ่มมมม เขิลมากเลยละเจ้าคะ

‘คุณช่วยหาเหตุผลที่ดีกว่านี้หน่อยได้ไหมที่จะมาพบฉัน?’
‘มีสิ เหตุผล ผมคิดถึงคุณ เพราะผมคิดถึงคุณ ผมอยากเจอหน้าคุณ คุณอยากจะฟังอีกครั้งไหม ผมคิดถึงคุณ เหตุผลแค่นี้ พอไหม?’

‘ให้ผมเจ็บกว่านี้ก็ได้นะ ถ้าผมได้ช่วยชีวิตคุณ’

‘ผมเนี่ยจะไปทำงาน แต่ผมอยากเห็นหน้าคุณก่อน’
‘ผมไม่ได้เว่อร์นะคุณ ผมจะได้มีกำลังใจทำงานไง’

กรี๊ดดดดดดด!!! ชีวิตจริงช่างห่างไกลจากนิยายที่เขาเขียนกันนัก คงไม่มีจริงมั้งแบบนี้
5555 เมื่อวันก่อนเปิดดูหนังเกาหลี เรื่อง Sad Movie เอิ่มมม เรื่องนี้ ดูกี่รอบ ไม่เคยกลั้นน้ำตาได้เลยละเจ้าคะ

- - - - -


“ขอบคุณ โอกาสพิเศษ ที่เรามีอยู่ด้วยกันทุกวัน”



Create Date : 07 มกราคม 2553
Last Update : 7 มกราคม 2553 11:18:12 น. 13 comments
Counter : 345 Pageviews.

 
...
....นั่นสิ...ทำไมไม่ทำทุกวัน...ให้เป็นวันพิเศษ....เริ่มเลยดีกว่า....
.........วันนี้เป็นวันพิเศษ....ที่เราได้ทักทายกันนะคะ...ยินดีที่รู้จัก.....ขอบคุณค่ะ
....
.....
.....อ่านเรื่องช๊อตโกแลตแล้วนึกถึง มาม่าค่ะ....
...
.....เมื่อก่อนบ้านจนมาก.....ไม่มีตังซื้อมาม่ากิน....
....พอดีคุณพ่อถูกล๊อตเตอรี่....เลยซื้อให้กิน
.....3 คนพี่น้อง นั่งกินมาม่า เกือบ 3 ชั่วโมง....
.....พวกเรากลัวมันหมดน่ะค่ะ...
.....
.............


โดย: ... (ลมลวง ) วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:10:09:58 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ กับวันที่อากาศเปลี่ยนแปลง


โดย: I'm ThoaLeks วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:11:03:58 น.  

 
เคยดูเรื่องเกาหลีเรื่องนี้เหมือนกัน เศร้าตลอดเรื่องเลย ถ้าชีวิตเป็นแบบนี้คงแย่ ทำได้ดีที่สุดก็คือยิ้มสู้
ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ


โดย: magic-women วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:12:58:13 น.  

 
อ่ะนะ...พูดถึงเรื่องของสิ่งหนึ่งที่มีความหมายมากๆ

ของเปิ้ลก็คงเป็นสร้อยคอมั้งคะ

ส้อยเส้นนี้รักมากๆ อากงซื้อไว้ให้ตอนเด็กๆค่ะ

แต่ตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้ว...

คิดว่าถ้ามีลูกคงเก็บไว้ให้ลูกค่ะ...

อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยค่ะ...


โดย: ยัยเป๋อ (ลายมือยุ่งๆของคนไม่มีเวลา ) วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:14:59:06 น.  

 
แวะมาเยี่ยม...สวัสดีปีใหม่ครับ


โดย: **mp5** วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:15:55:26 น.  

 
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


โดย: TREE AND LOVE วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:18:39:30 น.  

 
ว่าว..เราก้ได้ดูหนังเกาเรื่องนี้
แต่ยังไม่ค่อยดีนักนะคะ
ถ้าคุรได้ดุ(ที่โนใจกว่านี้
น้ำตาท่วมจอแน่เลยค่ะ
เพราะซีรีย์เกาแนวนี้เยอะมาก
เราไม่ค่อยได้ดูน่นแล้ว

คนส่งส่วยไม่ค่อยส่งค่ะ
555
เพื่อนเราเองคงไม่ค่อยว่างมั้ง


โดย: chabori วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:21:24:45 น.  

 
บล็อคสวยมากเลยค่ะชอบเขียวแบบนี้ ชอบภาพชายหนุ่มโอบหญิงสาวด้วย อยากเป็นแบบนั้นมังอิ..อิ..


โดย: chabori วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:21:25:38 น.  

 
สวัสดีครับ

มาขอบคุณที่แวะไปทักทายที่บล็อก

และขอบคุณที่ติดตามอ่านคอลัมน์ "ล้อมโลกด้วยรัก"ของผมในนิตยสาร "ขวัญเรือน" แล้วยังเขียนถึงด้วย...

ขอให้มีความสุขในทุก ๆ วันนะครับ


โดย: ปะการัง (ชบาฉาย ) วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:6:54:24 น.  

 
ขอขอบคุณทีแวะมาทักทายน่ะครับผม ขออนุญาตมาร่วมยิ้มด้วยคนน่ะคร๊าบบบ เอ้า ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ขอเพียงเธอ พิมพ์รอยยิ้มไว้ รอบข้างแม้จะโหดร้าย ลองยิ้ม ยิ้ม หน่อยได้มั้ย อย่าอายยย ฟันหลอ ... เพลงนี้จำได้ว่าเคยฟังตอนเด็กๆน่ะครับ น่ารักดีจริงๆเนอะ อิอิ


โดย: สู้ตาย85 วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:10:42:16 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะจ๊ะ
ยินดีที่รู้จักคะ


โดย: ป้าโข่ง IP: 113.53.30.153 วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:11:58:50 น.  

 


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 8 มกราคม 2553 เวลา:23:38:06 น.  

 
happy new year ka


โดย: natya (natyaB ) วันที่: 9 มกราคม 2553 เวลา:10:09:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

onedermore
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จ้องมอง
แต่มิอาจเห็น
นี่เรียกว่า ไร้รูป

สดับฟัง
แต่มิอาจได้ยิน
นี่เรียกว่าไร้เสียง

ไขว่คว้า
แต่มิอาจจับต้อง
นี่เรียกว่า ไร้ตัวตน
Friends' blogs
[Add onedermore's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.