กันยายน 2558

 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
คำถามที่ไม่อยากตอบ..

 หากเราลองสังเกตปรากฏการณ์ทางใจของเราดูบ้าง ก็จะพบว่า

ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งจะอยู่กับเราได้ยาวนาน ตลอดไป

ไม่ว่าจะรัก โกรธ เกลียด หวงแหน หรือ อยากได้อยากมี

มันจะมาให้เราเห็นเป็นช่วงๆ แล้วก็จากหายไปเมื่อมีสิ่งกระทบใหม่ๆเกิดขึ้น

เหมือนกับมันไม่มีจริง เป็นแค่แขกที่มาเคาะประตูบ้าน หรือบางที่ก็แอบเข้ามานั่งในบ้าน

โดยที่เราไม่เชื้อเชิญ แล้วก็ออกจากบ้านเราไป แล้วก็มีแขกหน้าใหม่เข้ามาทักทายอีก

เป็นอยู่อย่างนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

แต่ไม่เคยมีแขกคนไหนที่จะมาขออยู่ในบ้านของเราตลอดไป จริงไหม..?

คนที่ไม่เคยสังเกต ความเปลี่ยนแปลงแปรปรวนของสภาวะทางจิตใจ

ก็คงจะมองไม่เห็นความ ขาดตอน ความเกิดดับ ของมันแน่

คิดว่ามันก็เป็นเหมือน ผ้า ที่เป็นเนื้อเดียวกัน แค่แตกต่างกันที่ ลวดลาย เท่านั้น..

 

ในโลกของธรรมะ หรือ ธรรมชาติ ก็เป็นเช่นนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมตกอยู่ภายใต้ลักษณะทั้งสาม

คือ อนิจจัง ความไม่เที่ยงแท้ ความแปรปรวนไปของทุกสิ่ง

ทุกขัง ลักษณะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ต้องเดินหน้าสู่ความแตกดับไปไม่มีเหลือ

อนัตตา ความควบคุมบังคับบัญชาให้เป็นดังใจไม่ได้ ไร้ตัวตนอันจีรังถาวร

สิ่งทั้งหลายล้วนเป็นเพียงธรรมชาติที่เกิดมา เพื่ออิงอาศัยกันชั่วครั้งชั่วคราว

เมื่อหมดเหตุหมดปัจจัยที่จะดำรงอยู่ก็แยกย้าย แตกดับ สูญสลายไป

แต่หากยังไม่หมดเหตุปัจจัย ก็ยังต้องมาสร้างเหตุ มารับผล มาปฏิสัมพันธ์กันใหม่..

ตาม เชื้อแห่งกรรม ที่ยังหลงเหลืออยู่..

 

สภาวะธรรม ที่ประกอบด้วย รูปและนาม หากมองโดยความจริงแท้ๆ

ก็หาได้มีตัวตนให้จับต้องได้ไม่..

เพียงแต่คนเราที่ยังหลงยึดหลงติดว่า นี่เป็นตัวเราของเรา กายของเรา จิตใจของเรา

ยังไม่รวมข้าวของ เครื่องใช้ บริวาร หรือ ยศศักดิ์ ฐานันดร ความเชื่อ ความเห็น

กลุ่มก้อนเหล่านี้ยังแสดงตัวตนว่ามีเราเป็นเจ้าของ

เป็นเหมือนสมบัติที่ต้องปกป้องรักษาอยู่ร่ำไป..

 

จนกระทั้งถึงวันที่ต้องพลัดพราก สูญเสีย จากสิ่งที่รักที่ไคร่ วันที่น้ำตานองหน้า

ก็ยังไม่รู้ตัวว่าเราได้ถูก ความไม่รู้ หลอกลวงมาตลอดชีวิต

ฟูมฟายพิไรรำพัน ถึงความไม่ยุติธรรมของชีวิต

อยากจะสานต่อภพชาติกันอีก ไม่อยากจะสิ้นสุดความความพิศวาส

ขอผูกขอจองเวรเป็นทาสกิเลสต่อไปไม่สิ้นสุด..

 

หากไม่มีพระศาสดา มาชี้แนะทางออกจาก วงเวียนแห่งทุกข์

มนุษย์ทั้งหลายก็คงต้องหลงติดอยู่ในกำแพงแห่ง อวิชา ไม่รู้จบ

พวกที่ฉลาดสร้างกรรมดีก็มี สุคติภูมิ เป็นที่ไป..

ส่วนพวกที่หลงผิดก่อกรรมทำร้ายตนเองและผู้อื่นเป็นเนืองนิจก็มี ทุคติภูมิ เป็นที่หมาย..

แต่สุดท้ายทั้งคนดีและคนชั่ว ก็ต้องหลงวนเวียนอยู่ใน ทะเลทุกข์ เหมือนๆกัน

พลัดกันขึันพลัดกันลง อยู่อย่างนั้น ก็ยังหาทางออกไม่เจออยู่ดี..

 

หากวันนี้มีคนมาถามเราว่า หากต้องตายต้องจบชีวิตลงในวันนี้

อยากจะไป สวรรค์ หรือ นรก

แน่นอน ร้อยทั้งร้อยก็ขอไปทางสวรรค์ ไม่มีใครอยากจะตกนรกหมกไหม้..

แต่ถ้าเอา คำถามเดียวกันไปถาม ผู้รู้ธรรม แล้วละก็..

ท่านคงไม่ตอบคำถามนี้แก่ผู้ สงสัยอยากรู้..

เพราะเป็นคำถามที่ไม่อยากจะตอบ..

 

ทั้งสวรรค์หรือนรก ฉันก็ไม่เอาทั้งนั้น..

หากมีสิทธิ์เลือกได้จริงๆดังที่ว่า..

ฉันไม่ขอกลับมาเกิดอีกจะดีกว่า

ต่อให้กลับมา รูปสวย รวย หล่อ ฉลาดปราดเปรื่องแค่ไหน ก็ไม่สน...

ขอยอมเป็นแค่ กลุ่มควัน จากเทียนแท่งเล็กๆ..

ที่จางหายไปแบบไร้ร่องรอย พร้อมกับการดับของแสงเทียนจะดีกว่าเป็นไหนๆ..

 

 

ขอขอบคุณเจ้าของภาพสวยๆทุกภาพครับ




Create Date : 02 กันยายน 2558
Last Update : 2 กันยายน 2558 2:58:51 น.
Counter : 601 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]