ถ้าเป็นไปได้กรุณาเขียนข้อความเล็กน้อยทิ้งไว้ จะทำให้เจ้าของบล๊อกดีใจมากๆ เลยครับ
ภาพยนตร์: ดูหนังวันหยุด – “อินทรีแดง ปะทะ ลูฟี่” ควบ “หนังแผ่นอีก 3-4 เรื่อง”

ช่วงพักร้อนคือช่วงเวลาแห่งการตักตวงความสุขของผมครับ เทอมนี้ใช้เวลาพักร้อน 10 กว่าวันดูซีรี่ย์และหนังแผ่นอยู่บ้านเป็นหลักครับ บางเรื่องซื้อเก็บไว้นานแล้วแต่ไม่มีเวลาดู บางเรื่องก็ขยันออกไปดูที่โรงฯ มาบ้างครับ บล๊อกของสัปดาห์นี้เลยจะเป็นการทบทวนในรอบ 10 กว่าวันนี้ ว่าดูเรื่องอะไรไปบ้าง เอาเฉพาะที่เป็นภาพยนตร์แล้วกันนะครับ (ไม่รวมพวกซีรี่ย์) ถือว่าเป็นการรีวิวหนังพร้อมตัดเกรดให้ฟังกันเล่นๆ ด้วยครับ

เรื่องที่ไปดูมาที่โรงภาพยนตร์ครับ




อินทรีแดง "ไม่ชอบอ่ะครับ"

หนังที่ทำให้รู้สึกสงสัยว่าตัวเองผิดปรกติหรือเปล่า เพราะหลายคนที่ไปดูมาแล้วบอกว่าหนังดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สำหรับผมแล้ว ต้องขอบอกว่ารับไม่ได้เลยครับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชอบหนังของคุณวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง นะครับ เรื่อง “เปนชู้กับผี” ที่เล่าเรื่องได้ลื่นไหลกว่านี้ และสามารถถ่ายทอดบรรยากาศได้แบบหนัง Horror ชั้นดีได้ หรือแม้แต่เรื่องก่อนๆ เช่น “ฟ้าทะลายโจร” และ “หมานคร” ก็รู้สึกว่ามีลูกเล่นในการนำเสนอที่น่าสนใจ แต่กับเรื่องนี้ ผมรู้สึกสะดุดในการดูอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเป็นความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่อง ความมีเหตุมีผลของตัวละครแต่ละตัว ความจริงจังของฉากต่อสู้ (ที่ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย) ที่อึดอัดมากที่สุด เห็นจะเป็นความรกรุงรังของโฆษณาสารพัดสารพันที่ถูกยัดเยียดเข้าไปในหนัง ซึ่งอาจจะเป็นอีกมุขหนึ่งของคุณวิศิษฎ์ที่พยายามเล่นกับคนดูก็ได้นะครับ แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเนียน และไม่ให้ความเป็นธรรมกับคนดูเท่าไหร่ คือในบางฉากที่เรากำลังสนใจตัวละครว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันกลับทำให้เราสะดุดกับป้ายโฆษณา ผลิตภัณฑ์สินค้าอะไรต่างๆ ที่จัดวางไว้อย่างจงใจมากเกินไป และยิ่งประเด็นเกี่ยวกับการเมืองก็รับไม่ได้เลยครับ มันค่อนข้างที่จะตื้นมากๆ ในการสร้างปัญหาทางการเมืองที่เป็นแค่เรื่องประเด็นคู่ขัดแย้งระหว่างรัฐบาลแสนเลวกับประชาชนแสนดี เพราะในความเป็นจริงแล้วความขัดแย้งทางการเมืองมันไปไกลกว่านี้มากมายแล้วครับ ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายของคุณวิศิษฎ์จริงๆ ผมก็ต้องถือว่าจบไม่สวยเลยครับ เพราะฉะนั้น รีบกลับมาทำหนังให้ผมดูใหม่เสียดีๆ ครับ

โดยส่วนตัวแล้วชอบบุคลิกของตัวละครในบทประพันธ์อินทรีแดงมากครับ (วีรบุรุษ นอกกฎหมายที่ทำทุกอย่างเพื่อล้างแค้นแทนคนดู) และคิดว่ามันมีศักยภาพพอที่จะนำมาทำหนังสนุกและดีได้ด้วย แต่อินทรีแดงฉบับนี้มีปัญหาในการเล่าเรื่องมากๆ ครับ ให้ได้แค่ C+ เท่านั้นครับ




One Piece the Movie: Strong world "หนังสำหรับคนที่รักลูฟี่และผองเพื่อน"

Strong world เป็นการ์ตูน One Piece ฉบับภาพยนตร์อันดับที่ 10 นะครับ ดูแลโดย อ.โอดะ เองเลย ผมไม่ทราบว่าเป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่มีการ์ตูนเรื่องนี้ฉายในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย แต่สำหรับผมแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกครับ ผมก็เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษครับที่จะได้ดูลูฟี่และผองเพื่อนบนจอใหญ่ๆ จากปรกติที่ไม่ค่อยได้เข้าเมืองก็ยอมเดินทางไปดูถึงลิโด้ครับ ชอบที่การดีไซน์สัตว์ประหลาดหน้าตาแปลกๆ ในเรื่อง และการแต่งกายของตัวละครในภาคภาพยนตร์ที่ดูเท่ขึ้นในทุกๆ ชุด ทุกๆ ตัว สีสันของการ์ตูนสดใสสบายตาดีมาก คิดว่ามันคงตอบโจทย์แฟนมังงะเรื่องนี้ที่มีความผูกพันกับตัวละครแต่ละตัวได้ดี (เพราะแต่ละตัวปล่อยมุขกันกระจายเลยครับ) แต่ผมคิดว่ากับคนโดยทั่วไปอาจจะไม่สนุกไปกับมันก็ได้ (สังเกตจากคนข้างๆ ที่หลับไปกว่าครึ่งเรื่อง) และอีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกว่าน่าจะทำให้ความสนุกลดลงไปคือเสียงพากษ์ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นครับ ทั้งๆ ที่ฟังความหมายไม่ออก แต่ก็รู้สึกได้ครับว่าเสียงพากษ์ภาษาญี่ปุ่นนั้นท่าจะรู้สึกสนุกมากๆ (ได้ Naoto Takenaka หรืออีตาสเต๊รซเซอร์มันจาก Nodame Cantabile มาพากษ์เป็นเสียงชิกิราชสีห์ทองคำ ตัวร้ายในภาคนี้) แต่พอเราต้องมาอ่านซับเรียบๆ ทำเอาอรรถรสในการดูลดลงไปเยอะเลยครับ คิดในใจว่าถ้าให้ “น้าต๋อยเซมเบ้” หรือ “ทีมพันธมิตร” มาพากษ์น่าจะสนุกขึ้นอีกเยอะเลยครับ

โดยรวมแล้วดีที่ได้ดู One Piece จอใหญ่ครับ แต่หนังมันเรื่อยๆ ไปหน่อย ถ้าไม่คาดหวังอะไรมากก็ให้เกรด B ครับ

หนังแผ่น ดูไป 4 เรื่อง




Grand Torino "หนังคนแก่ที่พิสูจน์ความเก๋าของผู้กำกับ"

อันนี้ดูไปครึ่งแผ่นครับ เพิ่งมาดูต่ออีกครึ่งแผ่น เป็นเรื่องราวของคนแก่คนหนึ่ง (Clint Eastwood) ที่มีปัญหาในการปรับตัวกับยุคสมัยและชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ยังคงมีความเก๋าตามแบบคาวบอยอเมริกันอยู่ หลังๆ มาไม่รู้เป็นอะไรนะครับหนังของปู่คลินส์ต์ทุกเรื่องผ่านหมดครับ แต่จะชอบมากหรือน้อยนี่แล้วแต่เรื่อง สำหรับผมแล้วปู่คลินต์คือคนทำหนังที่บรรลุจุดสูงสุดของการทำหนังไปแล้วนั่นแหละครับ ไม่ได้เล่นท่ายากหรือปีนบันไดทำหนังอะไรทำนองนั้นหรอกนะครับ เล่นท่าง่ายๆ เล่าเรื่องง่ายๆ สบายๆ นี่แหละ แต่ทำออกมาได้ดีแบบเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

หนังดูเรื่อยๆ แต่ให้อารมณ์สะใจแบบขมๆ ขื่นๆ ได้เรื่อยๆ โดยรวมแล้วดีให้ B ครับ




Air Doll "ทำให้นึกถึงหนังสือเรื่องความเบาหวิวอันเหลือทนของชีวิต"

เรื่องนี้เสียดายที่ดูช้าไปหน่อยครับ เพราะเป็นหนังที่ดีมากๆ เรื่องหนึ่งในรอบปีที่ได้ดู เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตุ๊กตาลมที่ใช้ตอบสนองความต้องการของชายอารมณ์เปลี่ยวนั่นแหละครับ แต่บังเอิญว่าตุ๊กตาตัวนี้มันเกิดมีชีวิตจิตใจขึ้นมา หนังได้พูดถึงความว่างเปล่าอันสุดแสนจะทนทานในความเป็นมนุษย์ ผ่านมุมมองของตุ๊กตาลมตัวหนึ่ง มีฉากบางฉาก และข้อความบางข้อความในเรื่องที่ทำให้ถึงกับอึ้งไปเลยก็มีครับ มีเพื่อนของผมคนหนึ่งบอกว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้เขาซึมไปหลายวัน ผมก็เข้าใจได้เลยครับ ว่ามันจะทำให้เกิดความรู้สึกแบบนั้นขึ้นได้อย่างไร สรุปแล้วหนังดีจริงๆ ครับ

หนังค่อนข้างจะเนือย และพูดบรรยายมากไปหน่อย จนบางครั้งรู้สึกรก แต่โดยรวมแล้วยังดีอยู่ ให้ B+ ครับ




Green Zone "อเมริกัน อันตราย"

หนังตีแผ่ข้อเท็จจริงในประเด็นข้ออ้างเรื่องการสะสมอาวุธอันตรายของอิรัก ที่สหรัฐใช้เป็นเงื่อนไขในการทำสงคราม และเบื้องหลังการทำสงครามที่ทำให้รู้สึกน่าสมเพชกับการก่อสงครามของไอ้กันได้อย่างสุดจิตสุดใจ หนังทำได้สมจริงสมจังน่าเชื่อถือ ฉากและการแสดงของ Matt Demon ที่เอาคนดูได้อยู่หมัดตั้งแต่ต้นจบจบ ทำให้เราอยากตามเขาเพื่อแสวงหาความจริงเกี่ยวกับการทำสงครามอัปยศในครั้งนั้น ไม่รู้ใครดูแล้วรู้สึกยังไงนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าเป็นหนังที่ดูแล้ว รัฐบาลสหรัฐหรือคนที่มีส่วนในการตัดสินใจในการทำสงครามครั้งนั้นต้องละอายครับ

เรื่องนี้ให้ B+ อีกเรื่องครับ




Capitalism a love story "เฮียอ้วนไปทวงเงินที่ Wall Street และยังเป็นคนทำหนังตัวแสบเหมือนเคย"

หนังสารคดีของเฮียอ้วน Michael Moore เจ้าเก่าครับ งานนี้เขามาตีแผ่ความเลวร้ายของระบบทุนนิยมในสหรัฐอเมริกาว่ามันเลวร้ายแค่ไหน ไม่ว่าจะโดยองค์กรของรัฐ บริษัทประกันชีวิต องค์กรน้อยใหญ่ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ล้วนแล้วแต่เป็นการเปิดโอกาสให้ความเลวร้าย ชั่วช้า เข้าครอบงำชีวิตของผู้คนและสังคมได้อย่างชอบธรรมจริงๆ ในตอนต้นของเรื่องมีคำเตือนว่า เป็นภาพยนตร์ที่ว่าด้วยความรุนแรง ไม่เหมาะกับคนโมโหง่าย ผมก็นึกว่าเป็นมุขนะครับ แต่พอดูไปๆ ก็รู้สึกโมโหขึ้นมาจริงๆ ครับ

ไม่ได้ดูหนังสารคดีมานานแล้วครับ พอดูรื่องนี้แล้ว ทำให้รู้สึกว่า An in Convenient Truth หนังสารคดีโลกร้อนที่โด่งดังเมื่อ 3-4 ปีก่อน (ที่สะท้อนปัญหาของอเมริกันชนเหมือนกัน) กลายเป็นเรื่องปัญญาอ่อนไปเลยครับ เรื่องนี้ผมให้ A เลยครับ (ถ้ามีโอกาสดีๆ จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกทีครับ)


Create Date : 25 ตุลาคม 2553
Last Update : 26 ตุลาคม 2553 8:24:34 น. 1 comments
Counter : 1019 Pageviews.

 
กลุ่มเพื่อน 5.63 โรงเรียนอุตรดิตถ์ ขอแสดงความยินดีกับ ศ. ดร. สมคิด เลิศไพฑรูย์ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งที่11/2553 เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2553


โดย: กลุ่มเพื่อน 5.63 อ.ต. IP: 210.246.186.9 วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:18:31:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

dreamingbutterfly
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




"Zhuang Zhou dream that he was a butterfly. Suddenly he awoke, and was himself again. He did not know whether he dreaming that he was a butterfly, or a butterfly dreaming that it was him."

บันทึกบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และมุมมอง ต่อเรื่องราวต่างๆ ในทัศนะของผมครับ

!!!Update Every Week!!!


Woratep Wongsuppakan | Create Your Badge

: Users Online

free counters

Google

New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add dreamingbutterfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.