มีนาคม 2558

1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
29
31
 
 
All Blog
พรวิเศษ..ที่ไร้ค่า..

  มีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่า..

มีชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายนักบวช เที่ยวเดินบอกใครต่อใครว่า..

เขาเป็นผู้วิเศษ สามารถบันดาลพรอันศักดิ์สิทธิ์ กับใครก็ได้.. ที่จะขอพรนั้น..

โดยมีข้อแม้เพียงสองข้อ คือหนึ่ง พรนั้นจะต้องไม่ขอให้ตนเอง..

และสอง พรนั้นจะต้องขอให้กับคนที่คนขอไม่เคยรู้จักมาก่อน..

 

เดิมชาวบ้านที่เดินอยู่แถวนั้น เมื่อได้ยินในเบื้องแรกว่า มีผู้วิเศษ มีอิทธิฤทธิ์

จะมาให้พรที่แสนมหัศจรรย์ ก็มารายล้อมชายผู้นั้นกันเนืองแน่น..

หวังจะได้รับพรอันวิเศษก่อนใครๆ.. ส่วนคนที่มาทีหลังก็ชะเง้อชะแง้ เบียดเสียดหาที่ว่าง

ให้ตนมีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แม้ได้ยินแค่เสียงของชายแปลกหน้าก็ยังดี..

 

แต่เมื่อฝูงชนผู้กระหายหิวในพรศักดิ์สิทธิ์ ได้ยินข้อแม้ ที่ชายผู้นั้นกล่าว

ก็แทบจะเดินหันหลังกลับไปในทันที.. บ้างก็ตะโกนต่อว่าชายแปลกหน้าอย่างไม่เกรงใจ..

" คนลวงโลก " " พวกสิบแปดมงกุฎ " หรือไม่ก็ " ไอ้หมอนี่มันบ้าแน่ๆ " " เสียเวลาแท้ๆ "

หลายคนแสดงอาการหยาบคาย ถุยน้ำลายลงพื้นดินเป็นการเหยียดหยามคนแปลกหน้า..

 

แต่ชายที่แต่งกายคล้ายนักบวช แม้จะได้รับคำสบถด่าทอ

แต่ก็ไม่ได้เสียอาการสำรวมแต่อย่างได..

กลับยิ้มน้อยๆที่มุมปาก ก่อนเอ่ยวาจาว่า " หยุดก่อนเถิดท่านผู้เจริญทั้งหลาย.. "

" หากข้าพเจ้ารับรองแข็งขันว่า คำกล่าวของข้าพเจ้า มีผลจริง เป็นไปได้จริง หาใช่เรื่องมุสาไม่ "

" จะยังมีใครอยากจะรับพรอันวิเศษของข้าพเจ้าอีกหรือไม่ ? "

 

" จะมีประโยขน์อันใดเล่า หากพรอันเลิศของท่านหาได้ยังประโยขน์แก่ตัวพวกข้าพเจ้าไม่.."

หนึ่งในประชาชนที่มามุงดู ตะโกนตอบกลับ..

" หากผลแห่งพรของข้าพเจ้า บังเกิดผลแก่ท่านทั้งหลาย ท่านก็คงจะเต็มใจ ที่จะยืนมุง

เฝ้ารอท่ามกลางแดดอันเร่าร้อน แม้จะทนหิวกระหายน้ำดื่มจนคอเหือดแห้ง แม้จะต้องทนลำบาก

จนเกิดทุกขเวทนาแก่ร่างกาย เหลือบไรริ้นขบกัด ก็จักต้องทนเพื่อผลแห่งพรอันหอมหวาน

จงจักปรากฏแก่ตนเป็นแน่แท้.."

 

ชายแปลกหน้ากล่าวต่อ  " ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ผลประโยชน์อันใด เลิศแค่ไหน รสเยี่ยมเพียงใด

ประเสริฐเพียงใด หากแม้นมันเป็นของผู้อื่นแล้ว ไม่ใช่ของตนแล้ว ไม่ยังประโยชน์แก่ตนแล้ว

สิ่งนั้นย่อมไร้ค่าไร้ความหมายกับตน.. " 

" ดุจโคผู้ขยัน ทำงานเก่งมีพละกำลังมหาศาล ทำงานให้แก่ผู้เป็นเจ้าของอย่างทะมัดทะแมง

เลี้ยงง่าย เชื่องประดุจลูกในใส้ ทวีความมั่งคั่งร่ำรวย ให้แก่ผู้เป็นเจ้าของเพียงไหน..

หากไม่ใช่ของเรา เป็นของเรา ก็หาได้มีความยินดีในสิ่งเหล่านั้นไม่.."

 

" นั่นเป็นเพราะมันก็เป็นแค่ของผู้อื่น สมบัติผู้อื่น ไม่ยินดีในความเจริญของผู้อื่น มีใจฝักใฝ่

แต่ในเรื่องของตน ลาภพรของตนเท่านั้น หากเป็นของคนอื่น หากไม่รู้จักกันด้วยแล้ว

ก็กลายเป็นเรื่องไม่พึงแสวงหา ไม่แจกจ่าย แม้ของเหล่านั้นจะได้มาโดยง่าย

ไม่ต้องเพียรพยายามแค่แบมือร้องขอ ก็ได้มาสมใจ..

แต่หากจะไปเรียกร้องเพื่อผู้อื่นให้ได้ดีกว่าตนนั้น กลับทำไม่เป็น

หาใช่ธุระของตนไม่.. "

 

" พรอันประเสริฐของข้าพเจ้า คงต้องเก็บเอาไว้อีกนาน เพราะเป็นพรที่ไม่มีใครเต็มใจจะขอ..

จนกว่าจะมีผู้ที่มีใจเสียสละ

ไม่เห็นแก่ตน ไม่เพ่งมองเพียงประโยชน์ของตน มีใจแจกจ่าย ยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี

แม้เขาจะเป็นคนที่เราไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้จักโคตรสกุล

ยินดีปล่อยของที่มีค่าที่ตนไม่มีสิทธิ์ใช้ ไปให้แก่ผู้ที่อาจยังประโยชน์แก่ตนเองได้

เพื่อความสุขความเจริญของเขาทั้งหลาย แม้เราไม่ได้ลิ้มรสอันหอมหวานของพรนั้น

แต่ผู้ที่คิดเช่นนี้ ย่อมได้รับความหอมหวานแก่ใจตน ได้ชิมรสแห่ง มุทิตาธรรม อันเป็นรสอันเยี่ยม

ผ่องถ่ายความเห็นแก่ตัวเหนี่ยวแน่น กลายเป็นู้รับรสธรรมอันประเสิรฐ ยิ่งกว่าพรวิเศษใดๆ.."

 

กล่าวเสร็จแล้วชายแปลกหน้าผู้นั้นก็เดินแหวกฝูงชนจากไปโดยอาการสงบ..

 

 

 

 

 

 

 

 

 




Create Date : 28 มีนาคม 2558
Last Update : 28 มีนาคม 2558 10:26:52 น.
Counter : 471 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]