มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
25 มีนาคม 2560
All Blog
กระซิบดิน..







ชีวิตคนเราเมื่อมีพบก็ย่อมมีการพลัดพรากจากกันเป็น ธรรมดา

สายน้ำใหญ่น้อยย่อมไหลเรื่อยลงสู่ที่ต่ำ ก็เป็นธรรมดา



ความเป็นปรกติ  ความเป็นธรรมดา ก็คือ ความเป็นเช่นนั้นเอง

เป็นอยู่อย่างไรก็คงเป็นอยู่อย่างนั้น ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ธรรมชาติของสิ่งต่างๆ  ก็คือความเป็นเช่นนั้น ดำรงอยู่อย่างนั้น



นับตั้งแต่มีสิ่งมีชีวิตถือกำเนิดเกิดขึ้นมา บนโลกใบนี้

โลกของเรา ก็ได้เปลี่ยน ผู้ครอบครอง มาหลายครั้ง นับไม่ถ้วน

เหล่าสัตว์ต่างๆพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นใหญ่ในโลกใบนี้

จนมาถึงมือของ  คนหรือมนุษย์ ในปัจจุบัน



เราได้สรรสร้างอารยธรรมน้อยใหญ่ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานแสนนาน

จนบางสิ่งก็ได้หายสาบสูญไปตามกาลเวลา ล้มหายตายจากกันไป

ตามธรรมชาติของ การเปลี่ยนแปลง


คนที่ฉลาดที่สุดในแต่ละยุค แต่ละสมัย

ต่างก็ได้เรียนรู้ บทเรียนจากธรรมชาติ จนเข้าถึง สัจธรรมของชีวิต 

ได้ลึกซึ้ง ตื้นลึก หนาบาง ไม่เท่าเทียมกัน 

ต่างก็ได้ถ่ายทอด ประสบการณ์ ที่อาจจะต้องเขียนด้วยเลือดและน้ำตา ของเหล่าบรรพชน

มาบอกเล่าคนรุ่นหลังให้เรียนรู้และจดจำ จากรุ่นสู่รุ่น ตกทอดกันมาไม่ขาดสาย



แต่ก็น่าแปลกที่คนเรามักจะต้องกลับมาเรียนรู้อะไรซ้ำๆเดิมๆ 

จากสิ่งที่คนรุ่นก่อนได้เรียนรู้ไปแล้ว 

ซึ่งกว่าที่ความรู้นั้นจะ ตกผลึก กลายเป็น อัญมณีอันล้ำค่า ก็อาจจะต้องใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิต

สุดท้าย ก็ทำได้แค่บอกเล่าฝากต่อๆกันไปอีกเช่นเคย



เพราะในชีวิตจริง ไม่เคยมีใคนมาบอกเราว่าสิ่งนั้นถูก สิ่งนี้ผิดได้ตลอดเวลา

เราจึงต้องยอม ลงทุน ทดลองพิสูจน์ด้วยตัวของเราเอง จนสามารถสรุปใจความสำคัญออกมาได้


เช่นเดียวกับ เรื่องของความจริงของชีวิต ในทางพระพุทธศาสนา

ที่เราต่างสงสัยกันว่า ที่สุดแล้วชีวิตของเราต้องการอะไรกันแน่..?



หยาบๆก็ ความพอกพูนของทรัพย์สินเงินทอง ที่ตายก็ใช้ไม่หมด

บ้างก็ว่า คนเราต้องการความสุขสงบของจิตใจ คือคำตองสุดท้าย

บ้างก็ว่า ความปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ นั้นสิของจริง

หรือ ความพอเพียงพอใจ ความมีวิถีสมถะ บ้าง

หรือบอกว่า บุญ เท่านั้น คือสิ่งที่ต้องตักตวงกอบโกย 

เพื่อการมีชีวิตที่ประเสริฐกว่าเดิมในภพชาติถัดไป.. 

ก็ว่ากันไป.. เอาที่สบายใจ



ในทัศนะของผู้เขียน 

พระพุทธศาสนา คือ เป็นระเบียบและวิธีปฏิบัติเพื่อความสุขสงบ ตั้งมั่นและฉลาดในการใช้ชีวิต



จะพูดง่ายๆก็คือ พระพุทธศาสนา คือ ศิลปะของการดำเนินชีวิต



และคนที่จะได้ประโยชน์จาก พระพุทธศาสนา ก็คือ คนที่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับธรรมะ หรือธรรมชาติ

ก็ในเมื่อ ธรรมชาติ คือ สิ่งที่มีอยู่แล้ว ดำรงอยู่แล้ว

คือการปรับตัวให้มีความ สงบ ตั้งมั่นและฉลาด กับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต คือ สิ่งที่มีอยู่แล้วในชีวิตเรา คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

แล้วอยู่กับมันอย่าง  เคารพและยอมรับอย่างมีทุกข์ทางใจให้น้อยที่สุดไปจนวันตาย..



อยู่กับ ดิน ก็ต้องเคารพและยอมรับ ในความเป็น ดิน 

อยู่กับ น้ำ ก็ต้องเคารพและยอมรับ ในความเป็น น้ำ ของเขา

อยู่กับอะไรก็มีความเคารพและยอมรับในสิ่งนั้น โดยไม่ฝืดฝืน มีความดิ้นรนน้อย

ไม่คิดที่จะไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขามี สิ่งที่เขาเป็นอยู่แล้ว 

เพราะ มันเป็นความธรรมดาเป็นธรรมชาติของเขา..


แม้ คำตอบสุดท้ายของพระพุทธศาสนา จะมีหลากหลายให้เราค้นหา

ตามกำลัง ศรัทธา และ สติปัญญา ของเรา

แต่จุดมุ่งหมายสูงสุดที่ พระศาสดา ได้เชิญชวนให้ผู้ที่มีสิทธิ์เรียกตัวเองว่า มนุษย์

ควรไปให้ถึงให้ได้ภายในชีวิตนี้ก็คือ พระนิพพาน


อย่ามาถามว่า พระนิพพาน อยู่ที่ไหน หน้าตาเป็นอย่างไร..?

ขอให้รู้แค่เพียงว่า พระนิพพาน ก็คือ สภาวะที่เป็นธรรมชาติหนึ่ง ที่มีอยู่แล้ว

ดำรงอยู่แล้ว หาใช่เป็นสิ่งที่พระศาสดา สร้างขึ้นมาเอง



โดยผู้ที่มีสิทธิ์ที่จะได้ไปสัมผัสกระแสของพระนิพพาน ก็ต้อง ลงทุนพิสูจน์

ตามแนวทางที่พระศาสดา ได้ชี้เอาไว้ เป็นระดับเป็นขั้นตอน

เหมือนเรารู้ว่า แดดนั้นมันร้อน แต่เราไม่เคยออกไปสัมผัสไอแดดเลย 

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า แดดมันร้อนอย่างนี้ ทำให้ผิวหนังมีความรู้สึกอย่างนี้

หากเรามีความเพียรไม่ลดละ สักวันเราก็ต้องได้เข้าไปสัมผัสความชุ่มเย็นของ พระนิพพาน แน่



แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ ในวันนี้ เวลานี้ เราได้ปรับเนื้อปรับตัว 

ปรับความคิดจิตใจให้เข้าถึงความเป็นธรรมดาของชีวิตแล้วหรือยัง

เราได้เอา พระพุทธศาสนามาเป็น ศิลปะของชีวิต แล้วหรือยัง

เราได้ ลดทิฏฐิ ลดอคติ ลดความเป็น ตัวกูของกู ของเราลงบ้างแล้วหรือยัง


หากจะอยู่กับธรรมชาติ อย่างยอมรับและเข้าใจ

ก็ต้องปรับตัวให้กลมกลืนไม่ฝืนใจ แสแสร้งแกล้งทำ

ก้มลงจูบพื้นดินใบหญ้าได้ อย่างจริงใจ 

ทำตัวให้เป็นเสมือนเป็นแค่หน่วยชีวิตเล็กๆสิ่งหนึ่งที่ไร้ความสำคัญ ในธรรมชาติที่แสนยิ่งใหญ่

น้อมกายลงนอนแนบกับพื้นอิงไออุ่นของดิน พลางกระซิบเบาๆว่า..

" ฉันเข้าใจแล้วนะว่า เธอกับฉัน แท้ที่จริงเราก็คือสิ่งเดียวกัน.."




ขอขอบคุณเจ้าของภาพสวยๆทุกภาพครับ





Create Date : 25 มีนาคม 2560
Last Update : 26 มีนาคม 2560 0:52:02 น.
Counter : 320 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]