Group Blog
 
 
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
ยูโทเปีย เล่มที่ 1 (4)

(ต่อ)


“นั่นคือกฎหมายและนโยบายของพวกเขาในเรื่องนี้ ท่านย่อมเห็นได้อย่างง่ายดายว่าพวกเขาอ่อนโยนและได้ประโยชน์แค่ไหน เพราะจุดประสงค์ของการลงโทษนั้นอยู่แค่การกำจัดความชั่วและการช่วยมนุษย์ ดังนั้น ผู้ที่กระทำผิดจึงได้รับการปฏิบัติต่อจนกระทั่งเขาได้เห็นความจำเป็นของการซื่อสัตย์ และเขาจะได้ชดเชยต่อการกระทำผิดที่เขาได้กระทำไป อันตรายจากการที่พวกนี้จะหวนกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมมีน้อยมากเสียจนผู้ที่เดินทางจากส่วนหนึ่งของประเทศไปยังอีกส่วนหนึ่งถือว่าพวกนี้ไว้วางใจได้ยิ่งกว่าผู้นำทางอื่นๆที่ต้องเปลี่ยนกันที่ชายแดนของแต่ละเขตทุกเขต ทั้งนี้ก็เพราะพวกทาสนี้ไม่มีเครื่องมือที่จะปล้น พวกเขาปราศจากอาวุธและเงินที่มีอยู่ในตัวก็คือประจักษ์พยานของการกระทำผิด ถ้าถูกจับได้พวกเขาจะถูกลงโทษทันทีและไม่มีความหวังในเรื่องหนีไปที่ใดเลย เนื่องจากเครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นของทาสนี้ไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่ใช้กันอยู่เป็นประจำของประเทศ แล้วเขาจะหลบหนีไปได้อย่างไร ถ้าไม่เปลือยกายหลบหนีไป ? และแม้แต่ว่าเขาทำเช่นนั้นหูที่แหว่งวิ่นของเขาก็บ่งว่าเขาเป็นผู้หนีจากอาญาแผ่นดิน ทาสเหล่านี้รวมตัวกันต่อต้านรัฐบาลไม่ได้หรือ ? ที่จริงแล้วนี่คืออันตรายอย่างหนึ่ง แต่ทาสจากเขตหนึ่งจะเข้าร่วมในแผนการโดยปราศจากการสมคบคิดกับทาสในเขตอื่นๆได้อย่างไร ? การสมคบคิดอย่างนั้นไม่อาจทำได้เพราะพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้พบปะหรือเจรจากัน ไม่มีใครกล้าเสี่ยงวางแผนอย่างนี้ในเมื่อความลับเป็นสิ่งที่มีอันตรายอย่างมาก และการทรยศเป็นสิ่งซึ่งมีคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่ผู้เปิดโปง นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีพวกเขาคนใดที่จะหมดหวังเรื่องการได้อิสรภาพคืนมาในที่สุดเสียเลยทีเดียว ถ้าเขาเชื่อฟังและอดทนและแสดงว่าจะประพฤติตนดีต่อไปในอนาคต ทุกๆปีส่วนหนึ่งของคนโทษนี้จะได้รับการปลดปล่อยเป็นรางวัลสำหรับความอดทน”

เมื่อข้าพเจ้าได้กล่าวทั้งหมดนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็เสริมว่าข้าพเจ้ามองไม่เห็นเหตุผลว่า ทำไมวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ในอังกฤษ และจะไม่ให้ผลประโยชน์ที่มากไปกว่า “ความยุติธรรม” ที่ทนายความได้สรรเสริญไว้อย่างสูงส่ง

ต่อข้อสงสัยนี้ทนายความตอบว่า ระบบเช่นนั้นไม่อาจนำมาใช้ในอังกฤษได้โดยที่ไม่ก่ออันตรายให้แก่ทั้งประเทศ ขณะที่เขากล่าวเช่นนั้น เขาสั่นศีรษะทำหน้าบูดเบี้ยวแล้วนิ่งเฉยอยู่ ทุกคนดูเหมือนว่าจะมีความเห็นเช่นเดียวกับเขาหมดสิ้น

ท่านคาร์ดินัลจึงกล่าวว่า “เป็นการยากที่จะบอกได้ว่าระบบนี้จะใช้ได้ผลดีหรือไม่ เพราะยังมิได้มีการทดลองใช้เลย แต่เมื่อได้ตัดสินโทษประหารแก่หัวขโมยไปแล้วนั้น กษัตริย์อาจจะละเว้นโทษนั้นไว้ชั่วขณะหนึ่งโดยมิให้มีสิทธิหลบภัยแล้วทดลองดูว่าแผนการณ์นี้ใช้ได้หรือไม่ ถ้าใช้ได้ผลดีพระองค์ก็ลงโทษบุคคลที่ถูกตัดสินมาแล้ว วิธีนี้ย่อมไม่เป็นการเสียประโยชน์หรืออยุติธรรมยิ่งไปกว่าที่จะให้คนโทษนั้นถูกฆ่าไปเสียก่อน และไม่มีการเสี่ยงแต่ใดๆด้วย ข้าพเจ้าคิดว่าพวกจรจัดควรจะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะเราได้ออกกฎหมายต่อต้านพวกนี้มาหลายฉบับแล้วแต่ก็ยังมิได้ผลแต่อย่างไร”

เมื่อท่านคาร์ดินัลกล่าวดังนี้ พวกที่ฟังอยู่ก็พากันสรรเสริญความคิดที่พวกเขาเย้ยหยันเมื่อเสนอโดยข้าพเจ้ากันเป็นการใหญ่ และเขายกย่องความคิดเรื่องคนจรจัดเป็นพิเศษ เพราะมันเพิ่งจะถูกท่านคาร์ดินัลเติมเข้ามา

ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าควรจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปหรือไม่เพราะมันเป็นเรื่องที่น่าหัวเราะ แต่ข้าพเจ้าก็จะเล่าเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่เลว และในแง่หนึ่งนั้นมันก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของเราอยู่ด้วย กล่าวคือมีผู้ติดสอยห้อยตามคนหนึ่ง ซึ่งเล่นบทบาทไอ้โง่ได้อย่างแนบเนียนเสียจนดูเหมือนว่าเขาเป็นไอ้โง่คนหนึ่งจริงๆ มุขตลกของเขานั้นจึงดูจืดชืดและน่าเบื่อเสียจนเราหัวเราะตัวเขามากกว่าเรื่องของเขา กระนั้นก็ดีบางครั้งเขาก็กล่าวบางสิ่งบางอย่างซึ่งหลักแหลมสมกับสุภาษิตโบราณที่ว่าผู้ซึ่งทอดลูกเต๋าบ่อยครั้งนั้นบางคราวก็ย่อมทอดครั้งที่นำโชคมาให้ หนึ่งในบรรดาผู้ที่อยู่ที่นั้นเพิ่งจะกล่าวว่าในเมื่อข้าพเจ้าพูดถึงพวกขโมย และท่านคาร์ดินัลได้กล่าวถึงพวกจรจัดแล้วก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่อีก นอกจากทางการจะเลี้ยงอาหารให้แก่คนยากจนซึ่งโรคภัยไข้เจ็บหรือวัยชราได้ทำให้เป็นผู้ไร้ความสามารถไป

“ปล่อยนั่นให้เป็นธุระของข้าพเจ้า” ตัวตลกกล่าว “และข้าพเจ้าจะจัดการให้เรียบร้อย ไม่มีคนประเภทใดอีกแล้วที่ข้าพเจ้าอยากจะให้พ้นหูพ้นตาข้าพเจ้าไปเท่ากับพวกนี้ ซึ่งรบกวนข้าพเจ้าด้วยข้อบ่นที่แสนเศร้าของพวกเขาอยู่เนืองๆ แต่ไม่ว่าพวกนี้จะขอเงินอย่างน่าเศร้าแค่ไหน เขาก็ไม่เคยโอดครวญได้ดีถึงขนาดที่จะได้เพนนีเดียวจากข้าพเจ้าเลย เดี๋ยวนี้พวกเขารู้จักข้าพเจ้าดีจนไม่มาเสียเวลากับข้าพเจ้าแล้ว หากแต่ปล่อยให้ข้าพเจ้าผ่านไปโดยไม่รบกวนข้าพเจ้าและไม่หวังว่าจะได้รับอะไรจากข้าพเจ้าเลย เฮอร์คิวลีสเป็นพยานด้วยเถิดไม่มีการรบกวนอีกเลยราวกับว่าข้าพเจ้าเป็นนักบวชไปเสียแล้ว แต่ข้าพเจ้าอยากให้มีกฎหมายส่งพวกขอทานเหล่านี้ไปยังอารามต่างๆเสียเลยให้พวกบุรุษไปยังนิกายเบเนดิคเพื่อเป็นบาทหลวงที่เป็นฆราวาสอย่างที่เขาเรียกกันและให้สตรีเป็นชีไปเสีย”

ท่านคาร์ดินัลยิ้มและถือเสียว่านั้นเป็นเรื่องตลกใครๆก็เลยชอบอกชอบใจไปด้วย แต่นักบวชในนิกายโรมันคาธอลิคผู้หนึ่งซึ่งเรียนรู้ในศาสนศาสตร์กลับนิยมคำล้อเลียนพระและนักบวชอันนี้มากถึงกับที่ตัวเขาซึ่งโดยปกติแล้วเป็นคนเคร่งขรึมจนเกือบจะเป็นดุดันไปก็เริ่มล้อเลียนเองบ้าง “ท่านจะไม่มีวันเป็นอิสระจากพวกขอทาน” เขาตอบโต้ “นอกเสียจากว่าท่านจะดูแลเราพวกนักบวชด้วย”

“ท่านได้รับการดูแลอยู่แล้ว” ตัวตลกตอบ “ท่านคาร์ดินัลได้ดูแลท่านอย่างเต็มที่แล้วในข้อเสนอของท่านที่ให้กำจัดพวกจรจัด และส่งพวกนั้นไปทำงานเพราะท่านพวกนักบวช คือพวกจรจัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกจรจัดทั้งปวง”

เมื่อคนที่อยู่ที่นั่นเห็นว่าท่านคาร์ดินัลมิได้แสดงความไม่พอใจกับการล้อเลียนนี้พวกเขาก็เริ่มหัวเราะกันเว้นแต่นักบวช ซึ่งก็อย่างที่ท่านคงจะนึกเอาเองได้ว่าเปลี่ยนเป็นโกรธและเคืองถึงขนาดที่เขาไม่อาจจะหยุดยั้งจากการด่าว่าตัวตลก เขาเรียกตัวตลกว่าเป็นคนโกง คนลอบกัด คนปรามาส สาปแช่งเขาให้ไปอยู่กับปีศาจและกล่าวคำขู่ต่างๆอันน่ากลัวที่คัดมาจากพระคัมภีร์

เมื่อเป็นเช่นนี้ตัวตลกก็เริ่มล้อเลียนหนักข้อขึ้นอีกเพราะเป็นทีของเขาแล้วอย่างแน่ชัด

“อย่าโกรธซี ท่านนักบวชที่ดี” เขากล่าว “เพราะมีคำเขียนไว้ว่า ท่านจะได้ชีวิตรอดเพราะความอดทนของท่าน” 14

นักบวชตอบ และข้าพเจ้าจะขออ้างคำพูดจริงๆของเขา “ข้าพเจ้าไม่โกรธ เจ้าตัวโกงหรืออย่างน้อยที่สุด ข้าพเจ้าก็มิได้บาปในการโกรธ เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า “โกรธก็โกรธเถิด แต่อย่าทำบาป” 15

ท่านคาร์ดินัลจึงเตือนเขาอย่างสุภาพให้สงบลง “เปล่าเลย พระคุณเจ้า” เขาตอบ

“ข้าพเจ้าเพียงแต่พูดจากความเร่าร้อน อย่างที่ข้าพเจ้าควรมีเท่านั้น เพราะนักบวชควรจะมีความรู้สึกดังกล่าว ดังมีเขียนไว้ว่า “ความร้อนใจในเรื่องพระนิเวศของพระองค์ได้ท่วมท้นข้าพเจ้า” 16 และอย่างที่เราร้องในโบสถ์ว่า “ผู้ซึ่งล้อเลียนเอลิซาว่าศีรษะล้านในขณะที่ท่านขึ้นไปบนนิเวศของพระเจ้านั้นจะถูกอานุภาพแห่งความเร่าร้อนของท่านลงโทษเอา” ในทำนองเดียวกัน เจ้าวายร้ายจอมโกง เจ้าตัวตลกสามหาวนี้ก็จะรู้สึกผลนี้”

“บางทีท่านกระทำสิ่งนี้ด้วยความตั้งใจดี” ท่านคาร์ดินัลกล่าว “แต่ท่านคงจะปฏิบัติในลักษณะที่ควรแก่การเคารพ หรืออย่างฉลาดกว่าหากท่านจะไม่ตีสำนวนตอบโต้กับตัวตลกและถกเถียงกับผู้ล้อเลียน”

“เปล่าเลย พระคุณเจ้า” นักบวชตอบ “ข้าพเจ้ามิอาจกระทำการที่ฉลาดกว่านี้ได้ เพราะโซโลมอนผู้ที่ฉลาดที่สุดกล่าวว่า “จงตอบคนโง่ตามความโง่เง่าของเขา”17 นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังทำอยู่ขณะนี้ ข้าพเจ้ากำลังชี้นรกที่เขาจะหล่นลงไป ถ้าเขาไม่เอาใจใส่ เพราะถ้าผู้คนจำนวนมากที่ล้อเลียนเอลิซาซึ่งเป็นคนศีรษะล้านเพียงคนเดียวยังต้องรับโทษจากอานุภาพแห่งความเร่าร้อนของท่านแล้ว ผู้เยาะเย้ยเพียงคนเดียวที่ล้อเลียนนักบวชจำนวนมาก ซึ่งมีคนศีรษะล้านอยู่หลายคนจะต้องรับโทษนั้นมากแค่ไหน ? และนอกจากนี้แล้ว เราก็ยังมีโองการของสันตปาปาซึ่งคว่ำบาตรบุคคลที่เยาะเย้ยเราอีกด้วย”

เมื่อท่านคาร์ดินัลเห็นว่าเรื่องนี้จะไม่ยอมจบ ท่านจึงทำสัญญาณให้ตัวตลกออกไปเสีย และหันไปสนทนาในเรื่องอื่น หลังจากนั้นไม่นานท่านก็ลุกจากโต๊ะปล่อยให้พวกเรากลับและท่านก็ไปรับฟังเรื่องราวของผู้ร้องทุกข์ต่อไป

“ท่านมอร์ ท่านต้องฟังเรื่องที่ยาวมาก และข้าพเจ้าก็คงจะอายที่จะเล่าเรื่องนี้ถ้าหากว่าท่านมิได้ขอร้องข้าพเจ้าอย่างแข็งขัน ดูเหมือนท่านจะฟังราวกับว่าท่านไม่ปรารถนาที่จะให้ตอนใดตอนหนึ่งขาดตกบกพร่องเลย ข้าพเจ้าคงอาจจะทำให้เรื่องนี้สั้นลงได้บ้าง แต่ข้าพเจ้าเล่าให้ท่านฟังอย่างสมบูรณ์ เพื่อท่านจะได้เห็นว่าผู้ที่เยาะเย้ยสิ่งที่ข้าพเจ้าเสนอนั้นเห็นพ้องด้วยกับสิ่งนั้นทันทีที่พวกเขาเห็นว่าท่านคาร์ดินัลมิได้รังเกียจมันที่จริงแล้วพวกเขาสอพลอกันถึงขนาดที่ปรบมือให้อย่างจริงจังแก่สิ่งซึ่งท่านคาร์ดินัลเห็นว่าเป็นแค่คำล้อเลียนของตัวตลก จากเรื่องนี้ท่านคงจะเห็นแล้วว่าข้าราชสำนักจะตีคุณค่าตัวข้าพเจ้าหรือคำปรึกษาของข้าพเจ้าน้อยแค่ไหน”

ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าตอบว่า “ท่านราฟาเอลที่รัก ท่านมีเมตตาต่อข้าพเจ้าเป็นอย่างมากด้วย คำพูดที่ฉลาดลึกซึ้งแต่ขณะเดียวกันก็ฟังเพลิน ขณะที่ท่านพูดดูเหมือนว่าข้าพเจ้าจะได้กลายเป็นเด็กในท้องถิ่นของตนเองอีกครั้งหนึ่ง เพราะท่านเตือนให้ข้าพเจ้าระลึกถึงวัยเด็กที่ข้าพเจ้าได้รับการเลี้ยงดูมาในครอบครัวของท่านคาร์ดินัลผู้นั้น ท่านราฟาเอล ท่านมิอาจรู้ได้หรอกว่าในเรื่องอื่นๆท่านก็เป็นที่รักของข้าพเจ้าอยู่แล้ว แต่ท่านเป็นที่รักของข้าพเจ้ายิ่งขึ้น เพราะท่านเทิดทูนความทรงจำของท่านคาร์ดินัลอย่างสูงส่ง อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็ยังมิอาจเปลี่ยนความเห็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายังคิดว่าถ้าท่านสามารถเอาชนะความรังเกียจที่ท่านมีต่อราชสำนักของกษัตริย์ได้ ท่านก็จะทำความดีอย่างใหญ่หลวงต่อมนุษยชาติโดยคำแนะนำที่ท่านจะมีให้และนี่คือหน้าที่สำคัญของคนดีทุกคน เพลโตของท่านก็คิดว่า รัฐจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อปรัชญาเมธีเป็นกษัตริย์ หรือกษัตริย์กลายเป็นปรัชญาเมธี18 ไม่น่าประหลาดใจอะไรเลยที่เรายังห่างไกลจากความสุขอยู่ในเมื่อปรัชญาเมธีไม่ยอมถ่อมตัวลงมาช่วยกษัตริย์ด้วยคำปรึกษาของพวกเขา”


* * * * * * * * *

14 Luke, xxi, 19

15 Psalms iv, 4

16 Psalms, lxix, 9

17 Proverbs, xxvi, 5

18 Republic, 473 d


Create Date : 13 ตุลาคม 2550
Last Update : 13 ตุลาคม 2550 16:25:06 น. 0 comments
Counter : 296 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.