มกราคม 2560

1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ต่างกันเพียงเอื้อมมือ..






ช่วงต้นสัปดาห์ ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปทำธุระที่จังหวัดเชียงราย

ก็เลยถือโอกาสได้ไปเที่ยวพักผ่อนช่วงปีใหม่เสียเลย หลังจากไม่ได้ไปเที่ยวเหนือเกือบสิบปี

ถนนหนทางต้องถือว่าสะดวกสบายขึ้นมากทีเดียว จากครั้งหลังสุดที่เจอว่าทางสายหลักกำลังก่อสร้าง

เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์ที่นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆทุกปี


ขาขึ้นแม้ว่าจะมีฝนตกตลอดทาง ตั้งแต่ช่วงจังหวัดอุตรดิตถ์ ยาวจนถึงจังหวัดเชียงราย

แต่ก็ไม่ได้ทำให้การเดินทางน่าเบื่อแต่อย่างใด เมื่อได้มาชมงานจัดแสดงดอกไม้นานาชาติ

ที่บริเวณศูนย์ราชการของจังหวัด ก็นับว่าสวยสมใจของคนชอบไม้ดอก 

ไม้เมืองหนาวนานาชาติ หลากหลายสายพันธุ์ ต่างชูช่ออวดสีสันดอกใบของตนอย่างเต็มที่

เหมือนเหล่าสาวงามที่พร้อมใจกันยืนโพสท่าให้ชาวโลกได้ถ่ายรูปกันอย่างน่าตื่นตา


ทำเอาหายเหนื่อยกันไปเลย..




ในระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับความงามของมวลหมู่ดอกไม้อยู่นั้น

พลันก็เห็นหนุ่มน้อยคนหนึ่งกำลังยืนดูดอกไม้อยู่ใกล้ๆกันอย่างสนอกสนใจ

พลางจะเอื้อมมือไปจับดอกไม้ชนิดหนึ่ง แต่โดนคุณแม่ของเขาร้องห้ามเอาไว้

ได้ยินเสียงเล็กๆของหนุ่มน้อยถามคุณแม่ว่า " ทำไม ถึงจับไม่ได้ "

คุณแม่ตอบว่า " เขาจัดเอาไว้ให้คนดูเฉยๆ ห้ามจับ เพราะดอกไม้จะช้ำ และเหี่ยวเร็ว 

คนอื่นจะไม่ได้ดูนะลูก "  หนุ่มน้อยนิ่งไปสักครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า

" น่าสงสารดอกไม้ ดอกไม้มันจะตายเหรอครับ "  หนุ่มน้อยถามต่อ

ถึงตอนนี้ผู้เขียนพยายามตั้งใจฟังว่า คุณแม่ของเขาจะตอบว่าอย่างไร.. แต่ได้ยินไม่ถนัดนัก

แต่พอจับใจความได้คร่าวๆประมาณว่า


" ดอกไม้สวยๆพวกนี้ มันจะอยู่ให้เราดูได้ไม่นานหรอก เราโชคดีนะที่มาทันเห็นมันสวยอยู่ "

"...ดอกไม้ถึงจะสวยมากแค่ไหน หากมันอยู่ในที่ไม่มีคนเห็น ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันสวยหรอก "

" ถึงมันก็จะเหี่ยวเฉาตายไป  หากไม่มีใครเห็น ก็ไม่มีใครเสียดายสงสาร "

" และที่สำคัญ เราไม่ควรไปจับต้องมัน แค่เก็บความสวยของมันเอาไว้ในใจก็พอ "



ไม่รู้ว่าหนุ่มน้อยคนนั้นจะเข้าใจที่คุณแม่ของเขาพูดหรือเปล่า..?

แต่สำหรับผู้เขียนได้ฟังแล้ว มันแฝงสัจจะธรรมความจริงบางอย่างเอาไว้ด้วย



ของบางอย่างมันจะมีค่าต่อเมื่อมันยัง สด ใหม่ ยังหอม ยังเต่งตึง ยังสวยงาม

ต่อเมื่อมันแปรสภาพไปจากเดิม ไม่สด ไม่หอม ไม่เปล่งปลั่งแล้ว ก็หมดความหมาย..



หากจะเปรียบกับคนเราก็เช่นกัน  ที่โลกยังวุ่นวายเพราะเป็น โรคติดสุขเวทนา ทั้งนั้น

ที่จะต้องสรรหาอะไรต่อมิอะไรมาบำรุงบำเรอ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่หยุดหย่อน..

จะต้องเพิ่มขนาดความเข้มข้นรุนแรงไปเรื่อยๆ จนแทบจะหาคำว่า พอดี ไม่เจอ..



ดอกไม้สวยๆ ความจริงก็เป็นแค่ วัตถุธรรม อย่างหนึ่ง

ที่จะต้องมีสภาพที่แปรปรวนไปแน่ๆสักวันหนึ่ง..

แต่มันก็ได้ทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมันไปแล้วคือ ทำตัวเองให้สวยน่าดูน่ามองที่สุด

จะเพื่อให้เหล่าแมลงทั้งหลายสนใจ หรือ เพียงจะให้คนชื่นชมก็ตาม


แต่จะเพ่ื่อเหตุผลใดๆก็ตามแต่..

หากจะนับว่า การเกิดมาของมันจะมี คุณค่า หรือ ไร้ค่า แค่ไหน

กลับไม่ได้อยู่ที่ตัวมันเองที่จะให้ราคาหรือยกย่องเชิดชูตัวเองให้สูงส่่งหรือต่ำต้อย



แต่อยู่ที่ คน ที่พบเห็นแล้ว ตีค่าตีราคาของมันเป็นบวกหรือเป็นลบต่างหาก..

ว่าจะเลือกเด็ดดอกช่อพวงของมันไปประดับไว้ในแจกันส่วนตัว พอเหี่ยวเฉาก็แค่เปลี่ยนดอกใหม่

ที่สดใหม่กว่า หอมกว่า สวยกว่า.. 

หรือ จะเลือกที่จะปล่อยมันไว้ที่เดิมให้มันได้อวดโฉมชูช่อต่อสาธารณะชนต่อไป 

เพียงขอแค่ได้ชื่นชม แต่ไม่คิดที่จะครอบครอง..


แม่ลูกคู่นั้นเดินฉากออกไปดูกลุ่มดอกไม้แยกไปอีกทางแล้ว

ปล่อยให้ผู้เขียนนั่งอมยิ้มเล็กๆ บนมานั่งเล็กๆต่อไป



หากเราวางใจให้เป็นกลางจริงๆ

ดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลกคงไม่ได้อยู่แค่ในสวนดอกไม้ที่เขาจัดขึ้นเท่านั้น..

แต่มันกลับเบ่งบานอยู่เสมอในจิตใจของเราเอง 

เพียงแค่เราจะ เลือก ที่จะไปสัมผัสความงดงามมันด้วยมือหรือด้วยใจ..

ต่างกันเพียงเอื้อมมือจริงๆ




ขอขอบคุณเจ้าของรูปสวยๆทุกรูปครับ





Create Date : 13 มกราคม 2560
Last Update : 14 มกราคม 2560 0:41:48 น.
Counter : 316 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนาคสีส้ม

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]