Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 

[AF Story] Friendship: เพื่อน << รัก >> เพื่อน === ตอนที่ 23

======


เสียงบีบแตรดังมาจากหน้าบันไดบ้าน ทำให้หญิงสาวสวยเฉียบที่เพิ่งวางสายจากเจ้าของรถคันที่ว่ารีบชะโงกหน้าออกมาถามเด็กรับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นทันที


“เกดจ๊ะ ใช่รถสีขาวรึเปล่า” ด้วยความที่เด็กรับใช้คนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงครึ่งปี เลยอาจจะไม่รู้จักหน้าค่าตาแฟนหนุ่มของเธอ เลยต้องบอกเป็นลักษณะรถแทน


เมื่อเกดพยักหน้า ปามมี่ก็เดินเฉิดฉายไปเปิดประตูทันที และก็เห็นต้าในมาดหล่อเนี้ยบ ยืนพิงรถแล้วส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะทักทายเธอด้วยเสียงนุ่มว่า


“ไม่ได้เจอกันนานนะมี่” ไม่พูดเปล่า พลางเดินอ้อมไปเปิดประตูรถให้อีกต่างหาก ก่อนจะเดินมาประชิดตัวเธอด้วยความรวดเร็ว แล้วกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบาว่า “ผมคิดถึงมี่นะ...”


ปามมี่เพียงเลิกคิ้วสูง ยิ้มน้อยๆ แล้วเบี่ยงตัวออกมา เดินไปขึ้นรถอย่างหน้าตาเฉย
ทิ้งให้ต้าค่อนข้างเก้อไปเหมือนกัน


แต่ชายหนุ่มก็ได้เพียงแค่ยักไหล่ แล้วยิ้มมุมปากเท่านั้น ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถ แล้วเข้าไปนั่งตรงที่คนขับราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้น


เมื่อขับรถไปถึงตึกสูงระฟ้าแห่งหนึ่ง ต้าก็ชะลอรถให้ตามสายตาของคนนั่งข้างๆ ที่มองมาเป็นเชิงว่า ‘ถึงแล้ว บริษัทมี่ ช่วยจอดด้วย’ แล้วพลันจะเดินลงรถไปเสียอย่างนั้น ถ้าต้าไม่ฉุดมือไว้ เธอคงเดินตัวปลิวเข้าในตัวตึกไปแล้ว


“มี่...ใจคอ”


เมื่อโดนดึงมือไว้ ปามมี่ก็หันมามองนิดหนึ่ง แต่ก็ได้เพียงยิ้ม ไม่พูดอะไร ทำให้ต้าส่งสายตาละห้อยไปให้ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อว่า


“ใจคอมี่จะไม่พูดกับผมซักคำเชียวเหรอ”


ถึงแม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน่าสงสารเพียงใด แต่หญิงสาวก็ได้แต่ยิ้มกลับมาเหมือนเดิม


และในที่สุด สิ่งที่ต้าอยากได้ยินมากที่สุด ก็หลุดออกมาจากริมฝีปากบางสวยนั้นจนได้


“มี่ก็...” พลางยื่นหน้ามาใกล้ๆ หูของคนที่นั่งตรงคนขับบ้าง “คิดถึงต้าม้ากมากเหมือนกันค่ะ” และเธอก็ค่อยๆ แกะมือตนเองให้พ้นจากการเกาะกุมของต้า แล้วเดินจากไป


ทิ้งให้คนในรถฝันค้างอยู่คนเดียว


======


กว่าจะจัดการเรื่องโรงพยาบาลเสร็จสรรพ ก็เย็นเสียแล้ว และในที่สุด คณะเคลื่อนย้าย ‘ผู้ป่วย’ก็เดินทางกลับถึงบ้านของครอบครัวกฤตและพัดจนได้ เรียกได้ว่า บรรทุกได้เต็มความจุของรถจริงๆ เพราะเพียงแค่คุณยายของบรูน่า ก็กินพื้นที่ไปครึ่งรถแล้ว กฤตขับรถเข้าไปจอด แล้วรออยู่เพียงครู่หนึ่ง ลูกสาว ‘ทั้งสอง’ ของเขาก็นวยนาดออกมาต้อนรับเหมือนกับรู้หน้าที่ มิ้นเดินมาพยุงซีแนมคนละข้างกับเพชร สองสาวพยักหน้าให้กันนิดหนึ่งเป็นเชิงทักทาย ส่วนซาร่านั้นไปช่วยพยุงบรูน่า ทำให้บอยซึ่งกำลังจอดรถมอเตอร์ไซค์อยู่พลาดหน้าที่ที่หมายตาไว้ไปอย่างน่าเสียดาย


“เชิญป้าแนมตามสบายนะครับ” กฤตยิ้ม ก่อนจะกวักมือเรียกมิ้นให้มาหา แล้วบอกกับลูกสาวว่า “ไปเอาน้ำให้คุณยายเค้าหน่อยลูก”


“ค่ะ คุณพ่อ” แล้วก็เดินเร็วๆ เข้าไปในครัวทันที


ตูนซึ่งกำลังเตรียมอาหารเย็นอย่างขะมักเขม้นอยู่ในครัวอยู่เช่นกัน เห็นมิ้นเข้าก็เลยเอ่ยปากถาม


“น้องมิ้น วันนี้มีคนมากี่คน” เพราะโดยเงื่อนไขซึ่งพัดตั้งไว้นั้น ตูนจะต้องเป็นคนเตรียมอาหารเย็นทุกมื้อ และเขาก็สามารถทำหน้าที่ได้อย่างไม่บกพร่อง พัดถึงกับเอ่ยชมเปาะทุกๆ มื้อ แถมยังบ่นกับกฤตอีกว่า หมู่นี้เหมือนกางเกงจะคับขึ้นอย่างไรชอบกล


“เห็นพี่ต้าบอกว่าวันนี้ไม่กินข้าวบ้าน งั้นตอนนี้ก็มี...” มิ้นนับนิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอก “คุณพ่อ คุณแม่ มิ้น ร่า บรูน่า พี่ตูน พี่ก้อ พี่บอย คุณยาย...สิบคนพอดีค่ะ”


ระหว่างที่กำลังล้างกระทะอยู่นั้น ตูนก็นับจำนวนคนตามที่มิ้นพูดออกมาด้วย แต่ทำไมเขานับได้เก้า แล้วเธอบอกว่าสิบล่ะ?


“มิ้น ไม่ใช่เก้าเหรอ”


“สิบค่ะ” เด็กผู้หญิงที่นับนิ้วเมื่อครู่ยังคงยืนยันคำเดิม


“แล้วทำไมพี่นับได้เก้าหว่า”


มิ้นนิ่งคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะร้องอ๋อ “มีอีกคนนึงค่ะพี่ตูน แต่มิ้นไม่รู้จักชื่อ เลยไม่ได้พูดออกมาด้วยน่ะค่ะ”


ตูนพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปจัดการขัดกะทะต่อ


======



มิ้นเดินถือถาดสแตนเลส ซึ่งมีแก้ววางอยู่บนถาดสี่ใบออกมาจากครัว ก่อนจะส่งให้บุคคลที่อยู่ในห้องนั่งเล่นเรียงตามลำดับอาวุโสในความคิดของเธอ โดยส่งให้ผู้สูงวัยซึ่งนั่งดูทีวีหัวเราะชอบใจอยู่ก่อน “น้ำค่ะคุณยาย” ก่อนจะเดินมาส่งแก้วใบที่สองให้กับคนที่มิ้นเองก็ไม่รู้จัก


“น้ำค่ะ...” เหมือนกับจะเว้นวรรคให้คนตรงหน้าบอกชื่อเสียงเรียงนามออกมา ซึ่งเพชรเองก็พูดตอบอย่างรู้งาน


“เราชื่อเพชร” พลางยิ้มกว้างให้ “เป็นเพื่อนบรูน่าเหมือนมิ้นแหละ”


มิ้นพยักหน้า ส่งยิ้มตอบด้วยความจริงใจบวกกับประหลาดใจในเวลาเดียวกัน เพราะทีแรก มิ้นนึกว่าเพื่อนบรูน่าคนนี้จะดูหยิ่ง ไม่พูดไม่จา เป็นเสือยิ้มยากเสียอีก แต่พอเริ่มพูดคุยทักทาย ก็รู้สึกว่าดูอัธยาศัยดีไม่น้อย ลักษณะนิสัยอาจจะคล้ายกับบรูน่าตรงที่ดูเหมือนจะเป็นคนตรง คิดอะไรก็พูดออกไปอย่างนั้นเหมือนกัน


“ต่อไป ให้คนเพิ่งหายป่วยจ้ะ แหม มิ้นไม่อยู่ไม่กี่วัน คิดถึงจนป่วยเลยน้า...”


ก่อนจะส่งแก้วใบที่สามให้กับบรูน่า ซึ่งก็นั่งมองด้วยรอยยิ้มอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อเจอประโยคนี้ของมิ้นเข้าไป ถึงกับเบ้หน้า แล้วมองไปที่อื่นอย่างหมดอารมณ์จะยิ้มต่อทันที อากัปกริยาอย่างนี้ ทำเอาสาวเสิร์ฟจำเป็นอดขำไม่ได้


แก้วสุดท้าย มิ้นเดินถือมายื่นให้ซาร่า ทำเอาใบหน้าของคนที่ค่อยๆ ยื่นมือมารับแก้วไปนั้นอย่างเก้ๆ กังๆ นั้นมีเครื่องหมายคำถามตัวเบ้อเริ่มปรากฏอยู่ และไม่ทันที่จะถามออกมา มิ้นก็ชิงดักคอเสียก่อน


“ไม่ต้องถามนะว่าเอามาให้ทำไม”


ก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ ซาร่า แล้วพูดต่อ


“มิ้นไม่อยู่ตั้งหลายวัน ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับคุณแม่ กับน้ากุ๊กไปตั้งเยอะ”


แต่คิ้วของคนที่นั่งฟังอยู่ก็ยังไม่หายขมวดคิ้ว และถามออกมาว่า


“สัญญาอะไรเหรอมิ้น”


“เก๊าะ...” มิ้นหลุบตาลงต่ำ พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอาการตื่นเต้นให้มันไม่ปรากฏออกมาในประโยคที่ตนจะพูดต่อไปนี้...


“สัญญาว่าจะดูแลร่าตลอดเวลาไง”


คำว่า ‘ตลอดเวลา’ ที่มิ้นพยายามเน้นและสื่อสารความหมายออกมาด้วยสายตานั้น ทำให้ซาร่าอดที่จะรู้สึกแปลกๆ ในใจไม่ได้... และนั่นทำให้เธอต้องแสร้งหันมองไปทางอื่น แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มด้วยท่าทางที่ไม่เคยทำปกติ ราวกับว่า...


กำลัง ‘เขิน’ อยู่


อย่างไรอย่างนั้น...


======


ตอนนี้ทุกคนหันไปสนใจกลิ่นอาหารหอมหวนที่ลอยมาจากในครัว จนเดินเข้าไปหาต้นตอกันหมดแล้ว ตอนนี้ในห้องนั่งเล่น เลยเหลือมิ้นกับซาร่า นั่งฟังเสียงทีวีกันอยู่สองคน เพราะทั้งสองนั้น หันหลังให้กับโทรทัศน์


หลังจากซาร่าดื่มน้ำรวดเดียวหมดแก้ว บรรยากาศก็เงียบเชียบไปอยู่นาน ต่างคนต่างก็ไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาเลย และในที่สุด คนที่พูดออกมาก่อน ก็คือ มิ้น เช่นเคย


“ร่า...”


“หืม...”


เหมือนกับว่ามิ้นอยากจะพูดอะไรที่ติดค้างอยู่ในใจออกมาให้ซาร่าฟัง แต่แล้ว ก็เหมือนมีกำแพงอะไรบางๆ ทั้งในตัวเธอเอง และในตัวซาร่าก็ด้วย มากั้นขวางไม่ให้คำพูดนั้นหลุดออกมา มิ้นเลยทำได้เพียงแค่เฉไปเรื่องอื่น


“อ่านหนังสือถึงไหนแล้ว”


“ยังไม่ถึงไหนเลย”


ดูเหมือนซาร่าเองก็แอบเผลอกลั้นหายใจตอนที่มิ้นเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถามออกมาเหมือนกัน ราวกับว่าเธอกำลังลุ้น...ลุ้นว่ามิ้นจะพูดในสิ่งที่เธอกำลังแอบคิดอยู่รึเปล่า


แต่แล้วก็ไม่... ใจหนึ่งก็โล่งใจ แต่อีกใจหนึ่งก็แอบผิดคาดอยู่ลึกๆ


“เราแบบเครียดมากเลยมิ้น เวลามันก็ผ่านไปเรื่อยๆ แล้วอะ”


“เหรอ...งั้นคืนนี้โต้รุ่ง เอามั้ย” มิ้นลองเสนอแนวทาง และพอเห็นเพื่อนเบ้ปาก เลยพูดโน้มน้าวต่อ “ถ้าไม่ลอง จะรู้ได้ไง จริงป้ะ”


“จะดีเหรอ” จริงๆ ซาร่าอยากจะบอกว่าตัวเธอวางแผนเรื่องจะอ่านหนังสือยันสว่างมาหลายวันแล้ว ซึ่งทุกๆ วันที่คิดจะทำนั้น ยังไม่ทันจะสว่าง เธอก็นอนฟุบกับกองหนังสือทุกครั้งไป แต่คราวนี้อาจจะไม่ เพราะมีเพื่อนนั่งอยู่ด้วย ถ้าง่วงก็พักคุยก็ได้... คงสำเร็จน่า


คิดได้ดังนั้น ซาร่าจึงพยักหน้า เป็นเชิงว่า โอเค เราจะสู้


“ร่า งั้นเดี๋ยวร่าไปจัดจานให้ทุกคนเลยนะ สิบที่ เดี๋ยวมิ้นไปขนหนังสือลงมาก่อน”


“โอเค”


======


หลังจากที่รับงานดนตรีอิสระ ไม่มีหลักมีแหล่งอยู่นาน ตอนนี้ก้อได้งานใหม่ที่ดูมั่นคงขึ้นกว่าเดิมแล้ว นั่นคือ การไปเป็นครูสอนเปียโนให้เด็กตัวเล็กๆ งานไม่หนัก แถมเงินดีไม่หยอกทีเดียว วันนี้เขาเลยกลับมากินข้าวเย็นฝีมือเพื่อนซี้ได้ทันเวลา


“สวัสดีครับทุกคน”


และเป็นครั้งแรก ที่ได้มาร่วมโต๊ะทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับคนบ้านใหญ่ เพราะทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน ก็มักจะเลยเวลาอาหารเย็นไปนาน และเขาก็ต้องมาทำอะไรก๊อกแก๊กกินเองทุกที ซึ่งก็มักจะต้องฝืนกินให้หมดแทบทุกครั้งไป


“ไอ้ก้อมาถึงพอดี มานั่งด้วยกันนี่มา” ตูนกวักไม้กวักมือเรียกเพื่อนใหญ่ “เป็นไงมั่งวะ งานใหม่”


“ก็ดี...” ก้อเพิ่งเห็นว่าตรงที่นั่งเขานั้นมีจาน ช้อน ส้อมอะไรต่างๆ เตรียมไว้ให้พร้อม เลยสะกิดถามตูน “เฮ้ย เอ็งเอามาวางให้ข้าเหรอ”


คนถูกสะกิดกำลังพยายามใช้ฟันบดขยี้เนื้อวัวที่วันนี้เกิดเหนียวผิดปกติอย่างสุดกำลัง เมื่อถูกขัดจังหวะในตอนที่ต้องใช้สมาธิเช่นนี้ เลยหันมาตอบเพียงแค่ส่งๆ ไป


“เปล่า ซาร่ามั้ง”


เมื่อได้ยินคำตอบเป็นบุคคลที่คาดไม่ถึง ก้อจึงเลิกคิ้วสูงนิดหนึ่ง ก่อนจะหันไปตักข้าวจากหม้อที่วางอยู่ใกล้ๆ ใส่จาน แล้วลงมือจัดการมื้อเย็นของที่บ้านซึ่งนานๆ จะได้แตะสักที


======


ทั้งๆ ที่ทุกคนกำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ตรงกันข้าม ยังมีคนหนึ่งคนบนโต๊ะอาหาร ที่กินอะไรก็ไม่อร่อย ไม่ว่าใครจะเล่าเรื่องตลกสักแค่ไหนก็ไม่ขำ


บอยยังคงคิดมากกับ ‘เพื่อน’ ของบรูน่าอยู่...


จะไม่ให้เขาคิดมากได้อย่างไร จะมีเพื่อนที่ไหนเล่นกันได้ถึงเนื้อถึงตัวแบบนั้น นอกเสียจาก...เป็นมากกว่าเพื่อน แถมท่าทางของบรูน่าที่ดีใจเสียเหลือเกินเมื่อเพชรมานั้น มันเสียดแทงใจเขาจริงๆ


เอ๊ะ! แล้วทำไมถึงต้องหงุดหงิด ต้องเครียด ต้องคิดมากด้วยล่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกับเด็กคนนั้นสักหน่อย ก็แค่ไปรับไปส่งเรียนพิเศษ ก็แค่พาไปเลี้ยงร้านอาหารข้างทาง ก็แค่เป็นห่วงเป็นใยตอนไม่สบาย ก็แค่ไปนั่งเฝ้าทุกครั้งเวลานอนหลับที่โรงพยาบาล ก็แค่...


ก็แค่เองเหรอ?...


ดูท่าเขาจะตกหลุมรักเด็กกะโปโลคนนี้เสียแล้วสิ...


แม้ว่าความประทับใจแรกพบจะถึงขึ้นติดลบแปดสิบเอ็ดก็ตามที...


======




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2550
5 comments
Last Update : 5 ธันวาคม 2550 22:12:54 น.
Counter : 330 Pageviews.

 



Happy Father's day

 

โดย: โสดในซอย 5 ธันวาคม 2550 22:27:06 น.  

 

เราอยากรุอ่า

โปรดตอบเราที

มิ้นกะซาร่าเปนเลสกานจิงดิ(ในเรื่องอ่ะ)

 

โดย: Liewz!!~** IP: 58.9.194.35 8 ธันวาคม 2550 23:17:33 น.  

 

ม่ายต่อหรอคะ
รออยุนะ ^^

 

โดย: nudiez IP: 24.58.98.208 28 ธันวาคม 2550 0:43:10 น.  

 

เดือนนึงผ่านปาย ก้อยังมารอ วุ้วๆ

 

โดย: nudiez IP: 24.58.98.208 7 มกราคม 2551 3:55:07 น.  

 

^^ สู้ๆ รออ่านต่อปาย ^^

 

โดย: mirasaki IP: 202.149.24.129 26 เมษายน 2551 21:59:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Diagonal
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Diagonal's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.