เมษายน 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
15
16
17
19
21
22
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog
เจอกัน..ในอนาคตกาล..

  หากจุดมุ่งหมายในโลกของ วิทยาศาสตร์ คือการหาคำอธิบาย ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

ที่อยู่นอกตัวตนของเราไปจนถึงสุดขอบจักรวาล แล้วละก็..

จุดมุ่งหมายในโลกของ พระพุทธศาสนา ก็คงเป็นการค้นหาคำอธิบาย ปรากฏการณ์ทางใจ

ที่ปรากฏให้เห็นซ้ำซาก อยู่ในทุกลมหายใจเข้าออกนี้เป็นแน่แท้..

 

แต่แตกต่างกันตรงที่ฝ่ายแรกค้นหาความจริงในเชิง รูปธรรม ที่วัดค่าและพิสูจน์จับต้องได้ด้วย

อายตนะทั้งห้า เป็นสำคัญ..

ส่วนฝ่ายหลังกลับค้นหาความจริงในเชิง นามธรรม อันไม่สามารถจับต้องได้ด้วย สัมผัสทั้งห้า

เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ อายตนะที่หก เป็นตัวจับต้องและรับรู้ความมีความเป็นของมัน

 

รูปต้องใช้รูปเป็นตัวจับต้องฉันใด  นามก็ต้องใช้นามเป็นเครื่องมือวัดจับต้องฉันนั้น..

หากสิ่งใดที่ไม่สามารถ จับต้องตรวจวัดได้ด้วยสัมผัสทั้งห้า หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์

ผู้ค้นหาทางฝ่ายรูป ก็จะปฏิเสธความมีความเป็นของมันทันที ไม่ยอมรับว่ามันมีอยู่จริง..

แต่ฝ่าย นาม ไม่ปฏิเสธเสียที่เดียว กลับให้ใช้ วิธีพิสูจน์ทราบ ตามแนวทางที่ พระศาสดา

ทรงให้ไว้ เมื่อพิสูจน์ความจริงได้แล้วก็ค่อยปักใจยอมรับหรือปฏิเสธว่า มีจริงหรือไม่จริง..

 

โลกของรูปธรรมย่อมเรียนรู้กันไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีจุดจบ ยิ่งเรียนก็ยิ่งเหมือนว่าตนรู้น้อยลง..

แต่ในโลกของ นามธรรม นั้นมีจุดจบ มีที่สิ้นสุด " รู้เท่าที่ต้องรู้ "

เปรียบเสมือนใบไม้ในกำมือ หาใช่ ใบไม้ทั้งป่าไม่..

 

แต่ในเมื่อโลกแห่งการค้นหาทางรูปนั้น ยังน่าตื่นเต้น ยังน่าสนุก ยังมีอะไรๆให้ค้นหาอีกมากมาย

ผู้ที่แสวงหา สัจธรรม ความจริงในโลกแห่งความปรุงแต่ง ก็ยังต้อง เดินทางไกล อีกนานแสนนาน

เพราะความจริงในวันนี้ อาจจะไม่ใช่ความจริงของวันพรุ่งนี้ก็ได้ ..

แต่ในโลก พระสัทธรรม ความจริงในโลกแห่งนามธรรม นั้นมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

ไม่มีทางแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น อยู่เหนืออำนาจของกาลเวลา ไม่เปลี่ยนไปเพราะอำนาจใดๆ

รู้แล้วรู้เลยไม่กลับไปโง่อีก..!!

จะพิสูจน์ในวันนี้หรือในอีกร้อยปีข้างหน้า ก็ย่อมได้ คำตอบ ที่เหมือนกัน.. อกาลิโก

สงครามภายนอกยังวุ่นวายแค่ไหน  แต่สงครามภายในยิ่งใหญ่กว่า

ที่มนุษย์เราเข่นฆ่าเบียดเบียนกันไม่จบสิ้น ก็เพราะ สงครามภายใน ของคนทั้งหลายนี่แหละ

แม้ว่าเราจะพัฒนาวัตถุจนเจริญก้าวหน้า จนสามารถไปสัมผัสพื้นที่ดวงดาวนอกโลกได้แล้ว..

แต่น่าขำ  ขำที่เรายังไม่สามารถ เข้าไปสัมผัส พื้นที่หัวใจ ของตนเองได้ทั่วถึงเลย

ยังสำรวจไม่ครบ ยังไม่รู้จักตัวตนของตนเองแม้แต่น้อย หรือไม่ก็รู้จักตนเองน้อยมาก..

ก็หวังแต่เพียงว่าหากเราได้มีโอกาส พบกันอีกครั้งในอนาคตกาล

วันนั้นก็หวังว่า โลกภายในหัวใจของเรา คงได้ถูกสำรวจตรวจตรากันอย่างดีพร้อมแล้ว..

ใจที่พัฒนาจนเจริญก้าวหน้าไม่แพ้โลกวิทยาศาสตร์ ล้ำสมัย แต่จะมีวันนั้นจริงหรือไม่

คงบอกไม่ได้..   เพราะสำหรับผู้แสวงหาความจริงในโลกของนามธรรม..

ย่อมรู้ดีว่าความจริงมีแต่ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ เท่านั้น  เรื่องในอนาคตล้วนเป็นเรื่อง สมมุติ ที่ไม่เคยมีจริง..

 

ขอขอบคุณเจ้าของภาพสวยๆทุกภาพครับ




Create Date : 27 เมษายน 2558
Last Update : 27 เมษายน 2558 18:33:03 น.
Counter : 608 Pageviews.

1 comments
  
อันที่จริงแล้ว วิทยาศาสตร์ ยังตามพุทธศาสตร์ไม่ทันเลยขอรับ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่ายังมีมนุษย์อยู่ที่จักรวาลอื่น
และมีคำว่า อนันตจักรวาล ... นักวิทยาฯน่าจะหันกลับมานั่งสมาธิ
ดูบ้าง ก็คงจะดีไม่น้อยนะขอรับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 3 พฤษภาคม 2558 เวลา:13:42:24 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]