กันยายน 2557

 
1
3
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
17
19
21
22
23
24
25
27
29
30
 
 
All Blog
ข่าวร้ายที่รอคอย ตอน สอบตกวิชาชีวิต 2

  " หมออยากให้ญาติ ให้กำลังใจผู้ป่วยให้มากๆ โดยเฉพาะในช่วงแรกๆที่ผู้ป่วยกำลังปรับตัว.. เพราะส่วนมากคนป่วยจะสับสน คิดมาก และยังไม่สามารถรับสภาพการเป็นโรคได้ " คุณหมอวิชัย เจ้าของไข้ของ วรพงษ์ กล่าวกับ แพรพรรณ เธอถอนหายใจด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง แววตาแสดงถึงความกังวลใจ แล้วเอ่ยถามคุณหมอว่า " สามีดิฉันเขาเป็นคนที่มั่นใจในตนเองสูง พอเขามาเป็นอย่างนี้ ดิฉันเกรงว่าเขาจะรับสภาพตัวเองไม่ได้ และ.." "เป็นเรื่องปรกติครับ อันนี้ หมอแนะนำว่าให้พยายามใช้ความอดทนอดกลั้น ให้มากที่สุด พยายามเข้าใจเขาให้มากๆ สภาพจิตใจของคนไข้จะย่ำแย่มากๆในช่วงนี้แหละครับ.." หมอวิชัยพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ แพรพรรณ จะพูดจบ " ถ้าสามารถปฏิบัติตามแผนการรักษาที่หมอให้กับญาติไว้ หมอคิดว่าเราก็มีความหวังอยู่มากครับ แต่ถ้าใจไม่สู้เราก็คงทำได้แค่เพียง ประคองอาการของโรค ไม่ให้ทรุดหนักเร็วเกินไป..แบบรักษาตามอาการครับ.." แพรพรรณ พยักหน้ารับรู้ช้าๆก่อนที่จะออกจากห้องของคุณหมอไป..

แพรพรรณ แอบมอง วรพงษ์ ผ่านช่องกระจกใสหน้าห้องพักฟื้น เธอเห็นสามีของเธอนอนเหม่อมองเพดานห้องอย่างไร้จุดหมาย ความสงสารสามีมันมาจุกตรงหัวใจเธออย่างไม่ได้เชื้อเชิญ จนแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ พอมีสติเธอรีบเอามือทั้งสองข้างลูบหน้าตัวเองเบาๆแล้วสูดลมหายใจเข้าไปในปอดลึกๆ พยายามทำสีหน้าให้เป็นปรกติก่อนเคาะประตูห้อง..

 " หมอว่าอย่างไรบ้าง แพร.." วรพงษ์ยิงคำถามใส่ แพรพรรณ ทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา  แพรพรรณยิ้มตอบสามี ส่งสายตาผ่อนคลายแล้วพูดว่า " คุณหมอ แนะนำดีมากค่ะ หมอบอกว่าคนที่เป็นโรคนี้หายขาดมามากแล้วเยอะแยะ หากคนป่วยไม่ดื้อ เชื่อฟังหมอ ทำตามคำแนะนำของหมอไม่นานก้น่าจะดีขึ้น พี่พงษ์ต้องเชื่อว่าพี่จะต้องหายนะคะ เพราะหมอที่นี่ก็เก่งทุกคน.." วรพงษ์ ยิ้มน้อยๆให้ภรรยา แล้วพูดว่า " พี่เบื่อที่นี่ พี่อยากกลับบ้าน พี่อยากกลับไปสอนหนังสือ พี่คิดถึงลูก.." วรพงษ์ พูดเบาๆ " คุณหมอบอกว่า อีกสักสองสามวันหากไม่มีอะไรรุนแรง เราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน " แพรพรรณ ตอบสามีแบบใจเย็น แล้วหันไปมองอาหารที่ทางโรงพยาบาลจัดมาให้ " พี่พงษ์ยังไม่ทานข้าวเลยหรือ เดี๋ยวแพรป้อนให้เองนะ.." " ไม่ต้องหรอกแพร พี่อิ่มแล้ว.." วรพงษ์ ปฏิเสธพร้อมโบกมือเบาๆ

" หมอขอนัดตรวจดูอาการอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านะครับ หากมีอะไรฉุกเฉินสามารถโทรติดต่อหมอได้ตลอดเวลานะครับ..เอ่อแล้วยาที่ให้ไปทานก็พยายามกินให้ครบตามที่เขียนไว้นะครับ " หมอวิชัยกล่าวกับ แพรพรรณ และ วรพงษ์ ก่อนให้เดินทางกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน แพรพรรณ ประคอง วรพงษ์ เดินอย่างช้าๆเพื่อมาขึ้นรถแท็กซี่ที่หน้าโรงพยาบาล ระหว่างทางเขาเห็นคนเจ็บป่วยที่นั่งรอรับการรักษามากมาย ทั้งผู้ชายผู้หญิง คนแก่ เด็กน้อย บางคนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน บางคนต้องนอนแผ่อยู่บนเตียงเข็นสภาพน่าเวทนานัก ภาพเหล่านี้ฝังอยู่ในใจของ วรพงษ์ จนกระทั่งถึงหน้าโรงพยาบาลเลยที่เดียว..

" เย้..พ่อมาแล้ว เร็วเข้า พลอย ไปหาพ่อกัน.." น้องพี หนุ่มน้อยวัยหกขอบร้องบอกน้องสาวอย่างตื่นเต้น ทันที่ที่ วรพงษ์ และ แพรพรรณ เดินมาถึงประตูหน้าบ้านเด็กทั้งสอง โผเข้าสวมกอดผู้เป็นพ่อ อย่างสุดแรงจน วรพงษ์ ถึงกับตัวเอียงไปตามแรงถาโถมของสองพี่น้อง " ทำไมพ่อไม่กลับบ้านตั้งหลายวันครับ ผมคิดถึงพ่อจังครับ " " หนูก็คิดถึงพ่อค่ะ ทำไมพ่อไปทำงานนานจังเลยคะ..? " ลูกน้อยทั้งสองออดอ้อนผู้เป็นพ่อตามประสาเด็ก แพรพรรณ ถึงกับน้ำตาซึมเมื่อเห็นภาพนี้เข้า ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เคยเห็นสามคนพ่อลูกโอบกอดกัน แต่ครั้งนี้ทำไมมันถึงกัดกินหัวใจของเธออย่างบอกไม่ถูก อะไรที่ทำให้เธออยากจะร้องไห้ที่เห็นลูกทั้งสองกอดรัดผู้เป็นพ่ออย่างกับไม่ได้เจอหน้ากันเป็นแรมปี นั่นสินะ มันคงเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่เหมือนเวลาเห็นข่าวคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุร้ายๆ แล้วญาติพี่น้องดีอกดีใจกันนักหนาที่คนที่รักของพวกเขายังมีชีวิตอยู่..

" ผมอนุญาตให้อาจารย์ลาพักผ่อนอีกสองอาทิตย์แล้วค่อยมาทำงานก็ได้ครับ ไม่ต้องรีบร้อน แต่ถ้าอาจารย์คิดว่า มาทำงานไหวก็มาทำงานได้เลยครับ.." เสียงจากปลายสายพูดตอบ วรพงษ์ " ผมทำได้ครับท่านรอง เดี๋ยวผมจะกลับไปทำงานพรุ่งนี้เลยครับ.." " ก็แล้วแต่อาจารย์นะครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะไปแจ้งทาง อาจารย์มาโนช ว่าคุณจะกลับมาทำงานเหมือนเดิม.." " ขอบพระคุณมากครับ..สวัสดีครับ.. " วรพงษ์ แจ้งบอกปลายสาย

" แพร พรุ่งนี้พี่จะกลับไปทำงานที่มหาลัย ทางท่านรองท่านจะให้พี่ลาพักผ่อนอีกสองอาทิตย์แต่พี่ไม่เอา พี่ขอท่านไปทำงานพรุ่งนี้เลย.." แพรพรรณ เงยหน้ามองสามีแล้วพูดว่า " พี่พงษ์ไหวแน่เหรอคะ ไม่รออีกสักสองสามวันแล้วค่อยไปก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลยนี่คะ " วรพงษ์ จับมือภรรยาเบาๆแล้วพูดว่า " ไหวสิ แพร ถึงพี่จะป่วยแต่พี่ก็ทำงานได้นะ แล้วอีกอย่าง พี่อยากไปทำงานที่ค้างไว้ให้เสร็จ เพราะทิ้งไว้ตั้งครึ่งเดือนแล้ว " แพรพรรณ รู้นิสัยสามีของเธอดี ถึงจะห้ามอย่างไรก็คงไม่ฟังเธอแน่ ความจริงจังกับงานสามีเธอไม่เป็นรองใครๆ คงต้องปล่อยให้เขาได้ไปทำสิ่งที่เขารักน่าจะดีกว่าฉุดรั้งเอาไว้แน่ " ก็ได้ค่ะ แต่พี่พงษ์ต้องทานยาให้ตรงเวลา และอย่าทำงานหนักเกินไปนะคะ " " จ๊ะแพร พี่ดูแลตัวเองได้ แพรไม่ต้องห่วงนะ.." ในใจของ วรพงษ์ สุดลิงโลดที่จะได้กลับไปทำงานอีกครั้ง..

ร่างกายทรยศ

ในช่วงบ่ายหลังจากเริ่มสอนหนังสือได้ไม่นาน วรพงษ์ มีอาการหนาวสั่นเหมือนคนจับไข้ เขาฝืนใจทำการสอนนักศึกษาจนจบคาบวิชา แล้วปลีกตัวออกมานั่งพักอยู่เพียงลำพัง " เราเป็นไข้หรือเปล่าเนี่ย เมื่อเช้าก็ยังดีๆอยู่นี่นา  ยาก็กินตามที่หมอสั่งแล้ว ทำไมร่างกายเรามันเหมือนไม่ไช่ตัวเองนะ " เขาคิดอยู่ในใจ " เป็นไงเป็นกัน ดูสิว่าเรากับโรค ใครจะแน่กว่ากัน " วรพงษ์ ตัดสินใจฝืนร่างกายเข้าไปสอนหนังสือต่อโดยที่เขาไม่ได้บอกใครให้ทราบ

" อาจารย์คะ ทำไมอาจารย์หน้าซีดจังคะ ไม่สบายหรือเปล่าคะ " เสียงนักศึกษาที่นั่งแถวหน้าพูดทัก วรพงษ์ " ไม่เป็นไรๆ ครูรู้สึกปวดหัวนิดหน่อยหน่ะ กินยาแล้วเดี๋ยวก็คงดีขึ้นเอง.." วรพงษ์ พูดตอบ แต่ในใจกลับคิดว่า " บ้าเอ้ย..ทนอีกนิดหนึ่งน่า ใกล้จะได้กลับบ้านอยู่แล้วอย่าทำให้เสียงานเสียการสิว่ะ.." เขาเริ่มโมโหตัวเอง ที่ไม่เป็นอย่างใจต้องการ..

คืนนั้น วรพงษ์ นอนจับไข้ทั้งคืน ร่างกายรู้สึกปวดร้าวไปหมด เหมือนกับคนที่ทำงานยกของหนักๆมาทั้งวัน ความคิดวิ่งวกวนไปมา ทั้งเรื่องที่ตนเองป่วย เรื่องงาน เรื่องลูกๆ เขาอยากหยุดคิด แต่ทำไมมันหยุดไม่ได้ เขาบังคับความคิดตัวเองไม่ได้เลย พาลคิดถึงภาพคนป่วยที่โรงพยาบาล คนที่นอนอยู่บนเตียงเข็นที่แทบไร้ลมหายใจ แววตาที่บ่งบอกความหมดหวังในชีวิต นี่เรากำลังจะเป็นเหมือนคนๆนั้นหรือเนี่ย ไม่นะเราอายุยังน้อย ยังแข็งแรง ยังต้องมีเรื่องให้เราทำอีกตั้งมากมาย เราจะต้องมาตายในสภาพแบบนี้หรือเนี่ย..?

 

 




Create Date : 18 กันยายน 2557
Last Update : 18 กันยายน 2557 13:39:52 น.
Counter : 566 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]