Group Blog
 
 
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
6 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 

ยูโทเปีย เล่มที่ 1 (2)

(ต่อ)


ถ้าจะบรรยายทุกอย่างที่ราฟาเอลได้เล่าให้เราฟังจากสิ่งที่เขาได้เห็นมาก็จะยาวนานจนเกินไป และก็คงจะเป็นการออกนอกประเด็นเฉพาะหน้าของเราด้วย ในโอกาสอื่นบางทีเราจะกล่าวถึงสิ่งซึ่งมีคุณค่าควรแก่การรู้โดยเฉพาะอย่างเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมที่ฉลาดและรอบคอบที่เขาได้สังเกตจากประเทศอื่นๆที่เจริญแล้ว เราไต่ถามเขามากมายในเรื่องเหล่านี้ และเขาก็ตอบเราอย่างเต็มใจมาก อย่างไรก็ดีเราไม่ได้ไต่ถามถึงสัตว์ประหลาดซึ่งก็มีอยู่ดาษดื่น นางซิลลา นางผีเสื้อที่โหยหิวและมนุษย์กินคนนั้นพบได้ง่ายทุกแห่งหน7 แต่ไม่ใช่ของง่ายที่จะพบรัฐที่มีการปกครองอย่างดีและอย่างเฉลียวฉลาด

ขณะที่เขาบอกเราถึงสิ่งผิดปกติต่างๆมากมายในประเทศที่ค้นพบใหม่ๆเหล่านั้น เขานึกถึงสิ่งอื่นๆอีกไม่น้อยที่อาจใช้เป็นแบบแผนในการแก้ไขข้อผิดพลาดในนครและอาณาจักรของเราได้ แต่ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงสิ่งเหล่านี้ภายหลัง ขณะนี้ข้าพเจ้าตั้งใจแต่เพียงจะเล่าต่อเฉพาะที่เขาเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับความเป็นอยู่และกฎหมายของชาวยูโทเปียที่จะนำเราไปสู่การสนทนาเรื่องมหาชนรัฐแห่งนั้นเสียก่อน ราฟาเอลกล่าวอย่างหลักแหลมถึงข้อผิดพลาดต่างๆและขนบธรรมเนียมที่ฉลาดที่เขาได้พบเห็นในชาติเหล่านี้และในชาติของเราเอง โดยกล่าวถึงขนบประเพณีและการปกครองของแต่ละแห่งที่เขาได้ไปมาอย่างสนิทสนมราวกับว่าเขาได้อยู่ที่นั้นมาตลอดชีวิต ปีเตอร์นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกยกย่อง

เขากล่าวว่า “ท่านราฟาเอล ทำไมท่านจึงไม่เข้าไปรับใช้กษัตริย์8 ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง เพราะข้าพเจ้าคิดว่าไม่มีกษัตริย์องค์ใดที่จะไม่ปรารถนาที่จะได้ตัวท่าน ความรอบรู้และความรู้ของท่านเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆและคนต่างๆ ย่อมเป็นที่ชื่นชอบของพระองค์เป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันคำแนะนำและตัวอย่างของท่านก็หาค่ามิได้ ด้วยวิธีนี้ท่านก็จะทั้งเสนอสนองความสนใจของตนเองและเป็นประโยชน์ต่อมิตรของท่านทั้งมวลอีกด้วย”

ราฟาเอลกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่เป็นกังวลกับมิตรของข้าพเจ้านักหรอก เพราะข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ของข้าพเจ้าต่อเขาเรียบร้อยแล้ว เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นหนุ่มและมีสุขภาพดี ข้าพเจ้าได้แบ่งสันปันส่วนให้แก่ญาติมิตรของข้าพเจ้าด้วยสิ่งของซึ่งคนอื่นจะไม่ละทิ้งจนกว่าเขาจะชราและป่วยไข้ (และเมื่อถึงเวลานั้นก็จะยอมเสียไปอย่างไม่เต็มใจ และเพราะเขาไม่อาจจะรักษามันไว้ได้อีกต่อไป) ข้าพเจ้าคิดว่ามิตรสหายของข้าพเจ้าควรจะพอใจกับสิ่งนี้และคงไม่มุ่งหวังว่าข้าพเจ้าจะยอมเป็นทาสของกษัตริย์องค์หนึ่งองค์ใดเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาอีก”

ปีเตอร์ตอบว่า “ท่านพูดถูกแล้ว แต่ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความว่าท่านควรจะเป็นทาสของกษัตริย์ใด เพียงแต่ว่าท่านควรจะให้บริการแก่กษัตริย์”

ราฟาเอลตอบว่า “ข้อแตกต่างเป็นแต่เพียงเรื่องของถ้อยคำเท่านั้น”

ปีเตอร์กล่าวว่า “แล้วแต่ท่านเถิด แต่ข้าพเจ้ามองไม่เห็นวิธีอื่นใดที่ท่านจะเป็นประโยชน์ไม่ว่าจะต่อมิตรสหายของท่านหรือต่อส่วนรวม มิไยที่กล่าวถึงความสุขที่ท่านเองพึงจะได้รับยิ่งกว่านี้”

“มีความสุขยิ่งกว่านี้ ?” ราฟาเอลอุทาน “วิถีชีวิตที่เป็นที่น่าเกลียดชังแก่ธรรมชาติของข้าพเจ้าจะทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขยิ่งขึ้นหรือ ? ขณะนี้ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ตามใจปรารถนา และข้าพเจ้าเชื่อว่าข้าราชการสำนักไม่กี่คนสามารถพูดได้อย่างนี้ ตามความจริงแล้ว มีคนจำนวนมากเหลือเกินที่พยายามประจบผู้ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าพวกเขาไม่ได้ข้าพเจ้าหรือคนอย่างข้าพเจ้าไปก็คงจะไม่ใช่การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่อะไรเลย”

ถึงตอนนี้ข้าพเจ้ากล่าวว่า “ท่านราฟาเอล เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าท่านไม่ปรารถนาทั้งสมบัติและอำนาจและด้วยใจจริงแล้วข้าพเจ้าเห็นคุณค่าและยกย่องบุคคลเช่นนี้มากกว่าที่ข้าพเจ้าจะกระทำต่อผู้ยิ่งใหญ่ใดๆในโลก กระนั้นก็ดี ข้าพเจ้าก็คิดว่าถ้าท่านจะสละเวลาและกำลังแรงของท่านในกิจการบ้านเมือง ท่านก็คงจะได้กระทำสิ่งที่ควรค่าแก่ธรรมชาติอันกว้างขวางและใฝ่ในปรัชญาอย่างของท่าน ถึงแม้ว่าท่านเองอาจจะไม่ชอบมัน ท่านทำหน้าที่เช่นนี้ได้ดีที่สุดด้วยการอยู่ในสภาของกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่ไหนสักองค์หนึ่ง ผู้ซึ่งท่านสามารถจะแนะหนุนให้ไปสู่อะไรก็ตามที่สูงส่งและยุติธรรม ข้าพเจ้าทราบว่าท่านคงจะทำอย่างนี้ถ้าท่านอยู่ในตำแหน่งอย่างนั้น และความพยายามของท่านก็คงจะสัมฤทธิ์ผล เพราะความอยู่ดีกินดีหรือความทุกข์ยากของประชาชนย่อมหลั่งไหลมาจากผู้ปกครองของเขาทั้งสิ้น เฉกเช่นจากน้ำพุที่ไม่มีวันหยุด การเรียนรู้ของท่านนั้นช่างสมบูรณ์แม้แต่เมื่อไม่รวมเข้ากับประสบการณ์ และประสบการณ์ของท่านก็ช่างกว้างขวางเสียจนกระทั่งว่าแม้จะไม่มีการเรียนรู้ ท่านก็คงจะเป็นที่ปรึกษาที่เป็นที่พิเศษจริงๆไม่ว่าสำหรับกษัตริย์องค์ใดก็ตาม”

เขากล่าวว่า “ท่านมอร์ที่รัก ท่านเข้าใจผิดเป็นสองเท่าทีเดียว ทั้งในความเห็นของท่านเกี่ยวกับข้าพเจ้าและในการคาดคะเนเกี่ยวกับสถานการณ์เอง ข้าพเจ้าไม่มีความสามารถที่ท่านคิดว่าข้าพเจ้ามี และถ้าข้าพเจ้ามีความสามารถนั้น ชุมชนก็คงไม่ดีขึ้นเพราะการเสียสละเวลาว่างของข้าพเจ้าหรอก เพราะกษัตริย์ส่วนมากดำเนินสงคราม (ซึ่งข้าพเจ้าไม่มีความชำนาญหรือความสนใจ) มากกว่าที่จะใช้ศิลปแห่งสันติสุขส่วนมากและพวกเขามุ่งที่จะให้ได้อาณาจักรใหม่ๆมาไม่ว่าจะอย่างผิดๆหรืออย่างถูกต้องมากกว่าที่จะมุ่งปกครองสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดี ยิ่งกว่านั้นแล้วที่ปรึกษาของกษัตริย์ก็ชาญฉลาดเสียจนพวกเขาไม่ต้องการคำแนะนำจากผู้อื่น (หรืออย่างน้อยพวกเขาก็เห็นเป็นอย่างนั้น) ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ยอมรับและแม้แต่ปรบมือให้กับถ้อยคำที่โง่เง่าจากปากของผู้ซึ่งพวกเขาแสวงหาความนิยมเพื่อว่าจะได้มีความสัมพันธ์อันดีกับกษัตริย์ เป็นเรื่องโดยธรรมชาติที่มนุษย์แต่ละคนจะยกยอตนเองโดยคิดว่าความเห็นของตนเองนั้นดีที่สุด กาแก่ๆก็รักลูกอ่อนของตนอย่างเดียวกับที่ลิงรักลูกของมัน ทีนี้ในราชสำนักซึ่งประกอบไปด้วยผู้ที่อิจฉาคนอื่นทั้งหมดและสรรเสริญแต่พวกตนเอง ถ้าจะมีใครสักคนหนึ่งเสนอสิ่งที่เขาได้อ่านมาจากประวัติศาสตร์ หรือที่เขาได้สังเกตมาจากการเดินทางของเขา ที่ปรึกษาคนอื่นๆก็กลัวว่ากิตติศัพท์เรื่องปัญญาของพวกตนทั้งหมดจะตกอยู่ในอันตราย และพวกตนก็จะกลายเป็นแค่ไอ้โง่ธรรมดาๆ ถ้าหากพวกเขาไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า ข้อเสนอแนะนั้นๆอ่อนและบกพร่อง ถ้าทุกอย่างล้มเหลวหมดพวกเขาก็จะอาศัยคำตอบที่ว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเราพอใจ และเราจะหาญเอาตนเข้าไปเทียบกับปัญญาของบรรพบุรุษหรือ ! เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้วพวกเขาก็จะทำเหมือนกับว่าได้กล่าวถึงสิ่งสุดท้ายในเรื่องนั้นแล้ว และราวกับว่ามีอันตรายอย่างยิ่งในการพบคนที่ฉลาดกว่าบรรพบุรุษของเราในเรื่องใดๆ และเราพร้อมที่จะตามอย่างอะไรก็ตามที่เขาเคยทำมาราวกับว่ามันจำเป็นจะต้องดีที่สุด แต่ถ้าสิ่งที่ดีกว่าถูกเสนอแนะมา เราก็จะใช้ข้ออ้างเรื่องการเคารพสิ่งในอดีต และยึดเหนี่ยวมันไว้อย่างดื้อดึง ข้าพเจ้าเคยได้ประสบกับข้อวินิจฉัยที่หยิ่ง โง่ และบูดบึ้งเช่นนี้ในหลายๆแห่งมาแล้ว และแม้แต่ในอังกฤษก็เคยครั้งหนึ่ง

“ท่านเคยอยู่ในอังกฤษหรือ ?” ข้าพเจ้าถาม

“ใช่ ข้าพเจ้าเคย” เขาตอบ “และอยู่ที่นั่นเป็นเดือนๆหลังจากที่การกบฏของพวกชาวคอร์นวอลต่อต้านกษัตริย์ถูกปราบปรามด้วยการประหัตประหารคนจนที่ร่วมในการกบฏเป็นจำนวนมาก9 ขณะนั้นข้าพเจ้าพักอยู่กับท่านจอห์น มอร์ตัน10 พระราชาคณะแห่งแคนเตอเบอรี่ พระคาร์ดินัล ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นอัครมหาเสนาบดีของอังกฤษ ปีเตอร์ที่รักเอย (และท่านมอร์รู้ว่าข้าพเจ้าพูดความจริง) ปัญญาและคุณธรรมของท่านมอร์ตันนั้นเป็นที่นับถือกันว่ายิ่งใหญ่เช่นเดียวกับสิทธิอำนาจของท่าน ท่านมีส่วนสูงปานกลาง และหลังไม่โกงเพราะความชรา ลักษณะท่าทางทำให้ดูน่าเคารพมากกว่าน่ากลัว การสนทนาของท่านเป็นไปอย่างง่ายๆ แต่เอาจริงเอาจัง และเคร่งขรึม บางครั้งท่านชอบที่จะทดสอบน้ำใจและลักษณะจิตใจของผู้ที่มาติดต่อของานจากท่าน ด้วยการพูดอย่างแรงแม้ว่าจะมิได้เป็นการไม่สุภาพกับพวกเขา ท่านชอบที่จะล่วงรู้คุณสมบัติเหล่านี้ ซึ่งเป็นลักษณะของธรรมชาติของท่านเองตราบเท่าที่มันมิได้เป็นการกระทำที่ขาดความรอบคอบ และท่านคิดว่าผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้เหมาะที่สุดที่จะบริหารกิจการบ้านเมือง ท่านมีความชำนาญเป็นอย่างมากในกฎหมายและมีความเข้าใจอย่างกว้างขวาง และความทรงจำที่น่าอัศจรรย์ ท่านได้ทำให้ความสามารถตามธรรมชาติอันพิเศษของท่านดีขึ้นด้วยการศึกษา และจากประสบการณ์ เมื่อตอนที่ข้าพเจ้าอยู่ในอังกฤษนั้น พระมหากษัตริย์ก็ต้องพึ่งพาคำปรึกษาของท่านเป็นอย่างมากและดูเหมือนว่ารัฐบาลก็อยู่ได้โดยท่านเป็นส่วนใหญ่ ท่านออกจากโรงเรียนไปอยู่ในราชสำนักตั้งแต่ยังเยาว์วัย และอุทิศชีวิตทั้งหมดให้กับกิจการบ้านเมืองท่านได้อดทนต่อโชคชะตาที่เปลี่ยนไปหลายต่อหลายครั้งจึงได้ปัญญาที่ต้องลงทุนไปมากและเป็นปัญญาซึ่งมิได้สูญหายไปโดยเร็ว เพราะได้มาด้วยความยากลำบาก”

“วันหนึ่งในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังรับประทานอาหารกับท่านอยู่ มีทนายความชาวอังกฤษอยู่ด้วยผู้หนึ่งซึ่งถือโอกาสนั้นสรรเสริญการลงโทษอย่างรุนแรงต่อพวกขโมย ซึ่งเขากล่าวว่าในตอนนั้นถูกจับแขวนคออย่างรวดเร็วเสียจนกระทั่งว่าบางครั้งมีถึงยี่สิบคนพร้อมกันบนตะแลงแกง แล้วเขาก็อุทานว่าเขายังไม่เข้าใจว่าทำไมจึงยังคงมีขโมยอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในเมื่อมีอยู่น้อยรายเหลือเกินที่หนีพ้นจากการถูกแขวนคอไปได้ ถึงตรงนี้ข้าพเจ้าก็พูดต่อหน้าคาร์ดินัลอย่างตามสบายว่า “ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาสงสัยในเรื่องนี้เลย การลงโทษพวกขโมยอย่างนี้ไม่ยุติธรรมในตัวเอง ทั้งยังไม่เป็นผลดีต่อชุมชนอีกด้วย วิธีแก้นี้ไม่สัมฤทธิ์ผลเพราะกวดขันกันรุนแรงเกินไป การขโมยธรรมดาๆนั้นไม่ใช่อาชญากรรมที่ยิ่งใหญ่ถึงกับที่ควรจะเอาชีวิตผู้กระทำ และไม่มีโทษทัณฑ์ใดไม่ว่าจะรุนแรงสักแค่ไหนที่จะยับยั้งคนที่ไร้อาชีพไม่ให้ลักขโมยได้ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในอังกฤษเท่านั้น หากแต่ยังมีประเทศอื่นๆในโลกอีกมากที่ดูเหมือนว่าจะเลียนแบบครูที่เลว ซึ่งพร้อมจะลงโทษนักเรียนมากกว่าที่จะสอนให้เขาดีขึ้น ทั้งๆที่การช่วยให้ทุกคนเลี้ยงชีพเองได้นั้นดีกว่าจะปล่อยให้เขาถูกผลักดันไปลักขโมยโดยความจำเป็น และต้องตายเพราะโทษทัณฑ์อันรุนแรงและสยดสยองเป็นไหนๆ”

ทนายความผู้นั้นตอบว่า “เรื่องนั้นเราได้ทำกันพอแล้ว มีทั้งการเป็นช่างฝีมือและการทำไร่ไถนาที่มนุษย์อาจประกอบอาชีพได้ ถ้าเขาไม่เลือกทำในสิ่งที่เลว”

“นั่นไม่เพียงพอหรอก” ข้าพเจ้ากล่าว “เราอาจจะมองข้ามผู้ที่ทุพพลภาพซึ่งกลับมาจากสงครามต่างถิ่นหรือสงครามกลางเมือง อาจจะสดๆร้อนๆจากกบฏคอร์นวอลและสงครามกับฝรั่งเศส11 ก่อนหน้านั้นก็ได้ คนเหล่านี้ต้องวิกลวิการไปเนื่องจากการรับใช้กษัตริย์และประเทศ มิอาจที่จะทำมาหากินอย่างเก่าได้ และก็มีอายุมากเกินไปกว่าที่จะเรียนรู้วิชาชีพใหม่ได้ แต่เนื่องจากสงครามเกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้น ขอให้เรามองข้ามพวกนี้ไป และพิจารณาถึงสิ่งอื่นที่เกิดขึ้นทุกวันเถิด มีชนชั้นสูงอยู่มากที่อยู่อย่างเกียจคร้านเหมือนกับผึ้งตัวผู้ และมีชีวิตอาศัยอยู่โดยแรงงานของผู้เช่าที่ดินของตนซึ่งก็ถูกรีดนาทาเร้นค่าเช่าอย่างเต็มที่ (นี่คือกรณีเดียวของความกระเหม็ดกระแหม่ของพวกเขา เพราะในเรื่องอื่นๆแล้วเขาฟุ่มเฟือยเสียจนถึงขนาดตนเองต้องจนลง) ชนชั้นสูงเหล่านี้ไปที่ไหนก็ต้องมีพรรคพวกที่ไม่ทำอะไรและไม่เคยเรียนวิชาชีพอะไรเลี้ยงตัวติดตามไปด้วยเป็นแถว ทันทีที่เจ้านายของพวกเขาตายลง หรือตัวพวกเขาเองล้มป่วยลงพวกเขาก็จะถูกขับไล่ไสส่งเพราะพวกเจ้านายย่อมเลี้ยงคนเกียจคร้านมากกว่าคนป่วย และโดยปกติแล้ว พวกทายาทก็มักจะไม่สามารถดูแลบ้านช่องที่ใหญ่โตอย่างที่บิดาของตนทำได้ พวกที่ถูกไล่ออกมาก็จะอดๆอยากๆถ้าไม่เริ่มลักขโมย พวกเขาจะทำอะไรอื่นได้อีกเล่า ? เมื่อสุขภาพของพวกนี้เสื่อมโทรมลง เมื่อเสื้อผ้าและใบหน้าของพวกเขาดูหิวโหย และเมื่อเสื้อผ้าของพวกเขาฉีกกระรุ่งกระริ่ง คนดีๆก็จะไม่ยอมเลี้ยงดูเขา คนในชนบทก็ไม่กล้าว่าจ้างพวกเขาด้วย เพราะเขารู้ดีว่าคนซึ่งเติบโตมาในความเกียจคร้านและความสนุกสนาน เคยแต่จะเดินห้อยดาบในฝักกรุยกรายไปมานั้นดูถูกดูแคลนละแวกนั้นและดูหมิ่นทุกๆคนว่าต่ำต้อย คนอย่างนั้นไม่เหมาะที่จะมาจับจอบจับเสียม และจะไม่รับใช้คนจนอย่างซื่อสัตย์เพราะค่าจ้างต่ำและอาหารที่ให้ก็น้อย”


* * * * * * * * *

7 ใน Odyssey เล่าว่า ซิลลาคือสัตว์ประหลาดที่มีหัวหกหัวซึ่งกินลูกเรือของยูลิซิสไปหกคน และนางผีเสื้อที่คอยแย่งชิงอาหารในทันทีที่ใครกำลังจะกินก็มีปรากฏใน Aeneid สัตว์ประหลาดเหล่านี้คือ สัญลักษณ์ของผู้ซึ่งเอารัดเอาเปรียบคนอื่นๆในสังคม

8 อาจเป็นได้ว่าบทสนทนาเหล่านี้บ่งถึงความขัดแย้งกันภายในใจของมอร์ในขณะนั้นเพราะในจดหมายที่เขามีถึง อีเรสมัส ผู้คงแก่เรียนชาวดัชท์ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1516 นั้น มอร์เล่าว่าเขาได้ปฏิเสธไม่ยอมรับเบี้ยบำนาญประจำปีจากพระเจ้าเฮนรี่ และในวันที่ 25 ตุลาคม ปีเดียวกันเขาเขียนว่าอีเรสมัสฉลาดที่หลีกเลี่ยงไม่เข้าไปพัวพันกับ “ธุรกิจอันวุ่นวายของกษัตริย์” แต่ภายในสองสามเดือนแรกของปี ค.ศ. 1518 มอร์ก็ตัดสินใจเข้ารับใช้พระเจ้าเฮนรี่ และรับตำแหน่งทางบ้านเมืองจนได้กลายเป็นอัครมหาเสนาบดีในปี ค.ศ. 1529

9 ในปี ค.ศ. 1497 ชาวคอร์นวอล ซึ่งมีทนายความชื่อ โทมาส แฟลมม็อค เป็นผู้นำ ได้ก่อการกบฏต่อต้านการบังคับเก็บภาษีเพื่อนำไปโจมตีสก๊อตแลนด์ พวกกบฏมีจำนวนประมาณ 15,000 คน แต่พ่ายแพ้ที่แบล็คฮีธ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน และถูกฆ่าไปประมาณสองพันคนในการรบ

10 จอห์น มอร์ตัน (ค.ศ. 1420 – 1500) คือผู้ซึ่งทอมัส มอร์อาศัยอยู่ด้วยเป็นเวลาสองปี เมื่ออายุราวสิบสอง หรือสิบสาม จากนั้นมอร์ก็ถูกส่งไปเรียนที่อ๊อกซฟอร์ด

11 ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1492 กำลังของอังกฤษขึ้นบกที่คาร์เลส์ และเข้าล้อมบูโลญแต่ก็ไม่ได้ผล




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2550
0 comments
Last Update : 6 ตุลาคม 2550 0:31:50 น.
Counter : 561 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.