Introduction (I): หลักสูตรไทย VS เรียนแบบเด็กจบนอก
ขอออกตัวก่อนเลยนะครับว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมายด้านภาษาอังกฤษ แต่ได้มีโอกาสเรียนเมืองนอกหลายปีจึงอยากบอกเล่ามุมมองด้านภาษาและการใช้ภาษาแบบคนที่ซึมซับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษจริงๆ

อันที่จริงแล้วหลักสูตรในเมืองไทยเน้น Grammar เป็นหลัก มากเกินไป ไม่ใช่ว่าเรียน Grammar เยอะไม่ดีครับ แต่การเรียนแบบนี้ทำให้เด็กรู้หลักอย่างแม่น แต่หากปล่อยให้เขียนประโยคจากความคิดที่เป็นไทยไปเป็นอังกฤษจะเกิดความกลัว พะวงว่าจะถูกหลักหรือเปล่า ความกลัวตรงนี้แหละครับที่เป็นขอบเขตที่กั้นไม่ให้เด็กไทยส่วนใหญ่ที่เรียนมาในระบบนี้ไม่เก่งภาษาเท่าที่ควร ง่ายๆคือพวกเค้าจะทำข้อสอบได้เก่งในแง่เติมคำในช่องว่าง เลือกคำเติมที่ถูกต้อง หรืออ่านตอบเนื้อเรื่องบทความได้ แต่พอให้เขียนเรียงความก็จะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ต่างกันครับ เด็กที่โตในที่ๆเค้าใช้ภาษาอังกฤษกันเป็นเรื่องปกติ ส่วนตัวจะไม่ค่อยกังวนเรื่อง Grammar จะทดลองสร้างประโยคแบบถูกๆผิดๆ (ดังนั้นต่างที่ก็จะมี slang หรือ โครงสร้างประโยคที่เข้าใจเฉพาะกลุ่มเช่นกลุ่มคนผิวสีเป็นต้น) ใช้ Tense หรือ เรียบเรียง ประธาน กรรม กริยา ไม่ตรงตามหลักเปะ เนื่องจากโครงสร้างมันเกิดขึ้นจากความต้องการสื่อสารความคิด ดังนั้นความกล้าก็บังเกิดครับ เมื่อเค้ากล้าที่จะสื่อสาร (ถูกบ้างผิดบ้าง) จนพูดภาษาได้ไม่อายปาก หลักสูตรทางโรงเรียน (เมืองนอก) ก็จะมาสอนหลักการใช้หรือตบๆความเข้าใจเรื่องหลัก Grammar ให้เข้าที่เข้าทางครับ

ในความคิดของผม คนส่วนใหญ่โดยปกติสนทนาเป็นภาษาอังกฤษมีมั่งที่จะผิดหลัก Grammar บ้าง หากสังเกตฟังดีๆ นี่อาจเป็นเพราะสมองไม่ทันที่จะเช็คความถูกต้องของประโยค ปากมันก็สื่อสารออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ความผิดเพี้ยนไม่ร้ายแรงพอที่ทำให้คนฟังไม่เข้าใจหรอกครับ ทำไมหนะหรอ คำพูดสนทนาหรือประโยคมันมาเร็วไปเร็ว คนฟังรับข้อมูลแล้วแปลตามความเข้าใจของเนื้อหา (Context) ไม่กังวลและเช็คความถูกต้องของ Grammar (Syntax) เท่าไร

ดังนั้นสรุปความแล้ว ความกล้าและความสามารถสื่อสาร Context สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตและการใช้ภาษาอังกฤษอย่างแท้จริง ส่วนเรื่อง Grammar (Syntax) ก็ควรต้องรู้ครับจะได้ไม่อายเค้า อย่างน้อยภาษาเขียนต้องแม่น

อย่างไรก็ตามทั้งที่กล่าวไปทั้งหมด การที่เราเน้นหลัก Grammar อย่างมากคงไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนภาษา จริงอยู่ที่เราแม่นหลัก เราสามารถทำข้อสอบโรงเรียนได้หมด เก่ง แต่นั่นก็เป็นแค่ประโยชน์เบื้องต้นในระยะสั้นคับ เมื่อเดินก้าวจากรั้วโรงเรียนสู่การทำงานหรือการเรียนระดับสูง การเก่งภาษาจะวัดจากความกล้าที่จะใช้ได้อย่างถูกต้อง คงไม่มีแบบฝึกหัดมาให้เลือกคำตอบหรือเติมคำในช่องว่างตาม Tense จะมีแต่เจ้านายมาให้แปลเอกสารสำคัญ คุยติดต่อลูกค้ต่างประเทศ หรือร่างจดหมายเป็นภาษาอังกฤษ ถามว่าหากเก่ง Grammar จริงแล้วให้เขียนเล่าเรื่องหรือแต่งประโยคจากความคิดไทยๆเป็นภาษาอังกฤษ ทำได้ไหม? หากยังไม่ได้หรือไม่คล่อง ผมขอแนะว่าให้เริ่มฝึกฝนความคิดเป็นภาษาอังกฤษด้วยครับ ตอนถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือหรือคำพูดจะคล่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ

Photobucket



Create Date : 04 มกราคม 2552
Last Update : 5 มกราคม 2552 10:17:35 น.
Counter : 351 Pageviews.

3 comments
  
เห็นด้วยอย่างแท้จริงค่ะ
โดย: Papayahanaga วันที่: 4 มกราคม 2552 เวลา:20:11:42 น.
  
สวัสดีปีใหม่จ้า

สุขภาพแข็งแรงร่ำรวยๆ นะคะ

ขอบคุณกับข้อมูลดีๆค่ะ
โดย: forenoon วันที่: 4 มกราคม 2552 เวลา:22:35:35 น.
  
ครับ ขอขอบคุณทุกความคิดเห็น

สิ่งที่นำเสนอนั้นมาจากประสบการณ์ อยากจะนำมาปรับใช้แนะให้คนที่โตในสังคมสอนภาษาอังกฤษแบบไทยๆ หวังว่าคงจะมีประโยชน์บ้างครับ

หากมีข้อคิดเห็นมาเพิ่มในประเด็นไหนก็ขอขอบคุณครับ
โดย: English For You (K-phone ) วันที่: 5 มกราคม 2552 เวลา:10:21:33 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

K-phone
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



หวังว่าการเสนอแนะใน Blog ของผมจะมีประโยชน์บ้าง ไม่ได้เป็นการคิดค้นอะไรที่ใหญ่โต แต่เป็นการอาสานำเอาจุดเล็กๆมาฝึกฝน มาขยายเพื่อเกิดประโยชน์ในการใช้ภาษา หากท่านสมาชิกที่เยี่ยมชม Blog นี้มีข้อคิดเห็นก็ช่วยๆกันแนะนำส่งเสริมได้ครับ

Smiley






Free TextEditor
มกราคม 2552

 
 
 
 
1
2
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31