Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
12 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
เมื่อเขาและเธอ ซึมเศร้า เหงากับฉัน

ระยะนี้รอบข้างมีแต่คนเจ็บป่วย ทั้งญาติเพื่อน ๆ ญาติตัวเองและล่าสุดที่หายไปจากบล็อคเพราะคุณพ่อตัวเองป่วย รักษามาหลายหมอก็ไม่มีสาเหตุ จนต้อง Search จากอินเตอร์เน็ตและก็พบว่ามีความรู้มากมายที่มีคนแบ่งปันประสบการณ์ ให้เราพอจะคาดเดาโรคได้ และบางทีรู้ถึงวิธีรักษาด้วยตนเองได้ จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นความรู้ เพราะบางทีคุณอาจไม่รู้ว่าโรคซึมเศร้า เหงา และเก็บตัว มันมีจริง และถ้าวันหนึ่งมันเกิดกับคนที่คุณรู้จัก บางทีบทความนี้อาจทำประโยชน์ได้ในวันที่คุณต้องใช้มันค่ะ

โรคซึมเศร้า ตัวฉันเองก็ไม่ค่อยรู้จักในตอนแรก จนกระทั่งวันหนึ่งคนรักของฉันเกิดอาการนี้โดยที่เขาไม่เคยบอกฉันมาก่อน

เริ่มจาก เมื่อเจ็ดปีที่แล้วตอนรักกันใหม่ ๆ เขามีอาการอินเลิฟตามปกติ ตามประสาคนกำลังมีความรัก ฉันรู้สึกถึงการเอาใจใส่ตลอดมา อยู่มาวันหนึ่ง
เขาก็เปลี่ยนไป เขาเฉย เขาไม่ค่อยพูด โทรไปก็ไม่ค่อยคุยกันมากมาย
เหมือนในตอนแรก ๆ และเวลาเจอกันก็ดูสายตาเลื่อนลอยชอบกลในบางที

ฉันคิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าเขาเบื่อ เขาคงจืดจาง เขาคงไม่เหมือนเดิมแล้ว
คิดไปคิดจนอยากจะเลิกกันด้วยซ้ำไป แต่ปรากฏว่าในวันนั้นเขาบอกฉันว่า เขาไม่เคยบอกฉันเลยว่าเขามีอาการเป็นโรคซึมเศร้า เป็นมานานตั้งแต่มัธยม ฉันงงเป็นไก่ตาแตกโรคอะไรหว่า ฉันบอกตรง ๆ ว่าไม่เคยรู้จัก
ไม่เข้าใจสมัยนั้นเขายังไม่ฮิตตอนนี้ ฉันก็เลยคิดว่าเขาพูดเป็นข้ออ้างมากกว่า คงไม่อยากใช้เวลาอยู่กับฉัน เพราะตอนนั้นเขาไม่มารับ ไม่ไปกินข้าว โทรไปก็คุยกันนิดเดียว บอกว่าไม่ไหวไม่อยากได้ยินเสียงอะไร
ฉันเริ่มงง และแปลกใจมากเริ่มค้นหาหนังสือที่เคยสะสมเกี่ยวกับโรคและสารอาหารต่าง ๆ จนพบว่าโรคซึมเศร้านี้มันมีที่มาและมีที่ไป ซึ่งไม่ธรรมดาสักนิด ฉันจึงรู้จักเจ้าโรคประหลาดนี้ในครั้งนั้น

ปีแรกที่เขาเป็นจะเป็นประมาณเดือนตุลาคม มีอาการประมาณหนึ่งสัปดาห์
จนเริ่มสะสมไมล์มาเป็นหลายอาทิตย์ และปีหลังสุดเขาเป็นเดือนกว่า
ฉันอยู่คนละบ้านกับเขา บ้านเขาอยู่กันพ่อแม่พี่น้องครบในตึกเดียวกัน
แบ่งแยกห้องกันคนละมุม เขาตอนนั้นอยู่กับพี่สาวที่ยังไม่แต่งงาน พอมีอาการปุ๊ป พี่สาวก็รู้สึกว่าเขาแปลก ๆ ไปเริ่มจากไม่ดูโทรทัศน์ทั้งที่ปกติชอบดูหนังฟังเพลง ไม่อยากได้ยินเสียงใครเข้าออกประตู ไม่อยากเห็นแสง
และไม่อยากพูดกับใครจนเหมือนคนมีโลกส่วนตัวสูง ซึ่งไม่ใช่เขาเลยสักนิด
พี่สาวกับที่บ้านยังไม่เข้าใจก็นึกเลยเถิดไปว่าเขาคงมีปัญหากับฉัน คงอกหักเลิกกันทำให้มีอาการประหลาดแบบนี้ ส่วนฉันอยู่คอนโดคนเดียวก็คิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าเค้าแกล้งเพื่อหาทางเลิกกันหรือปล่าว แต่ฉันไม่ยอมรับความจริงว่ากำลังถูกทิ้ง ฉันเลยฮึดลองเป็นฝ่ายเข้าไปคลุกวงในเอง

เริ่มแรกเขาบอกว่าขอเขาอยู่บ้านไม่มาหาฉันนะ ฉันก็พยายามเข้าใจ แต่ในใจข้องใจอย่างแรง เขาไม่มารับและคุยโทรศัพท์แบบถามคำตอบคำ และช้ามากจนถึงนิ่งเฉยจนฉันอยากวางสายไปเฉย ๆ แต่ด้วยความที่อยากเอาชนะว่าเขาทำจริงหรือหลอกฉันจะจับให้ได้ ก็ตื้อโทรหาเขาบ่อย ๆ คุยนาน ๆ ถามสารพันเพื่อให้เขาตอบ จนวันหนึ่งเขาบอกว่าที่ฉันทำคือไม่เชื่อใช่ใหม
ว่าเขาเป็นซึมเศร้า เขาเป็นจากอะไรไม่รู้เขาไม่เคยรู้สาเหตุสักครั้ง
และเขายังรักฉันเหมือนเดิม เป็นคนอื่นเขาไม่ทนรับโทรศัพท์วันหลายรอบแบบนี้ คนที่บ้านเขาว่าเขาประหลาดไปแล้ว เหลือแต่ฉันที่เขายังสั่งสมองให้รับรู้ว่าต้องเอาใจใส่ฉันบ้าง และยังคงมีฉันที่อาจทำให้เขาหายได้

ความจริงที่ฉันได้รู้และยอมรับก็เลยเกิดขึ้น ฉันพยายามศึกษาโรคนี้ด้วยตัวเองอย่างจริงจังจากหนังสือ เพราะตอนนั้นอินเตอร์เนทยังไฮเทคเกินไปสำหรับฉัน ก่อนที่จะหาการรักษาทางแพทย์ได้ เขาก็บังเอิญหายเสียก่อน
การหายของเขาก็ช่างน่าแปลกใจสำหรับฉัน คือเขาบอกว่าพอเช้าวันที่อาการจะหายไป เขายังซึมเศร้าอยู่ พอคุยโทรศัพท์กับฉันสักพักก็เกิดอาการ
" ปิ๊ง " ในสมองแบบอัตโนมัติ ฉันเข้าใจเองว่าเหมือนหูอื้อแล้วอยู่ดี ๆ คลิ๊ก หายอื้อเฉยเลย ตอนนั้นฉันดีใจที่ไม่มีอาการร้ายแรง ก็เลยดำเนินชีวิตด้วยความเพลิดเพลินจนลืมไปว่าเขายังมีโรคนี้ซ่อนอยู่

สองปีผ่านมาเขาเริ่มเป็นอีกแล้วเจ้าค่ะ แต่คราวนี้เขาบอกเลยว่าเหมือนจะเป็น
ซึ่งฉันไม่เข้าใจว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร ก็ได้แต่บอกเขาว่าอย่าคิดมาก อย่ากังวลว่าจะเป็น แต่ฉันซิ กลับคิดสมองจะแตกว่าทำไงดี เขาเป็นโรคนี้อีกแล้ว
ครั้งที่สองที่เป็นฉันเริ่มรู้ คนเป็นโรคนี้มีสามประเภท หนึ่งจากความเครียด
สองจากเคมีในสมองไม่เท่ากัน และสามจากโรคทางระบบประสาท

กรณีของเขาเป็นจากเคมีในสมองไม่เท่ากัน เพราะตามปกติเขาเป็นคนไม่เครียด อารมณ์ดีไม่ค่อยคิดมากจุกจิก ไม่ค่อยสนใจเก็บอะไรมาคิด
ข้อนี้เลยข้ามไป เรื่องเคมีนี่สิยิ่งรักษายากเพราะคงต้เองใช้ยาหรือสารสื่อสมองที่ทำให้เคมีในสมองมันเท่ากัน ฉันพยายามหาโภชนาการบำบัดมาเพื่อเขา คนเป็นโรคนี้จะขาดสารโฟเลทซะส่วนใหญ่ ซึ่งมีมากในาข้าวโพด
บร็อคโคลี่ ขาดวิตามินบี ขาดแมกนีเซียม และแคลเซียม ฉันเลยพยายามสรรหาอาหารบำรุงสมองมาให้เขาตามที่ศึกษามา แต่ก็เพื่อให้รักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง ฉันเลยพาเขาไปหาหมอโรงพยาบาลดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
โรงพยาบาลรัฐบาลที่เขาว่าเก่งเนี่ยแหละ แต่บังเอิญไปเจอหมอที่แก่วิชาการปิดห้องซักถามอย่างจริงจัง แต่เป็นแนวว่าเขาเครียดจากอะไร ปัญหาในครอบครัว ปัญหางาน ซึ่งฉันพยายามอธิบายว่าเขาไม่ใช่คนเครียด แต่ฉันก็พอเข้าใจแนวทางของหมอที่ต้องทำตามหลักในการรักษาเบื้องต้น ฉันเลยปล่อยให้หมอสัมภาษณ์เขาไปอย่างมึนงง เพราะในวันที่เขาไปพบหมอเขากำลังมีอาการจะถึงขีดสุด คือไม่อยากเผชิญโลกภายนอก สุดท้ายการหาหมอยังไม่ใช่คำตอบสำหรับฉันเพราะหมอบอกว่าเขาต้องกินยาตลอดชีวิต และโรคนี้ต้องกินยาไปเรื่อย ๆ พอได้ระยะหนึ่งต้องมาเจาะเลือดเพื่อลดปริมาณความเข้มข้นของยา ให้เหมาะสมกับอาการ แต่ยังไงก็ต้องกินไปตลอดชีพ ยิ่งกว่าโบนัสที่ได้รับซะอีก ฉันตัดสินใจไม่รับยา เพราะกลัวการกินยาแล้วทำให้เขาป่วยเพิ่มเป็นโรคไตหรือโรคอื่นอีกสารพัด และฉันมั่นใจว่ามันต้องมีการรักษาของหมอแบบอื่น ๆ ก็เลยพาเขากลับบ้าน และเริ่มให้กินอาหารตามที่ฉันรู้มาว่ามีสารที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้ ไม่นานนักไม่รู้เพราะฉันขยันไปไหว้พระขอพรหรือเพราะอาหารถูกโฉลกกับโรคนี้ เขาหายได้อย่างน่าอัศจรรย์ แถมตอนหายคือเดินอยู่ดี ดี จากมึน ๆ เฉื่อย ๆ ก็บอกได้หน้าตาเฉยว่า เขาหายแล้ว ฉันก็ต้องประหลาดใจพร้อมดีใจอีกครั้งกับโรคประหลาดโรคนี้ แต่.......

เรื่องดีดีคงไม่เข้ามาในชีวิตฉันแล้วออกไปง่าย ๆ แบบนี้ มันยังรังควานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อยู่มาวันหนึ่งหลังจากคนรักของฉันหายดี เธอที่ฉันรักอีกคนก็เข้ามาในชีวิตฉันแบบไม่ปกติอีกคน เธอมาพบฉันด้วยหน้าตาอิดโรยขอมาพักกับฉันที่ห้องสองสามวัน ความวัวยังไม่ทันหายความ... ดีที่ฉันต้องทำต่อก็เข้ามาแทรก เธอบอกกับฉันว่า "เจ้ หนูเป็นไรไม่รู้ งง ๆ คิดอะไรช้า ๆ ไม่อยากได้ยินเสียงดัง ๆ และก็เจอคนแล้วไม่รู้ว่าเขาพูดกับตัวหนูว่าอะไร สมองมันตามไม่ทันล่ะเจ้ ทำไงดีล่ะ" น้องสาวคนเล็กของฉันยิ้มจืด ๆ แล้วเริ่มเล่าว่าเกิดจากไปทำอะไรมาทำให้ประสบการณ์ครั้งแรกของน้องสาวฉันได้เกิดขึ้นอีกคนแล้ว ทำไงดีล่ะ..... (อ่านต่อ ตอนจบของโรคนี้ล่ะกันนะ)







Create Date : 12 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2553 21:31:57 น. 12 comments
Counter : 516 Pageviews.

 
อือม์ ดูแล้วมันน่ากลัวขอให้ผ่านพ้นและอย่าต้องพบอีกเลยนะจ๊ะ


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:48:34 น.  

 
สู้นะ เป็นห่วงมาก


โดย: นุ๊ก (บ้านร้างซอย8 ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:41:03 น.  

 
หอบขนมน่ารักๆ มาให้กำลังใจค่ะ




โดย: biotech_girl วันที่: 2 ธันวาคม 2553 เวลา:15:33:10 น.  

 
ฮัลโหลค่ะ แวะมาทักทายและถามข่าวคราวค่ะ
ว่าเป็นยังไงบ้างหนอ เป็นห่วงนะคะ


โดย: biotech_girl วันที่: 5 ธันวาคม 2553 เวลา:20:25:38 น.  

 
มานีชูใจ สบายดีป่าว ป้าหายไปนานเลย กลับมาอ่านแล้วงงไปด้วย น้องอนันดาเหรอเนี่ย โอย..ตะเองเก่งมากเลยที่คิดพึ่งพาธรรมชาติบำบัดนะ เป็นป้าก็กลัวเหมือนกัน ไอ้ต้องกินยาตลอดชีวิตเนี่ย ตับจะพังซะก่อน

เอาใจช่วยนะจ๊ะ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:18:09:57 น.  

 
หวัดดีจ้าจุ๋ม เข้ามาให้กำลังใจนะ สู้ สู้ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยความรักนะจ๊ะ รักกันเยอะ ๆ แล้วช่วยกันคิด ช่วยกันดูแลสุขภาพของกันและกันเนอะ

ป้าขอความช่วยเหลือไว้หลังไมค์นะจ๊ะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง

ตะเองมี FB ป่าว อยากคุยด้วยเรื่องนี้ อยากให้กำลังใจ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:7:58:48 น.  

 
สบายใจขึ้นมาบ้างรึยังคะเนี่ย
พอดีช่วงนี้วุ่นๆ เพิ่งหายหน้าไปหลายวัน
นี่ก็เพิ่งเข้ามาวิ่งเล่นได้ค่ะ เลยแว้บมาหาหน่อย

เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆๆ เย้ๆๆ ค่ะ


โดย: biotech_girl วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:14:40:59 น.  

 
วางแผนไปเที่ยวปีใหม่หรือยังครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 22 ธันวาคม 2553 เวลา:16:11:41 น.  

 
ไปเที่ยวบ้างนะค่ะ ไปทะเล ไปเขา ไปน้ำตก เเละอย่าลืม การกอดนะค่ะ สัมผัสบำบัดสามารถลดอาการนี้ได้ค่ะ ทานอาหารอร่อยๆๆ บรรยากาศดีๆๆ ดื่มไวน์ จิบเบียร์ ฟังเพลงสนุก ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะค่ะ นุ๊กเป็นห่วงมากนะ ขอให้อำนาจคุณพระศรีรัตนนตรัยคุ้มครองพี่เเละคนที่พี่รักด้วยนะค่ะ ใกล้ปีใหม่เเล้วมีความสุขมากๆๆนะค่ะ รวยๆๆๆๆ


โดย: นุ๊ก (บ้านร้างซอย8 ) วันที่: 23 ธันวาคม 2553 เวลา:12:01:46 น.  

 


Merry Christmas and Happy New Year 2011

มาอวยพรล่วงหน้า คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการ
สุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากๆ ค่ะ


โดย: biotech_girl วันที่: 24 ธันวาคม 2553 เวลา:22:38:08 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ขอให้มีความสุข การงานเจริญก้าวหน้า
สุขภาพร่างกายแข็งแรงและเจอแต่เรื่องดีๆครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 30 ธันวาคม 2553 เวลา:12:38:16 น.  

 


ดอกไม้ดอกนิดดอกน้อย..เก็บมาร้อยเป็นมาลัย..
ใส่กระบุงใส่ใจ...ให้แจ่มใสเบิกบาน

ส่งดอกไม้ดอกเล็กเล็ก..ที่เก็บไว้ส่งมาให้...
ขอทุกคนจงพ้นภัย .. ขอให้ได้สิ่งที่หวัง..
ความคิดดีเป็นพลัง...เป็นเบื้องหลังความสามัคคี

แข็งแรงทั้งกายใจ..ผุดผ่องใสทั้งหน้าตา
ร่ำรวยด้วยปัญญา..สติพาให้รุ่งเรือง
การงานให้เข้าที่...เพื่อนฝูงมีช่วยเหลือกัน
.....
วิ่งตามกระต่ายทองไปให้ทัน .. อุ้มเอาไว้..อย่าให้หลุดมือ..
อุ้มๆๆๆ มามะๆ

สวัสดีปีกระต่ายนะคะ


โดย: mutcha_nu วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:14:53:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มานีชูใจ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เรารักในหลวง
: Users Online
คำสั่งใส่แถบกลางBG
Friends' blogs
[Add มานีชูใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.