กันยายน 2560

 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
3 กันยายน 2560
All Blog
รับใช้ชาติ..





หัวข้อบทความ..  

คงเข้ากับบรรยากาศควันหลง การแข่งขันกีฬาระดับภูมิภาคที่เพิ่งปิดฉากไปสดๆร้อนๆได้ดี..

นักกีฬาและตัวแทนของประเทศต่างๆ ต่างก็แบกหน้าตาชื่อเสียงและศักดิ์ศรีเกียรติยศ

ของชาตินั้นๆเอาไว้เป็นเดิมพัน 


ผู้ชนะหรือผู้แพ้ เสียงหัวเราะหรือคราบน้ำตา

เสียงก่นด่า  หรือ คำสรรเสริญเยินยอ..

เหรียญรางวัล หรือ มือเปล่า..

และที่สุดคือ ความภาคภูมิใจ ไม่ว่าภาระกิจที่กระทำมันจะถึงจุดหมายหรือไม่ก็ตามที..

ในเมื่อได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดแล้ว ผลการแข่งขัน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

และก็คงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด สำหรับ นักกีฬาที่มีความเป็นมืออาชีพ


และที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือ น้ำใจหรือสปิริตของการแข่งขัน

ไม่ว่าเราจะเป็นผู้ชนะหรือผู้ปราชัยก็ตาม..



ในชีวิตจริง คนที่อาสามารับใช้ประเทศชาติ คงไม่ได้มีแค่นักกีฬาเท่านั้น

หากไม่นับตามอาชีพ ทหาร ตำรวจ หมอ ครู นักการเมือง ข้าราชการ ฯลฯ

เราทุกคนที่เกิดมาบนแผ่นดินนั้นๆ

เราต่างล้วนต้องมีหน้าที่รับใช้ประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น..



เราทุกคนต่างก็เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในระบบขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่

ที่เคลื่อนไหวนำพาความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ

เพื่อให้ประเทศของตนฝ่าฟันอุปสรรคน้อยใหญ่ ก้าวพ้นผ่านวิกฤติต่างๆไปให้ได้


และในที่นี้ ประเทศของเราต้องการ คนเสียสละ มากกว่าคน กอบโกย

ประเทศต้องการ คนเก่งและดี มากกว่า คนเก่งแต่โกง


ทุกยุคทุกสมัย ต่างก็มีคนทั้งสองประเภทมากมาย

และคนเหล่านี้ต่างก็ทำหน้าที่ของตนไปคนละทาง..

คนหนึ่งก็ทำเพื่อคนอื่นทำเพื่อประเทศชาติ ส่วนอีกคนก็ทำเพื่อตนเองและพวกพ้อง

แต่ดูเหมือนว่า คนประเภทหลังจะมีบทบาทในการควบคุมกิจการบ้านเมืองมากขึ้นทุกที..

มันจึงต้องเกิด การล้างบางเพื่อชาติ กันอยู่บ่อยๆ.. จนเราชินชา


ชาติ ในความหมายทางรัฐศาสตร์ หรือ การปกครอง คือ รัฐ คือ ประเทศ  ดินแดน

แต่ในความหมายทางพระพุทะศาสนา คือ การเกิด การกำเนิดขึ้นของสิ่งทั้งปวง 

จึงมีคำว่า ชาตินี้ ชาติหน้า ชาติที่แล้ว ชาติต่อๆไป ฯลฯ



ชาตะ หรือ ชาติ ในทางธรรม หากลองมาคิดดูให้ดีจะพบว่าจะครอบคลุมถึงการกำเนิดเกิดขึ้นของ

ธรรมชาติทั้งฝ่ายรูป และ ฝ่ายนาม

รูปธรรม เช่น คนหรือสัตว์ หรือสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมาชั่วครั้งชั่วคราวทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต

ส่วนฝ่ายนามธรรมนั้น ก็เช่น อารมณ์ ความรู้สึก ประสาทสัมผัส การรับรู้รส กลิ่น เสียง


แต่สิ่งที่เหมือนกันทั้งธรรมชาติฝ่ายรูปและฝ่ายนาม ก็คือ

การแสดงความเป็น ไตรลักษณ์ ตามหลักของอนิจจัง ทุกขัง และ อนัตตา

ที่มีความเกิดดับ แปรปรวนไป ตามเหตุและปัจจัยของมัน..

มีเหตุให้ดับแล้วก็มีเหตุให้ก่อเกิด เป็นธรรมดา..



ทุกวันเวลานี้ ทุกลมหายใจนี้เราก็ต่างได้พบได้สัมผัสความเป็น ชาติ ของกายและใจเราอยู่เสมอ

แล้วแต่ว่าใครจะมีกำลังสติปัญญาเข้าไประลึกถึงได้ 

จะในขณะนั้นๆ หรือ จะสังเกตเห็นการเกิดดับของมันต่อเนื่องไปเป็นสายน้ำที่ไม่เคยหยุดก็ตาม

ก็นับว่า การเกิด หรือ ชาตินั้น ก็เป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาตลอดชีวิตอยู่แล้ว..



ในทางโลก เราถูกสั่งสอนว่าให้รักชาติ หวงแหนแผ่นดินเกิด ให้ภาคภูมิใจในความเป็นชาติ 

หรือในความเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ของเรา ให้มีความรู้สึก ชาตินิยม เจือปนอยู่ในกระแสเลือด

เพราะหากไม่มีชาติ ไม่มีประเทศ ก็คงยากที่จะมีเราในวันนี้..

เราจึงถูกปลูกฝังให้เคารพธงชาติ ให้เคารพต่อสัญลักษณ์ของความเป็นชาติ 

เหมือนๆกับคนทั่วโลกเขาทำกัน 

หากใครไม่มีกิจกรรมอย่างนี้ เขาอาจจะเรียกว่า คนไม่รักชาติ ได้ง่ายๆ




แต่ในทางธรรมะ เราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า พระศาสดาของชาวพุทธ

พระองค์สอนให้เรา ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง แม้แต่ชาติกำเนิด ชาติตระกูล ฐานะ

ศักดินาใดๆ ก็ถือว่าเป็น ของปลอมของสมมุติทั้งสิ้น..

ไม่ควรเอามาเป็น สาระของชีวิต  เพราะของเหล่านี้มีแต่ทำให้เรายึดติดเหนียวแน่น

จนยากที่จะปลงใจละวางมันลงได้..



และแนวทางที่พระองค์ทรงวางเอาไว้ให้เราทั้งหลายปฏิบัติก็คือ

การเดินหน้าสู่ ความสิ้นชาติ ให้ได้ในชีวิตนี้..



เพราะหากไม่มีการเกิด ก็จะไม่มีการตายอีก ความทุกข์และโทมนัสทั้งหลายต่างก็ถูกสะบั้นตัดขาด

สิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด สิ้นสุดวงจรแห่งทุกข์ สิ้นสุดปัจจัยแห่งกองทุกข์ได้เสียที

สังโยชน์เครื่องร้อยรัดที่ตรึงเราเอาไว้กับโลกก็จะถูกทำลายจนสิ้นซาก ไม่เหลือเชื้ออีกต่อไป..




ในเมื่อวันนี้เรายังมีชีวิต เรามีโอกาสได้เกิดมาชาติหนึ่ง

หน้าที่ของเราในฐานะพลเมืองของชาติ คือ ช่วยปกปักรักษาผืนแผ่นดิน 

ธำรงวัฒนธรรมอันดีงาม ของชาติเราเอาไว้

เรามีหน้าที่ต้อง รับใช้ชาติ เพื่อความสุขสงบร่มเย็นของประเทศ




แต่อีกหน้าที่หนึ่งก็ต้อง ลดละ ความเป็นชาติในโลกแห่งจิตใจที่ผูกผันกับเรามานมนาน 

ปลดปล่อยจิตวิญญาณของเราให้เป็นอิสระจาก การเกิด ของ กิเลสร้าย ทั้งหลาย

เข้าใจแล้วว่า การเกิดมาเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นมนุษย์ เป็นหญิง เป็นชาย นั้นไม่ใช่เรื่องสนุกเลย..

แล้วเดินมุ่งหน้าสู่ความ สิ้นชาติ ให้ได้ในชีวิตนี้..



นักกีฬาที่เข้าแข่งขันในฐานะ ตัวแทนประเทศชาติ เขาก็ต่างได้ทำหน้าที่ของตนแล้ว

ทหารที่เสียสละปกป้องชายแดน คุ้งครองประชาชนเขาได้ทำหน้าที่ของเขาแล้ว..

คุณครูที่เสียสละสั่งสอนอบรมเยาวชนของชาติ  คุณหมอที่ทุ่มเทแรงกายรักษาคนป่วย

พระนักบวชผู้นำทางจิตวิญญาณเขาต่างก็ได้ทำงานในหน้าที่ของเขา



แล้ววันนี้ตัวเราได้ทำหน้าที่ของเราหรือยัง..?

หน้าที่ที่ควรทำตัวให้เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ เป็นคนดีของชาติของแผ่นดิน

แต่ก็อย่าลืมหน้าที่ทางใจ ที่ต้องพยายามปลดปล่อยตัวเองให้หลุดพ้น 

จากการ รับใช้ชาติรูปและนาม  จนต้องวนเวียนกลับมาเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก ก็แล้วกัน..




ขอขอบคุณเจ้าของรูปสวยๆทุกรูปครับ



Create Date : 03 กันยายน 2560
Last Update : 7 กันยายน 2560 21:17:31 น.
Counter : 64 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นายสมมุติ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]