Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
24 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
ยูโทเปีย เล่มที่ 2 การสงคราม

การสงคราม

พวกเขาเกลียดชังสงครามเพราะเป็นการแสดงความโหดร้าย แต่มนุษย์ก็ยังทำสงครามกันบ่อยยิ่งกว่าสัตว์ร้ายอื่นๆ พวกเขาเชื่อตรงกันข้ามกับที่คนส่วนมากเชื่อคือถือว่าความรุ่งโรจน์ที่ได้จากการชนะสงครามเป็นสิ่งที่ต่ำอย่างไม่มีอะไรเปรียบ อย่างไรก็ดีทั้งบุรุษและสตรีในยูโทเปียก็ฝึกฝนการทหารอยู่สม่ำเสมอตามวันที่กำหนด เพื่อว่าเขาจะพร้อมเมื่อมีความจำเป็น พวกเขาเข้าสงครามอย่างระมัดระวังและอย่างไม่เต็มใจคือทำก็เพื่อรักษาดินแดนของตนเองหรือของมิตรถ้าถูกศัตรูรุกราน หรือเพื่อช่วยชนบางพวกให้รอดพ้นจากการข่มเหงและกดขี่ของทรราช พวกเขาช่วยมิตรมิเพียงแต่เพื่อป้องกันตน แต่เพื่อแก้แค้นด้วย แต่จะทำเช่นนั้นก็ต่อเมื่อได้ปรึกษาหารือกันโดยตลอดแล้ว เมื่อทราบข้อเท็จจริงแล้ว และเมื่อไม่ได้สิ่งที่ถูกปล้นสะดมไปคืนมา เมื่อนั้นจึงจะคิดว่าควรทำสงครามกับผู้รุกราน ชาวยูโทเปียตัดสินใจทำตามนโยบายนี้เมื่อมิตรของพวกเขาถูกบังคับเอาทรัพย์สินไป หรือเมื่อพ่อค้าวาณิชของประเทศหนึ่งถูกข่มเหงในอีกประเทศหนึ่งโดยกฎหมายที่ไม่ยุติธรรม หรือโดยการบิดเบือนกฎหมายที่ดี เพราะนี่เป็นความชั่วที่ร้ายแรงกว่าการเข้าโจมตีโดยตรง

นี่คือสาเหตุเดียวที่ทำให้ชาวยูโทเปียทำสงครามกับชาวอะลาโอโพลิแตน เพื่อช่วยชาวนิพีโลกีติส21 ก่อนที่เราจะไปถึงไม่นานนัก ชาวอะลาโอโพลิแตนได้ใช้ข้ออ้างสิทธิบางประการเอาเปรียบพ่อค้าชาวนิพีโลกีติส ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นยุติธรรมหรือไม่ ผลที่ตามมาก็คือสงครามแก้แค้น และโดยที่ต่างฝ่ายต่างก็มีกำลังด้วยกัน อีกทั้งประเทศเพื่อนบ้านก็แบ่งเป็นสองฝ่าย สงครามนี้จึงกลายเป็นสงครามใหญ่ที่ยังผลให้หลายต่อหลายประเทศที่เคยรุ่งเรืองมาในอดีตต้องถึงแก่การพินาศหรือทรุดโทรมไปอย่างใหญ่หลวง สำหรับชาวอะลาโอโพลิแตนเองซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับชาวนิพีโลกีติสแล้วเป็นพวกที่เจริญมั่งคั่งกว่านัก แต่หลังจากที่ประสบกับเคราะห์ร้ายหลายครั้งในการสู้รบ ในที่สุดก็ตกเป็นทาสของชาวนิพีโลกีติสไป ส่วนชาวยูโทเปียนั้นแม้ว่าจะยืนหยัดข้างมิตรของตนในเรื่องค่าทำขวัญอย่างแข็งขัน แต่ก็มิได้แสวงหาสิ่งใดเพื่อตนเองเลย

ถ้าชาวยูโทเปียเองถูกโกงในเรื่องอย่างนี้ พวกเขาก็แสดงความโกรธเพียงแค่ตัดการค้าขายกับประเทศนั้นๆ ทั้งนี้มีข้อแม้ว่ายังมิได้มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น นี่มิได้หมายความว่าพวกเขาเอาใจใส่ต่อพลเมืองของตนน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่เพราะเขาคิดว่าการที่ทรัพย์สินของประเทศเพื่อนบ้านถูกยึดนั้นเลวร้ายกว่าที่ของตนเองถูกยึด พ่อค้าของประเทศเพื่อนบ้านต้องประสบทุกข์ยากยิ่งกว่าเพราะเขาเหล่านั้นสูญเสียทรัพย์สินของตัวเอง แต่ชาวยูโทเปียไม่คิดอะไรมากกับการสูญเสียของตน เพราะนั่นเป็นทรัพย์สินส่วนรวม นอกจากนั้นแล้วอะไรก็ตามที่ส่งออกไปขายนอกประเทศได้ก็ต้องมีอย่างเหลือเฟือในบ้านเมือง มิฉะนั้นแล้วก็จะไม่ส่งไปขาย เพราะฉะนั้น ชาวยูโทเปียจึงคิดว่า การแก้แค้นการสูญเสียที่สลักสำคัญอะไรนักโดยวิธีฆ่าคนจำนวนมากเป็นเรื่องทารุณเกินไป เพราะการเสียชีวิตของบุคคลเหล่านั้นย่อมมีผลกระทบกระเทือนถึงวิถีการดำรงชีวิตของผู้ที่ยังคงมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน แต่ถ้าพลเมืองยูโทเปียคนใดถูกทำร้าย หรือฆ่าโดยไม่เป็นธรรมไม่ว่าจะโดยเหตุผลส่วนตัว หรือนโยบายของรัฐ เมื่อนั้นพวกเขาก็จะขอให้ส่งตัวผู้กระทำผิดมาให้ ถ้าถูกปฏิเสธก็จะประกาศสงคราม ถ้าผู้กระทำผิดถูกส่งตัวมาให้เขาเหล่านั้นไม่ถูกประหารก็ต้องกลายเป็นทาสไป

ชาวยูโทเปียไม่สบายใจและรู้สึกอับอายเมื่อพวกเขาชนะสงครามที่ต้องเสียเลือดเนื้อเช่นเดียวกับพ่อค้าที่ต้องซื้อของแพงเกินควร ถ้าเอาชนะข้าศึกได้ด้วยความชำนาญและกลอุบาย พวกเขาก็ปรีดาและเฉลิมฉลองชัยชนะ และสร้างที่ระลึกถึงชัยชนะที่ได้มาโดยง่ายดาย เมื่อเอาชนะได้ด้วยพลังสติปัญญา (อย่างที่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้) พวกเขาก็ภูมิใจที่ได้กระทำการอย่างกล้าหาญและอย่างลูกผู้ชาย มนุษย์เราด้อยกว่าสัตว์หลายชนิดในเรื่องกำลังและความดุร้าย สัตว์ป่าเช่น หมี สิงโต หมูป่า สุนัขป่า และสัตว์ร้ายอื่นๆ ใช้พลกำลังในการต่อสู้ แต่มนุษย์เราเหนือกว่าสัตว์พวกนี้ในความสามารถที่จะเข้าใจและใช้เหตุผล ชาวยูโทเปียมีวัตถุประสงค์เดียวในการทำสงคราม คือเพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่เขาควรจะบรรลุได้โดยไม่ต้องทำสงครามขอให้ตกลงกันได้อย่างยุติธรรมก่อน ถ้าไม่อาจทำได้ดังนี้ก็มุ่งที่จะแก้แค้นผู้ที่ทำร้ายอย่างรุนแรงที่สุดให้กลัวไม่กล้าทำดังนั้นอีก พวกเขาถือเป็นนโยบายว่าจะพยายามบรรลุถึงวัตถุประสงค์นี้โดยหลีกเลี่ยงอันตรายมากกว่าที่จะเข้าสงครามเพื่อหวังเอาชื่อเสียงและเกียรติคุณ

ทันทีที่ประกาศสงคราม พวกเขาจะแอบจัดให้มีหมายประกาศขนาดเล็กๆซึ่งประทับตราของทางราชการของพวกเขาไปติดไว้ในที่ที่เด่นที่สุดในประเทศของศัตรูให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในประกาศเหล่านี้ ชาวยูโทเปียสัญญาจะให้รางวัลมากมายแก่ผู้ที่ฆ่ากษัตริย์ของศัตรูและรางวัลที่รองลงมา (แต่ก็ยังมากอยู่) แก่ผู้ฆ่าผู้ซึ่งพวกเขาถือว่ามีส่วนรับผิดชอบรองจากกษัตริย์ในการวางแผนรุกรานพวกเขา พวกเขาให้รางวัลเป็นสองเท่าแก่ผู้ที่นำบุคคลดังกล่าวมาให้ได้ทั้งยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาให้รางวัลอย่างเดียวกันและไม่เอาโทษทัณฑ์แก่ผู้ที่ถูกกำหนดชื่อซึ่งกลับกลายเป็นปฏิปักษ์ต่อพวกพ้องของตนด้วย ผลก็คือในไม่ช้าผู้ที่ถูกหมายหัวไว้ต่างก็สงสัยกันเองและเปลี่ยนใจไปเพราะกลัวอันตรายจะเกิดแก่ตนและหลายต่อหลายคน แม้แต่กษัตริย์ก็ยังถูกคนที่ตนไว้วางใจมากที่สุดทรยศอยู่บ่อยๆ ชาวยูโทเปียตระหนักดีว่าสินบนที่ตั้งไว้ทำให้มนุษย์ประกอบอาชญากรรมใดๆก็ได้ ดังนั้นจึงสัญญาว่าจะให้รางวัลที่แทบไม่น่าเชื่อ และเพราะรู้ดีว่าผู้ลอบประหารจะต้องเสี่ยงขนาดไหนจึงกำหนดค่าตอบแทนไว้อย่างคุ้มกันและสัญญาว่าจะให้ทองคำจำนวนมากและที่ดินอันมั่งคั่งซึ่งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างปลอดภัยและพวกเขารักษาสัญญาเหล่านี้อย่างซื่อตรงที่สุด ถึงแม้ว่าวิธีการทำสงครามโดยการประมูลและซื้อศัตรูเช่นนี้จะดูเหมือนการกระทำอันชั่วร้ายทารุณของผู้มีจิตใจทราม แต่ชาวยูโทเปียก็ถือว่าเป็นนโยบายที่ฉลาดและควรแก่การยกย่อง เพราะมันช่วยให้พวกเขาทำสงครามที่ใหญ่โดยไม่ต้องรบเลย พวกเขาคิดด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นผู้เมตตากรุณาเพราะความตายของคนเลวๆเพียงไม่กี่คนทำให้พวกเขารักษาชีวิตผู้บริสุทธิ์ได้อีกมากซึ่งถ้าไม่ทำเช่นนี้แล้วก็อาจเสียชีวิตในสนามรบเพราะบ้างก็อยู่ข้างพวกเขาและบ้างก็อยู่ข้างศัตรู ที่จริงแล้วชาวยูโทเปียสงสารฝูงชนที่เป็นทหารของศัตรูไม่น้อยไปกว่าทหารของพวกเขาเอง เพราะรู้ว่าคนเหล่านั้นไม่ได้รบอย่างเต็มใจหากแต่ถูกบังคับให้ไปรบด้วยความบ้าคลั่งของผู้ปกครอง

ถ้าวิธีการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ พวกเขาก็หว่านพืชแห่งความแตกแยกลงในหมู่ของศัตรูโดยการยุยงน้องชายของกษัตริย์หรือบุคคลใดในหมู่ชนชั้นสูงให้วางแผนช่วงชิงเอาราชบัลลังก์ ถ้ากลุ่มต่างๆเหล่านี้ไม่มีปฏิกิริยา พวกเขาก็จะหนุนให้ประเทศที่อยู่ใกล้เคียงให้ต่อต้านศัตรูและยุยงให้รื้อฟื้นข้ออ้างเก่าๆซึ่งกษัตริย์มักจะมีไม่เคยขาด

เมื่อตกลงว่าจะให้ปัจจัยในการทำสงครามนั้น พวกเขาให้เงินอย่างเต็มที่ แต่ให้คนน้อยมาก เพราะถือว่าคนของเขาเองมีค่ามากที่สุดและไม่เต็มใจแม้แต่จะแลกพลเมืองของเขาคนเดียวกับกษัตริย์ของศัตรู เนื่องจากพวกเขารักษาทองคำและเงินไว้เพื่อการนี้เพียงอย่างเดียวชาวยูโทเปียจึงใช้มันอย่างไม่ลังเล เพราะนั่นไม่ได้ทำให้มีความเป็นอยู่ที่เลวลงเลย แม้ว่าจะใช้มันจนหมดไป นอกจากทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ที่เมืองแล้วพวกเขายังมีทรัพย์สมบัติอีกมากมายในต่างประเทศคือหนี้สินที่ประเทศเพื่อนบ้านค้างไว้ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงว่าจ้างทหารรับจ้างได้ทั่วไปโดยเฉพาะชาวซาโปเลตีส22

ชนชาตินี้อาศัยอยู่ห่างจากยูโทเปียไปทางตะวันออกห้าร้อยไมล์ พวกเขาเป็นคนป่าเถื่อนที่หยาบ ดุร้าย และชอบป่าและขุนเขาที่พวกตนเติบโตมา พวกนี้แข็งแรง สามารถอดทนต่อความร้อน ความหนาว และงานหนักได้ดี ไม่คุ้นเคยกับสิ่งของฟุ่มเฟือยหรือการเกษตร ไม่สนใจกับที่พักอาศัยและเครื่องแต่งกาย มีอาชีพที่ได้ผลอย่างเดียวคือการดูแลปศุสัตว์ ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาดำรงชีวิตอยู่ด้วยการล่าสัตว์และการลักขโมย และคอยจ้องหาโอกาสที่จะทำสงครามอย่างระมัดระวังราวกับว่าตนเกิดมาเพื่อทำสงคราม และเมื่อมีโอกาสก็จะหยิบฉวยเอาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ พวกเขาเป็นจำนวนมากออกไปเสนอตัวเป็นทหารแก่ใครก็ตามที่ต้องการทหารด้วยราคาค่าจ้างถูกๆ พวกเขาเรียนรู้ศิลปในการหาเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียวคือศิลปในการปลิดชีวิต พวกนี้สู้รบให้กับนายจ้างอย่างดุร้ายและด้วยความซื่อสัตย์ที่ไม่เสื่อมคลาย แต่ไม่ผูกมัดตนเองที่จะกำหนดเวลารับใช้ เขาอาจจะต่อสู้ให้กับศัตรูในวันรุ่งขึ้นก็ได้ถ้าค่าจ้างแพงกว่า และอาจกลับมาอยู่กับฝ่ายเดิมอีกในวันต่อไป เมื่อได้ค่าจ้างสูงขึ้น ไม่ค่อยจะมีสงครามใดที่ไม่มีพวกนี้จำนวนไม่น้อยอยู่ทั้งสองฝ่าย ดังนั้นจึงมักเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีคนซึ่งเกี่ยวโยงกันทางสายโลหิตและเคยรบพุ่งด้วยกันอย่างใกล้ชิดต้องมาอยู่คนละฝ่ายกัน แต่พวกนี้ไม่จดจำถึงความสัมพันธ์และมิตรภาพ จึงประหัตประหารกันเพียงเพราะเหตุที่กษัตริย์ต่างๆจ้างมาด้วยค่าจ้างเพียงเล็กน้อย พวกเขาคิดถึงเงินมากเสียจนอาจจะเปลี่ยนข้างได้ง่ายๆ ถ้าเพียงแต่ได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นเพียงวันละหนึ่งเพนนี เพราะฉะนั้นพวกนี้จึงโลภอยากได้เงินมากขึ้นตลอดเวลา แต่เงินทองกลับปราศจากประโยชน์ใดๆ เพราะสิ่งที่เขาเหล่านั้นได้มาด้วยเลือดพวกเขาก็ทำให้สูญเสียไปอย่างฟุ่มเฟือยกับความสนุกสนานเพลิดเพลินอันน่ารังเกียจ

ชนชาตินี้รับใช้ชาวยูโทเปียรบพุ่งกับทุกชาติไม่ว่าจะเป็นใคร เพราะชาวยูโทเปียให้ค่าจ้างสูงกว่าใครอื่นทั้งปวง และเหมือนอย่างที่ชาวยูโทเปียเฟ้นหาคนที่ดีที่สุดที่จะทำได้ไว้ใช้ในบ้านเมืองพวกเขาก็อาศัยหลักอย่างเดียวกันหาคนที่เลวที่สุดนำมาใช้อย่างผิดๆในสงคราม เมื่อมีความจำเป็นชาวยูโทเปียจะชักจูงชาวซาโปเลตีสด้วยสัญญาว่าจะให้ของตอบแทนราคาแพงเพื่อให้ผจญกับอุปสรรคซึ่งพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรอดกลับมา ชาวยูโทเปียจ่ายรางวัลให้แก่ผู้ที่รอดตายมาได้อย่างเต็มใจเพื่อปลุกปั่นให้พวกนี้กล้าทำการอย่างเดียวกันในคราวต่อๆไป และชาวยูโทเปียไม่เคยกังวลว่าพวกนี้ถูกฆ่าไปสักเท่าไร เพราะคิดว่าตนสมควรได้รับคำขอบคุณจากมนุษยชาติ ถ้าสามารถกำจัดผู้คนที่น่ารังเกียจและชั่วร้ายพวกนี้ให้หมดสิ้นไปจากโลก

นอกจากนี้แล้ว พวกเขาก็ยังใช้ทหารของชนชาติที่พวกเขาช่วยต่อสู้และกำลังกองทัพของประเทศมิตรอื่นๆเป็นกำลังสนับสนุน และก็ใช้พลเมืองของตนเองบ้างรวมทั้งผู้ที่ได้พิสูจน์แล้วว่ากล้าหาญให้มาบังคับบัญชากองทัพทั้งหมด พวกเขาเพิ่มตัวสำรองอีกสองคนซึ่งไม่ต้องทำอะไรถ้าแม่ทัพปลอดภัยอยู่ แต่ถ้าแม่ทัพถูกจับได้หรือเสียชีวิต คนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ก็จะรับตำแหน่งต่อไป และถ้าเกิดมีอะไรขึ้นอีก อีกคนหนึ่งก็เข้ารับหน้าที่แทน โดยวิธีนี้พวกเขาจึงอาจกำหนดได้ว่าเมื่อโชคชะตาของสงครามผันแปรไป กองทัพทั้งกองทัพก็จะไม่เป็นอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นกับผู้นำกองทัพ สำหรับทหารของชาวยูโทเปียเองนั้นเขาเอาคนที่สมัครมาจากแต่ละนคร ไม่มีใครถูกบังคับให้ปฏิบัติการในต่างเมืองโดยไม่เต็มใจ พวกเขาคิดว่าผู้ที่ขลาดโดยธรรมชาติย่อมปฏิบัติการอย่างอ่อนแอ และอาจทำให้ผู้ร่วมงานหมดกำลังใจไปด้วย แต่ถ้าประเทศของพวกเขาเองถูกโจมตีเขาก็ใช้คนที่จิตใจอ่อนแอด้วย ถ้าคนเหล่านั้นมีร่างกายสมบูรณ์ดีเขาเอาคนเหล่านี้ปะปนอยู่บนเรือกับคนที่ดีกว่าหรือเอาไว้ตามป้อมปราการที่ไม่มีโอกาสหลบหนีได้ ความละอาย การมีศัตรูอยู่ต่อหน้าและการหมดหวังที่จะหนีจะทำให้ความกลัวหมดไป และคนพวกนี้มักจะแสดงตนว่ากล้าหาญอันเนื่องมาจากความจำเป็นอย่างเดียวอยู่บ่อยๆ

และในลักษณะเดียวกันกับที่ไม่มีใครถูกบังคับให้ไปทำสงครามต่างแดนโดยไม่เต็มใจ สตรีก็ได้รับอนุญาตให้ติดตามสามีไปสงครามด้วยถ้าเป็นที่ปรารถนาและได้รับการสนับสนุนและยกย่องให้ทำเช่นนั้นด้วย พวกเขาเอาสตรีเคียงข้างสามีในแนวหน้า และเอาบุตรของบุรุษแต่ละคน ตลอดจนญาติพี่น้องไว้รอบๆตัวบุคคลนั้นด้วยเพื่อว่าบุคคลซึ่งธรรมชาติเร่งเร้าให้ช่วยเหลือกันมากที่สุดจะได้อยู่ใกล้ชิดกันเพื่อช่วยเหลือกัน การที่ฝ่ายสามีหรือภรรยาจะอยู่รอดหลังจากที่อีกฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตหรือการที่บุตรชายอยู่รอดหลังจากที่บิดามารดาเสียชีวิตนั้น ถือว่าเป็นสิ่งน่าตำหนิอย่างมาก เพราะเมื่อเกิดการสู้รบขึ้น พวกเขาจึงต่อสู้อย่างนองเลือดจนคนสุดท้าย ถ้าหากว่าศัตรูเก่งกล้าจริงๆ

ถ้าเป็นไปได้ชาวยูโทเปียก็ใช้เฉพาะแต่ทหารรับจ้างและด้วยวิธีนี้จึงหลีกเลี่ยงการส่งพลเมืองของตนเองไปรบ เมื่อทำเช่นนี้ไม่ได้และพวกเขาต้องมีส่วนร่วมในการรบด้วยตัวเองก็เข้าสู่การรบด้วยความกล้าหาญและมีความรอบคอบที่จะหลีกเลี่ยงอันตราย พวกเขาไม่เริ่มด้วยการบุกเข้ารบอย่างดุร้าย แต่เมื่อการรบดำเนินไปเรื่อยๆก็จะค่อยๆทวีความเด็ดเดี่ยวและแข็งขันถึงขนาดที่พวกเขายอมตายมากกว่าที่จะถอย พวกเขาปลอดจากความกังวลที่มักจะเป็นตัวบ่อนทำลายจิตใจอันกล้าหาญอยู่เสมอ ความมั่นคงของพวกเขาเองที่บ้าน และความมั่นใจในสวัสดิการของบุตรหลานของพวกเขาทำให้ชาวยูโทเปียมีจิตใจบึกบึนและหยิ่งเกินกว่าที่จะยอมพ่ายแพ้ นอกจากนี้แล้วความชำนิชำนาญในการสงครามเพิ่มพูนความกล้าหาญและความคิดที่ถูกต้องซึ่งถูกกลั่นกรองให้เข้าอยู่ในตัวโดยการอบรมสั่งสอนตั้งแต่ยังเยาว์วัยและโดยขนบธรรมเนียมที่ประเสริฐของรัฐก็ทำให้พวกเขาทวีความกล้าหาญมากยิ่งขึ้น พวกเขาไม่ได้ถือว่าชีวิตมีราคาถูกถึงขนาดที่จะสูญเสียไปเปล่าๆแต่ก็ไม่ได้ถือว่ามันมีราคาสูงเสียจนต้องยึดเหนี่ยวมันไว้อย่างโจ่งแจ้งและน่าอับอายในเมื่อหน้าที่สั่งให้สละมันไป

เมื่อการสู้รบถึงขั้นรุนแรงที่สุด คนหนุ่มๆที่กล้าหาญที่สุดซึ่งรวมกลุ่มกันเองโดยคำสาบานก็จะเข้าทำลายผู้นำของกองทัพศัตรู เขาเหล่านั้นเข้าโจมตีทั้งซึ่งหน้า ลอบทำร้ายและเข้าประชิดตัว คนใหม่จะเข้าแทนที่คนที่เมื่อยล้าจากการต่อสู้อันไม่หยุดหย่อน ในท้ายที่สุดนั้น พวกเขาก็มักจะจับหรือฆ่าผู้นำของศัตรูได้แทบทุกครั้ง ถ้าหากไม่หนีไปเสียก่อน

เมื่อมีชัยชนะในการรบ ชาวยูโทเปียอยากได้นักโทษมากกว่าที่จะประหารกันเป็นการใหญ่พวกเขาไม่เคยติดตามผู้หลบหนีโดยไม่รักษาส่วนหนึ่งของกองทัพไว้ให้อยู่ในระเบียบที่กำหนดตามยุทธวิธีเลย ถ้าส่วนหนึ่งของกองทัพพ่ายแพ้ และพวกเขาเอาชัยชนะได้ด้วยการใช้กำลังสมทบแล้ว พวกเขาก็คิดว่าควรปล่อยให้ข้าศึกหลบหนีไปโดยปลอดภัยดีกว่าที่จะติดตามข้าศึกไปอย่างไม่เป็นระเบียบ เพราะพวกเขาจำสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาเองมาแล้วมากกว่าครั้งหนึ่งได้ดี ครั้งนั้นหลังจากที่กองทัพหลักของศัตรูพ่ายแพ้ไปแล้ว ชาวยูโทเปียซึ่งกระจัดกระจายและไม่คำนึงถึงอันตรายใดๆก็พากันไล่ตามตีศัตรูอย่างผู้มีชัยแต่กองทัพที่แตกพ่ายไปนี้มีกองหนุนที่ซุ่มคอยทีอยู่ พวกนี้เข้าโจมตีในทันทีทันใดและเปลี่ยนรูปของการศึกไปหมดสิ้น ผู้ที่พ่ายแพ้ฉวยเอาชัยชนะไปจากผู้ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้ชนะแล้วกลายเป็นผู้ชนะไป

ชาวยูโทเปียมีความหลักแหลมพอๆกันในเรื่องการซุ่มโจมตีและในการหลีกเลี่ยงการถูกลอบโจมตี บางครั้งพวกเขาแสร้งทำเป็นหนี แต่ความตั้งใจที่แท้จริงคือสิ่งตรงกันข้าม และก็อีกนั่นแหละเมื่อพวกเขาเตรียมตัวถอยนั้นท่านจะไม่มีวันเดาออกเลย ถ้าพวกเขาคิดว่าเขามีจำนวนน้อยเกินไปหรืออยู่ในที่มั่นที่ไม่ดี พวกเขาก็จะย้ายค่ายพักไปอย่างเงียบๆในยามค่ำคืนหรือไม่ก็หลบออกไปโดยยุทธวิธีอย่างอื่น หรือไม่พวกเขาก็จะค่อยๆถอยไปในเวลากลางวันและทำอย่างมีระเบียบ จนกระทั่งการเข้าโจมตีพวกเขาในขณะถอยกับในขณะรุกนั้นมีอันตรายพอกัน

พวกเขาตั้งค่ายอย่างระมัดระวังโดยให้มีคูที่กว้างและลึกมาก ขณะเมื่อขุดคูก็โกยดินเข้าไปข้างในเพื่อใช้สร้างกำแพง พวกเขาไม่ใช้ทาสทำงานอย่างนี้ กองทัพทั้งกองทัพทำเองยกเว้นพวกซึ่งต้องคอยระแวดระวังการโจมตีในทันทีทันใดอยู่หน้าป้อมปราการนั้น เมื่อใช้คนจำนวนมากมายทำงาน พวกเขาจึงสร้าางป้อมปราการขนาดใหญ่ล้อมรอบอาณาบริเวณที่กว้างขวางเสร็จได้เร็วจนแทบไม่น่าเชื่อ

เกราะป้องกันตัวที่พวกเขาใช้กันอาวุธก็แข็งแรงทนทาน แต่ก็ไม่กีดขวางการเคลื่อนไหวของร่างกาย ที่จริงแล้วพวกเขาว่ายน้ำโดยสวมเกราะก็ยังได้ ส่วนหนึ่งของการฝึกฝนในยุทธวิธีคือการเรียนว่ายน้ำทั้งชุดเกราะ สำหรับการสู้รบในระยะห่างนั้นชาวยูโทเปียใช้ธนูซึ่งทั้งทหารราบและทหารม้าต่างก็ยิงได้เร็วและแม่นยำ การต่อสู้ในระยะประชิดนั้นอาวุธที่พวกเขาใช้มิใช่ดาบแต่เป็นขวานที่คมและหนัก ซึ่งใช้ได้ทั้งแทงไปข้างหน้าหรือฟันลงมา พวกเขาประดิษฐ์เครื่องกลสงครามที่วิเศษและซ่อนมันไว้เป็นอย่างดี เพราะเกรงว่าถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นที่ล่วงรู้ก่อนใช้ และถ้าศัตรูค้นพบ มันก็จะไร้ประโยชน์และเป็นสิ่งที่ศัตรูเห็นเป็นเรื่องตลกไป ในการประดิษฐ์เครื่องกลเหล่านี้สิ่งแรกที่ชาวยูโทเปียคำนึงถึง ก็คือว่ามันจะต้องนำไปไหนมาไหนและใช้การได้ง่าย

เมื่อชาวยูโทเปียตกลงสงบศึกนั้น พวกเขาจะทำตามอย่างเคร่งครัดยิ่งและไม่ยอมละเมิดแม้เมื่อถูกยั่วยุ พวกเขาไม่ทำลายดินแดนของศัตรู หรือเผาผลาญข้าวปลาอาหาร และขณะเมื่อเดินทัพนั้นก็ระวังไม่ให้ทั้งคนและม้าเหยียบย่ำข้าวเพราะอาจจะต้องใช้มันเอง พวกเขาไม่ทำร้ายคนที่ไม่พกอาวุธ นอกเสียจากผู้นั้นจะเป็นจารบุรุษ เมื่อนครใดยอมแพ้ก็จะเข้ารักษาไว้ ถ้ายึดที่ใดได้โดยการใช้กำลังก็จะไม่ปล้นสะดม แต่ประหารผู้ซึ่งขัดขวางการยอมจำนน และเอากองทหารที่เหลือมาเป็นทาสแต่ไม่ทำอันตรายชาวเมือง ถ้าชาวยูโทเปียพบใครในหมู่ชาวเมืองที่แนะให้ยอมแพ้พวกเขาจะแบ่งทรัพย์สินของพวกที่ถูกฆ่าให้ และแบ่งส่วนที่เหลือให้แก่กองทัพที่มาช่วย ชาวยูโทเปียเองไม่ต้องการสิ่งที่ตีชิงมาได้เลย

เมื่อสงครามสงบ พวกเขาเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่พ่ายแพ้ ไม่ใช่จากมิตรที่พวกเขารบให้ ชาวยูโทเปียเอาเงินเป็นค่าเสียหายจากสงคราม เงินซึ่งพวกเขาจะเก็บไว้ใช้ในการสงครามต่อไป หรือไม่ก็ยึดเอาที่ดินซึ่งทำให้มีรายได้จำนวนพอประมาณอย่างสม่ำเสมอ ในปัจจุบันนี้พวกเขามีรายได้ประเภทนี้จากชนชาติต่างๆมากมายและค่อยๆทวีขึ้น จากหลายแห่งรวมกันกว่า 700,000 เหรียญทองต่อปี พวกเขาส่งพลเมืองของตนบางคนไปต่างประเทศในฐานะผู้เก็บภาษีเพื่อเก็บรายได้เหล่านี้ โดยได้รับคำสั่งให้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราและประพฤติตนเหมือนเป็นบุคคลสำคัญที่ยิ่งใหญ่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเงินเหลืออยู่อีกมากที่เอากลับมาเก็บไว้ในพระคลังของบ้านเมืองตน หรือไม่ก็ให้ผู้ที่มีเงินนั้นอยู่แล้วยืมไป ซึ่งก็เกิดขึ้นบ่อยๆจนกว่าชาวยูโทเปียจะต้องการเงินจำนวนนี้มาใช้ในบ้านเมืองของพวกเขาเอง แต่ก็มีอยู่บ่อยครั้งที่พวกเขาจะเรียกเก็บเงินเหล่านี้คืนมาทั้งหมด นอกจากนี้พวกเขายังให้ดินแดนบางส่วนเป็นรางวัลแก่บุคคลที่พวกเขาได้หนุนให้เสี่ยงอันตรายมากๆดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วด้วย

ถ้ากษัตริย์องค์ใดจับอาวุธและเตรียมรุกรานอาณาเขตของพวกเขา ชาวยูโทเปียก็จะโจมตีกษัตริย์องค์นั้นทันทีด้วยกำลังซึ่งอยู่นอกเขตแดนของพวกเขาเองเพราะเขาไม่อยากทำสงครามในดินแดนของตนและไม่มีความจำเป็นใดที่อาจบังคับให้พวกเขายอมรับกองทัพชาวต่างประเทศเข้ามายังเกาะเพื่อชาวเหลือพวกเขาเป็นอันขาด


* * * * * * * * *


21 Alaopolitans คือ ชาวเมืองมืดจาก alaos (มืด , ดำ) และ poletes (พลเมือง) และ Nephelogetes คือชาวเมืองเมฆจาก nephel (เมฆ)

22 Zapoletes แปลว่าผู้พร้อมที่จะขาย จาก poleo (ขาย) หรือ poletes (ผู้ขาย) แต่ในทางเป็นจริงแล้วคงจะหมายถึงชาวสวิสซึ่งรับจ้างรบอยู่ในกองทัพของประเทศต่างๆในยุโรปสมัยนั้นอยู่เป็นประจำ ในระหว่างปี 1665 และ 1715 มีชาวสวิสอยู่ในกองทัพฝรั่งเศสกองทัพเดียวกว่าล้านคน


Create Date : 24 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2550 0:58:09 น. 1 comments
Counter : 393 Pageviews.

 
ขอบคุณนะคะ

ช่วยเอาไปตอบอาจารย์ได้เยอะเลยคะ



โดย: tine1991 IP: 10.10.10.71, 119.42.76.92 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:26:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.