Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2550
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
พระมะเหลเถไถ

บทละคร เรื่อง พระมะเหลเถไถ
ผู้แต่ง คุณสุวรรณ



บทละครเรื่องพระมะเหลเถไถ คุณสุวรรณได้แต่งขึ้นล้อเลียนเรื่องอิเหนา โดยแกล้งตั้งชื่อให้เป็นชาวชวา


เรื่องย่อ


พระมะเหลเถไถลาท้าวโปลากะปาหงัน พระบิดา และ นางตาลากะปาลัน พระมารดา ไปประพาสป่า พระอินทร์อุ้มนางตะแลงแกงมาสู่สม แล้วมียักษ์ชื่อมาลาก๋อยชิงนางไป จึงเกิดการสู้รบกันขึ้น



๏ช้าปี่ เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
สถิตยังแท่นทองกะโปลา
ศุขาปาลากะเปเล
วันหนึ่งพระจึงมะหลึกตึก
มะเหลไถไพรพรึกมะรึกเข
แล้วจะไปเที่ยวชมมะลมเต
มะโลโตโปเปมะลูตู
ตริแล้วพระมะเหลจึงเป๋ปะ
มะเลไตไคลคละมะหรูจู๋
จรจรัลตันตัดพลัดพลู
ไปสู่ปราสาทท้าวโปลา
ฯ ๖คำ ฯ เพลงช้า

๏ร่าย ครั้นถึงจึงเข้าตะหลุดตุด
ก้มเกล้าเค้าคุดกะหลาต๋า
มะเหลไถกราบไหว้ทั้งสองรา
จึงแจ้งกิจจามะเลาเตา
ด้วยบัดนี้ตัวข้ามะเหลเถ
ไม่สบายถ่ายเทกะเหงาเก๋า
จะขอลาสองราหน้าเง้าเค้า
เที่ยวมะไลไปเป่าพนาวัน
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
ท่านท้าวโปลากะปาหงัน
กับนางตาลากะปาลัน
ได้สดุบตรุบหันมะเลเท
มะลอกทอกบอกว่าจะลาไป
พนาปำทำไมจะไพล่เผล
มะเลอเตอเป๋อเปื้อนเที่ยวเชือนแช
จึงตรัสห้ามมะเหลเถมะเลทา
เจ้าอย่าไปไชเชกะเปลู
จงเอ็นดูพ่อเถิดมะไหลถา
พระมะเหลไถเฝ้ามะเลาชา
ก็จำให้ลูกยามะลาปอง
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
มะเหลไถทูลลามาหงองก๋อง
จึงตรัสสั่งเสนากะจารอง
ให้ผูกม้าปาป๋องกะงึงกึง
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น
เสนารับสั่งกะงังกึ่ง
ไม่นั่งนิ่งวิ่งไปมะลึงตึง
มะลันตันครั้นถึงจึงบอกกัน
ว่าบัดนี้มีรับสั่งมะเหลเถ
ให้ผูกม้าปาเปกะหงันกั๋น
จะเสด็จเตร็จเตร่มะเลตัน
ว่าแล้วชวนกันมะแลงแตง
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ยานี ผูกเบาะอานพานหน้ามะเหลาะเตาะ
เข็มสลักปักเปาะกะแง๋งแก๋ง
เตรียมทั้งพหลพลแปงแมง
แล้วไปทูลแถลงมะแรงตา
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ร่าย เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
ได้ฟังเสนาทะเลาปา
เสด็จมาที่สรงมะลงโช
ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏โทน สระสรงทรงสุคนธ์ปนตลึก
ลูบไล้ไป่ปีกกะโง๋โก๋
สนับเพลาเชิงไชกะไรโจ
ภูษาสีสะโรกะโปลัน
เจียรบาดปักทองกะลองเต็ด
ปั้นเหน่งเพชรสายสอดจรอดฉัน
ฉลององค์อย่างน้อยกะปอยลัน
มะลวงชวงปวงปันคั่นทองกร
มงกุฎแก้วแวววาบมะราบรับ
กรรเจียกจันปันกับมะหลอนฉอน
ธำมรงค์จินดากะราชอน
ตลุดฉุดอรชรมะลอนชัน
ดูเลือบเชือบเหลือบแลกะโปงโลง
งามดังปังโปงกำงั๋นกั๋น
กะงวยกวยฉวยพระแสงมะแรงตัน
มอระตอก็รันขึ้นอาชา
ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง

๏ร่าย พร้อมหมู่โยธาพะลาแหน
พลาหับนับแสนแน่นหนา
ได้ฤกษ์เลิกพหลมะลนทา
ออกจากภารากะปาโล
ฯ ๒ คำ ฯ กราว

๏ชมดง พระชมเขาเนาเนินกะหรกกก
รุกขชาติดาษดกมะโหลโต๋
มะลาตันสาระพันกะลันโป
กะลาปียี่โถมะโยตัน
มะโยติงปริงปรางลางสาบ
ลางสาดหาดหาบมะหลันปั๋น
มะลันปีสีเสียดประเหยียดกัน
ประยงคุ์แก้วแถวพันมะลันดา
มาลีดวงพวงช่อมะลอชร
มาลีชาดมาดซ้อมมะรอนฉา
มะรินชิงจิงจ้อมะยอตา
มะยมเต็มเข็มลามะกาโล
มะกาลิงปิงปุ่มกะทุ่มท้อน
กะทิงถินกลิ่นขจรมะลอนโหว
มลิวันมันโมกกะโหลกโก
กุหลาบแกมแนมโยทกาลี
กาหลงชงโคมะโยแป๋ว
มะโยปมนมแมวมะแลวฉี
มะไลยฉาวสาวหยุดมะลุดลี
มลิลาสารภีมะลีโช
พระชมปักษากะลาชอน
กะลาฉินบินว่อนกะล่อนโฉ
กะลิงเฉียบเหยียบแต้วเค้าแมวโม
เค้าเมงหมิ่นผินโผพะโวตา
พะวาติบจิบจาบคาบไข่
ขาบเคียงเขาไฟไถลถา
ถลาโถมโจมจับมารับกา
รับกันจำพันจากะสาลม
กะสาเล่นเบญจวันมะลันปี
มะลันโปโนรีมะลีสม
มะลาโสนโกญจากะทาทม
กะทาเทืองเงื่องงมมะลมปา
มะลาปิงคลิ้งโคลงอีโลงแล่น
อีลุ้มลี้อีแอ่นกะแรนฉา
กะเรียนฉาบคาบคั้นมะรันบา
มาร่อนบินกินหว้ามะลาแชง
มะลาชัดสัตวากระสาสูง
กระแสเสียงเถียงยูงกะรูงแฉ่ง
กะรอกฉวยกล้วยไม้ดูไวแวง
ดุเหว่าหวานขานแข่งระแวงวัง
ระเวงแว่วแจ้วเจื้อยระเรื่อยร้อง
ระเรื่อยรี่มี่ก้องมะลองกั๋ง
มะเลียบกิ่งทิ้งถ่อนมะลอนกัง
มะเล่นกิ่งชิงรังมะลังโต
มาโลดเต้นเม่นหมีชะนีบ่าง
ชะนีแบดแรดช้างกะงางโก๋
กะแหงนเกยเสยแทงทะโยงโย
ทยานโยกโศกโสทะโลเป
ทลายป่นกล่นเกลื่อนทะเลือนเท่า
ถลาโถมถล่มเท้าทะเลาเส
ถลันสำถลำสวบระยวบเย
ระยำทับเทมะเลทอน
มะไลโทโคถึกมรึกคี
มรึกคาพาชีมะหลอนฉอน
มาลบเชือเสือสิงห์มะหิงษ์จร
มหาใจไกรสรมะลอนชา
ฯ ๒๘ คำ ฯ เชิด

๏สมิงทอง เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
เพลิดเพลินฤทัยมะไลทา
ลืมทุกข์ศุขามะลาจี
ละเลิงจนสนธยาหัศดง
หัสดับลับลงคิรีศรี
พระจึงมีสิงหนาทประภาษพี
สั่งพวกเสนีมะลีทา
ให้ยับยั้งพหลกะรนจง
กะร้อมชอมล้อมวงมะรงฉา
แล้วให้ช่วยกันมะรันทา
มะเรทับพลับพลาพนาลี
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ร่าย บัดนั้น
เสนารับสั่งมาลังปี๋
มะลุกปุกคุกเข่ามะเลาตี
มะรันทังดังมีมะลีทา
เกณฑ์กันฟันแฝกมะแลกแจง
คัดขุดลุดแชงมาแลงฉา
กะรับชับสรรพเสร็จมะเร็จตา
สำเร็จตามบัญชามะลาเท
ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น
พระมเหลเถไถมะไหลเถ
เสด็จขึ้นพลับพลามะลาเท
มะไหลถอนนอนเอ้ทะเวกา
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ช้า ทะเวศกายคายคันรัญจวน
ร้อนใจใคร่ครวญหวนหา
หวนโหยโดยดิ้นในวิญญา
วิญญากจากปรามะราโท
มาแรมทางกลางป่าพนาดอน
พนาแดนศิงขรมะยอนโฉ
มาเย็นเฉื่อยเรื่อยร้างน้ำค้างโพร
น้ำค้างพรมลมโวมะโรตอน
มารื่นต่างนางในรำไพพัด
รำเพยเพียงเคียงรัตน์ปัจฐรณ์
ปธมที่ศรีใสจะไลชอน
จนหลับชิดสนิทนอนมะลอนชา
ฯ ๘ คำ ฯ ตระ

๏ยานี มาจะกล่าวบทไป
ถึงท้าวหัสไนยมะไหลถา
สถิตย์ที่วิมานมะลานชา
กายารุ่มร้อนมะลอนจี
จึงเล็งทิพเนตรมะเลดป่า
ในชมพูแผ่นหล้ามะลาถี
เห็นพระมะเหลเถทะเวที
มาแรมร้างค้างที่มะลีไช
เพราะไม่มีคู่จรูสม
เสวยรมย์ราชามะลาไส
ผู้เดียวเปลี่ยวองค์มะลงไต
จำเราจะให้มะไลทา
อันลูกท้าวไทมะไลที
เลิศล้ำนารีมะลีถา
ชื่อนางตะแลงแกงมะแลงกา
วาสนาควรคู่มะลูตอง
อัมรินทร์จินตนาแล้วราเชด
เหาะระเห็จจากวิมานมะลานถอง
มายังกรุงไกรมะไลทอง
โดยจิตคิดปองมะรองแทง
ฯ ๑๐ คำ ฯ เหาะ

๏ร่าย ครั้นถึงซึ่งภารามะลาตั๋ง
โกสีย์ลงยังมะลังแต๋ง
เข้าไปในปรางค์มะรางแชง
อุ้มองค์ตะแลงแกงตะแลงมา
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เหาะลิ่วปลิวฟ้ามาฉับพลัน
ถึงพลับพลาสุวรรณมะลันถา
วางองค์ลงใกล้มะไลชา
อัมราพินิจมะลิดจู
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ชมโฉม งามดังสุริยันมะลันตอน
เคียงดวงศศิธรมะลอนฉู
จะดูไหนวิไลกะไรตู
สมสองครองคู่จะลูเจ
ดูโฉมตะแลงแกงแมลงกัด
งามดังเพชรรัตน์มะลัดเถ
งามพระมะเหลไถมะไลเท
ดังสุวรรณอันเอละเลทา
สมวงศ์ทรงศักดิ์จักรพรรดิ์
สมเชื้อเนื้อกระษัตริย์มะลัดถา
สมทรงคงครองกะรองปา
เป็นมหาจรรโลงมะโรงกี
แล้วท้าวหัสไนยมะไลถา
ก็ออกจากพลับพลาพนาศรี
สำแดงแผลงอิทธิ์ฤทธี
ไปสู่ที่วิมานมะลานทา
ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ร่าย เมื่อนั้น
พระมะเหลเถไถมะไหลถา
ผวาตื่นฟื้นจากมะรากปา
เห็นนางกัลยามะลาที
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ชมโฉม พระเพ่งพินิจมะลิดตัก
ประไพพักตร์เพียงจันทร์มะลันถี
อรชรอ้อนแอ้นมะแรนจี
เลิศล้ำนารีมะลีทา
ฤาหนึ่งนางในมะไลจึก
พระไพรพฤกษ์พระไทรมะไลต๋า
แกล้งจำแลงแปลงกายมะไลทา
มาหลอกเล่นเห็นมามะลาตม
ฤาหนึ่งยักษ์ขินีผีไพร
มาคิดปองลองใจมะไลถม
จึงทรงโฉมโสภามะลางม
จำจะปลุกชวนชมขึ้นลมปู
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ร่าย คิดพลางทางอิงมะลิงออง
ค่อยประคองปลุกนางมะลางฉู
เจ้างามชื่นตื่นเถิดมะเลิศตู
แล้วเล้าโลมโฉมตรูมะลูเตา
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
โฉมนางตะแลงแกงมะแลงเก๋า
ลืมเนตรเห็นองค์มะลงเทา
นงเยาว์เคืองขัดปัดกร
เออไฉนไยทำกะลำกัก
มาหาญหักไม่เกรงมะเลงฉอน
ข้าอยู่ถึงภารากะลาตอน
ไปลักพามาชอนมะลอนไชย
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระมะไหลไถเถมะเหลไถ
ได้ฟังพจนามะลาไท
ภูวไนยจึงมีมะลีทา
ฯ ๒ คำ ฯ

๏โอ้โลม โฉมเฉลา
พี่จะเล่าให้แจ้งมะแลงก๋า
เดิมทีพี่จากมะรากกา
มาเที่ยวเล่นป่ามะลาไช
พอค่ำย่ำแสงมะแลงชอน
พี่ตะหลุดหยุดนอนมะลอนไฉ
เป็นกุศลดลจิตมะลิดไท
เคียงได้เคียงคู่มะลูทอง
ชรอยว่าเทวัญมะลันที
อุ้มองค์มารศรีมาสมสอง
จึงได้ประสบมะลบออง
นวลน้องเจ้าอย่าเขินมะเลินใจ
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ร่าย เมื่อนั้น
โฉมนางตะแลงแกงมะแลงไก๋
ได้ฟังถ้อยคำมะลำไท
ทรามวัยจึงตอบมะลอบที
ไปว่าเอาเทวัญมะลันตู
เหมือนหนึ่งใครไม่รู้มะลูถี
เมื่อครั้งไรใครพามะลาชี
ภูมีเก็บเอามาเลาตา
แล้วนางแค้นขัดมะลัดตอน
เคืองค้อนภูวไนยมะไหลถา
น้อยฤานั่นน่าเชื่อมะเรือปา
มาเศกแสร้งแกล้งว่ากะลาเกา
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระมะไหลไถเถมะเหลเถา
เห็นนางกัลยามะลาเตา
จึงตรัสโลมเล้ามะเลาปอน
ฯ ๒ คำ ฯ

๏ชาตรี ดูก่อนโฉมตรูมะลูถี
เทวีมิเชื่อมะเหลือถอน
อันพระอุณรุทมะลูดชอน
เทวาก็พาจรมะลอนเกา
ไปสมสร้อยอุษามะลาตึก
โฉมยงจงนึกมะลึกเก๋า
นี่บุญของพี่ยามะลาเตา
จึงพาเจ้ามาสมมะลมเต
ว่าพลางทางถดมะหลดติด
อย่าอายเอียงเบี่ยงบิดมะลิดเป๋
นางป้องปัดหัตถามะลาเท
มะโลโตโปเปมะเลตุง
สองภิรมย์ชมเชยมะเลยปม
สำราญรมย์รื่นเริงมะเลิงตุ๋ง
สัพยอกหยอกเย้ามะเลาชุง
สมสวาดิ์มาดมุ่งมะลุงแชง
ฯ ๘ คำ ฯ โลม

๏ร่าย ครั้นรุ่งรางส่างแสงมแลงทอง
สกุณาร่าร้องมะรองแฉ่ง
พระตื่นจากไสยาศน์นลาตแทง
ชวนองค์ตะแลงแกงมะแลงกง
สระสรงภักตรามะลาเต็ด
สรรพเสร็จออกจากมะลากก๋ง
พร้อมหมู่ทหารมะลานปง
ก้มเกล้าเค้าคงมะลงแตง
พระจึงมีสิงหนาทมะลาดจู
เหวยหมู่ทหารมะลานแฉง
จงตรวจเตรียมโยธามะลาแกง
ตามตำแหน่งของใครมะไลที
ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น
เสนารับสั่งมะลังปี๋
ต่างชะแง้แลดูมะลูจี
พาทีเบี้ยวบุ้ยมะลุยตุง
แล้วมาเร่งรัดจัดเจา
พร้อมพรั่งดังเก่ามะเลาปุ๋ง
คอยพระมะเหลไถมะไลทุง
ต่างนายหมายมุ่งจะลูงทา
ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น
พระมะเหลไถมะไหลถา
ชวนนางตะแลงแกงมะแลงกา
ขึ้นทรงคชามะลากุย
ออกจากพลับพลามะลาโท
ทวยหาญขานโห่ตะลุ๋ยปุ๋ย
ดัดดั้นบั่นบุกปุกปุย
อีหลุกขลุกขลุยมะลุยปอย
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ มาจะกล่าวบทไป
ถึงท้าวไทอสุรามะลาก๋อย
มรายกาดชาดเชื้อสะเรือตอย
สุราต้องกองกอยพะลอยไช
เพราะลอบชมนางฟ้าสลาโสด
ศุลีซ้ำทำโทษมะโดดไข
มาตัวขาดอาจองทะลงใจ
เที่ยวไล่จับสัตว์ไพรสะไรกุง
สุรากินสิ้นซากมายากทุกข์
กำลังอยากบากบุกมะลุกปุ๋ง
มาแลปะมะเหลไถสะไรชุง
สุราชาติมาดมุ่งมะรุงแชง
มราชักยักษ์ย่องมาลองดู
มาลอบด้อมค้อมอยู่พะดูแถง
พอได้ทีลีลามมะหามแทง
มะฮึกทำสำแดงแทลงกี
ถลากายหมายมั่นมะลันจ้อง
มะเหลจับรับรองสะรองกี้
สุราก๋อยถอยท่ามะลารี
มะเหลรุกคลุกคลีประชีไช
ประชิดชิงอาวุธยุทธนา
ยักษ์ทนงทรงคทาตะลาไป๋
ตลบป้องคล่องแคล่วมะแลวไท
มะลวงทีหนีไล่มะไลทอง
ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

----------------

หมดฉบับ เข้าใจว่าของเดิมก็จบเพียงเท่านี้



ที่มา : http://www.arts.chula.ac.th/~complit/etext/maley.htm

03/05/2550


แก้ไขเพิ่มเติมตาม : บทละครเรื่องพระมะเหลเถไถ บทละครเรื่องอุณรุทร้อยเรื่อง กลอนเพลงยาวเรื่องหม่อมเป็ดสวรรค์ กลอนเพลงยาวเรื่องพระอาการประชวรของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ และ บทละครเรื่องระเด่นลันได . พิมพ์ครั้งที่ 10 . กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคาร , 2545.

17/05/2550


Create Date : 03 พฤษภาคม 2550
Last Update : 17 พฤษภาคม 2550 7:09:27 น. 10 comments
Counter : 965 Pageviews.

 
ชอบมากกลอนเรื่องนี้ ว่าจะพยายามท่องให้จำ ไม่สำเร็จซักที ขอบคุณที่เอามาให้อ่านครับ


โดย: เบิร์ดเบิร์ด วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:5:34:06 น.  

 



เพลง พระมะเหลเถไถ
โดย ดนุพล แก้วกาญจน์


ชะเอ่อเง้ย (ชะเออเอย) ชะเออเง้ย (เออเอย) เมื่อเอ๋ย เมื่อนั้น (เมื่อเอย เมื่อนั้น) พระมะเหลเถไถ มะไหลถา (พระมะเหลเถไถ มะไหลถา) สถิตยังแท่นทอง กะโปลา (สถิตยังแท่นทอง กะโปลา) ศุขาปาลา กะเปเล (ศุขาปาลา กะเปเล) (ชะชะ ชะชะ) วันหนึ่งพระจึง มะหลึกตึก (ตึก ตึก ตึก ตึก) มะเหลไถไพรพรึก มะรึกเข (มะเหลไถไพรพรึก มะรึกเข) แล้วจะไปเที่ยวชม มะลงเต (แล้วจะไปเที่ยวชม มะลงเต) มะโลโตโปเป มะลูตู (มะโลโตโปเป มะลูตู) เอ้อ ชะชะชะชะช้า อะเอ้อ ลาลั่นลาล้าหลั่น ลันลา ตริแล้ว พระมะเหลจึงเปปะ (ฮึยฮึยฮึย ฮึยฮึย) มะเหลไตไคลคละ มะหลูจู๋ (มะเหลไตไคลคละ มะหลูจู๋) จรจรัล ดันตัดพลัดพลู ไปสู่ ปราสาทท้าวโปลา (โน้งเนงโน้งแกละ) โปลาโปลา (โน้งเนงโน้งแกละ) กะโปลา กะโปลา

ชะเอ่อเง้ย (ชะเออเอย) เมื่อเอ๋ย เมื่อนั้น (เมื่อนั้น เมื่อนั้น) พระมะเหลเถไถ มะไหลถา (พระมะเหลเถไถ มะไหลถา) สถิตยังแท่นทอง กะโปลา (สถิตยังแท่นทอง กะโปลา) ศุขาปาลา กะเปเล (ศุขาปาลา กะเปเล) (ชะชะ ชะชะ) วันหนึ่งพระจึง มะหลึกตึก (ตึก ตึก ตึก ตึก) มะเหลไถไพรพรึก มะรึกเข (มะเหลไถไพรพรึก มะรึกเข) แล้วจะไปเที่ยวชม มะลงเต (แล้วจะไปเที่ยวชม มะลงเต) มะโลโตโปเป มะลูตู (มะโลโตโปเป มะลูตู) เอ้อ ชะชะชะชะช้า อะเอ้อ ลาลั่นลาล้าหลั่น ลันลา ตริแล้ว พระมะเหลจึงเปปะ (ฮึยฮึยฮึย ฮึยฮึย) มะเหลไตไคลคละ มะหลูจู๋ (มะเหลไตไคลคละ มะหลูจู๋) จรจรัล ดันตัดพลัดพลู ไปสู่ ปราสาทท้าวโปลา (ชะเอ่อเง้ย)


โดย: ende วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:5:56:05 น.  

 
คุณ เบิร์ดเบิร์ด - ชอบบทละครเรื่องนี้เหมือนกันเลยค่ะ เราว่าอ่านแล้วสนุกดีนะคะ

ปล. เอาเพลงพระมะเหลเถไถที่คุณแจ้ ดนุพล ร้องไว้มาฝากด้วยค่ะ ฟังได้เพลินๆดี


โดย: ende วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:00:07 น.  

 
ชอบเหมือนกันค่ะพระมะเหลเถไถเนี่ย ตอนเด็กๆชอบล้อน้องสาวว่า สวยเหมือนนางประแดะ ฮิฮิ


โดย: kai (Sweet evil ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:33:01 น.  

 
คุณ kai (Sweet evil) - ดีใจที่ชอบเรื่องนี้เหมือนกันนะคะ


โดย: ende วันที่: 4 พฤษภาคม 2550 เวลา:1:35:26 น.  

 
พี่คราบ

อยากได้เพลง พระมะเหลเถไถมากๆ

ถ้าม่ายรบกวน ช่วยส่งมาทีนะ

ที่ karaokehahe@hotmail.com


โดย: Diego IP: 125.24.86.43 วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:1:31:35 น.  

 
ขอบคุงน๊ะ


โดย: -^^- IP: 61.19.67.76 วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:5:14:06 น.  

 
ชอบเพลงนี้มาก พี่แจ้งเก่ง


โดย: เบลล์ IP: 58.8.109.110 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:17:47:34 น.  

 
ก็ดีไม่เคยฟังที่ไหนเลยอะ


โดย: boong IP: 118.174.59.151 วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:18:36:27 น.  

 
อยากรู้จังอะว่าเปนภาษาอาราย


โดย: mon IP: 118.174.59.151 วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:18:38:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.